นับว่าตระกูลเย่ลงทุนลงแรงให้กับเย่หลางลงไปไม่น้อย แต่กระนั้นพวกเขาก็คิดว่ามันคุ้มค่า
ผู้เต่าตระกูลเย่แสดงความเคารพต่อป้ายิญญา "ขอพระเ้าอวยพร ิญญาบรรพชนทั้งหลายของตระกูลเย่โปรดเฝ้ามองผู้ที่ถูกเลือกคนนี้ นับจากนี้เป็ต้นไป ครอบครัวตระกูลเย่ของพวกเราจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา"
ทุกคนในตระกูลเย่ต่างก็แสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งออกมา
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็หันหน้าไปหาหลานชาย "เย่หลาง นี่เป็การปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกของเ้า กับคนอย่างเย่ฉวนแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องปราณี."
เมื่อได้ยินดังนี้ เหล่าผู้าุโที่อยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย "เย่ฉวนผู้นี้ หากปล่อยไว้ก็รังแต่จะเป็อุปสรรคของพวกเราเสียเปล่า ๆ ไม่สู้เ้าชิงฆ่ามันทิ้งเสียั้แ่วันนี้เลยเป็ไร"
เย่หลางระบายยิ้มอ่อน "แน่นอน ข้าทำแน่!"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่พยักหน้า "ข้าได้ยินมาว่ามีคนจากเมืองหยานและเมืองหลัวกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ ข้าเดาว่าเ้าพวกนั้นจะต้องเป็คนที่กองกำลังของแต่ละเมืองส่งมาให้จับตาดูการประลองของเ้าในวันนี้แน่ ดังนั้นเมื่อเ้าเอาชนะเย่ฉวนและฆ่ามันได้แล้ว เกรงว่าคงไม่พ้นตระกูลอื่น ๆจะต้องเข้าหาเพราะ้าจะผูกมิตรกับเราเพื่อยกระดับตัวเองแน่นอน เมื่อนั้นเ้าจะได้รับความสนใจมากมายจากคนชั้นสูง หรือแม้กระทั่งสถานศึกษาฉางมู่ก็ตาม!"
เย่หลางพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า "ข้าเข้าใจแล้ว"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่เดินไปที่ด้านหน้าเย่หลางและตบไหล่หลานชายเบา ๆ "ผู้ถูกเลือกจะมีความทรงจำในชาติก่อนหลงเหลืออยู่ แต่ไม่ว่าเ้าจะเคยเป็ใครมาก่อน ตอนนี้เ้าก็มีความสัมพันธ์ทางสายเืกับตระกูลเย่แล้ว เ้าไม่ได้รังเกียจใช่ไหม?"
เย่หลางยิ้มก่อนจะกล่าวว่า "เืเนื้อและจิติญญาของข้าล้วนเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลเย่แน่นอน" อย่างไรก็ดี เขายิ้มอย่างประชดประชันที่มุมปาก หากเ้าคนอย่างเย่ฉวนเปรียบได้กับก้อนหินให้เขาเหยียบย่ำแล้ว นับประสาอะไรกับตระกูลเย่ที่ไม่ต่างจากสะพานให้เขาข้ามฝั่งจากนั้นแล้วก็จบกัน!
ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยิ้มกว้างเต็มใบหน้า "นั่นก็ดีแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!"
ในไม่ช้า ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็เดินนำบรรดาผู้าุโคนอื่น ๆ พร้อมกันกับเย่หลางมาที่เวทีประลองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่ข้างนอกจวน
ผู้คนต่างตื่นเต้นทันทีที่ได้เห็นเย่หลาง
"เขามาแล้ว!"
"อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาได้ ไม่มีผู้ใดในเมืองชิงเคยพบเห็นมาก่อน"
เย่หลางมองไปยังฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง เขามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก "ในอดีตนั้นข้าเองก็เป็คนหนึ่งที่เคยนั่งด้านล่างและได้แต่มองดูผู้คนบนเวทีประลองกัน แต่มาในชาตินี้พระเ้ามีเมตตาต่อข้านัก จึงให้ข้าดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกได้"
"ในชาตินี้ ข้าถูกกำหนดมาให้เป็หนึ่งในผู้มีพร์อันน่าทึ่งในโลกแห่งนี้!"
