"!พวกเราต้องยืดเวลาให้นานที่สุด" เคอซวนพูดเสียงดัง พร้อมสองมือปรากฏวงเวทย์ มีร่างมายาคล้ายเด็กเล็กวิ่งซนแลบลิ้นปลิ้นตา
คราวนี้นักบวชนอกรีตรู้ทันความสามารถของเคอซวน เขาจึงรีบพูดเตือนสติติงอิ้นและติงกัง
"ระวังความคิดของพวกเจ้า มันอาจจะถูกช่วงชิงและหายไปครู่สั้นๆ พยายามมีสมาธิ และพูดตอกย้ำสิ่งที่ต้องกระทำในจิตสำนึกของตัวเองสม่ำเสมอ 'การหยอกล้อของเด็กวิ่งเล่น' จะขโมยความคิดและความสนใจของพวกเจ้าแบบสุ่ม แต่เมื่อเจ้ามีความคิดซ้ำๆ ในหัวจำนวนมาก การที่ความคิดจะหายไปสามหรือสี่เรื่องที่ซ้ำกันจะไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าหากพวกเจ้ามีสภาวะจิตที่แข็งแกร่งก็ลืมที่ข้าพูดไปซะ"
เคอซวนใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กๆ เขาพยายามสร้างโอกาสให้เซี่ยซีหานมากขึ้น แต่ทำไม่สำเร็จ
เซี่ยซีหานตอนนี้เขาออกวิ่งไปแล้ว เคอซวนแผดเสียงตามว่า ไอ้เด็กเวรเอาข้าไปด้วย ข้าไม่มีแรงเหลือแล้ว
เซี่ยซีหานเบรกตัวเล็กน้อย ด้วยดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณ พลังโอน่าที่เซี่ยซีหานสัมผัสได้จากร่างของเคอซวนเบาบางจริง แผ่นหลังของเซี่ยซีหาน มีรากไม้งอกออกมา
รากไม้พุ่งไปจับร่างเคอซวนราวกับมันเป็นมือที่สามของเซี่ยซีหาน จากนั้นเซี่ยซีหานก็โยนเทวรูปในมือตัวเองทั้งสองให้เคอซวน พร้อมกำชับว่ารักษามันให้ดี โดยชิ้นหนึ่งคืออันที่ทำขึ้นมาใหม่ ส่วนอีกชิ้นคืออันที่เป็นของเคอซวน และเขาบังคับให้เคอซวนยกให้ดูเป็นแบบใกล้ๆ เมื่อครู่
โดยเทวรูปของเซี่ยซีหานเองยังอยู่ที่เอวของตัวเขา
เซี่ยซีหานรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้
เป็นนักบวชนอกรีตต้าซินที่พุ่งเข้ามาถึงตัวเซี่ยซีหานก่อน มือข้างหนึ่งของเซี่ยซีหานกลายเป็นแสงสว่างจ้า พลังโอน่าอันบริสุทธิ์หลั่งไหล ย้อมโลกรอบตัวให้ขาวโพลนในพริบตา
"พลังแห่งรุ่งอรุณ !บัดซบ" คลื่นน้ำเลือดน้ำหนองที่เน่าเหม็นคล้ายระเหยเร็ว แตกซ่านและกลายเป็นไอ ร่างนักบวชนอกรีตดีดดิ้นออกจากกองน้ำเลือดน้ำหนองเหล่านั้น พลังแห่งรุ่งอรุณเป็นหนึ่งในเส้นทางพลังวิเศษที่ได้เปรียบคำสาป และพลังแห่งห่ากาฬโรคของเขามากที่สุด เมื่อตั้งหลักได้ ต้าซินบังคับฝูงหนูดวงตาเขียวนับหมื่นพุ่งเข้าหาเซี่ยซีหาน
มือที่เปล่งแสงของเซี่ยซีหาน หันไปหาเหล่าหนูพวกนั้น พวกหนูตัวมันระเบิดเสียงดังไม่หยุด
"อย่านิ่งดูดาย ไอ้พวกสวะ รีบเข้าไปจัดการมันสิวะ" นักบวชนอกรีตแผดเสียงใส่ติงอิ้นและติงกัง สองนักรบห้าดาบที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรเลย
