กว่าม่านหลงจะได้สติก็เป็่สายของอีกวัน
ในตอนที่ลืมตาตื่นสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือขื่อเพดานห้องนอนของม่านหลงเอง เขายกมือขึ้นนวดขมับความรู้สึกแรกที่ััได้คือความปวดเมื่อยตามร่างกายและอาการอ่อนล้าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนทันทีที่พลิกตัวเพื่อขยับร่างกายม่านหลงก็พลันร้องลั่นเรือน
“โอ๊ย!!” ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วไขสันหลังจนต้องหยุดชะงักกลางอากาศม่านหลงนิ่วหน้า เขาค่อยๆขยับตัวเองกลับมานอนหงายเช่นเดิมเพราะความเจ็บเมื่อครู่
อะไรกันนี่เขาไปทำอะไรมาทำไมถึงได้ปวดเมื่อยขนาดนี้
“เดี๋ยวนะ! อั่ก!” ม่านหลงอยากจะกรีดร้องให้รู้แล้วรู้รอดเขานึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ก่อนจะเผลอลุกพรวดทำให้ร่างกายส่วนล่างลั่นกรอบจนต้องทิ้งตัวลงไปกับเตียงอีกครั้งเขาซบหน้าลงกับหมอน นี่มันเื่บ้าอะไรกัน ร่างกายเขาเป็อะไรกันแน่
เมื่อวานตอนที่กำลังส่งมอบพิษให้หน่วยลับอยู่เขาก็เกิดร่างกายแปรปรวนขึ้นมาจากนั้นก็พยายามเดินกลับมาที่เรือนแต่ทว่าเดินมาไม่ถึง….จริงสิเมื่อวานเขาเดินมาไม่ถึงเรือนของตัวเองเสียหน่อยแล้วเขาเข้ามาอยู่ในห้องได้ยังไงกัน!
เขามองดูรอบๆไม่ผิดแน่ นี่มันเรือนของเขา แล้วนี่ยังเป็ห้องนอนของเขาเตียงที่นั่งอยู่ก็เป็เตียงของเขาเองทันทีที่ก้มลงมองที่เตียงม่านหลงก็พลันเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นร่างกายของตัวเองม่านหลงไม่ได้สวมเสื้อผ้า ร่างกายมีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่คลุมตัวเอาไว้อย่างหลวมๆตามข้อมือและแขนมีรอยช้ำและรอยแดงเป็จ้ำเมื่อมองย้อนเข้ามาหาตัวเขาก็เห็นรอยแดงอีกนับไม่ถ้วนอยู่บนร่างกาย ริมฝีปากบางอ้าค้างประหนึ่งกำลังทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
มีอะไรให้ทบทวนกันเขาจำเื่เมื่อวานไม่ได้เสียด้วยซ้ำ!
เมื่อวานเขาเดินมาถึงหน้าเรือนแต่ก็เดินมาไม่ถึงในเรือน ในตอนนั้นเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆของอะไรบางอย่างหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกร้อนไปหมด แต่ทว่ามันก็เป็ความรู้สึกที่ดี ไม่สินั่นไม่ใช่ความฝันหรอกรึ
เขารู้สึกเหมือนกำลังฝันฝันว่ากำลังััร่างกายของใครบางคนร่างกายของคนคนนั้นกำลังทาบทามอยู่บนร่างของเขา แล้วพวกเขาก็ได้ร่วมเสพสังวาสกัน….
หรือว่านั่นไม่ใช่ฝัน!
สภาพร่างกายของเขาตอนนี้ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อวานเขาได้ร่วมหลับนอนกับใครบางคนไปแล้วโดยไม่ตั้งใจเขาจำเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้แต่ร่างกายกลับจดจำััได้อย่างชัดเจนสิ่งที่เขาคิดว่าฝันกลับเป็เื่จริงแล้วยังมีหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันอยู่บนร่างกายของเขาด้วย
ม่านหลงกุมขมับนี่เขาทำอะไรลงไป เป็ความประมาทของเขาเองที่ไม่รู้จักพกยาระงับไปด้วยคนคนนั้นเป็ใคร เข้ามาภายในอาณาเขตของม่านหลงได้ยังไง แล้วตอนนี้อีกฝ่ายหายไปอยู่ที่ไหนทำไมถึงไม่รอให้ม่านหลงตื่นแล้วมาคุยกัน หรือว่าจะกลัวว่าม่านหลงจะเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบ?
