กลุ่มผู้เล่นสามคนกำลังเผชิญหน้ากับ ดุลลาฮานซึ่งเป็บอสประจำแอเรียนี้
ดุลลาฮานคือิญญาร้ายที่สิงสู่อยู่ในชุดเกราะเหล็กขนาดใหญ่ที่ไร้ซึ่งศีรษะความสูงประมาณ2 เมตร ซึ่งนั่งอยู่บนม้าปีศาจไนท์แมร์ ในมือของมันถือดาบสองมือสีดำทมิฬใบมีดหนาและใหญ่เกือบเท่าตัวของผู้ถือ
ผู้เล่นคนแรกที่สวมชุดเกราะอัศวินสีเงิน มือซ้ายถือโล่ขนาดใหญ่ไว้ในขณะที่มือขวาถือดาบมือเดียว อัศวินคนนี้วิ่งออกมาด้านหน้าเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกับยกโล่ขึ้นและใช้ทักษะพาลาดิน“อุทิศตนคุ้มกันภัย” โดยตราบใดที่ผู้ใช้ทักษะยังไม่ตายเขาจะได้รับความเสียหายแทนผู้เล่นคนอื่นๆที่อยู่ในปาร์ตี้เดียวกันและอยู่ภายในรัศมี 10 เมตรรอบตัวผู้ใช้
ผู้เล่นคนที่สองซึ่งเป็ผู้หญิงใช่ชุดคลุมยาวสีแดงและหมวกปลายแหลมแบบผู้ใช้เวทมนตร์ชูคทาหัวนกอินทรีในมือขึ้นและร่ายเวท “ความพิโรธของซุส”ซึ่งจัดได้ว่าเป็เวทสายฟ้าขั้นสูง ผู้ร่ายแสยะยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในเวทมนตร์ของตนเอง
สายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งตรงลงมาจากบนท้องฟ้าเหนือตัวดุลลาฮานแต่แล้วดุลลาฮานก็ยกดาบสองมือของมันขึ้นเหนือตัวของมันซึ่งดูดเอาพลังงานสายฟ้าทั้งหมดไว้ ส่งผลให้ดาบเปล่งประกายแสงสีทอง
ระบบแสดงข้อความกับผู้เล่นทุกคนในแอเรียว่า“ดุลลาฮานใช้ทักษะต้านเวทมนตร์ ได้รับพลังโจมตีเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าเพิ่ม”
หลังจากนั้นดุลลาฮานก็ฟาดดาบขนาดใหญ่ของมันใส่นักเวทหญิงที่ไม่สามารถหลบได้ทันตัวเลขดาเมจสีแดงปรากฏขึ้นที่เหนือหัวของอัศวินจากผลของทักษะ “อุทิศตนคุ้มกันภัย”
“อั่ก... ทีเดียวเกือบครึ่งหลอด ฮีลที”
ผู้เล่นคนสุดท้ายของปาร์ตี้นี้ซึ่งเป็อาชีพนักบวชรีบร่ายเวท “คำอวยพรแห่งการรักษา” ซึ่งเป็เวทฟื้นฟูพลังชีวิตทันทีร่างกายของอัศวินมีแสงสีเขียวเปล่งประกายออกมาแต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะได้ทำอะไรต่อ ดุลลาฮานก็ใช้ทักษะ “ดาบผ่าพสุธา”ซึ่งเป็การโจมตีหมู่ ส่งผลให้เป้าหมายที่โดนทักษะนี้ติดสถานะสตัน
แต่ด้วยผลของทักษะ “อุทิศตนคุ้มกันภัย”จึงมีอัศวินเพียงคนเดียวที่ได้รับความเสียหาย และอยู่ในสภาพร่อแร่ปางตายในขณะที่เพื่อนร่วมปาร์ตี้อีกสองคนที่เห็นท่าไม่ดีก็พากันใช้ทักษะรีคอลกลับเมืองในทันที
“ขอโทษทีนะ ถ้านายรอดมาได้จะชดใช้ให้ทีหลัง”
“บุญคุณของนาย เราจะไม่ลืมเลย”
อัศวินผู้นี้กำลังตกที่นั่งลำบากหากเขา้าใช้คำสั่งรีคอลเอง เขาต้องไม่โดนดาเมจเลยจนครบหนึ่งนาทีหรือหาก้าให้ออโต้รีคอลทำงานเขาต้องรับความเสียหายให้ได้อีกหนึ่งครั้งโดยไม่ติดสตันและไม่ตายแต่ตอนนี้เขาเหลือ HP น้อยเกินไป
