“ม… มีตัวอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่!”
ชูล่าทำท่าทางตื่นตระหนก เซซิลเองก็ไม่แพ้กัน นี่เป็ครั้งแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและความไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในเงามืดเบื้องหน้านั้นคือตัวอะไรกันแน่ เสียงเท้าหนัก ๆ กระแทกลงพื้นจนสั่นะเืไปทั่ว ทันใดนั้นเอง ชูล่าเห็นว่ามีดวงไฟสว่างวาบอยู่ในความมืด พริบตาต่อมาดวงไฟสีขาวนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าสะพรึงกลัว จิตใต้สำนึกของเซซิลบอกกับเขาว่า สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้นต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
“หลบเร็ว!”
ชูล่าผลักเซซิลจนล้มลงและตนเองก็กระโจนหลบไปคนละทางในขณะที่เปลวไฟพุ่งผ่านไปกระทบกับผนังถ้ำและะเิเศษเพชรจนกระจายออก เปลวไฟเผาปลายผมของชูล่าไปอีกเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนและประจันหน้ากับเ้าของเปลวไฟ ขาที่เต็มไปด้วยเกล็ดแข็งหวังจะเหยียบชูล่าให้จมดิน แต่ชายหนุ่มตั้งสติทันที่จะหลบมันพ้น
ด้วยความโมโหที่ถูกรุกล้ำคูหาส่วนตัว สัตว์ประหลาดั์อ้าปากคำรามลั่นเสียจนพื้นถ้ำสั่นะเือย่างรุนแรง มันกางปีกออกและกระพืออย่างรุนแรง เศษเพชรและเศษหินตามพื้นปลิวม้วนเป็เกลียวตามแรงลมใต้ปีก มันพัดเศษหินและเพชรพวกนั้นพุ่งมาทางพวกชูล่า ความเร็วที่มากกว่าร้อยห้าสิบกิโลเมตรเพียงพอที่จะทำให้มันกลายเป็ะุที่น่ากลัว
“ชูล่า มาทางนี้!”
เซซิละโเรียกชูล่าในขณะที่อาลูลุกำลังขวางพายุเศษเพชรอย่างเต็มที่ด้วยม่านพพลาสมาขนาดเล็ก ชูล่าตัดสินใจวิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เพื่อไปให้ถึงม่านพพลาสมา แต่เศษเพชรชิ้นหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ที่ไหล่ของชูล่าก่อนจะถึงที่หมายพอดี เขาล้มลงไปและลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ที่ไหล่มีรอยแผลถากเป็ทางยาว ชูล่ากุมไหล่ที่เต็มไปด้วยเือย่างเ็ป
เ้าสัตว์ประหลาดคำรามลั่นก่อนจะเปิดเผยตัวตนที่อยู่ภายใต้เงามืด สัตว์ประหลาดที่ควรจะสูญพันธุ์ไปนานกว่าศตวรรษ สัตว์อันเป็สัญลักษณ์แห่งความสะพรึงกลัวั้แ่โบราณกาล ัขนาดตัวราวกับตึกห้าชั้นยื่นคอเข้ามาใกล้พวกชูล่าและคำรามใส่ด้วยความโมโห มันอ้าปากสูดลมหายใจและเตรียมพ่นไฟใส่ทุกคนอีกครั้ง