คนที่ต้องรับผิดชอบคือม่านหลงต่างหากแม้ว่าเขาจะเป็ฝ่ายถูกกระทำก็ตามแต่ถ้าหากม่านหลงไม่ประมาทจนไม่พกยาระงับไปด้วยเื่แบบนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วเื่นี้เกิดจากความไม่ตั้งใจของอีกฝ่ายม่านหลงเคยเผชิญหน้ากับคนที่เกิดอาการนี้ขึ้นมา แม้เขาจะอยู่อู่ตู๋มานานก็ยังไม่อาจต้านทานเสน่ห์ยั่วยวนที่เกิดจากอาการนี้ได้อวี๋เหมาฉาเคยบอกเขาว่าขนาดตัวอวี๋เหมาฉาเองยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนเกือบจะพลาดไปหลายหนโชคยังดีที่คุมสติตัวเองเอาไว้ได้ทันแล้วขังตัวเองเอาไว้ในเรือนไม่เช่นนั้นป่านนี้อวี๋เหมาฉาคงมีครอบครัวใหญ่ที่มีสี่ภรรยาห้าอนุไปแล้วม่านหลงรู้ซึ้งหลังจากที่ได้เจอกับตัวเองเขาไม่โทษคนคนนั้นที่หักห้ามใจไม่ได้จนต้องมาร่วมหลับนอนกับเขาความผิดทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวม่านหลงเองหากอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เขาในสภาพที่เกิดอาการนั้นอยู่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้
ม่านหลงนวดเอวทำใจให้สงบ ก่อนอื่นเขาต้องหาคนคนนั้นให้เจอก่อนไม่ว่าอย่างไรเื่นี้จะต้องมีการพูดคุยให้ชัดเจนแน่นอนว่าไม่ใช่เื่ที่ม่านหลงจะให้อีกฝ่ายมารับผิดชอบแต่เป็ม่านหลงต่างหากที่จะรับผิดชอบอีกฝ่ายหากเขาไม่้าให้ม่านหลงรับผิดชอบอะไรแล้วปล่อยผ่านเื่นี้ม่านหลงก็จะปล่อยเขาไปแต่หากเขา้าให้ม่านหลงรับผิดชอบม่านหลงก็ยินดีที่จะทำอย่างที่อีกฝ่าย้า
อู่ตู๋จริงจังกับเื่นี้และสถานการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ง่ายดายมากหากพลาดไปแล้วจะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถหากอีกฝ่ายมีภรรยาอยู่แล้วจะทำอย่างไรหรืออาจจะเป็คนที่ยังไม่พร้อมมีสัมพันธ์กันก็ต้องจัดการเื่นี้กันให้ถูกต้องม่านหลงจะไม่ยอมให้คาราคาซังอยู่แบบนี้อย่างเด็ดขาด
แต่การที่อีกฝ่ายหายหน้าไปแบบนี้นั่นหมายถึงไม่้าที่จะยุ่งเกี่ยวกับเขาก็ได้ถึงกระนั้นม่านหลงก็จะไม่ล้มเลิกที่จะตามหาอีกฝ่ายอย่างน้อยๆก็ควรจะได้รู้ว่าคนที่ตัวเองร่วมมีสัมพันธ์ยามค่ำคืนเป็ใครและการที่เข้ามายังเขตเรือนของม่านหลงได้เขาก็ขอเดาเอาไว้ก่อนว่าเป็คนของอู่ตู๋เองแม้คนในพรรคจะไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาแต่ทว่าในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายสักนิด เข้าขั้นสมยอมด้วยกระมัง
เขาถอนหายใจกับเื่นี้ต้องสืบให้แน่ชัดและแสดงเจตนาในการรับผิดชอบให้ชัดเจนเขาค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งพอได้เห็นสภาพของตัวเองแล้วเขาก็คิดได้เลยว่าเมื่อวานพวกเขาต้องระเริงรักกันขนาดไหนถึงขนาดทำให้ม่านหลงต้องร้องโอดโอยในตอนเช้าแบบนี้ได้
“ข้าจะจำจนชั่วชีวิต” ม่านหลงพูดกับตัวเองหลังจากนี้แค่เดินออกไปนอกเรือนเขาก็จะเอายาไปด้วยจะต้องไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้นเป็ครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด
พลั่ก!ตุบ!