ทั้งสองมองนักบวชนอกรีตต้าซินอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่พูดอะไรใส่นักบวชที่เก็บอาการร้อนใจไม่อยู่ในเวลานี้ เพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่จะโหมไฟโทสะใส่กัน แม้ทั้งสองอยากจะฆ่านักบวชนอกรีตบัดซบผู้นี้เหลือเกิน
และสาเหตุที่ทั้งสองไม่รีบปะทะกับเซี่ยซีหาน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความบัดซบของนักบวชนอกรีต
ความสามารถของนักบวชนอกรีตผู้นี้ มันเป็นการโจมตีที่ไม่แยกแยะมิตรหรือศัตรู ตลอดการต่อสู้ ตั้งแต่เริ่มต้นพวกเขาทั้งสองถูกเคอซวนหลอกให้สู้กับร่างมายา สภาพร่างกายของพวกเขาก็ถูกกัดกร่อน โดยโรคภัยจากคำสาปของนักบวชนอกรีตเป็นซะส่วนใหญ่
นอกจากนั้นยังต้องรับผลกระทบจากแรงระเบิดจากลูกระเบิดเวทย์มนตร์ต่างๆ ที่เคอซวนแอบซ่อนวางไว้ในจุดต่างๆ อีก
แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสองคือ โรคภัยจากคำสาปต่างๆ ของต้าซิน มันทำให้สภาพของพวกเขาทั้งสองไม่ต่างจากคนใกล้ตายเท่าไหร่นัก ปราณพลังในร่างของพวกเขาลดลงอย่างรวดเร็วและเหลือน้อยเต็มที เพราะมันถูกใช้ไปเพื่อต่อต้านโรคที่เกิดจากคำสาป
ถ้าไม่ใช่เพราะต้าซิน ทั้งสองคงอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้มาก
มือเซี่ยซีหานปรากฏขวานใหญ่จากพลังวิเศษ ขวานใหญ่ของเซี่ยซีหานปะทะกับดาบใหญ่ของติงอิ้น อาจจะเพราะแรงของเซี่ยซีหานยังดีอยู่เขาเพียงก้าวถอยหลังสั้นๆ แต่ติงอิ้นกับถูกดีดให้กระเด็นออกไปไกลอย่างอนาถ
"ไอ้เด็กนี้ไม่ใช่แค่ผู้วิเศษ"
ติงกังขมวดคิ้วหมัดใหญ่ของเขาต่อยเร็วไปที่ลำตัวเซี่ยซีหาน ในสภาพที่เซี่ยซีหานคล้ายจะเสียจังหวะไปแล้วเล็กน้อย แต่ในสภาวะเช่นนี้ เซี่ยซีหานกับใช้แรงดีดกลับจากแรงปะทะของติงอิ้นและใช้มันพลิกตัวกลับ เขาหลบหมัดใหญ่นี่ได้อย่างชิวเฉียด
เสียงโหวกเหวกของเคอซวนดัง
นั่นเพราะเขายังถูกเซี่ยซีหานร้อยรัดอยู่ที่ด้านหลังด้วยรากไม้ที่คล้ายเป็นมือที่สามขนาดใหญ่ นั่นทำให้เคอซวนเวียนหัวและอยากจะอ้วก เขาบ่นเซี่ยซีหานว่า ไอ้เวรสู้ให้ดีๆ หน่อย อย่าทำให้ข้าอ้วกไม่หยุดแบบนี้สิวะ เคอซวนเวียนหัวสุดๆ จากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเซี่ยซีหาน
แต่เซี่ยซีหานจะทำอย่างไรได้ การต้องปะทะกับหนึ่งผู้วิเศษแท้จริง และสองนักรบห้าดาบ นี่นับว่าตึงมือสุดๆ เขาไม่มีเวลาเป็นห่วงเคอซวน
เซี่ยซีหานทำได้เพียงควบคุมรากไม้ ที่ราวกับมือที่สามขนาดใหญ่นี้ให้ออกจากแนวโจมตี ซึ่งนี่น่าจะเพียงพอสำหรับการรักษาชีวิตเคอซวน และการที่เซี่ยซีหานโยนเทวรูป 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' ให้เคอซวนถือทั้งสองมืออย่างเด่นชัด
หากคนทั้งสามไม่โง่ พวกเขาทั้งสามจะไม่มีทางเล่นงานเคอซวนให้ตายอย่างฉับพลันโดยไร้สติแน่นอน นี่นับเป็นการรับประกันชีวิตเคอซวนอีกอย่างหนึ่ง เขาสามารถใช้เทวรูปเป็นโล่ได้
