อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    รางวัลจากภารกิจ

    เฉินเซียวเกลียดจริง ๆ แต่หากจะให้บอกว่าเกลียดใครนั้น กลับไม่อาจบอกได้ชัดเจน
    ด้วยการฝึกฝนของพลังยุทธ์ขั้นหก รวมกันกับบรรลุทักษะกระบี่อัสนีคลั่ง แม้ว่าเขาจะไม่อาจต้านทานหลินอวิ๋นได้
    ก็ยังยืนหยัดต่อไปให้นานกว่านี้อีกเสียหน่อย ไม่พ่ายแพ้จนน่าอนาจขนาดนี้
    ด้วยความแข็งแกร่งของเขา อย่างน้อยก็คงจะประลองกันได้มากกว่าร้อยกระบวนท่า แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ภายใต้ความทระนงตนของตัวเองแล้ว หลินอวิ๋นไม่แม้แต่จะให้โอกาสตนได้ชักดาบออกมาเลย
    เมื่อเกลียดไปเกลียดมาแล้ว ก็ทำได้เพียงแค่เกลียดตัวเอง ตำหนิตัวเองเท่านั้น
    ศิษย์นอกสำนักเหล่านั้นที่แต่เดิมนั้นที่ตั้งใจจะมาดูเรื่องสนุกก็หมดหนทางแล้ว ยังคิดว่าจะมีการต่อสู้ใหญ่อะไรกันกลับไม่คิดว่า จะจบลงง่ายดายเช่นนี้
    “ดูเหมือนว่าหลินอวิ๋นจะรีบร้อนไปยังโถงกิจการสำนัก หรือว่าสามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณ เขาจะทำสำเร็จจนหมดแล้ว?”
    “ไม่มีทางเสียหรอก หนึ่งในนั้นยังมีภารกิจฆ่าโจรร้ายขวงเยี่ยนอีกด้วย!”
    “เป็นไปได้หรือไม่ได้ ตามไปดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ”
    “ไป ไป ไป”
    คนกลุ่มใหญ่ พริบตาเดียวก็เดินหายลับไป เหลือไว้เพียงแค่เฉินเซียวและลูกน้องไม่กี่คนของเขา
    ผลัก!
    ประตูใหญ่ของโถงกิจการสำนักถูกเปิดออก หลินอวิ๋นเงยหน้าขึ้นแล้วก้าวเข้ามา
    โถงกิจการสำนักยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย ผู้คนพลุกพล่านครื้นเครงอยู่เป็นนิจ
    ในตอนที่เห็นหลินอวิ๋นเดินเขามานั้น เสียงที่ดังอยู่ก็เงียบลงในทันที ทุกคนต่างก็พากันวางงานในมือลง แล้วมองออกไป
    ก่อนหน้านั้น หลังจากข่าวที่หลินอวิ๋นรับสามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณนั้น ก็ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาครั้งใหญ่
    ภารกิจศิลาวิญญาณ ความยากระดับสูงนัก นอกจากศิษย์ฝ่ายในแล้วก่อนหน้านั้นมีเพียงศิษย์ฝ่ายนอกราวสิบคนเท่านั้นที่กล้ารับ
    แต่เดิมนั้นหลินอวิ๋นที่เป็นทาสกระบี่ก่อนจะมาเป็นศิษย์ฝ่ายนอกกลับโพล่งออกมาว่าจะรับสามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณ
    แล้วจะไม่ให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นได้อย่างไร?
    “ไอ้ทาสกระบี่กลับมาแล้ว!”
    “ไม่รู้ว่าจะสำเร็จแล้วหรือไม่?”
    “ภารกิจศิลาวิญญาณ หากไม่อาจทำสำเร็จ การทำโทษไม่ใช่ว่าจะหนักเหมือนธรรมดาทั่วไป”
    เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมาจากภายในห้องโถงกิจการสำนัก แววตาที่จ้องมองไปยังหลินอวิ๋นก็ดูแปลกประหลาดไป
    ใจคนก็เป็นเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าผู้อื่นอยู่เหนือกว่าตน ในใจก็จะพากันเกิดร่องรอยบาดแผลขึ้นมา อีกทั้งหลินอวิ๋นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ทาสกระบี่ชั้นต่ำสุดของสำนักชิงอวิ๋นเท่านั้น!