“ไม่ต้องไปไหนกันแล้ววันนี้!” คนที่หล่นตุบลงกับพื้นโวยวายเอวของเขาลั่นกรอบทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเตียงตัวทั้งตัวหล่นตุบไปกองอยู่ที่พื้นเพราะขารับน้ำหนักไม่ไหว เขากัดฟันกรอดๆถ้าเกิดมีคนรู้ว่ารองประมุขแห่งอู่ตู๋ถูกใครที่ไม่รู้ย่องขึ้นเตียงในขณะที่ไร้สติคงจะเกิดการล่าตัวแบบที่พลิกแผ่นดินหากันเลยทีเดียว
เพราะเคลื่อนไหวลำบากม่านหลงจึงนอนอยู่ที่พื้นอยู่ประมาณครึ่งชั่วยามถึงพยุงตัวเองลุกขึ้นได้เขาเดินไปที่กล่องยาค้นหาสมุนไพรสำหรับฟื้นกำลังมาผสมในอ่างอาบน้ำก่อนจะลงไปแช่เพื่อรักษาร่างกายกินเวลาอยู่สองชั่วยามทีเดียวม่านหลงถึงสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติแม้จะยังรู้สึกเสียดๆอยู่ก็ตาม
เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกเขาระเริงรักกันนานแค่ไหน
จากที่ค้นกล่องยาเมื่อครู่ทำให้รู้ว่ายาระงับของม่านหลงเหลือไม่มากแล้วอีกทั้งถุงผ้าที่มักจะพกอยู่ตลอดก็ไม่มียาระงับใส่เอาไว้นับว่าคงเป็โชคร้ายของม่านหลงแล้วจริงๆต่อให้เอาถุงผ้าไปด้วยก็คงไม่รอดจากสถานการณ์ที่เพิ่งจะเผชิญไปอยู่ดี
เมื่อรู้ว่ายาระงับใกล้จะหมดม่านหลงจึงเรียกคนสนิทมาสั่งงานเอาไว้เพราะเขาจะเข้าป่าไปหาสมุนไพรสักเล็กน้อยเพื่อมาปรุงยานับว่ายังดีที่ไม่มีใครสังเกตถึงความผิดปกติของม่านหลงและดูเหมือนคนในพรรคจะดูแลตัวเองกันดีเพราะวันนี้กระปรี้กระเปร่ากันเสียจริงหลังจากที่สั่งงานเสร็จเขาก็เดินเข้าไปในป่าพร้ะกร้าใบเล็กไว้เก็บสมุนไพรอากาศวันนี้นับว่าดี เหมาะแก่การเดินเล่นมากทีเดียว
หากเดินไหวล่ะก็นะ
ระหว่างที่เดินไปม่านหลงก็คอยหยุดพักเป็ระยะเพราะรู้สึกเสียดที่่ล่างหลังจากที่นั่งพักจนหายเหนื่อยจึงค่อยออกเดินต่อม่านหลงไม่จำเป็ต้องให้ใครมาติดตามเพื่อรับใช้เพราะเขาสามารถดูแลตัวเองได้แม้ว่าเด็กๆภายในพรรคมักจะเป็ห่วงเขาอยู่เสมอเพราะกลัวว่าเขาจะไปเป็ลมที่ไหนถึงเขาจะเป็ผู้าุโภายในพรรคแต่เขายังไม่แก่เสียหน่อย เด็กพวกนี้ห่วงมากไปเอง
