แสงแดดยามบ่ายของวันถัดมาสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ของร้านกาแฟ คาเฟ่สุดชิคใกล้กับมหาวิทยาลัยที่นักศึกษานิยมมานั่งทำงานและพูดคุยกัน กลิ่นกาแฟคั่วสดผสมกับกลิ่นขนมอบอวลไปทั่วร้าน สร้างบรรยากาศสบายๆ ที่ขัดแย้งกับพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวอยู่ในใจของเฌอลีนอย่างสิ้นเชิง
เธอนั่งอยู่มุมในสุดของร้าน ตรงข้ามกับมินา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอไว้ใจพอจะระบายเื่ที่น่าอับอายเช่นนี้ให้ฟังได้ ขอบตาของเฌอลีนคล้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับ ใบหน้าสวยที่ปกติจะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างมั่นใจ วันนี้กลับมีเพียงแป้งฝุ่นบางๆ และลิปกลอสสีอ่อน เธอดูเหนื่อยล้า...และแตกสลาย
"ฉันไม่ไหวแล้วว่ะมินา" เฌอลีนโพล่งออกมาหลังจากที่พนักงานนำลาเต้ร้อนมาเสิร์ฟให้เธอ เสียงของเธอแฝงไปด้วยความอัดอั้นจนแทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่ "เมื่อคืน... มันคือฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ"
มินา เพื่อนสาวสุดเปรี้ยวในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดและแว่นกันแดดอันใหญ่ที่คาดไว้บนศีรษะ หยุดการใช้ส้อมจิ้มชีสเค้กตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนรักอย่างเต็มตา "เล่ามาให้หมด ไม่ต้องเซ็นเซอร์" เธอบอกพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น "เกิดอะไรขึ้นอีก ยัยเฌอ"
เฌอลีนถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มบอกเล่าเื่ราวความพยายามอันล้มเหลวของเธอเมื่อคืนอย่างละเอียด ั้แ่การเตรียมตัวอย่างดี อาบน้ำหอมกรุ่น สวมชุดชั้นในลูกไม้ซีทรูที่แพงที่สุดเท่าที่เคยซื้อ ไปจนถึงการถูกปฏิเสธอย่างเ็าด้วยเหตุผลเดิมๆ ว่า "เหนื่อย" และ "เครียด"
"แกคิดดูนะมินา" เฌอลีนยกมือขึ้นมากุมขมับ "ฉันลงทุนขนาดนั้น จัดเต็มทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคืออะไร? คือการที่เขานอนหันหลังให้แล้วไถโทรศัพท์! มันเจ็บใจยิ่งกว่าการโดนบอกเลิกอีกนะเว้ย มันเหมือนกับว่าตัวตนของฉัน ร่างกายของฉัน มันไม่มีค่าพอที่จะดึงความสนใจเขาออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่นได้เลย"
มินาฟังอย่างตั้งใจ พยักหน้าเป็ระยะๆ ด้วยความเข้าใจ เธอยื่นมือข้ามโต๊ะมาบีบมือเพื่อนเบาๆ "ใจเย็นๆ นะแก ฉันเข้าใจ... เื่แบบนี้มันเสียเซลฟ์สุดๆ"
"เสียเซลฟ์เหรอ? นี่มันเกินคำนั้นไปแล้ว!" เฌอลีนสวนกลับทันที "นี่มันคือการถูกลดทอนคุณค่า! ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่ตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตจิตใจ เป็ของประดับห้องที่เขามีไว้แต่ไม่เคยคิดจะสนใจ ฉันมีความ้านะมินา... ร่างกายฉันมันร่ำร้องหาการััที่มันลึกซึ้งกว่าการจับมือเดินดูหนังโว้ย!"