    หลินอวิ๋นยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนัก ยังคงมุ่งหน้าไปยังเบื้องหน้าด้วยความสงบ
    “ช้าหน่อย ช้าก่อน อย่าเบียดข้าสิ”
    ในเวลานี้ ตรงประตูจู่ ๆ ก็มีฝูงชนจำนวนมากหลั่งไหลกันมา ดูวุ่นวายอย่างหาใดเปรียบได้
    ผ่านไปเพียงแค่ชั่วครู่ ก็มีคนพากันเข้ามานับร้อยคน
    โถงกิจการสำนักที่ใหญ่โต พริบตาเดียวก็ดูอึดอัดขึ้นมาทันที
    “เกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ครู่เดียวก็มีคนหลั่งไหลมามากมายถึงเพียงนี้?”
    “พวกเจ้าไม่รู้หรอกหรือ? เมื่อครู่ในตอนที่หลินอวิ๋นอยู่ด้านนอกนั้น ใช้เพียงหมัดเดียวก็โจมตีจนเฉินเซียวแพ้หมอบไปแล้ว!”
    “จริงหรือนี่!”
    “แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง มีคนตั้งมากมายเห็นกับตายังจะเป็นเรื่องเท็จไปได้อีกหรือ เฉินเซียวก็ช่างดูน่าสังเวชยิ่ง กระอักเลือดออกมาไม่หยุด แม้แต่จะคลานขึ้นมาก็ยังทำไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังเอนกายอยู่ด้านนอกอยู่เลย”
    ทั่วทั้งโถงกิจการสำนัก เกิดความโกลาหลขึ้นมา เกิดเสียงถกเถียงกันไม่หยุดหย่อน
    “ผู้ดูแลหยาง นี้เป็นต้นไป่เหอโลหิตที่ข้ารวบรวมมา เชิญท่านตรวจดู”
    หลินอวิ๋นก้าวมาด้านหน้า แล้วนำต้นไป่เหอโลหิตทั้งสิบดอกออกมา แล้วส่งมอบออกไปทีละดอกให้แก่อีกฝ่าย เมื่อผู้ดูแลหยางตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ก็ได้เอ่ยยืนยันออกมา “ไม่เลว ต้นไป่เหอโลหิตไม่มีความเสียหายใดเลย นี้เป็นรางวัลของเจ้า ศิลาวิญญาณระดับล่างสี่ร้อยเม็ด ขณะเดียวกันก็ยังมีรางวัลพิเศษนอกเหนือจากนี้อีกหนึ่งอย่าง มีสิทธ์ที่จะซื้อยาลูกกลอนละลายโลหิตได้หนึ่งเม็ด”
    หลังจากที่หลินอวิ๋นรับศิลาวิญญาณมาแล้ว ก็พยักหน้าเอ่ยขอบคุณ
    ศิลาวิญญาณระดับล่างสี่ร้อยเม็ด ถือว่าพอใช้ได้ แต่รางวัลพิเศษด้านหลังนั้นกลับเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
    “สามารถซื้อยาลูกกลอนละลายโลหิตได้ นี้เป็นสิทธิ์ที่มีเพียงศิษย์ฝ่ายในเท่านั้นถึงจะได้รับ”
    “หากว่าข้ามียาลูกกลอนละลายโลหิตสักเม็ดหนึ่ง ก็คงจะทะลุผ่านวรยุทธ์ระดับห้าได้นานแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้มีสิทธิ์ได้แลกเปลี่ยนมาก่อนเลย”
    “ฮึ หากว่าข้าแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักนิด ก็คงจะรับภารกิจนี้ไปแล้ว”
    “พอเถอะ ต้นไป่เหอโลหิตนี้ในหุบเขาไป่ฮวาหายากยิ่งนัก แล้วยังมีสัตว์อสูรคอยคุ้มกันอีก ต่อให้เจ้าจะโชคดีได้พบกับต้นไป่เหอโลหิต แต่ก็ยังมีเพียงแค่คำว่าตายคำเดียวเท่านั้น”
    กลุ่มคนเมื่อได้ยินถึงรางวัลของหลินอวิ๋นแล้ว ก็ส่งเสียงตะโกนดังโหวกเหวกออกมา มองไปยังหลินอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
    ไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกเสียจากมูลค่าของยาลูกกลอนละลายโลหิตนั้นสูงเกินไป!