ม่านหลงเคยชินกับพื้นที่ภายในป่าเขาใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อเก็บสมุนไพรและชมวิวเพราะอวี๋เหมาฉาชอบหายตัวไปอยู่ที่อื่น เขาเลยต้องทำงานอยู่คนเดียวไม่มีเวลาได้พักวิวสวยงามในป่าอยู่ใกล้เพียงแค่นี้เขายังไม่มีโอกาสได้มาชื่นชม
ช่างเป็ประมุขที่ดีเสียจริง
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มกลายเป็สีส้มของพลบค่ำก่อนจะกลับม่านหลงรู้สึกร้อน เขาจึงมาแวะชำระร่างกายที่อาบเหงื่อที่ริมน้ำตกสายน้ำเย็นๆทำให้รู้สึกสดชื่นเสียจริงความเมื่อยล้าในการเก็บสมุนไพรหายเป็ปลิดทิ้งเขาแช่น้ำอยู่แบบนั้นพลางคิดถึงหลายๆเื่ที่ผ่านมา
หากไม่นับเื่ที่ประมุขชอบโยนงานมาให้เขาม่านหลงก็ค่อนข้างชอบชีวิตที่อู่ตู๋ทีเดียว การเลี้ยงเด็กก็เหนื่อยอยู่บ้างแต่พอได้เห็นเด็กเ่าั้เติบโตมาแข็งแรงม่านหลงก็รู้สึกภูมิใจกับตัวเองที่สามารถชุบเลี้ยงเด็กน้อยที่กำพร้าพ่อแม่ให้เติบโตได้เขาไม่ได้บอกความจริงกับเด็กเ่าั้ บางครั้งก็พาพวกเขาออกไปที่โลกภายนอกมีอยู่่หนึ่งที่อู่ตู๋ต้องปิดพรรคเป็เวลาถึงสิบปีเพื่อที่จะชุบเลี้ยงเด็กน้อยในพรรคให้เติบใหญ่สำหรับการทำภารกิจร่วมกับถังเหมินเขาก็นึกแปลกใจว่าทำไมอวี๋เหมาฉาถึงปิดบังเื่นี้ได้ แม้แต่ฝ่าาก็ทรงรับทราบเื่การปิดพรรคเขาก็ไม่รู้ว่าอวี๋เหมาฉาทูลกับฝ่าาและบอกประมุขคนอื่นๆว่ายังไงเพราะ่สิบปีนั้นไม่มีคนนอกเข้ามาที่พรรคเลยแม้แต่คนเดียว
คนผู้นี้มักจะทำอะไรที่คนอื่นทำไม่ได้อยู่เสมอ
แล้วยังซ่อนตัวฮูหยินหลิวที่ตอนนั้นเพิ่งรอดตายจากการถูกแม่ทัพหลิวสังหารเอาไว้ในพรรคโดยที่แม้แต่ม่านหลงก็ยังไม่รู้เท่านั้นยังไม่พอเขายังเจอฮูหยินหลิวเดินเล่นอยู่ภายในพรรคแต่ก็ยังมองไม่ออกว่าเขาเป็ใครการปิดกั้นััของฮูหยินหลิวแเีเสียจนแยกไม่ออกว่าฮูหยินหลิวเป็คนของเทียนเช่อ
แต่ละพรรคจะมีััพลังที่ต่างกันและจะไม่ฝึกวิชาข้ามพรรคอย่างเด็ดขาดั้แ่เกิดทุกคนจะมีััพลังที่บ่งบอกถึงความเหมาะสมว่าควรจะอยู่ที่ไหนเช่นแม่ทัพหลิวที่บิดาเป็คนของฉางหวั่นมารดาเป็คนของว่านฮวาแม่ทัพหลิวก็มีลักษณะพลังที่บ่งบอกถึงความเป็ฉางหวั่นโดยการมีดวงตาสีทองการสังกัดพรรคขึ้นอยู่กับลักษณะที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนและมักจะแสดงออกมาผ่านสีของดวงตา