ตอนนั้นเองกุญแจของชูล่าก็กลายเป็เปลวไฟพอดี ไฟของักับไฟของชูล่าปะทะซึ่งกันและกันจนกระจายออกไปทั่วทิศทาง เ้าัผงะหัวกลับด้วยความแปลกใจว่าทำไมเปลวไฟของมันถึงถูกขัดขวาง ระหว่างที่มันกำลังแปลกใจอยู่นั้นเอง เซซิลกระซิบบอกกับทุกคนด้วยเสียงเบา
“แบบนี้ไม่ไหวแน่… ถอยกลับไปตั้งหลักกันก่อนเถอะ”
ชูล่าเห็นด้วยกับเซซิล ทุกคนรีบวิ่งอย่างสุดแรงเกิด ในขณะที่ด้านหลังมีัตัวใหญ่กำลังบินตามมาพร้อมกับพ่นเปลวไฟขนาดใหญ่ไปรอบบริเวณ เซซิลถูกชูล่ากระชากตัวเข้าไปในอุโมงค์ได้ทันก่อนที่จะมันจะใช้กรงเล็บตะปบผนังอุโมงค์จนแตกออก
ตอนนี้เซซิลรู้แล้วว่ารอยบนซากคอนกรีตที่ชานชาลานั่นเป็ฝีมือของใคร และมันคงเป็รอยเดียวกับรอยแผลของบรูซก็เป็ได้ บางทีัตัวนี้คงอาศัยอยู่ในถ้ำลึกลับมาอาจจะนานกว่าศตวรรษแล้ว จนมนุษย์ได้เข้ามารุกล้ำเขตแดนของมัน มันจึงออกอาละวาดจนเหมืองและสถานีรถไฟกลายเป็เขตอันตรายและถูกปิดตายลงในที่สุด
ทั้งหมดยังคงวิ่งหยุดฝีเท้าโดยมีเ้าับินตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด แต่เพราะเส้นทางในอุโมงค์ที่แคบ ทำให้มันเคลื่อนที่ด้วยการบินได้ไม่ถนัดนัก แผนการของเซซิลคือกลับไปตั้งหลักที่ชานชาลา และใช้ขบวนรถไฟในการสลัดมันให้หลุด หากว่ารถไฟขบวนนั้นยังคงใช้การได้อยู่
พุดไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาจากด้านหน้าของเซซิลอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากหน้ารถส่องสว่างวูบวาบเลี้ยวโค้งมาอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันจะสงสัยว่าใครเป็คนเดินเครื่องรถไฟขบวนนั้น บรูซก็เปิดหน้าต่างออกมาและโบกมือะโเรียกทุกคน
“รีบะโขึ้นมาเร็ว!!”
เ้าัรีบถลาบินเข้าใส่พวกชูล่าที่กำลังจะหลบหนีราวกับรับรู้ความคิด แต่ตัวมันก็กระแทกกับหัวรถจักรอย่างแรงจนกระเด็นปลิวหายไปในความมืดเื้ั ชูล่าอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปเกาะที่ราวเหล็กข้างขบวนพร้อม ๆ กับเซซิล แต่ด้วยความเร็วกับเืที่มือทำให้ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งราวเหล็กเอาไว้ได้ ในขณะที่ชูล่ากำลังจะปลิวไปด้านหลังขบวน เซซิลก็คว้าคอเสื้อของชูล่าไว้ได้ทันพอดี
“จับไว้แน่นๆนะ!”
เซซิละโ ในขณะที่มือของเขาเองที่เหนี่ยวรั้งราวเหล็กไว้ก็เหลืออยู่เพียงข้างเดียว รถไฟตีโค้งอีกครั้งและสะบัดทั้งสองคนไปมาราวกับแส้ม้า ชูล่าพยายามใช้แขนทั้งสองของตัวเองจับแขนของเซซิลเอาไว้แน่น แต่เซซิลเองก็กำลังจะหมดแรงยึด หากเป็แบบนี้ทั้งสองคนจะปลิวไปทั้งคู่แน่นอน
“ฉันมาช่วยแล้ว!”