ความอัดอั้นที่เก็บไว้ตลอดทั้งคืนพรั่งพรูออกมาไม่หยุด "แล้วที่เจ็บใจที่สุดคืออะไรแกรรู้ไหม? คือคำพูดของฉันที่สวนกลับไป มันแรงมาก ฉันว่าเขาอ่อนแอ ฉันว่าเขาเป็ผู้ชายขี้แพ้... ซึ่งมันก็จริง! แต่พอพูดออกไปแล้วฉันก็รู้สึกแย่อยู่ดี มันเหมือนกับว่า...ความสัมพันธ์ของเรามันมาถึงจุดที่พูดจาดีๆ กันไม่ได้แล้ว เหลือแต่การสาดอารมณ์ใส่กัน"
มินาจิบอเมริกาโน่เย็นของเธออึกใหญ่ ใช้เวลาประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม "โอเค ฟังนะเฌอ จากที่แกเล่ามาทั้งหมดเนี่ย ปัญหามันมีอยู่สองเื่ใหญ่ๆ เื่แรกคือปัญหาสภาพจิตใจของอีตาแทนที่โดนบูลลี่จนขาดความมั่นใจ ซึ่งมันส่งผลกระทบมาถึงเื่บนเตียง กับเื่ที่สอง... คือความ้าทางกายของแกที่ไม่ได้รับการตอบสนอง"
เฌอลีนพยักหน้าหงึกๆ "ใช่... แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้ยังไง"
มินายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เธอลดเสียงลงเล็กน้อยแล้วโน้มตัวเข้ามาหาเฌอลีน "งั้นเราก็ต้องแก้ทีละเื่ไง... เอาเื่ที่สองก่อน เพราะมันแก้ได้ง่ายและเร็วกว่า"
"ยังไง?" เฌอลีนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"ของเล่นไงยะ!" มินาพูดเสียงเกือบจะเป็กระซิบแต่แววตานั้นเปล่งประกาย "เดี๋ยวนี้มันปีอะไรแล้วคะคุณเพื่อน? เราไม่จำเป็ต้องรอให้ผู้ชายมาทำให้เราเสร็จเสมอไปนะยะ อุปกรณ์เสริมความสุขมีให้เลือกเป็ร้อยเป็พัน ทั้งแบบสั่น ไม่สั่น แบบกระต่าย แบบไข่... โอ๊ย สารพัด! แกแค่เข้าไปในแอปฯ สั่งออนไลน์ พรุ่งนี้ของก็มาส่งถึงหน้าห้องแล้ว ง่ายกว่าปอกกล้วยอีก"
เฌอลีนนิ่งอึ้งไปกับข้อเสนอของเพื่อน เธอไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อนในชีวิต
มินาเห็นเพื่อนเงียบไปก็รีบอธิบายต่อ "แกฟังฉันนะ การที่เราจะช่วยตัวเองด้วยของเล่นเนี่ย มันไม่ได้หมายความว่าเรานอกใจแฟนนะเว้ย มันคือการดูแลตัวเองต่างหาก คือการปลดปล่อยความเครียด ความ้าของเราด้วยตัวเราเอง พอร่างกายเราแฮปปี้ อารมณ์เราก็จะดีขึ้น ทีนี้แกก็จะมีสติ มีพลังงานเหลือไปจัดการกับปัญหาเื่แรก คือเื่ของแทน ได้อย่างใจเย็นขึ้นไง มันคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เข้าใจป่ะ?"
ข้อเสนอของมินาฟังดูมีเหตุผลอย่างน่าประหลาด มันคือทางออกที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด เฌอลีนลองจินตนาการภาพตัวเองใช้ "ของเล่น" ที่ว่า... มันอาจจะช่วยดับไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในกายเธอได้จริงๆ แต่ทว่า... เมื่อคิดลึกลงไปอีกนิด เธอก็พบว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เธอ้า
เฌอลีนส่ายหน้าช้าๆ "ฉันขอบใจนะมินาสำหรับคำแนะนำ... แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ว่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะ?" มินาทำหน้างง "แกไม่ต้องอายหรอกน่า เื่แบบนี้มันเป็เื่ธรรมชาติสุดๆ"
"ฉันไม่ได้อาย" เฌอลีนตอบเสียงหนักแน่น "แต่สิ่งที่ฉัน้ามันไม่ใช่แค่การถึงจุดสุดยอด... ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยทางกาย แต่มันคือการ 'ร่วมรัก' มันคือการได้รู้สึกว่าตัวเองเป็ที่้า เป็ที่ปรารถนาของผู้ชายที่ฉันรัก การใช้ของเล่นมันเหมือนกับการกินอาหารเสริมแทนข้าวสวย มันอาจจะให้สารอาหารครบถ้วน แต่มันไม่อิ่มท้อง ไม่อิ่มใจเหมือนการได้กินอาหารมื้ออร่อยว่ะ"
เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ความอุ่นของมันช่วยให้เธอรู้สึกสงบลงเล็กน้อย "แล้วอีกอย่างนะ... การทำแบบนั้นมันเหมือนกับการยอมรับว่าปัญหาของแทนเป็เื่ที่แก้ไขไม่ได้ เหมือนกับฉันยอมแพ้แล้วหันมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยตัวเอง ซึ่งฉันยอมไม่ได้ ปัญหาของเขา... มันคือปัญหา 'ของเรา' และต้นเหตุของมันก็คือคนที่มารังแกเขาไม่ใช่เหรอ? ถ้าเรากำจัดต้นเหตุได้ ทุกอย่างมันก็จะกลับมาเป็เหมือนเดิม"
มินามองหน้าเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจออกมา "ยัยเฌอเอ๊ย... แกนี่มัน... จริงจังกับชีวิตไปหมดทุกเื่จริงๆ"
"ก็มันเป็เื่ที่ต้องจริงจังนี่" เฌอลีนยืนยัน "ฉันจะไม่ยอมให้ความสัมพันธ์ของฉันพังลงเพราะคนอื่น ฉันจะไปจัดการต้นตอของเื่ทั้งหมด"
"แล้วแกรู้เหรอว่าเป็ใคร?"
"ไม่รู้... แต่ฉันจะหาให้เจอ"
ราวกับ์ได้ยินคำประกาศิตของเธอ ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะแยกย้ายกันออกจากร้าน หลังจากที่เฌอลีนจ่ายเงินและกำลังจะเดินออกจากประตู สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน...