"ข้าจะเป็หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของตำนานในโลกใบนี้!"
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มบนหน้าของเย่หลางก็ค่อย ๆ กว้างขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มองไปทางจวนตระกูลเย่ "เย่ฉวน จงออกมาเตรียมตัวตายซะ!"
เสียงคำรามของเย่หลางเหมือนฟ้าร้องที่ดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น
"เย่ฉวน!"
ณ เวทีลานประลอง สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่จวนตระกูลเย่
"เย่ฉวนอยู่ไหน?"
แต่เย่ฉวนก็ไม่ได้ออกมาจากประตูตามเสียงเรียกร้อง
"เขากลัวหรือเปล่า?"
"ไม่มีทาง เย่ฉวนคนนี้เคยถูกเรียกว่าคนเหี้ยมตระกูลเย่ เขาคงไม่ใช่คนประเภทที่จะกลัวความตายหรอกน่ะ"
"คนเหี้ยมตระกูลเย่งั้นหรือ? นี่เ้าไม่เห็นหรือไรว่าคู่ต่อสู้คนปัจจุบันของเขาเป็ใคร? เย่หลางน่ะเป็ถึงผู้ถูกเลือกที่ดึงดูดนิมิตแห่ง์และโลกมาเชียวนะ"
"เงียบแล้วก็รอดูไปเถอน่ะ ยังไงเสียตระกูลเย่ก็ต้องมีคำอธิบายให้เราแน่!"
ห่างออกไปไม่ไกล บนเวทีลานประลองผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ได้ทอดสายตาไปยังจวน คิ้วพลันขมวดยับย่น
"เ้านั่นมัวทำบ้าอะไรอยู่? ไปดูซิ"
เมื่อได้ยินคำสั่งเย่คูจึงพยักหน้ารับและหมุนตัวจากไป
ข้างในจวนตระกูลเย่
ภายในห้อง เย่ฉวนถือชามสมุนไพรจากนั้นก็เริ่มป้อนยาให้กับเย่หลิงทีละคำ
เขาออกมาั้แ่สองชั่วโมงก่อนหน้านั้นแล้ว
"พี่ชาย วันนี้คือวันนัดท้าประลองตัดสินเป็ตายของท่านกับเย่หลางนะ" เย่หลิงพูดเสียงเบา
เย่ฉวนยิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า "เ้าไม่ต้องเป็กังวล! มาดื่มยานี่มา อ้าปาก ใช่แล้ว อย่างนั้นแหละ..."
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเย่ฉวนก็ลุกขึ้นยืน "ข้าต้องไปแล้ว"
เย่หลิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
เย่ฉวนโน้มตัวลงไปจุมพิตบนหน้าผากของเย่หลิงอย่างแ่เบา จากนั้นจึงหมุนตัวและเดินจากมา ทันทีที่เย่ฉวนไปถึงหน้าประตู เสียงของเย่หลิงก็ดังขึ้นไล่หลัง "พี่ชาย ท่านจะกลับมาใช่หรือไม่?"
เย่ฉวนพยักหน้าอย่างหนักแน่น "แน่นอน"
หลังจากนั้นเขาก็ผลักประตูและเดินออกไป
บนเตียงนั้น เย่หลิงค่อย ๆ หลับตาลง มือขวาของนางเอื้อมไปใต้ผ้าปูที่นอนซึ่งมีมีดซ่อนอยู่ นานมาแล้ว นางเคยคิดอยากจะตายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็ภาระให้กับเย่ฉวน อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าพี่ชาย นางก็จะไม่รู้สึกอยากตายอีกต่อไป
ความตายนั้นนางไม่กลัว นางหวั่นแต่เพียงว่าถ้าหากนางตายแล้ว เย่ฉวนจะต้องอยู่ตัวคนเดียว
เย่หลิงหยิบมีดออกมาและกำมันแน่น
ถ้าหากเย่ฉวนต้องตายในวันนี้ นางก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
ชั่วชีวิตนี้ นางมีแต่พี่ชาย เพราะงั้นต่อให้เป็ความตายก็ไม่อาจพรากนางกับพี่ให้แยกจากกันได้ นางยินดีที่จะตายตามพี่ชายไปด้วยกัน!