เดิมทีม่านหลงก็มีดวงตาสีเทาเช่นคนของถังเหมินแต่หลังจากที่มาอยู่ที่อู่ตู๋ได้หนึ่งปีดวงตาของเขาก็ค่อยๆกลายเป็สีม่วงอย่างแปลกประหลาดแล้วการฝึกวิชาของอู่ตู๋ก็ไม่ได้สร้างภาระทางร่างกายให้กับเขาอย่างที่คนฝึกวิชาข้ามพรรคเป็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร อวี๋เหมาฉาบอกกับเขาว่าตราบเท่าที่อวี๋เหมาฉา้าให้เขาเป็คนของอู่ตู๋ม่านหลงก็จะได้เป็คนของอู่ตู๋แม้กระทั่งเืในกายปกติอวี๋เหมาฉาก็พูดอะไรที่ม่านหลงไม่เข้าใจอยู่แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้อธิบายให้เข้าใจมากขึ้น
แล้วก่อนหน้าที่จะแต่งงานอวี๋เหมาฉาก็พูดอะไรแปลกๆทำนองว่าถ้าม่านหลงได้เห็นตอนตัวเองแต่งงานก็คงจะดีเขาเลยถามไปว่างานแต่งงานของเขาเขาจะไม่เห็นได้อย่างไรอวี๋เหมาฉาถอนหายใจแล้วบอกว่าไม่เป็ไรหรอกถึงไม่เห็นแต่ในฐานะประมุขอวี๋เหมาฉาไม่ยอมให้งานแต่งงานของรองประมุขน้อยหน้าคนอื่นอย่างแน่นอนม่านหลงกลอกตาเพราะประมุขพูดอะไรที่เขาไม่เข้าใจอีกแล้วเขาจะตาบอดก่อนที่จะได้แต่งงานหรืออย่างไรถึงจะมองไม่เห็นงานแต่งงานของตัวเอง
เขากวักน้ำขึ้นลูบหน้าป่านนี้คนในพรรคคงรอเขากลับแล้วแต่ก่อนจะกลับม่านหลงอยากจะเก็บสมุนไพรที่อยู่ใต้น้ำนั่นเสียก่อนจึงดำผุดดำว่ายลงใต้น้ำเพื่อไปเก็บสมุนไพรไว้สำหรับปรุงยา
ม่านหลงคิดว่าเขาแข็งแรงไม่ต่างจากคนหนุ่มทั่วไปแต่ทว่าหลังจากที่เก็บสมุนไพรแล้วจะกลับขึ้นมาขาของเขากลับเป็ตะคริวซ้ำร้ายยังถูกพืชใต้น้ำเกี่ยวเข้าที่ขาจนยุ่งเหยิงไปหมดม่านหลงพยายามกระชากให้หลุดแต่ทว่าพืชนั่นยิ่งเกี่ยวหนักขึ้นไปอีกหลังจากที่เพ่งมองดีๆม่านหลงก็นึกอยากจะสาปส่งประมุขของตนที่เอาพืชน้ำนี้มาเลี้ยงเอาไว้ที่นี่
นึกยังไงเอาพืชที่ตัวเองเพาะขึ้นมาเลี้ยงไว้ใต้น้ำตกแบบนี้ที่สำคัญเ้านี่ยังกินเนื้อด้วย!
