6 ปีต่อมา
อากาศหนาวเย็น พร้อมกับลมที่พัดมา ณ บ้านหลังหนึ่งแถบชานเมืองเล็กๆ
“เ้าหนูดู๊ค ตื่นได้แล้ว ได้เวลาอาหารเช้า!” เสียงะโของหญิงสาวดังมาจากจากชั้น 1
ดู๊คลืมตาตื่นพร้อมลุกจากเตียงนอนของเขาพร้อมกับบิดตัวไปมา
ผมสีดำ นัยตาสีทองเป็ประกาย หนุ่มน้อยวัย 12 ขวบมองตัวเองในกระจกพร้อมอุทานว่า “ข้าดูดี ชะมัดเลย” ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพร้อมกับความสูงที่สมส่วนเกินเด็กวัย 12 ขวบ ดู๊คใส่เสื้อผ้าลงไปยังชั้น 1 ของบ้าน
สมาชิกในตระกูลไลก้อน นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน สุดหัวโต๊ะคือ “มอร์คีน ไลก้อน” ผู้าุโใหญ่ของตระกูล ผู้เป็ปรมาจารย์ดาบและคอยฝึกสอนวิชาให้แก่นักรบในตระกูลไลก้อน อดีตผู้นำของตระกูลไลก้อนในยุครุ่งเรือง และมีศักดิ์เป็ปู่ของดู๊ค
“เ้าหนู แกควรจะกินเนื้อเยอะๆ นะ ร่างกายแกดูผอมหมดแล้ว” มอร์คีนมองไปที่ดู๊คพร้อมพูด
ด้านซ้ายคือหญิงสาวหน้าตาสวยคม ผมสีขาวยาว ตาสีฟ้า พร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม ราวกับนางฟ้า นามของนางคือ “มีอาร์ ไลก้อน” นายหญิงใหญ่ของตระกูลไลก้อน ผู้ที่มีพลังเวทย์ที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยโรคร้ายทำให้เธอมีร่างกายที่อ่อนแอเกินที่จะสามารถใช้พลังเวทย์ได้ มีอาร์มีศักดิ์เป็แม่ของดู๊ค
“วันนี้แม่ทำซุปสตูลเนื้อเป็มื้อเช้าให้ทุกคนเลยล่ะ” มีอาร์ยิ้มพร้อมพูดกับทุกคน
ด้านขวาคือ ชายหนุ่มร่างกำยำ ใบหน้าที่เคร่งขรึม ผมสีดำ นัยตาสีทองเป็ประกาย พร้อมรอยาแบนใบหน้า นามของเขาคือ “โจเอล ไลก้อน” อดีตผู้นำตระกูลไลก้อนในยุคล่มสลายของตระกูล อดีตแนวหน้าที่เคยรบในชายแดนตะวันออก ทุกๆ วันเขายังโทษตัวเองว่าผู้ที่ทำให้ตระกูลล่มสลายคือตัวของเขาเอง โจเอลมีศักดิ์เป็พ่อของดู๊ค
“เริ่มที่จะเข้าหน้าหนาวแล้ว ข้าต้องรีบตีดาบให้เสร็จก่อนเวลา” โจเอลพึมพำกับตัวเองและตักซุปใส่ในชาม
และอีก 2 คนที่นั่งถัดจาก มีอาร์ และ โจเอลคือ “ลูก้า” และ “เลย์ล่า” ทั้ง 2 เป็ฝาแฝดชายหญิง ที่อายุน้อยกว่า ดู๊ค 2 ปี
สมาชิกในตระกูลที่หลบหนีมาจากเหตุการณ์ในวันนั้นมีเพียง 6 คนที่เหลือรอดมาได้
ดู๊คนั่งลงบนโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้
“ดู๊ค เ้าแต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว เ้าลืมไปแล้วรึว่าสถานะของตระกูลเราเป็เช่นไร” โจเอลกล่าว พร้อมมองไปยังเดรโก้ด้วยสีหน้าบึ้ง
ชุดของดู๊ค เป็ชุดหรูที่เขาได้มาจากการทำงานให้กับร้านเสื้อผ้าในเมืองเล็กๆ ใกล้บ้าน เนื่องจากดู๊คเขามีความหลงไหลในแฟชั่น ทอง และการสะสมของเป็อย่างมากจึงไม่ใช่เื่แปลกที่เขามีชุดใส่ไม่ซ้ำกันเลยสักวัน