อัศวินผู้ถูกทอดทิ้งนั่งมองวาระสุดท้ายของตัวเองในขณะที่ดุลลาฮานเงื้อดาบสองมือของมันหมายจะปลิดชีพเขา แต่ทันใดนั้นก็เกิดะเิขึ้นที่ด้านหลังของดุลลาฮานดังสนั่นหวั่นไหวส่งผลให้บอสประจำแอเรียคำรามด้วยความโมโหและกลับหลังหันวิ่งตรงไปหาคนที่ลอบทำร้ายมันทันที
“นึกแล้วเชียว ว่าทักษะต้านเวทมนตร์ของแกน่ะได้ผลเฉพาะเวทมนตร์ที่ร่ายใส่แกเท่านั้น”
อัศวินหนุ่มผู้รอดตายหวุดหวิดรีบลุกขึ้นและวิ่งถอยหลังให้ห่างจากดุลลาฮานพลางหันไปมองคนที่ช่วยชีวิตของเขาไว้ ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มซึ่งสวมผ้าคลุมแห่งความลับเป็ผ้าคลุมสีดำสนิทที่ไม่ได้ให้ค่าพลังใดๆแต่ช่วยป้องกันผู้สวมใส่จากการถูกตรวจสอบทุกรูปแบบได้ในมือซ้ายของชายหนุ่มคนดังกล่าวถือหน้าไม้มือเดียวขนาดเล็กที่ทุกครั้งที่ยิงจะเกิดะเิขึ้นที่ตัวดุลลาฮานเสมอสลับกับการพุ่งตัวหลบการโจมตีสวนกลับของดุลลาฮานอย่างคล่องแคล่วและในจังหวะที่ดุลลาฮานเสียสมดุลจากการโจมตีพลาดเขาก็จะใช้มือขวาของเขาที่มีเรืองแสงสีน้ำเงินต่อยใส่บริเวณแกนกลางลำตัวซึ่งเป็จุดอ่อนของดุลลาฮาน
อัศวินผู้ถูกเพื่อนทิ้งมองภาพดังกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองแม้ว่าดุลลาฮานจะเป็เพียงบอสเลเวล 60แต่ก็จัดได้ว่าเป็บอสที่ยากมากสำหรับผู้เล่นระดับกลางๆและต้องใช้ปาร์ตี้อย่างน้อย 3 คนขึ้นไปจึงจะสามารถเอาชนะได้ขนาดแค่วันนี้เขากับเพื่อนๆ แค่อยากจะมาหยั่งเชิง ก่อนจะชวนคนอื่นๆในกิลมาฆ่าทีหลัง ตัวเขาเองยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ผู้เล่นที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นกำลังต่อสู้กับดุลลาฮานตามลำพังราวกับมันเป็เพียงมอนสเตอร์ธรรมดาๆ เท่านั้น
เื่ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ แม้ว่าดุลลาฮานจะมีการโจมตีที่เชื่องช้าแต่ก็กินวงกว้างและมีดาเมจที่รุนแรงมากขนาดเขาที่เป็ผู้เล่นสายอัศวินซึ่งจัดได้ว่ามีพลังป้องกันสูงมากโดนเข้าไปแค่ครั้งเดียวยังเสีย HP เกือบครึ่งหลอดผู้เล่นสายอื่นย่อมโดนทีเดียวตายอย่างแน่นอนแต่ผู้เล่นลึกลับตรงหน้าเขากลับหลบการโจมตีของดุลลาฮานในจังหวะที่ฉิวเฉียดและโจมตีกลับใส่จุดอ่อนของมันได้ทุกครั้งด้วยหมัดที่ดูเหมือนจะมีผลของเวทมนตร์แฝงอยู่ด้วย
“ระวังนะครับ”
เสียงะโเตือนช่วยให้อัศวินที่ถูกเพื่อนทิ้งยกโล่ขึ้นมาป้องกันทักษะ “ดาบคลื่นทำลาย”ซึ่งเป็การโจมตีที่แม้จะไม่รุนแรงมากแต่ก็กินวงกว้าง และมีดาเมจมากพอที่จะฆ่าเขาได้หากป้องกันด้วยโล่ไม่ทัน
อัศวินผู้รอดตายอีกครั้งกวาดตามองไปรอบๆด้วยความเป็ห่วงผู้เล่นลึกลับ เนื่องจากท่านี้ไม่สามารถหลบได้แต่ดูเหมือนว่าผู้เล่นคนดังกล่าวจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยและยังคงยิงสลับต่อยดุลลาฮานอย่างดุเดือดต่อไป โดยเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นระบบก็ประกาศว่าบอสดุลลาฮานเสียชีวิตลงแล้ว ตัวอัศวินเองก็โชคดีได้ผ่านภารกิจที่รับมาไปด้วยแต่ยังไม่ทันทีเขาจะมีโอกาสได้กล่าวขอบคุณผู้เล่นลึกลับคนดังกล่าวก็เก็บของจากศพของดุลลาฮานและรีคอลกลับเมืองไปอย่างรวดเร็ว