บรูซวิ่งมาจากหัวรถจักรพร้อมกับอาลูลุที่ไปเรียกเขามา พยายามจับแขนของชูล่าไว้ เขาดึงชูล่าขึ้นมาบนนขบวนรถได้สำเร็จจากนั้นก็จับแขนของเซซิลที่เพิ่งหลุดมือจากราวเหล็กได้ทันเวลาพอดี
รถไฟยังคงวิ่งต่อไปโดยไม่ลดความเร็วลง อาลูลุหยิบเครื่องปฐมพยาบาลออกมาจากกระเป๋าของชูล่าและใช้ผ้าพันแผลพันที่ไหล่ของเขา ส่วนเซซิลเองก็หอบหายใจถี่เพราะเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ใช้แรงเยอะขนาดนี้
“ขอบคุณนะบรูซ ถ้าไม่ได้คุณช่วยเอาไว้ เราก็คงตายไปแล้ว”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษพวกนาย ที่ไม่มาช่วยให้เร็วกว่านี้”
บรูซมองทุกคนด้วยแววตาที่เคลือบไปด้วยความสำนึกผิดในนั้น เขาต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะตัดสินใจมาที่นี่ได้ แต่ก็ไม่มีใครกล่าวโทษบรูซว่าขี้ขลาด เพราะการกระทำเมื่อครู่นี้มันแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของเขาแล้ว
“ว่าแต่… เมื่อครู่นี้มันคือ…”
“ัไงล่ะ สัตว์ประหลาดที่เคยทำร้ายนายจนาเ็สาหัส”
“แต่มันจบแล้วล่ะ เ้านั่นป่านนี้มันคงนอนหลับนับดาวไม่ฟื้นอีกแล้ว”
ชูล่าหัวเราะ และยังจำวินาทีที่เ้าัโง่ถูกหัวรถจักรชนจนกระเด็นได้ติดตาตรึงใจ ทว่าเซซิลกับบรูซยังคงรู้สึกกังวลใจอยู่ หากว่าัจะตายง่าย ๆ เพียงแค่นี้ มันคงไม่อาจเป็เผ่าพันธุ์ที่ปกครองโลกเมื่อครั้งอดีตได้ แต่นั่นก็อาจจะเป็เพียงความกังวลที่เกินเหตุไปก็ได้
“โครม!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังพร้อมกับแรงสั่นะเืที่ด้านหลังขบวนรถไฟจนชูล่ากับเซซิลกกระเด็นกลิ้งไปอยู่ที่ขอบประตู บรูซสังเกตเห็นว่ามีบางสิ่งอยู่บนหลังคาตู้ขบวนท้ายสุด ัตัวนั้นยังไม่ตาย มันเกาะรั้งขบวนรถไฟเอาไว้จนความเร็วของรถไฟเริ่มตกลง บรูซรีบคว้าประแจปากตายจากกล่องเครื่องมือที่วางอยู่ข้างตัวและเปิดประตูออกไป เขาก้มลงไปยังข้อต่อเชื่อมขบวนรถและพยายามใช้ประแจไขมันให้หลุดออกจากขบวนหลัก
“ระวังค่ะ!”
อาลูลุะโบอกบรูซ ในขณะที่มันพ่นไฟมายังตู้ขบวนเบื้องหน้าเขาแต่ชูล่าก็เข้ามาขวางได้ทัน ชูล่ากำหมัดและต่อยไปยังข้อต่อของขบวนรถประมาณสองสามหมัด ข้อต่อเหล็กถูกไฟที่เกิดจากพลังของเขาเผาผลาญจนหลอมละลายขาดออกจากกัน รถไฟจึงเร่งความเร็วได้ตามปกติและทิ้งห่างจากเ้าัอีกครั้ง เซซิลลุกขึ้นมากุมศีรษะอย่างมึนงง และได้ยินเสียงคำรามที่ทรงอานุภาพเพราะถูกขัดขวางหลายต่อหลายครั้ง
“ท่าทางมันจะโกรธพวกเรานะ…”
ยังไม่ทันที่บรูซจะพูดจบ อาลูลุก็อุทานขึ้นอย่างใ เ้าับินพุ่งมาด้วยความเร็วสูง จนขนาบข้างขบวนรถไฟ จากนั้นมันก็พุ่งชนอย่างรุนแรงจนขบวนรถไฟะเืแทบจะหลุดออกจากราง ทุกคนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทางราวกับขนมในกระป๋องที่ถูกจับเขย่า
“ทุกคน ถอยไปอยู่ที่มุม! และหมอบเอาไว้!”
