เหมยซีที่ตอนนี้เดินได้เป็นปกติ แต่ทางครอบครัวก็ยังคงปฏิบัติการนางเหมือนคนป่วยอยู่ร่ำไป คอยห้ามไม่ให้ทำนั้น นู้น นี้ ต้องนั่งรถเข็นเพราะกลัวเหนื่อย เหมยซีได้แต่ถอดหายใจ คงต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปสักพักก่อนละกัน
" คุณหนูอยากไปไหนอีกนอกจากชมสวนดอกไม้เสร็จ หรือต้องการของว่างกับน้ำชาดีค่ะ " สาวใช้ที่แม่ของเหมยซีส่งมาคอยดูแลใกล้ชิด ระมัดระวังทุกสิ่งอย่าง
" ไม่ละฉันเบื่อ อยากไปมหาวิทยาลัย อยากออกไปเที่ยวห้างสักหน่อยคงพอหายเครียด ว่าแล้วก็โทรเรียกเพื่อนสาวมารับดีกว่า " เหมยซีรีบใช้โทรศัพท์เพื่อชวนเพื่อนรักออกไปเปิดโลกกว้างสักหน่อยเบื่อโรงพยาบาลและบ้านเต็มที
" ฮัลโหลลลลลล.... เพื่อนสาวเจ้าหญิงแห่งคฤหาสน์ ต้องการให้รับใช้อะไรมิทราบค่ะ " หยางหยุนพูดหยอกล้อกับเหมยซีทำให้นางยิ้มหัวเราะในทันที
" ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนักแก ฉันเบื่ออะอยากออกไปจากบ้าน อยู่โรงพยาบาลก็เบื่อพอละ กลับบ้านมาต้องมานั่งเบื่อคูณสอง ฉันได้กลายเป็นคนพิการแน่ๆคราวนี้ คุณแม่ไม่ยอมให้ฉันหยิบจับอะไรเลย ไม่ให้เดิน ได้แต่นั่งรถเข็น ฉันจะอกแตกตายแล้ว ถ้าแกไม่มาหาฉันตอนนี้ ฉันคงกลายเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ " เหมยซีร่ายยาวถึงความอัดอั้นตันใจ แม้จะรู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง แต่ก็นะจะให้อยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่
" เพคะองค์หญิงหม่อนฉันจะรีบแจ้นไปหาทันที โปรดรอหม่อนฉันด้วยนะเพคะ " เหมยซีพอได้ยินคำพูดของบุคคลสมัยโบราณ ในใจก็เจ็บปวดเหลือเกินเหมือนมันใกล้จะแตกในเร็ววัน
" อี้อ๋องเพคะสบายดีหรือไม่เพคะ " เหมยซีน้ำตาคลอเบ้าแต่ต้องพยายามอดกลั้นเอาไว้บอกใครไม่ได้ คงหาว่าบ้าเป็นแน่
หยางหยุนได้ขับรถมายังบ้านของเพื่อนสนิทพร้อมทั้งเข้าไปเคารพผู้ใหญ่ในบ้าน " เหมยซีพร้อมหรือยัง" หยางหยุนเอ่ยถามทำให้ ฮองเฮาประจำคฤหาสน์หันขวับไปมองบุตรสาวทันที
" เตรียมตัวอะไรกันลูกแล้วนี่จะพากันไปไหน เหมยซีพึ่งฟื้นขึ้นมาเดินก็ยังไม่แข็งแรง จะพากันไปอันตรายแม่กลัว" เหมยซีมองหน้าหยางหยุนพร้อมขยิบตา ช่วยนางที
" เออ..... คุณแม่คะหนูคิดว่าจะพาเหมยซีไปสูดอากาศนอกบ้าน ไปสวนสาธารณะ ไปเดินห้างเพื่อผ่อนคลาย คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะหนูเตรียมรถเข็นมาอย่างดีรับรองเหมยซีไม่เป็นอะไรแน่นอน หากไม่พาออกไปคงไม่ดีต่อสุขภาพกายและใจของเหมยซีแน่ คุณแม่ก็รู้นิสัยว่าเหมยซีเป็นคนชอบท่องเที่ยวอย่างอิสระ และหนูได้โทรปรึกษาคุณหมอเรียบร้อยแล้วค่ะ ปลอดภัยแน่นอนคุณแม่ไม่ต้องห่วงเลย" หยางหยุนชิ่งตัดพูดร่ายยาวชักแม่น้ำมาทุกสายเพื่อนจะพาเพื่อนรักออกไปเที่ยวให้ได้ ไม่งั้นคงใกล้บ้าจริงๆ
" เอ้า... ก็ได้แต่ต้องไ่ม่ไปไหนไกลนักนะลูก และอย่ากลับเกินหกโมงเย็นนะลูกได้มั้ยจ๊ะ" คุณแม่ก็ใจอ่อนเมื่อหันไปมองหน้าบุตรสาวที่น้ำตาคลอเบ้าอยากออกไปกับเพื่อน ถ้าไปกับคนอื่นนางคงไม่ยินยอม แต่ถ้าไปกับหยางหยุนนางก็สบายใจเพราะเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก ครอบครัวรู้จักมักจี่กันทุกคน
