ทริสตันสาวเท้าไปตามระเบียงหินอ่อนของ วิทยาลัยรอยัลซันสโตน ด้วยท่าทีเยือกเย็น ทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สงบนั้น หัวใจกลับเต็นรัวด้วยความระแวดระวังในทุกย่างก้าว ทุกครั้งที่เดินสวนกับผู้คน ความโล่งใจและความหวาดระแวงมักจะถาโถมเข้ามาสลับกันไปมา แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในหมากเกมนี้... ว่าท่ามกลางสายตานับร้อยในยามกลางวันเช่นนี้ ต่อให้เป็ศัตรูที่เหี้ยมโหดเพียงใด ก็คงไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือให้เป็จุดสังเกต
แม้ส่วนลึกจะเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ทว่าใบหน้าของเขายังคงรักษาความสงบและหยิ่งผยองตามแบบลูกชายของาาผู้ครองแคว้นคนหนึ่ง
ห้องพักของทริสตันตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวิทยาลัย ซึ่งถูกจัดสรรไว้สำหรับนักศึกษาปีสุดท้าย ทว่าจุดหมายที่เขากำลังมุ่งหน้าไปในตอนนี้คือปีกตะวันออกอันเป็เขตที่พักของเหล่านักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งและสอง ตลอดเส้นทางที่ก้าวผ่าน สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมายังเขาล้วนเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและระอาต่อชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ที่เขาเคยสร้างไว้ในอดีต
เมื่อเดินถึงปีกตะวันออก ทริสตันก็มุ่งหน้าไปยังห้องเป้าหมายทันที เบื้องหน้าห้องนั้นมีทหารยามในชุดเกราะหนักของตระกูลวินด์สเกลยืนประจำการอยู่อย่างน่าเกรงขาม ทันทีที่เห็นทริสตันเยื้องกรายเข้ามา ทหารผู้นั้นพลันปรับสีหน้าเคร่งเครียด
ชายคนนั้นโค้งตัวทำความเคารพ พูดด้วยเสียงเข้ม “ท่านทริสตัน ไม่ทราบว่ามาที่นี่ด้วยธุระอะไรครับ”
ทริสตันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจพลางชี้หน้าตอบกลับไปเสียงดัง “บัดซบ! ฉันเป็พี่ชาย เดินมาที่นี่ก็ต้องมาเยี่ยมน้องสาวสุดที่รักของฉันสิวะ! หรือแกจะให้ฉันเดินผ่านหน้าห้องน้องตัวเองไปเฉย ๆ โดยไม่แวะทักทายเลยหรือไงกันละ!”
ทหารยามที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธขึ้ง ใบหน้าของเขาฉายแววไม่ยอมความ ทว่าในขณะที่เขากำลังอ้าปากจะโต้ตอบกลับไป ประตูห้องเื้ัก็พลันเปิดออกเสียก่อน
เื้ับานประตูที่เปิดออก ปรากฏร่างของหญิงสาวเ้าของเรือนผมยาวสีแดงเพลิง ใบหน้าของเธองดงามทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันเฉียบคม รูปร่างสูงโปร่งดูแข็งแกร่งและสมส่วนอย่างนักรบ เธอคือ กิเซลล์ ซันสกาย อัศวินคู่ใจของน้องสาวเขานั่นเอง นอกจากจะเป็สตรีที่มีนิสัยรักความยุติธรรมอย่างแรงกล้าแล้ว ฝีมือการต่อสู้ของเธอยังล้ำเลิศจนยากจะหาใครเปรียบ
“ท่านหญิงฟิโอร่าให้ดิฉันมาเชิญท่านเข้าไปด้านในค่ะ ท่านทริสตัน” อัศวินสาวกล่าวด้วยสุ้มเสียงเรียบนิ่ง นางโค้งกายลงพอเป็พิธีพลางผายมือเชื้อเชิญไปทางประตูห้องที่เปิดออกอย่างพอดิบพอดี
ทริสตันระบายยิ้มพลางพยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราโอ่อ่า เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวเ้าของเรือนผมสีทองอร่ามผู้มีใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตาแกะสลัก โดยเฉพาะั์ตากลมโตสีม่วงคู่นั้นที่ทอประกายลึกลับชวนหลงใหล นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกบานใหญ่ท่ามกลางสาวใช้สองคนที่คอยปรนนิบัติจัดแต่งทรงผมให้ ทันทีที่เห็นพี่ชายก้าวเข้ามา ฟิโอร่าก็โบกมือเป็สัญญาณให้สาวใช้ทั้งสองถอยออกไปก่อน
