หยวนฟู่กุ้ยขอดูตั๋วเงินทั้งหมดจากหยวนเหล่าซื่อก่อนจะชี้ไปที่ตัวอักษรจีนซึ่งอยู่บนนั้น “เจ้าดูนี่และจำเอาไว้ให้ดี ตัวอักษรบนนี้เขียนไว้ว่าหนึ่งร้อยตำลึงดังนั้นตั๋วเงินเหล่านี้มีค่าใบละหนึ่งร้อยตำลึง เจ้าสี่เจ้าไปเอาเงินมากมายพวกนี้มาจากที่ใด เมื่อเจ้ามีเงินแล้วเหตุใดถึงไม่เอาไปรักษาขาให้หายดีนั่นถึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด!”
แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนี้ แต่ในใจก็พอจะเดาออกว่าต้องเป็นเพราะที่เขาพูดจายุยงก่อนหน้านี้เป็นแน่หยวนเหล่าซื่อถึงได้ไปค้นห้องของเจ้าใหญ่ แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือเหตุใดเจ้าใหญ่ถึงมีเงินมากมายขนาดนี้นางไปเอาเงินมาจากที่ใด ไม่น่าใช่เงินที่หลิ่วเหวินไฉให้มา
ขณะที่หยวนฟู่กุ้ยยังตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้ หยวนเหล่าซื่อกลับโมโหคนบ้านใหญ่สกุลหยวนเป็นอย่างมากเขารู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เขาเชื่อฟังบิดารักและเอ็นดูเจ้าใหญ่มากเท่าใด ยามนี้ก็ยิ่งรู้สึกแค้นบิดาและเจ้าใหญ่มากเท่านั้นความรู้สึกรักและเอ็นดูแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นในชั่วพริบตา ซึ่งความโกรธแค้นนี้ก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าสี่เจ้าเป็นอะไรไป อย่าทำให้ข้าตกใจสิ” ครั้นเห็นน้องชายตัวสั่นไปทั้งตัว หยวนฟู่กุ้ยยื่นมือไปเขย่าตัวด้วยสีหน้าตระหนก
ทันใดนั้นดวงตาหยวนเหล่าซื่อก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดหยวนฟู่กุ้ย “พี่รอง พวกเขาไม่ใช่คน! ข้าค้นเจอเงินพวกนี้ในห้องของเจ้าใหญ่!”
“เป็นไปไม่ได้!”แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่าในใจหยวนฟู่กุ้ยลับคิดว่า เจ้าใหญ่ช่างมีความสามารถเงินเหล่านี้เป็นเงินของนางจริงๆ ด้วย
“เมื่อครู่ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้เจ้าใหญ่ยังพูดต่อหน้าทุกคนอยู่เลยว่านางไม่มีเงิน ถ้าเงินเหล่านี้เป็นของนางมีหรือจะไม่เอาเงินออกมารักษาขาให้เจ้า”
หยวนเหล่าซื่อพูดด้วยใบหน้าชิงชัง “พี่รอง ข้าพูดเรื่องจริงเงินพวกนี้ข้าหาเจอจากใต้หมอนของเจ้าใหญ่!”
หยวนฟู่กุ้ยดึงตัวน้องชายออก “ข้าเชื่อเจ้า แต่ต้องจำเอาไว้ว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับผู้อื่นเป็นอันขาดข้ารู้สึกว่าเจ้าใหญ่คือตัวโชคร้าย เจ้าลองคิดดู หลายเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเพราะนางทั้งสิ้นใช่ แล้วเจ้าสามเล่า”
“ได้ยินว่าออกไปทำงานข้างนอกแต่นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วข้ายังไม่เห็นพี่สามกลับมาเสียที แล้วก็ไม่เคยเห็นเขาในหมู่บ้านด้วย”
“เจ้าว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าสามรู้ความลับของเจ้าใหญ่ เช่นว่ารู้ว่าเจ้าใหญ่มีเงินเก็บมากมายนางก็เลยหลอกเอาเจ้าสามไปขาย…”
หยวนเหล่าซื่อ “…”
ฟังประโยคคาดเดาของพี่รองแล้ว หยวนเหล่าซื่อก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
“เจ้าสี่ เรื่องนี้เจ้าฟังเอาไว้ก็พอ อย่าได้พูดกับผู้อื่นเป็นอันขาด เรารู้กันแค่นี้เรื่องเงินก็เช่นกัน ถึงเจ้าจะมีเงินก็ห้ามแสดงให้ผู้อื่นรู้เด็ดขาดว่ามีถึงรวยก็ต้องแกล้งทำเป็นจน เรื่องที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือรักษาขาให้หายเจ้าเห็นกู้อวี้หรือไม่ ตอนนี้ขาเขาหายดีแล้ว ดังนั้นขาของเจ้าก็ต้องหายดีเช่นกันข้าจะให้น้องภรรยาขับรถเทียมล่อพาเจ้าเข้าไปในอำเภอ ไม่เอาดีกว่าเข้าไปในเมืองดีกว่า ยิ่งอยู่ไกลจากบ้านใหญ่เท่าไรยิ่งดีหาไม่แล้วเกิดเจ้าใหญ่สงสัยเจ้าขึ้นมาแล้วจะแย่เอา”
“ข้าไม่กลัวนางหรอก!”ดวงตาของหยวนเหล่าซื่อวาววับด้วยความแค้นเมื่อเอ่ยถึงหลานสาวผู้นี้“ข้าอยากจะฆ่านางให้ตายนัก!”