" ค่ะคุณแม่ สองสาวประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย มองหน้ากันพรางหัวเราะชอบใจที่จะได้ออกไปเที่ยวแล้ว ผู้เป็นแม่ถึงกับหมั่นไส้ แต่พอเห็นลูกยิ้มได้แบบนี้นางก็สบายใจคลายกังวล
ตั้งแต่เหมยซีฟื้นขึ้นมาผู้เป็นแม่ก็คอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอดเวลา และสังเกตุเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไปของเหมยซี บางคร้ังก็หลุดคำพูดโบราณออกมา และอากัปกิริยาที่เรียบร้อยขึ้นกว่าแต่ก่อนสร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก และนั้นก็คือเหตุผลที่ต้องให้มีคนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง นางถึงจะนอนหลับได้สนิท
สองสาวนั่งอยู่ในรถหรูของหยางหยุน เหมยซีโบกมือให้คุณแม่ และสัญญาจะกลับก่อนหกโมงเย็น พร้อมส่งยิ้มให้แม่ของตน
" แกเพื่อนสุดที่รัก แม่เจ้าโว้ย......สุดยอดสมแล้วที่ฉันให้ลูกอมแกกินมาต้ังแต่เด็ก ฉันไม่รู้จะเอาคำไหนมาเยินยอแกได้หมดเลยว่ะเพื่อนรัก แกเล่นถึงกับเอารถเข็นพกมาด้วย ข้าขอคารวะแม่นาง" เหมยซีพูดจบก็หอมแก้มเพื่อนสนิทในทันที หัวเราะชอบใจเสียงดัง
" อึ๋ย... แกเล่นบ้าอะไรมาหอมแก้มฉันเนี่ย ดูแขนฉันสิขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเลย เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอบคุณหรอกแก พวกเราเป็นเพื่อนซี้กันไม่ต้องขอบคุณตลอดเวลา เพราะฉันเต็มใจที่จะทำ" หยางหยุนมองด้านหน้ารถที่ตอนนี้กำลังออกเดินทางไปห้าง แม้ตาจะมองแต่ปากก็ขยับได้สบาย
ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
" ว้าว.......... " เวลาผ่านไปปีเดียวแต่ของต่างๆภายในห้างก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่
"หยางหยุนคนสวย สวยที่สุดในปฐพีมิมีผู้ใดสู้ได้ หม่อมฉันขอคารวะจากหัวใจ" เหมยซีพูดจบหยางหยุนก็หมั่นไส้ เดินเข้ามาตีแขนเพื่อนเบาๆ เพราะกลัวเพื่อนเจ็บ
สองสาวที่ขณะนี้สนุกกับการซื้อของจากร้านนี้ไปร้านนั้นและก็ไปต่อเรื่อย เหมยซีเก็บกดมานานในที่สุดก็ได้เลือกว่าจะส่วมใสชุดอะไรแล้ว แต่อีกใจก็คิดถึงเวลานางใส่ชุดโบราณแล้วอี้อ๋องชมนางไม่ขาดปาก
" คิดถึงอีกแล้วสามีของข้า อี้อ๋องของข้า ตอนนี้ท่านกำลังทำอันใดอยู่ หม่อมฉันอยู่นี้สบายดีเพคะ แล้วพระองค์ละเป็นเยี่ยงไร" ได้แต่คิดในใจ ตาแดงน้ำตาคลอเบ้าจนหยางหยุนเข้ามาเห็นก็ตกใจ
" เหมยซีแกเป็นอะไร เหนื่อยเหรอนั่งพักก่อนมั้ยแก ต้องโทษฉันเอาแต่เลือกซื้อนั้นนี้ ไม่ห่วงเพื่อนเลย" หยางหยุนไม่สบายใจที่เห็นเพื่อนทำท่าเหมือนจะร้องไห้
" บ้า..!!!! แกก็ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแค่แสงในห้องมันสว่างจ้า บวกกับฝุ่นเข้าตามาสักพัก เดียวก็หายน่า สะบายใจนะ โอเค " เหมยซีถอนหายใจ เจ้าตัวก็สับสนว่าจะเล่าเรื่องราวที่ประสพมาให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของหล่อนดีหรือไม่ เอาเถอะเมื่อฉันสามารถตัดสินใจได้แล้ว ฉันจะเล่าทุกอย่างให้แกฟังเองนะเพื่อนรักหยางหยุน