หญิงสาวผู้เลอโฉมเบื้องหน้าคือ ฟิโอร่า วินด์สเกล น้องสาวคนเล็กที่อายุน้อยกว่าเขาเพียงสองปี แม้ทริสตันจะมีความสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับบิดาและพี่ชายทั้งสาม ทว่ากับน้องสาวคนนี้ ทั้งคู่กลับมีความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งนัก ต่อให้ที่ผ่านมาทริสตันจะขยันก่อเื่ราวฉาวโฉ่เพียงใด ฟิโอร่าก็ไม่เคยนึกรังเกียจหรือรำคาญใจในพฤติกรรมเ่าั้ของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย
ฟิโอร่าสังเกตเห็นสีหน้าของพี่ชายที่ดูซูบซีดผิดปกติ ราวกับเขาเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวมาอย่างหนัก แววตาของนางพลันสั่นไหวด้วยความกังวล ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน “ท่านพี่ทริสตัน... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? สีหน้าของท่านดูย่ำแย่เหลือเกิน”
สีหน้าอันซูบซีดของทริสตันในยามนี้ คือผลลัพธ์จากการขุดเอาทักษะนักการเมืองจากโลกเก่ามาใช้อย่างแเี เพราะสำหรับเขาแล้ว การควบคุมอารมณ์และสีหน้าต่อหน้าผู้คนคืออาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้ ทริสตันค่อย ๆ หลับตาลงพลางส่งเสียงสั่นเครือแ่เบาที่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่น... ราวกับเพิ่งเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่อาจลืมเลือน
"ฟิโอร่า... น้องรักของพี่ เกรงว่าเ้าเกือบจะไม่ได้เห็นหน้าพี่ชายคนนี้อีกแล้ว" ทันทีที่สิ้นคำพูด ทริสตันก็ก้มหน้าลงพลางใช้ฝ่ามือทั้งสองปิดบังใบหน้าที่ดูขวัญเสีย เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามข่มกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะปล่อยให้ร่างกายอันอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นห้องอย่างหมดอาลัย
“ท่านพี่ทริสตัน! เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?” ฟิโอร่าไม่สนท่วงท่าหรือกิริยาใด ๆ อีกต่อไป นางรีบทรุดตัวลงคุกเข่าเคียงข้างพี่ชายทันควัน สองมือน้อย ๆ ยื่นออกไปประคองร่างของเขาไว้ด้วยความลนลาน
“ฟิโอร่า... น้องพี่..." ทริสตันรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่โอบกอดน้องสาวไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะเลือนหายไป “พี่... พี่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วฟิโอร่า... พวกมัน... พวกมันจงใจจะฆ่าพี่ชายของเ้าให้ตาย!”
“ท่านทริสตัน ได้โปรด... เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้พวกเราฟังด้วยค่ะ” กิเซลล์เอ่ยขัดขึ้นด้วยสุ้มเสียงเฉียบขาดและกดดัน แววตาของนางวาวโรจน์ราวกับพร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนในตระกูลวินด์สเกล
ฟิโอร่าเริ่มได้สติ นางรีบเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางกระชับอ้อมกอดพี่ชายให้แน่นขึ้น “ใช่แล้วค่ะท่านพี่... ได้โปรดบอกรายละเอียดทั้งหมดกับน้องเถิด น้องสาวคนนี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องท่านพี่เอง!”
ทริสตันลูบแผ่นหลังน้องสาวเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เมื่อคืนนี้... หลังจากพี่กลับมาจากจุดชงกาแฟของวิทยาลัย พี่นั่งดื่มกาแฟในห้องได้เพียงครู่เดียวก็เริ่มรู้สึกชาที่ปลายลิ้นอย่างรุนแรงตามด้วยอาการคลื่นไส้จนต้องอาเจียนทุกอย่างออกมา พี่รู้สึกชาไปทั้งร่าง... ที่ยังรอดชีวิตมานั่งกอดน้องได้ในตอนนี้ คงเป็เพราะพี่โชคดีที่สำลักเอาพิษส่วนใหญ่ออกมาได้ทันเวลา”
“ท่านทริสตัน แล้วถ้วยกาแฟกับกากกาแฟเ้าปัญหานั่นยังอยู่ในห้องไหมคะ?” กิเซลล์ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิมพลางขบคิดอย่างหนัก... นี่ไม่ใช่เื่เล่น ๆ แล้ว แต่มันคือการลอบสังหารลูกชายาาผู้ครองแคว้น ใครกันที่บังอาจและกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้!