“เจ้าพูดอะไรของเจ้าฆ่าคนต้องชดใช้ ยามนี้เมื่อมีเงินแล้วก็ไปรักษาขาให้หายดี แล้วหาภรรยาสักคนใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสงบสุขอย่าทำอะไรให้ตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในคุกเลย”
“พี่รองข้านึกไม่ถึงว่าจะมีแต่ท่านที่หวังดีต่อข้า ข้าจะเชื่อฟังท่าน!”หยวนเหล่าซื่อร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง
“ในเมื่อเจ้าเชื่อฟังข้าเช่นนั้นก็เข้าไปในเมือง เมื่อไปถึงที่นั่นก็หาเช่าบ้านสักหลังแล้วหาหมอรักษาขาเสียแต่สภาพของเจ้าตอนนี้ใช้ไม่ได้ หากเจ้าสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ เช่นนี้ไปคนเขาจะต้องคิดว่าเจ้าขโมยเงินมารักษาขาเป็นแน่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะแบ่งเสื้อผ้าให้เจ้า”หยวนฟู่กุ้ยพูดจบก็บอกให้หยวนเหล่าซื่อนอนพักผ่อน
หยวนเหล่าซื่อดึงดันจะให้พี่ชายรับเงินหนึ่งร้อยตำลึงไป หยวนฟู่กุ้ยเอ่ยปฏิเสธออกไปทว่าหลังจากปฏิเสธพอเป็นพิธีก็ทำหน้าจนใจก่อนจะรับเงินมาผิดกับในใจที่รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง จู่ๆก็มีเงินหนึ่งร้อยตำลึงเข้ากระเป๋าจะไม่ดีใจได้อย่างไร
ที่บ้านใหญ่สกุลหยวนในเวลาเดียวกัน หลังจากไฟมอดดับลงเจ้าใหญ่รีบวิ่งเข้าไปในห้องของตนเอง เตียงของนางยามนี้เหลือแต่โครง เมื่อเห็นเช่นนี้ก็สะท้านวาบในใจตั๋วเงินของนางหายไปหมดแล้ว!
จังหวะนั้นนางคิดในใจขึ้นมาว่าเคราะห์ดีที่ยังเหลือเงินตำลึงซึ่งเป็นก้อนอยู่อีกหนึ่งร้อยตำลึงเมื่อค้นดูตามกองเศษซากภายในห้อง แต่ก็ไม่เจอซากของตั๋วเงินแต่อย่างใด
แย่แล้ว!
ตั๋วเงินเหล่านั้นหายไปทั้งหมด! ต้องเป็นชาวบ้านที่มาช่วยดับไฟขโมยเงินของนางไปเป็นแน่!