"!!!เข้ามาาาาาาาาาาาาาาาาาา" เซี่ยซีหานแผดเสียง เขาไม่คิดจะหนี
นั่นเพราะอีกด้านหนึ่งที่มุมไม่ไกลกันนัก การต่อสู้ของพี่ชายถางเทียนเจี๋ยกับติงฉีหัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อ ไม่นับว่าคู่คี่
ถางเทียนเจี๋ยดูจะเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่ดูราวกับเหล็กของเขานั้นเสียจังวะ จากความเร็วอันท่วมท้นของติงฉี และเขาถูกอัดซ้ำๆ ต่อเนื่องและโต้กลับได้เพียงเล็กน้อย สิ่งที่ดูดีเล็กนั้นมีเพียงแต่ว่า การถูกโจมตีส่วนใหญ่ของถางเทียนเจี๋ยนั้นไม่ถูกจุดสำคัญก็เท่านั้น
นั่นจึงทำให้ถางเทียนเจี๋ยยื้อเวลาการต่อสู้ออกไปได้
เซี่ยซีหานรับรู้ว่าถางเทียนเจี๋ยก็กำลังดึงเวลาให้มากที่สุด เมื่อเขาต้องปะทะกับติงฉีที่เป็นทั้งนักรบขอบเขต 'เปลี่ยนเลือด' และผู้วิเศษแท้จริง 'อาณาจักรแห่งสัมผัส' ที่มีพลังวิเศษด้านการขยายศักยภาพร่างกายจำนวนมาก
ติงฉีมีศักยภาพของนักรบเจ็ดดาบที่แท้จริงในปัจจุบัน ถางเทียนเจี๋ยตอนนี้เขาก็ได้สู้อย่างฝืนตัวเองที่สุดแล้ว
เซี่ยซีหานจึงไม่คิดไปไกลจากที่นี่มากนัก หากจำเป็นอย่างมากที่สุดเขาจะระเบิดพลังโอน่าทั้งหมดของตัวเอง และใช้พลังแห่งวิหครุ่งอรุณ ทำลายการมองเห็นของทุกคนชั่วคราว จากนั้นก็จะพุ่งไปช่วยถางเทียนเจี๋ยและวิ่งหนี แน่นอน... มันคงวิ่งหนีได้ไม่นานนัก แต่ในเวลานี้ แม้จะยื้อเวลาได้เพียงสองถึงสามอึดใจก็ต้องทำ เขาไม่คิดจะปล่อยให้ใครตาย
ในใจเซี่ยซีหานชายขี้ขลาดเขาได้แต่ภาวนาให้ดวงวิญญาณเงือกขาวฮัมเพลงอันน่าเศร้าแต่ไพเราะจบเสียที
!!!ตูมมมมมมมมมมมม
เสียงระเบิดดังสนั่น รอบตัวเซี่ยซีหานมันต่อสู้มือเป็นระวิง ปะทะการโจมตีของติงอิ้นและติงกัง ที่เสริมหนุนกันได้อย่างเป็นจังหวะ ราวคลื่นโถมพายุซัดใส่ร่างเซี่ยซีหานอย่างต่อเนือง
นอกจากนั้นไอ้นักบวชนอกรีตยังใช้โอกาสนี้ หาจังหวะสังหารเซี่ยซีหานจากแนวหลัง มันใช้เวทย์สร้างศรแห่งเลือดที่ปกคลุมด้วยหมอกแห่งคำสาป ซ่อนตัวและยิงเข้าใส่เซี่ยซีหานจากมุมอับสายตา ความรุนแรงของศรเลือดนี้มากพอที่จะฆ่าเซี่ยซีหานได้ในทันทีหากโดนจุดสำคัญ แต่ถ้ามันไม่โดนตัว ทำได้เพียงสร้างบาดแผล เลือดเซี่ยซีหานก็จะกลายเป็นพิษ เขาจะอ่อนแอและตายอย่างช้าๆ แทน
แต่ด้วยจิตนักรบของเซี่ยซีหานที่ตื่นและแจ่มชัดมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขนาดที่สองขมับของเซี่ยซีหานปรากฏเส้นเลือดปูดนูนจากการพัฒนาของจิตนักรบ
เซี่ยซีหานสามารถสัมผัสถึงศรคำสาปที่ถูกยิงมาจากมุมมืดได้อย่างเฉียดฉิว เขาเบี่ยงตัวหลบ