ม่านหลงกระชากพืชที่พยายามเลื้อยขึ้นมาบนขาเขาออกแต่มันก็ไม่ยอมปล่อยเขาสักที ยิ่งขาเป็ตะคริวยิ่งสลัดออกยากหลังจากที่ชั่งใจอยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจใช้ลมปราณตัดพืชนั่นให้ขาดแล้วผุดขึ้นมาเหนือน้ำเขาสำลักนิดหน่อยเพราะอยู่ใต้น้ำนานเกินไป ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นเงาดำๆที่ริมแม่น้ำ
แต่ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเห็นถึงการเคลื่อนไหวของม่านหลงก็เร้นกายหายไปทันทีก่อนที่ม่านหลงจะทันได้หยิบเข็มพิษออกมาจากปิ่นปักผมเขาพาตัวเองขึ้นมาจากน้ำ มองสำรวจไปรอบๆ ััของเงาดำนั้นหายไปแล้ว
มีคนแอบสะกดรอยตามเขาอย่างนั้นหรือใครที่ไหนจะมาสะกดรอยตามรองประมุขกัน อีกอย่างม่านหลงแทบจะไม่ออกจากพรรคเพราะมีงานล้นมืออยู่เป็ประจำต่อให้มาหาอะไรหรือคิดจะตามสืบเื่อะไรก็เกรงว่าจะเปล่าประโยชน์แล้ว
ดูเหมือนคนที่สะกดรอยตามเขาจะยังเป็มือใหม่หัดทำภารกิจม่านหลงจะตามไปตอนนี้ก็ได้ แต่เขาััไม่ได้ถึงจิตสังหาร ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรจุดประสงค์คงจะเป็แค่การสะกดรอยตามธรรมดาไม่ได้หวังผลแล้วคนอย่างม่านหลงที่แทบจะไม่มีบทบาทในแปดพรรคจะมีอะไรให้สืบกัน แล้ว่นี้เท่าที่รู้ข่าวก็ไม่มีเื่ใหญ่อะไรเื่ใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ก็เป็เื่ภายในถังเหมินที่จัดการลงตัวแล้วเื่ใหญ่ก่อนหน้านั้นของแม่ทัพหลิวกับฮูหยินหลิวก็ลงตัวแล้วเช่นกันไม่มีอะไรให้ต้องสืบหรือต้องส่งข่าวกันเสียหน่อย
หรือบางทีอาจจะเป็การฝึกของหน่วยลับสักหน่วยที่จะมาถึงอู่ตู๋ใน่นี้ได้ก็มีแค่ถังเหมินก็มีบ้างที่ถังเหมินจะส่งหน่วยลับมาฝึกสะกดรอยตามเป้าหมายก็เป็คนใหญ่คนโตหรือระดับประมุขของพรรคม่านหลงเองก็เคยไปฝึกสะกดรอยตามท่านเทพเหมือนกัน แน่นอนว่าถูกจับได้ั้แ่ก้าวแรกหลังจากนั้นท่านเทพก็สอนวิธีสะกดรอยตามให้จากนั้นพอฝึกไปสักพักท่านเทพก็เอ่ยชมว่าเก่งขึ้นมากนับจากนั้นทักษะการสะกดรอยตามจึงเป็ทักษะที่ม่านหลงเชี่ยวชาญที่สุด
บางทีนั่นอาจจะเป็หน่วยลับที่ถูกส่งมาฝึกโดยมีเขาเป็เป้าหมายคงจะอยากทดสอบว่าม่านหลงจะรู้ตัวหรือเปล่า แต่เมื่อครู่มาให้เห็นกันโต้งๆถึงจะเร้นกายหายไปได้ทันแต่ในเมื่อมาให้เป้าหมายเห็นหนึ่งครั้งก็ถือว่าล้มเหลว
ยังต้องฝึกกันอีกเยอะ
“ท่านม่านหลง!” เ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกเป็คนสนิทของเขาที่กำลังวิ่งมา เข้ามาทำอะไรในป่าตอนมืดค่ำแบบนี้กัน
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามาในป่ายามตะวันตกดิน” ม่านหลงเอ็ดไปเล็กน้อยถึงม่านหลงจะสั่งสอนมาเองกับมือแต่ใช่ว่าเขาจะอนุญาตให้ใครเข้ามาในป่าหลังตะวันตกดินหากไม่มีความจำเป็ม่านหลงจะไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด
“เพราะท่านไม่กลับไปสักทีนี่ขอรับ”
“จึงมาตามหาข้า?”