    จากนั้นหลินอวิ๋นก็นำเอาอุ้งเท้าของพยัคฆ์เพลิงกาฬออกมาส่งมอบให้กับอีกฝ่าย พร้อมรับรางวัลเป็นศิลาวิญญาณระดับล่างหกร้อยเม็ด
    สามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณ ส่งมอบไปแล้วสองภารกิจ
    เหล่าลูกศิษย์ที่อยู่ในโถงกิจการสำนักของสำนัก ต่างก็เริ่มส่งเสียงพึมพำออกมา ภารกิจที่สองนี้ตกลงแล้วหลินอวิ๋นทำสำเร็จหรือไม่
    ยังเหลืออีกหนึ่งภารกิจ ก็คือภารกิจสังหารโจรร้ายขวงเยี่ยนแห่งเจียงหยาง
    โจรร้ายขวงเยี่ยน กระทำการชั่วร้ายอุกอาจในแคว้น ลูกศิษย์ของหลายสำนักต่างก็เคยคิดที่จะฆ่าเขา
    สุดท้ายแล้วหากว่าไม่ตายอย่างอนาถในน้ำมือของเขาแล้ว ก็ถูกเขาตอบโต้จนต้องล่าถอยกลับไป
    แล้วด้วยพลังของหลินอวิ๋น ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่เหมือนกับผู้ที่จะสามารถจัดการกับขวงเยี่ยนได้
    แต่ว่าในเวลานี้ แรงกดดันที่มองไม่เห็น ก็ค่อย ๆ แผ่ลงมาจากด้านบน
    เห็นเพียงแค่ตรงบันไดมีชายชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
    เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของชายชราแล้ว เหล่าลูกศิษย์ที่อยู่ในโถงกิจการสำนัก ต่างก็พากันเงียบเสียงลง
    ผู้ที่มานั้นก็คือหัวหน้าสาขาหวังผู้มีพลังยุทธ์อยู่ในขั้นเก้า
    “หัวหน้าสาขาหวัง!”
    เหล่าลูกศิษย์ทำความเคารพออกไปพร้อมกันโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาให้มากความ 
    หัวหน้าสาขาหวังยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่ต้องมากพิธี ข้ามาที่นี้เพื่อจะประกาศเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง”
    “จะเป็นเรื่องอะไรกัน?”
    “หัวหน้าสาขาหวังไม่ได้ปรากฏกายออกมาง่าย ๆ เมื่อปรากฏกายออกมาแล้ว จะต้องมีเรื่องสำคัญประกาศออกมาแน่”
    “หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับหลินอวิ๋น?”
    และในตอนที่ทุกคนกำลังสงสัยอยู่นั้น หัวหน้าสาขาหวังก็มาถึงยังเบื้องหน้าของหลินอวิ๋น เอ่ยเสียงเคร่งขรึมออกมา “หลินอวิ๋นศิษย์ฝ่ายสำนักชิงอวิ๋น แสดงอำนาจของสำนักชิงอวิ๋นของข้าด้วยการสังหารโจรร้ายขวงเยี่ยนในเมืองไป๋สุ่ย เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงท่านเจ้าสำนัก เลยกำชับให้ข้ามามอบรางวัลให้แก่หลินอวิ๋นด้วยตนเอง!”
    โว้ว!