“ฮู้วววว ตื่นเต้นเป็บ้าไอ้ท่าดาบคลื่นทำลายนี่ นึกว่าจะะโหลบได้ซะอีก ดีนะมีภาพลวงตาของโลกิช่วยไว้ไม่งั้นซวยแน่” ปอริ่งบ่นกับตัวเองระหว่างที่ดื่มน้ำจากกระติกสนาม
“ไอ้เ้านี่ ถึงจะมีระยะหวังผลสั้นกว่าเกาทัณฑ์แห่งมนตราแต่น้ำหนักเบาถือได้ด้วยมือเดียว คล่องตัวกว่าเยอะเลย”ปอริ่งพูดขณะตรวจสอบสถานะของ “บูลส์อาย” ซึ่งเป็หน้าไม้มือเดียวอันใหม่ของเขา
บูลส์อาย ประเภท: อาวุธมือเดียวน้ำหนัก: 1 กก. ้าค่า Dex: 300
รายละเอียด:
หน้าไม้มือเดียวน้ำหนักเบาที่มีด้ามจับขนาดเล็กพร้อมไกปืนสามารถบรรจุลูกศรได้ครั้งละ 5 ดอก เมื่อยิงหมด ผู้เล่นจะต้องใช้คำสั่ง “รีโหลด”เพื่อเติมลูกศร โดยความเร็วในการเติมจะขึ้นอยู่กับค่า Dexลูกศรที่ยิงออกไปมีระยะหวังผลอยู่ที่ 30 เมตร หากยิงโดนจุดอ่อนของมอนสเตอร์การโจมตีครั้งนั้นจะติดคริติคอล (ได้รับความเสียหาย x2) แน่นอนพลังโจมตีจะขึ้นอยู่กับลูกศรที่ใช้
“ไหนดูซิว่าดุลลาฮานให้อะไรมาบ้าง”ปอริ่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างภาคภูมิใจ หลายชั่วโมงที่ผ่านมาเขายอมเสียเวลาไปกับการฝึกความคล่องแคล่วของตัวเองโดยการหลบการโจมตีของพวกออร์คซึ่งไม่ได้ให้ค่า Exp มากมายนักและไอเท็มที่ดร็อปก็ไม่ได้น่าสนใจ แต่ด้วยระบบการเพิ่มค่าพลังของ Don’t Die ทำให้ปอริ่งสามารถ “ปั๊มสแตท”ด้วยวิธีการแบบนี้ได้
ในขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่สนใจเพียงเลเวลและการเพิ่มพลังโจมตีและพลังชีวิตเพราะการใส่อุปกรณ์ดีๆ จะช่วยให้มีพลังป้องกันสูงพอจนไม่จำเป็ต้องหลบแต่ปอริ่งกลับมองว่าระบบของเกมนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นต้องเลือกสายหรืออาชีพดังนั้น เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการมีค่าพลังทุกอย่างสูงให้หมด พูดง่ายๆ คือโลภมากนั่นเอง
“ดาบั์แห่งดุลลาฮาน” เป็อาวุธยอดนิยมที่ราคาแพงหลักหมื่นเครดิตเพราะดาบสองมือนั้นใช้เป็ได้ทั้งอาวุธและโล่ในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยจึงนิยมใช้อาวุธชนิดนี้แม้กระทั่ง Hellno ที่เป็ผู้เล่นอันดับต้นๆ ของเซิร์ฟเวอร์ก็ใช้ดาบสองมือเป็อาวุธประจำตัวเช่นกัน
นอกจากนั้นก็เป็ไอเท็มทั่วๆ ไปที่ไม่มีอะไรน่าสนใจแต่ปอริ่งกลับสะดุดตาเนื่องจากเขาพบไอเท็มที่เป็รูปทรงกระดาษเก่าๆมีข้อความเขียนไว้
สารจากแมมม่อน ประเภท: ภารกิจ น้ำหนัก: 0
รายละเอียด:
ข้อความที่แมมม่อนส่งถึงลูกสมุนปีศาจทุกตัว ใจความว่า
“เหรียญของข้าถูกมนุษย์ผู้แสนโลภขโมยไป มันผู้นั้นต้องคำสาปของข้าแล้วและจักต้องตายอย่างแน่นอน ข้า้าเหรียญของข้าคืน ปีศาจตนใดทำได้สำเร็จข้าจะตบรางวัลอย่างงามให้”