ทริสตันส่ายหน้าช้า ๆ พลางลอบถอนหายใจยาว “เกรงว่าตอนนี้คงไม่หลงเหลือหลักฐานใด ๆ ให้ตรวจสอบแล้วละกิเซลล์ เมื่อเช้ามีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดในห้อง มีโอกาสสูงมากที่ยาพิษจะไม่หลงเหลือให้ตรวจสอบแล้ว”
กิเซลล์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนแน่น นางจ้องมองชายหนุ่มที่ดูราวกับคนสิ้นเนื้อประดาตัวพลางขบคิด “อย่างไรเสีย... ก็น่าจะลองนำถ้วยกาแฟใบนั้นมาตรวจสอบดูอีกครั้งนะคะ บางทีอาจมีเศษซากของยาพิษหลงเหลืออยู่บ้าง” อัศวินสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อด้วยแววตาคาดคั้น “แล้วท่านทริสตันพอจะสงสัยใครเป็พิเศษหรือไม่คะ?”
ทริสตันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายพยายามทบทวนความทรงจำ ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ ด้วยแววตาเศร้าสร้อย “ไม่มีเลย... ที่ผ่านมาฉันไม่เคยขัดแย้งรุนแรงกับใคร ถึงขั้นที่อีกฝ่ายต้องโกรธแค้นจนถึงขนาดลงมือวางยาพิษหมายเอาชีวิตกันเช่นนี้”
ฟิโอร่ามองสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของพี่ชายแล้วใจเสีย นางรีบหันไปหาอัศวินคนสนิทด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง “กิเซลล์... เ้าพอจะมีวิธีลากตัวคนร้ายออกมา และหาทางคุ้มครองความปลอดภัยให้ท่านพี่ทริสตันได้หรือไม่”
“ท่านหญิงฟิโอร่าคะ ลำดับแรกดิฉันจะรีบส่งคนไปเก็บแก้วกาแฟจากห้องของท่านทริสตันมาตรวจสอบโดยละเอียด เผื่อว่าจะมีร่องรอยของพิษหลงเหลืออยู่บ้าง ส่วนเื่ความปลอดภัย... ดิฉันเห็นควรว่าเราควรแบ่งกองกำลังส่วนตัวของท่านหญิงไปคอยอารักขาท่านทริสตันอย่างใกล้ชิดค่ะ”
ฟิโอร่านิ่งคิดตามคำเสนอของกิเซลล์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาพี่ชายแล้วเอ่ยถามด้วยความใส่ใจ “ท่านพี่ทริสตันเห็นด้วยกับวิธีของกิเซลล์ไหมคะ? หรือท่านพี่มีความประสงค์อื่นใดที่อยากให้น้องจัดการหรือไม่”
ทริสตันสบตาน้องสาวด้วยแววตาเป็ประกายแฝงความจริงจัง “พี่ก็เห็นด้วย... แม้ความหวังที่จะพบร่องรอยยาพิษจะริบหรี่ แต่การตรวจสอบไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ส่วนเื่ความปลอดภัยนั้น... พี่จำได้ว่าน้องมีโควต้าห้องรับรองเล็กๆ สำหรับเก็บของอยู่ห้องหนึ่ง อยู่ใกล้ห้องของน้อง พี่ขอไปอาศัยอยู่ที่นั่นชั่วคราวจะดีกว่า อย่างไรเสียก็เหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบกว่าวันพี่ก็จะเรียนจบแล้ว การสอบครั้งสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปแล้วด้วย ตอนนี้เหลือเพียงรอประกาศผลและรับใบประกาศนียบัตรเท่านั้นเอง”
กิเซลล์เบิกตาโตด้วยความใและกำลังจะอ้าปากคัดค้าน ทว่าเสียงของฟิโอร่ากลับโพล่งขึ้นมาเสียก่อน “ท่านพี่ทริสตันจะย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ หรือคะ!” น้ำเสียงของนางปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด พลางนึกในใจอย่างลิงโลดว่าห้องเก็บของห้องนั้นอยู่ห่างจากห้องนอนของนางเพียงไม่กี่ก้าว หากเป็เช่นนี้ นางก็จะมีโอกาสได้พบหน้าและพูดคุยกับพี่ชายได้บ่อยขึ้นน่ะสิ!
ทริสตันคลี่ยิ้มกว้างพลางยื่นมือไปลูบศีรษะน้องสาวอย่างทะนุถนอม “ใช่แล้วละ... ั้แ่วันนี้จนถึงวันจบการศึกษา พี่จะมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องแห่งนี้ และคงต้องรบกวนน้อง... ช่วยส่งคนมาคอยดูแลปกป้องพี่ชายคนนี้ด้วยนะฟิโอร่า”
ฟิโอร่าพยักหน้าหงึกหงักพลางส่งเสียงรับคำในลำคออย่างกระตือรือร้น ใบหน้านวลขึ้นสีระเรื่อและระบายยิ้มกว้างด้วยความยินดีอย่างที่สุด ตัดกับภาพของกิเซลล์ที่ยืนเบิกตาค้างอ้าปากหวอ นางจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนพ่นคำพูดใด ๆ ไม่ออกอยู่นานครู่ใหญ่