    ทั่วทั้งโถงกิจการสำนักใหญ่ต่างก็พากันตกตะลึง หลินอวิ๋นสามารถทำสามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณนี้ได้สำเร็จจริง ๆ
    สังหารโจรร้ายขวงเยี่ยน ทั้งยังสามารถยังสะเทือนไปถึงท่านเจ้าสำนักได้
    แต่ว่าถ้าคิดให้ละเอียดแล้ว ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอะไร
    โจรร้ายเจียงหยาง อาละวาดไปทั่วทั้งแคว้นเทียนสุ่ย กระทำการชั่วร้าย ชื่อเสียงอื้อฉาว สี่สำนักใหญ่ที่ถือว่าเป็นกลุ่มอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นเทียนสุ่ย ต้องออกคำสั่งให้ตามฆ่าแน่นอนโดยที่ไม่ต้องสงสัย หากว่าผู้ใดสามารถสังหารเจ้าหมอนี้ได้สำเร็จ จะต้องได้รับชื่อเสียงมากมายภายในสำนักแน่อยู่แล้ว
    โดยเฉพาะเจ้าขวงเยี่ยนผู้นี้ ยังลงมือฆ่าลูกศิษย์ของอีกสามสำนักไปไม่น้อย สุดท้ายแล้วต้องมาตายภายในน้ำมือของลูกศิษย์สำนักชิงอวิ๋น
    ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักชิงอวิ๋น เมื่ออยู่ต่อหน้าของเจ้าสำนักอีกสามสำนักใหญ่แล้ว ใบหน้าจะต้องเปล่งประกายไปด้วยความภาคภูมิเป็นแน่ ในใจคงยินดียิ่งนักเมื่อได้รู้ข่าว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้ความสำคัญกับลูกศิษย์ผู้นี้เป็นพิเศษไม่ได้ จึงมาเพื่อให้กำลังใจกับเหล่าศิษย์ในสำนัก
    “ลงแรงเพื่อสำนัก ความชอบนี้ไม่อาจปฏิเสธได้”
    หลินอวิ๋นนั้นค่อนข้างที่จะประหลาดใจ ไม่คิดว่าการที่สังหารขวงเยี่ยนได้ จะส่งผลสะเทือนยิ่งใหญ่เช่นนี้
    หัวหน้าสาขาหวังยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ย “ไม่ทระนงตน ดีมาก รางวัลของภารกิจนี้คือศิลาวิญญาณห้าร้อยเม็ด นอกจากนี้แล้ว สำนักยังจะให้รางวัลพิเศษแก่เจ้าอีกด้วย อนุญาตให้เจ้าขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอสัพยุทธ์ เลือกเอาตำราความลับสวรรค์ฉบับคัดลอกไปได้เล่มหนึ่ง”
    เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา แม้แต่ผู้ดูแลหยางของโถงกิจการสำนักเองดวงตาก็เปล่งประกายความเร่าร้อน
    ตำราความลับสวรรค์!
    ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงฉบับคัดลอก แต่ว่ามูลค่าของมันก็ไม่อาจจะประเมินได้ หากว่าสามารถทำความเข้าใจได้แม้เพียงครึ่งกระบวนท่า
    เรียกได้ว่าในระดับพลังยุทธ์ขั้นเดียวกันแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่จะเป็นศัตรูได้
    ภายในชั้นหนึ่งของหอสัพยุทธ์ เต็มไปด้วยวิชายุทธ์และศิลปะการต่อสู้ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการทำความเข้าใจมาจากบางส่วนของตำราความลับสวรรค์
    สามารถได้รับฉบับคัดลอกแล้ว ต่อให้ไม่อาจฝึกฝนได้สำเร็จ แต่ว่าก็มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อเส้นทางการฝึกยุทธ์
    สรุปแล้ว รางวัลสุดท้ายนี้ดูเหมือนว่าจะเกินความคาดหมายของทุกคนไปมาก
    โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงศิษย์ฝ่ายในชั้นดีเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิ์นี้