ในที่สุดปอริ่งก็พบเบาะแสเกี่ยวกับภารกิจของเขาแต่นี่ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องบุกไปหาแมมม่อนเหรอเนี่ย แมมม่อนเป็บอสเลเวล 250ที่อยู่ในดันเจี้ยนขุมนรก ผู้เล่นไก่กาอย่างเขาไม่ทางบุกไปได้ง่ายๆ แน่ๆอย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสภาพนี้
ชื่อ: Poring
เพศ: ชาย
เผ่า: มนุษย์
สถานะ: ต้องคำสาปแห่งความโลภของแมมม่อน
ความหิว: ปกติ
ความกระหาย: สดชื่น
Level: 45
Exp: 6150/58000
HP: 1/1
อัตราฟื้นฟู HP ต่อนาที: 0
SP: 2192/4470
อัตราฟื้นฟู SP ต่อนาที: 8 (8+0)
STR: 199 (199+0)
AGI: 212 (212+0)
VIT: 101 (101+0)
INT: 510 (510+0)
DEX: 444 (444+0)
อุปกรณ์ที่สวมใส่:
มือซ้าย: บูลส์อาย+ลูกศรผลึกเวทมนตร์
ลำตัว: เกราะอ่อนัเขียว
มือ: ถุงมือหนังหมาป่าเงิน
รองเท้า: รองเท้าหนังหมาป่าเงิน
สะพายหลัง: เป้สนามลายพราง
ผ้าคลุม: ผ้าคลุมแห่งความลับ
พลังโจมตีมือซ้าย: 250 (0+250)
พลังโจมตีมือขวา: 199 (199+0)
พลังป้องกัน: 422 (101+321)
ทักษะที่ใช้ได้: เชี่ยวชาญกระบองระดับ1 เชี่ยวชาญเกาทัณฑ์ระดับ 29
เชี่ยวชาญหมัดระดับ 14
เวทมนตร์ที่ใช้ได้: มือไฟ / ะเิปลายศร / โล่พลังงาน /ภาพลวงตาของโลกิ /
ศระเิรุ่นพัฒนา / มือน้ำแข็ง
คู่หู: ไม่มี
ศระเิรุ่นพัฒนาเป็เวทมนตร์ใหม่ที่ปอริ่งคิดค้นขึ้นเพื่อใช้กับบูลส์อายซึ่งสามารถบรรจุลูกศรผลึกเวทมนตร์ได้ โดยปอริ่งสามารถร่าย “ศระเิรุ่นพัฒนา” ใส่ไว้ในลูกศรผลึกเวทมนตร์โดยใช้เงื่อนไข“ทำงานเมื่อััถูกวัตถุ” แทนการหน่วงเวลาแบบ “ะเิปลายศร”ซึ่งทำให้ปอริ่งต้องร่ายแล้วยิงในทันทีดังนั้นปอริ่งจึงสามารถโจมตีมอนสเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้นตามจำนวนลูกศรผลึกเวทมนตร์ที่เขาเตรียมไว้แต่ข้อเสียคือลูกศรผลึกเวทมนตร์นั้นเป็แบบใช้ได้ครั้งเดียวจึงไม่เหมาะที่จะเอามาใช้ยิงเก็บเลเวล (คนอย่างปอริ่ง ยอมตายไม่ยอมขาดทุน)
ส่วนมือน้ำแข็งก็เป็เวทมนตร์ลักษณะเดียวกับมือไฟแต่เปลี่ยนเป็ธาตุน้ำแทนและเนื่องจากปอริ่งมีเลเวลสูงขึ้น มือน้ำแข็งจึงมีเอฟเฟกต์ทำให้เป้าหมายติดสถานะ“เชื่องช้า” แถมมาด้วย
ทั้งหมดนี้บวกกับการดูคลิปการต่อสู้กับดุลลาฮานล่วงหน้าเพื่อจำท่าโจมตีทั้งหมด ส่งผลให้ปอริ่งสามารถโค่นบอสเลเวล 60ตัวนี้ได้ด้วยตัวเองั้แ่ครั้งแรกที่สู้การเตรียมพร้อมที่ดีย่อมให้ผลตอบแทนที่ดีเป็ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเล่นเกมผู้มากประสบการณ์อย่างปอริ่ง
“หมดโควตาซะแล้ววันนี้...พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะ”ปอริ่งยิ้มอย่างเพลิดเพลินใจขณะไปที่โรงแรมเพื่อล็อกเอาท์ออกจากเกมทั้งตัวและหัวใจของเขาในตอนนี้ โดน Don’t Die ขโมยไปเรียบร้อยแล้ว