นั่นคือ "แทน" แฟนหนุ่มของเธอ เขากำลังเดินก้มหน้าก้มตา หอบหิ้วกองหนังสือเล่มหนาอย่างทุลักทุเล สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เฌอลีนกำลังจะยกมือขึ้นทัก แต่แล้วขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ในชุดนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยประมาณสามสี่คนเดินเข้ามาขวางทางเขาไว้ และคนที่อยู่หน้าสุด... คนที่สูงที่สุดและมีออร่าความเป็ผู้นำแผ่ออกมาอย่างชัดเจน... คือคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้าใกล้ๆ แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขามานักต่อนัก
"คม" กัปตันทีมบาสเกตบอล... ดาวเด่นของมหาวิทยาลัย
เฌอลีนรีบดึงมินาให้หลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่หน้าร้าน เธอมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
คมไม่ได้ทำร้ายร่างกายแทน แต่การกระทำของเขานั้นหยามเหยียดและน่าเจ็บใจยิ่งกว่า เขาเดินเข้าไป "ชนไหล่" แทนอย่างจัง จนหนังสือในอ้อมแขนของแทนร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นถนน
"โอ๊ะ โทษทีว่ะ พอดีมองไม่เห็น" คมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ตัวเล็กไปหน่อย... นึกว่าเป็หลักกิโล"
เสียงหัวเราะดังครืนมาจากกลุ่มเพื่อนของเขา
แทนหน้าซีดเผือด เขารีบก้มลงไปเก็บหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นอย่างลนลาน "มะ...ไม่เป็ไร เราผิดเอง"
"เออ รู้ตัวก็ดี" คมพูดพลางใช้ปลายเท้าของเขี่ยหนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ให้กระเด็นออกไป "คราวหลังก็เดินดูทางดีๆ ด้วยนะ... เกะกะว่ะ"
พูดจบ เขากับกลุ่มเพื่อนก็เดินหัวเราะจากไป ทิ้งให้แทนยืนเก็บหนังสือที่เหลืออยู่ตามลำพังด้วยท่าทางที่น่าสมเพชและห่อเหี่ยวราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม
ภาพที่เห็นตรงหน้ามันเหมือนกับภาพสะท้อนคำพูดของเธอเมื่อคืนทุกอย่าง... "อ่อนแอ" "ขี้แพ้" "ไม่สู้คน"
เฌอลีนยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความสงสารที่มีต่อแทนถูกความโกรธแค้นที่มีต่อคมกลบไปจนหมดสิ้น เธอไม่ได้โกรธแค่ที่เขามาทำร้ายแฟนเธอ แต่เธอโกรธที่เขาคือต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตรักของเธอต้องพังไม่เป็ท่า เขาคือคนที่ขโมยความมั่นใจของแทนไป และมันก็ส่งผลให้เขาขโมยความสุขบนเตียงของเธอไปด้วย
ตอนนี้... ศัตรูของเธอมีตัวตนและใบหน้าที่ชัดเจนแล้ว
"ไอ้สารเลวนั่น..." เฌอลีนพึมพำออกมาลอดไรฟัน ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของคมที่กำลังเดินห่างออกไปอย่างทระนงองอาจ
"ใจเย็นๆ แก" มินาจับแขนเพื่อนไว้ "อย่าเพิ่งไปมีเื่ตรงนี้นะ"
แต่เฌอลีนไม่ได้ฟัง เธอกำลังประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็ว การเผชิญหน้ากับคนอย่างคมซึ่งๆ หน้าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ เธอต้องมีแผน... ต้องเข้าหาเขาในเวลาและสถานที่ที่เขาจะคาดไม่ถึง ที่ที่เขาจะอยู่ในจุดที่ "เปราะบาง" ที่สุด
และทันใดนั้นเอง แผนการหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
"ฉันไม่ได้จะไปมีเื่" เฌอลีนหันมาพูดกับมินา แต่แววตาของเธอนั้นเปลี่ยนไปแล้ว จากความสับสนและผิดหวัง กลายเป็แววตาของนักล่าที่เจอเป้าหมาย มันคมกริบ เ็า และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า "ฉันแค่จะไป 'คุย' กับเขาให้รู้เื่... ในแบบของฉัน"
เธอดึงแขนออกจากมินา หันหลังกลับและเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้เพื่อนสนิทยืนมองตามด้วยความงุนงงระคนเป็ห่วง
เฌอลีนไม่ได้เดินกลับบ้าน และไม่ได้เดินไปหาแทน แต่เธอกำลังมุ่งหน้าไปยังตึกคณะของคม... เพื่อไปหาตารางซ้อมบาสเกตบอลของทีมมหาวิทยาลัย
พายุไม่ได้สงบลง... แต่มันแค่กำลังรอเวลาที่จะพัดเข้าใส่ใจกลางของเป้าหมายอย่างจัง และชื่อของพายุลูกนั้นก็คือ... เฌอลีน