"!จิตนักรบ" ติงกังที่อยู่ใกล้ๆ ต่อสู้พัวพันกับเซี่ยซีหาน เขาได้แต่พูดด้วยความอิจฉาและความหวาดกลัวต่อเซี่ยซีหาน ตอนนี้เขาไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมเซี่ยซีหานถึงหลบหมัดรบที่รวดเร็วและบ้าคลั่งของเขาได้เกือบทั้งหมด เจ้าเด็กนี่มันมี !จิตนักรบ
"พวกเราใกล้จะไม่มีเวลาแล้ว" ติงอิ้นมองหน้าติงกัง พร้อมพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ เจ้าเด็กนี่ยื้อเวลาได้จริงๆ
แต่ทำอย่างไรได้ ทั้งสองก็ทำสุดฝีมือแล้ว แต่... พวกเขาก็เอาชนะเซี่ยซีหานอย่างเบ็ดเสร็จไม่ได้ ไอ้เวรที่สวมหน้ากากคนนี้ ยิ่งต่อสู้ทักษะการต่อสู้ของเขาก็คล้ายจะยิ่งเฉียบแหลมขึ้นเรื่อยๆ ราวกับทั้งสองเป็นบันไดขัดเกลาให้ชายลึกลับคนนี้
ในขณะที่ติงอิ้นและติงกังคล้ายค่อยๆ อ่อนแรงลงจากการโหมบุกอย่างหนัก ชายสวมหน้ากากลึกลับคนนี้กับค่อยๆ ชิงความได้เปรียบในการต่อสู้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ
จนทั้งสองรู้สึกว่า หากเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเพียงร้อยถึงสองร้อยอึดใจ พวกเขาจะเป็นคนที่ตาย ไม่ใช่ชายลึกลับที่พวกเขาแทบจะไม่รู้จักอะไรเลย
และในขณะที่เคอซวนคล้ายจะอ้วก จากร่างที่ถูกเหวี่ยงไปมาจากการเคลื่อนไหวของเซี่ยซีหาน เขาก็เห็นระเบิดเวทมนตร์ที่ยังไม่ถูกจุดของตัวเอง มันอยู่ใกล้กับติงอิ้นที่กำลังรักษาระยะต่อสู้รอบนอก เพื่อรอจังหวะผลัดเปลี่ยนโจมตีกับติงกัง
เคอซวนยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไอ้หนูเป็นข้าที่ช่วยเจ้า"
เคอซวนพูดเบาๆ ก่อนจะใช้พลังวิเศษที่เหลืออันน้อยนิดของตัวเอง พยายามบังคับวงจรเวทมนตร์ของลูกระเบิดให้ทำงาน
โดยที่เคอซวนไม่ต้องพูดอะไรกับเซี่ยซีหาน ในฐานะผู้มีจิตนักรบ เซี่ยซีหานสัมผัสถึงจุดที่จะเกิดการระเบิดได้ก่อนที่มันจะระเบิดเล็กน้อย เขาโยกตัวคล้ายหลบฉากไปด้านข้างของติงกังอย่างรวดเร็ว โดยอยู่ในจุดที่ดีที่สุดหากเกิดการระเบิดขึ้น
ติงกังหันฉากตัวเองตามเซี่ยซีหาน และเขาจะไม่เห็นและรับรู้ใดๆ หากระเบิดเวทย์เพลิงถูกกระตุ้น เพราะเขาได้หันหลังให้มันอย่างสมบูรณ์แล้ว
ติงอิ้นก็เช่นกัน เขาหมุนตัวตามการเคลื่อนไหวของเซี่ยซีหาน ตอนนี้เขาหันหลังให้ลูกระเบิดเล็กๆ สีเทา ที่เคอซวนซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
ก้อนกลมเทานั้น ค่อยๆ เปล่งแสงสีแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และจากนั้น
!ตู้มมมมมมมมมมมมม เสียงระเบิดเพลิงดัง ติงกังเสียจังหวะ ร่างเขาถูกผลักจากแรงระเบิด นัยน์ตาของเซี่ยซีหานเย็นเฉียบ ขวานใหญ่ของเซี่ยซีหานมันถูกกำจนแน่น 'จังหวะนี้แหละ'
ติงกังร่างเย็นเฉียบ เขามองจ้องเซี่ยซีหานราวกับว่า เขากำลังเจอยมทูตตัวเป็นๆ ตรงหน้า