    “ตามข้ามาเถิด”
    หัวหน้าสาขาหวังส่งเสียงเรียกออกมา นำทางหลินอวิ๋นขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอสัพยุทธ์
    ท่ามกลางความอิจฉาของเหล่าศิษย์ฝ่ายนอก แผ่นหลังของเขาก็ค่อย ๆ หายลับไป
    “ตำราความลับสวรรค์ เป็นวิชาฝึกฝนของผู้ที่มีพรสวรรค์ทางวรยุทธ์มาแต่กำเนิด ตำราความลับสวรรค์ภายในสำนักนั้นมีเพียงแค่สองเล่ม พลังความแข็งแกร่งน่าเกรงขามเป็นรากฐานของสำนักเรา ก่อนหน้านี้ล้วนแต่อยู่ในมือของเจ้าสำนัก ส่วนฉบับคัดลอกนั้นก็อยู่ที่นี่”
    เมื่อนำทางหลินอวิ๋นมาจนถึงชั้นบนสุดแล้ว หัวหน้าสาขาหวังเอ่ยให้คำแนะนำแก่หลินอวิ๋น
    จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง “วิชายุทธ์ของแดนสวรรค์น้อยนักที่จะมีเพียงเศษชิ้นส่วน เพราะจะทำให้เกิดความผิดพลาด จนตีความหมายพลาดไป หากว่าดึงดันฝึกฝนแล้ว อาจจะทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกจนเข้าสู่ทางมารได้ สำหรับรางวัลชิ้นส่วนฉบับคัดลอกที่มอบให้เจ้านี้ ที่สำคัญก็เพื่อเปิดหูเปิดตาของเจ้า ดูว่าจะสามารถทำความเข้าใจแล้วสร้างทางยุทธ์ของตนเองได้หรือไม่”
    “ศิษย์ได้รับการสั่งสอนแล้ว ไม่มีทางฝึกฝนสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ขอรับ”
    “รู้แล้วก็ดี ไม่เช่นนี้ชิ้นส่วนตำราฉบับนี้จะเป็นสิ่งที่ทำร้ายเจ้าได้”
    หลินอวิ๋นรับรู้อยู่ในใจ มองมายังเศษชิ้นส่วนฉบับนี้ เหมือนว่าจะไม่ได้เลอค่าเหมือนดั่งที่คิดเอาไว้
    แต่ว่าเขาก็ยังคงตั้งตารอ รีบตรวจสอบดูข้อมูลในอย่างรวดเร็ว
    หลังจากที่ดูผ่านไปแต่ละเล่ม ใบหน้าของหลินอวิ๋นก็ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น เขาเปิดหูเปิดตา ราวกับว่าได้เดินเข้าสู่โลกแห่งการฝึกยุทธ์ใบใหม่
    ประตูบานใหม่ได้เปิดให้เขาก้าวเข้าไป
    จากข้อความที่คัดลอกไว้นั้น ทำเขาเข้าใจถึงพลังความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ยอดฝีมือสามารถใช้พลังดาบบินไปมาระหว่างนิ้วมือสังหารศัตรูได้จากที่ไกลหลายพันเมตร
    สามารถกระโดดขึ้นไปยังกลางอากาศสูงหลายร้อยจั้ง หมัดเดียวสามารถทุบจนกำแพงเมืองแตกออกเป็นชิ้น ๆ หมัดเดียวสามารถฟาดจนแม่น้ำทะลักพังทลาย
    ในตอนที่เขาเห็นเล่มหนึ่งที่เรียกว่าหมัดมังกรพยัคฆ์นั้น สีหน้าของหลินอวิ๋นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยพุ่งออกมาอย่างไม่คาดคิด
    “นี่คือ?”
    หัวหน้าสาขาหวังเอ่ยอธิบาย “นี้เป็นชิ้นส่วนบางส่วนของแหล่งกำเนิดวิชาหมัดมังกรพยัคฆ์ พื้นฐานของวิชาหมัดพยัคฆ์ร้ายที่เจ้าฝึกฝนนั้น ก็มาจากชิ้นส่วนบางส่วนของหนังสือเล่มนี้”
    “ข้าขอเลือกมันขอรับ”
    หลินอวิ๋นตัดสินใจเลือกโดยที่ไม่ลังเล
    หมัดพยัคฆ์ร้ายของเขาเองก็เพิ่งสำเร็จถึงขั้นสูงสุดพอดี หมัดมังกรพยัคฆ์บางส่วนเล่มนี้เหมาะกับความต้องการของเขาพอดี
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-