“ขอรับ” รองประมุขถอนหายใจเขาไม่ใช่คนแก่ที่หายตัวไปสักห้าชั่วยามแล้วจะต้องให้คนออกมาตามหาเสียหน่อย
“ข้าบอกแล้วว่าจะกลับตอนเย็น”
“ตอนนี้มันเลยเวลาเย็นแล้วขอรับ”
“เ้านี่เข้มงวดจริง”
“มิใช่ว่าเพราะท่านเคยหายไปในป่าถึงสี่วันหรือขอรับ” คนสนิทเถียงใช่อยู่ที่ตอนนั้นม่านหลงเข้าไปในป่าแล้วหายตัวไปถึงสี่วันม่านหลงก็แค่หลงป่านิดหน่อย รอเวลาอีกสักวันเขาก็หาทางออกจากป่าได้แล้ว
ใครใช้ให้อวี๋เหมาฉาใช้เขาไปเก็บสมุนไพรในป่าที่ไม่เคยไปกันล่ะ
“หากพวกเ้ารออีกสักวันข้าก็กลับไปที่พรรคได้แล้ว”
“ท่านคงโดนเสือตะครุบไปกินแล้วขอรับ”
“เสือไม่ได้ดุร้ายเสียหน่อย”
“มันก็ไม่ดุแค่ตอนมันไม่หิวเท่านั้นแหละขอรับ”
“ข้าอาจจะเจอเสือที่ไม่หิวก็ได้”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็คนที่โชคร้ายเสือที่ท่านเจอต้องหิวกระหายมองเห็นท่านเป็เหยื่ออันโอชะ” ม่านหลงยักไหล่ถึงเขาจะเป็คนที่โชคร้ายก็ไม่ถึงขนาดจะได้เจอเสือที่หิวโหยหรอก
“กลับกันเถอะขอรับ ข้าเตรียมน้ำสมุนไพรไว้ให้ท่านแช่คลายเมื่อยแล้ว”
“ข้าเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จเอง”
“แช่อีกสักรอบจะเป็ไรไปขอรับ” คนสนิทไม่ยอมแพ้คว้าตะกร้าสมุนไพรมาถือเอาไว้ในมือแล้วประคองม่านหลงเดินกลับพรรครองประมุขส่ายหน้า เด็กพวกนี้ทำเหมือนเขาเป็คนแก่ที่ต้องคอยเอาใจไปได้ถึงอายุเขาจะรุ่นตาแต่ใช่ว่าจะอ่อนแอเสียหน่อย ยังมีเื่วิวาทไปได้อีกนาน
เมื่อมาถึงที่หน้าเรือนก็มีเด็กสามสี่ขวบวิ่งมาหาม่านหลงหลายคนในพรรคก็แต่งงานแล้ว เด็กพวกนี้เป็เด็กที่ม่านหลงทำพิธีสู่ขวัญแรกเกิดให้อวี๋เหมาฉายกหน้าที่เกือบทั้งหมดให้ม่านหลงทำส่วนตัวเองก็ไปอยู่ที่ว่านฮวาไม่ก็ไปเก็บตัวอยู่ในป่า นึกแปลกใจที่ท่านหมอเทพไม่เอาพู่กันประจำตัวฟาดเสีย
“ท่านปู่กลับมาแล้ว” ม่านหลงย่อตัวลงอุ้มเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาหาก่อนจะนิ่วหน้าเพราะรู้สึกว่าเด็กน้อยตัวโตเกินกว่าที่เขาจะอุ้มไหวแล้วคนสนิทจึงเอ่ยทัก
“ข้าบอกแล้วว่าท่านอายุมากแล้ว เด็กสามขวบท่านยังอุ้มไม่ไหวเลย”