“ไอ้หยา แล้วหลังจากนี้จะใช้ชีวิตอย่างไร” ด้านนอกหวางซื่อทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับรำพึงรำพันออกมา ถึงแม้ไฟจะดับไปแล้ว แต่ข้าวของภายในบ้านยังคงร้อนอยู่ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งใดล้วนร้อนลวกมือทั้งสิ้นหวางซื่อนั่งได้ไม่นานก็รู้สึกร้อนที่ก้นจึงรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอามือลูบก้นปรอยๆพลางร่ำไห้ออกมา
ด้านเจ้าใหญ่หลังออกมาจากห้องก็ต่อว่าผู้เป็นบิดาทันที “เป็นเพราะท่านทำอะไรก็ไม่สำเร็จมีแต่ล้มเหลว ก็แค่งูเข้าบ้าน เพียงถือคบไฟขู่แค่นี้พวกมันก็ไปแล้วเหตุใดต้องเผาบ้านด้วย ทีนี้ท่านพอใจแล้วหรือยัง ยามนี้พวกเราไม่เหลืออะไรเลยไม่เหลืออะไรแม้สักอย่างเดียว!”
หยวนเหล่าต้าตาโตด้วยความตกตะลึง จ้องบุตรสาวตาเขม็งพร้อมกับชี้มือมาที่ตัวเอง“เจ้ากล้าว่าข้าหรือ ข้าเป็นบิดาของเจ้านะ!”
“ข้ามีบิดาเช่นท่านนับว่าโชคร้ายอย่างยิ่ง!” เจ้าใหญ่ตะโกนสวนกลับทันทีก่อนจะวิ่งออกไปที่บ้านสกุลหลิ่วนางรู้ดีว่าสกุลหลิ่วซ่อนกุญแจที่ใส่ของเอาไว้ที่ใดยามที่หลิ่วเหวินไฉกับหญิงม่ายหลิ่วไม่อยู่บ้าน เป็นนางที่คอยดูแลและทำความสะอาดบ้านให้
แม้เจ้าใหญ่จะวิ่งออกจากบ้านไปไกลแล้ว หยวนเหล่าต้ายังคงด่าทอบุตรสาวไม่หยุดเป็นผู้เฒ่าหยวนที่ทนไม่ไหวตะคอกออกไป “พอได้แล้ว เจ้าใหญ่พูดถูกข้ามีบุตรอย่างเจ้าก็นับว่าโชคร้ายเช่นกัน เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย!”
ขณะที่บ้านใหญ่สกุลหยวนมีแต่ความวุ่นวาย แต่ละคนนอนไม่หลับเลยสักคนเจินเจินกลับนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง วันต่อมาหลังกินข้าวเช้าเสร็จ เด็กหญิงขอให้กู้อวี้อุ้มพาไปเดินดูแถวๆบ้านใหญ่สกุลหยวน ครั้นเห็นว่าตัวบ้านเสียหายอย่างมาก นางถึงกับยิ้มแก้มปริออกมาอย่างมีความสุข
“พี่ชาย พวกเขาโง่เหลือเกิน” เจินเจินพูดขณะเดินกลับ “แค่บอกว่าถ้าจุดไฟจะสามารถไล่งูไปได้พวกเขาก็ถึงกับจุดไฟเผาบ้านตัวเองจริงๆ งูพวกนั้นกลัวคนจะตาย เห็นคนเยอะหน่อยพวกมันก็เลื้อยหนีไปแล้ว”
“นั่นเพราะพวกเขาไล่คนที่ฉลาดที่สุดออกจากบ้านแล้วอย่างไรเล่า ก็เลยเหลือไว้แต่คนโง่เขลา”กู้อวี้ตอบกลับ
เจินเจินตาเป็นประกายพร้อมกับยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ‘พี่ชายพูดชมนาง’
“พี่ชาย ท่านวางใจเถิด ข้าจะพัฒนาตัวเองให้ฉลาดขึ้นกว่านี้แน่นอน”นางตบอกตัวเองรับปาก
“เจินเจิน!”
ทั้งคู่ได้ยินเสียงเรียกจึงมองไปตามเสียง ทันใดนั้นก็เจอกับคนที่ทั้งคู่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังส่งยิ้มมาแต่ไกล
“ท่านปู่ชวี!”เจินเจินร้องเรียกอย่างยินดี ผิดกับกู้อวี้ที่มีสีหน้าเย็นชา
ภายในใจหมอเทวดาชวียังคงรู้สึกผิดกับเรื่องขึ้นเขาเมื่อครั้งนั้นไม่จาง จึงไม่กล้ามีความเห็นใดๆเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของกู้อวี้ จึงแค่กล่าวทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปถามเจินเจิน“เจินเจิน เจ้าอยากเรียนเรื่องการแพทย์กับข้าหรือไม่ การแพทย์ทั้งน่าสนใจแล้วก็สนุกมาก…”