“ข้าก็ต้องดูดีตลอดเวลา ไงละท่านพ่อ ท่านอย่าพูดอย่างกับพวกเราตกต่ำเหมือน 6 ปีที่แล้วสิ” “แล้วอีกอย่างท่านควรจะใส่ชุดที่ข้าสั่งตัดมาให้ท่านด้วยนะ” ดู๊คกล่าวพร้อมแสดงสีหน้านิ่งเฉย
“ฮ่าๆๆ ท่านพี่พูดถูก ต้องขอบคุณท่านพี่มากเลยที่ทำให้หาชุดดีๆ มาให้พวกข้าใส่” ลูก้า และ เลย์ล่า เอ่ย “แต่ก็นะท่านพี่แต่งตัวแบบนี้ เหมือนขุนนางมานั่งกินข้าวในคุกเลย” คำพูดของลูก้าและเลย์ล่ากล่าว พร้อมติดตลก
มองไปรอบบ้าน ภายในบ้านเป็บ้านเก่าๆ อึมครึม ทุกอย่างดูเรียบง่ายและมินิมอลตามสไตล์ตะวันตกโบราณ หน้าต่างและประตูหนาแน่น ที่พร้อมรับการป้องกันอยู่ตลอดเวลา มีดาบและอุปกรณ์เวทย์มนต์ต่างๆ จัดวางไว้เป็อย่างดี
“ลูกๆ อย่าพูดแบบนั้นสิ นี่คือฐานที่มั่นลับของตระกูลเราเชียวนะ” “แต่ไม่ต้องกังวลไปเดี๋ยวพวกเราก็จะได้ปราสาทของพวกเราคืนแล้ว” มีอาร์หลุดปาก “คุณพูดอะไรน่ะ เื่แบบนี้เราควรเก็บไว้เป็ความลับสิ” โจเอลกล่าว พร้อมมองไปที่มีอาร์
“ตายจริง ฉันไม่ควรพูดถึงแผนการของดู๊คเลย” มีอาร์กล่าว ทุกคนบนโต๊ะอาหารมองไปยังดู๊คพร้อมสแยะยิ้ม
“เอาหล่ะ แผนของเราเป็ไงบ้างนะ” ดู๊คเอ่ย พร้อมยิ้มอย่างน่าสงสัย
ภาพจำของตระกูลไลก้อน เป็ตระกูลที่ทรเกียรติและแข็งแกร่งแต่หลังจากเหตุการณ์ที่ตระกูลถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรจึงทำให้คนในตระกูลต่างเปลี่ยนความคิดและแนวทางในการขับเคลื่อนตระกูลใหม่ ซึ่งบุคคลที่เป็จุดเริ่มต้นของแินี้ก็คือ ดู๊ค
ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว หลังจากคืนที่ดู๊คพูดคุยกับปู่ของเขา ดู๊คได้นึกคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตระกูลฟื้นฟูกลับมาเป็แบบเดิม ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของดู๊คคือ “ต้องแข็งแกร่ง มั่งคั่ง และมีอำนาจ”
“ความแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งเป็จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง” ดู๊คในวัย 6 ขวบเอ่ยปากพึมพำกับตัวเอง
ในความเป็จริง สมาชิกในตระกูลไลก้อนล้วนมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ทั้งพลังเวทย์และพละกำลัง แต่เนื่องจากสถานะของตระกูลที่ถูกบัลดัมและ 4 ตระกูลหลักตามล่าจึงต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ทำให้โจเอล อดีตผู้นำตระกูลไลก้อน ไม่อนุญาติให้ใช้พลังและเวทย์มนต์หากไม่จำเป็
ดังนั้นจึงเป็เหมือนกฏของคนในครอบครัวโดยปริยาย