“พูดมาก ก็แค่เหนื่อยจากการไปเก็บสมุนไพร”
“จริงหรือขอรับ?” คนสนิททำหน้าไม่เชื่อม่านหลงจึงยื่นมือไปตีไหล่หนึ่งป้าบเป็การสั่งสอนจากนั้นก็นั่งลงที่เตียงไม้หน้าเรือนโดยมีเด็กสามขวบนั่งอยู่บนตัก
“พวกเ้าไม่ต้องมาดูแลข้าก็ได้ ลูกก็โตป่านนี้แล้วเอาเวลาไปดูแลลูกเถอะ”ม่านหลงเอ่ยเมื่อภรรยาของคนสนิทนำถังไม้ที่บรรจุน้ำสมุนไพรมาแช่เท้าให้ม่านหลงนางยิ้มประหนึ่งว่าเื่นี้ไม่ได้ลำบากอะไรเลย
“ได้อย่างไรเ้าคะ อีกอย่าง่นี้อากาศเริ่มร้อนหากเป็ลมเป็แล้งไปจะทำอย่างไรเ้าคะ”
“ข้าไม่ได้เป็ลมง่ายเสียหน่อย….” ม่านหลงทำเป็ไม่เห็นสีหน้าของคนสนิทที่เหมือนจะคัดค้านคำพูดนี้ของเขาจริงอยู่ที่สามสี่วันก่อนเขาเพิ่งจะเป็ลมไป แต่นั่นเป็เพราะเขานอนน้อยต่างหากไม่ใช่เพราะร่างกายอ่อนแอ
“ข้าก็แค่นอนไม่พอ”
“เพราะงั้นร่างกายถึงอ่อนแอไงขอรับ”
“เหมือนกันที่ไหน”
“ต่างกันตรงไหนขอรับ” ั้แ่แต่งงานเด็กคนนี้ก็ขยันเถียงเขาเสียเหลือเกินเกิดลูกเอาไปเป็แบบอย่างจะทำยังไง
“ฟังปู่นะ อย่าทำเหมือนพ่อเขาเชียว มิเช่นนั้นจะเป็เด็กไม่ดี”
“เ้าค่ะท่านปู่” เด็กน้อยยิ้มแฉ่งม่านหลงหมั่นเขี้ยวจึงบีบแก้มตุ้ยนุ้ยเบาๆ เด็กๆน่ารักกันเสียจริง
“เรียกตัวเองว่าปู่ท่านยังจะบอกว่าท่านไม่แก่อีก”
“แก่ะ” ดูใบหน้าของเขาสิ เหมือนคนยี่สิบปลายๆเอง
“โสดะ” คนสนิทยักคิ้วม่านหลงนึกอยากจะปาเข็มพิษใส่จริงๆเื่ที่ข้าไม่ออกเรือนมันกวนใจเ้าหรืออย่างไร
“โสดะ แก่เพียงอายุ ทว่าใบหน้ายังอ่อนเยาว์ เ้าจะทำไม” อายุห่างเ้าสองรอบปีแล้วมันทำไม ห้ะ
“เพราะใบหน้ายังอ่อนเยาว์อยู่ เช่นนั้นจึงยังไม่สายที่จะออกเรือน” คนสนิทพยักหน้า เ้าเด็กนี่ยังพยายามให้เขาออกเรือนให้ได้อีกเขาไม่ได้อยากออกเรือนเสียหน่อย
“ทำไมข้าถึงต้องออกเรือน”
“จะได้มีคนดูแลไงขอรับ”
“ข้าดูแลตัวเองได้”
“ข้าเห็นกับตาข้าถึงจะเชื่อ” ม่านหลงกลอกตามองบนทำไมเขาจะดูแลตัวเองไม่ได้ เื่อาหารการกินเขาก็ทำเองได้ ปัดกวาดบ้านก็ทำเป็ดูแลตัวเองไม่ได้ตรงไหนกัน
“เอาล่ะๆ กลับไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน”
“แก่แล้วต้องนอนไว”
“ข้าจะสาปเ้าเสีย!”