เซซิละโบอก แต่เ้าัยังคงไม่หยุดเท่านั้น มันเหยียบบนหลังคาและน้ำหนักของมันทำให้หลังคารถไฟบุบลง จากนั้นก็จิกกรงเล็บอันแหลมคมที่ขาของมันพร้อมกับกระชากแผ่นเหล็กส่วนหลังคาออกจนปลิวกระเด็น
คราวนี้มีช่องว่างพอที่มันจะมุดหัวเข้ามาภายในขบวนรถได้แล้ว เ้าัอ้าปากคำรามใส่ชูล่า มันส่งเสียงในลำคอเป็่ ๆ ฟังดูราวกับเสียงหัวเราะ และรวบรวมความร้อนในลำคอเตรียมที่จะพ่นไฟใส่ หากเป็เช่นนั้นทุกคนก็จะต้องถูกเปลวไฟอันร้อนแรงคลอกตายกันหมดเป็แน่
ชูล่ากำหมัดขวาแน่น เปลวไฟสีแดงฉานห่อหุ้มหมัดของชูล่าเหมือนออร่าและตัดสินใจวิ่งเข้าหาเ้าั เขาหลบคมเขี้ยวที่จ้องจะงับใส่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะเล็งไปที่ดวงตาของมัน ชูล่าต่อยไปที่ลูกตาสีอำพันของมันเต็มแรง ออร่าสีแดงะเิออกเหมือนดอกไม้ไฟพร้อม ๆ กับเืสีดำที่พุ่งกระจาย เ้าัคำรามและกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด มันสะบัดหัวอย่างรุนแรงด้วยความเ็ปแสนสาหัสจนชูล่าปลิวกระเด็นอยู่กลางอากาศ
เขากระเด็นปลิวอย่างไร้ทิศทาง แต่โชคดีที่มือที่คว้าอากาศอยู่นั้นจับไปโดนหางของมันพอดี ชูล่ารั้งหางของมันไว้แน่นในขณะที่เขาถูกเหวี่ยงไปมาเหมือนกับเชือก
“ชูล่า! รั้งเอาไว้ก่อนนะ!”
บรูซะโเรียกชูล่า ในขณะที่รถไฟพุ่งออกจากอุโมงค์และกลับมายังโถงถ้ำเหมืองเพชร บรูซวิ่งไปยังหัวรถจักรอย่างรวดเร็วพร้อมกับโยกคันโยกเพื่อลดความเร็ว แต่ความเร็วของหัวรถจักรยังคงไม่ตกลงง่าย ๆ นัก ในขณะที่เซซิลกับอาลูลุกำลังหาที่หลบเ้าัที่อ้าปากพ่นไฟสะเปะสะปะเพราะดวงตาที่บอดไปข้างหนึ่ง เล็บของมันเกี่ยวติดกับขบวนรถและมันก็พยายามที่จะเอาออกอย่างเต็มที่
ชูล่ารวบรวมกำลังแขนทั้งหมดปีนไปตามหางของมัน มือและแขนของเขาถูกเกล็ดตามตัวของมันบาดจนเป็แผลเต็มไปหมด แต่ชูล่าก็ยังไม่ย่อท้อ เขาสัญญากับจาฮาไว้แล้วว่าจะมีชีวิตอยู่ในส่วนของจาฮา ดังนั้นแล้วชูล่าจะต้องไม่มาตายที่นี่ อย่างน้อยก็จนกว่าจะได้แก้แค้นให้จาฮาได้
ขบวนรถไฟพุ่งชนป้ายไม้ที่ขวางทางเอาไว้จนฉีกกระจายเป็ชิ้น ๆ และพุ่งต่อไปในความมืดมิดเบื้องหน้า บรูซวิ่งกลับมาที่ขบวนรถและพบว่าเซซิลกำลังลำบากอยู่ เขาคว้าประแจเหล็กที่หล่นอยู่และระดมฟาดมันไปที่ดวงตาที่าเ็อยู่ของเ้าั เขาแปลกใจว่าความกลัวของตัวเองได้หายไปั้แ่เมื่อไหร่ อาจจะเป็ตอนที่ได้เห็นชูล่าสู้กับัอย่างกล้าหาญก็เป็ได้ มันสะบัดหัวกระแทกบรูซจนกลิ้งไปอยู่ที่มุมตู้ขบวน จากนั้นก็ดึงหัวออกจากตู้ขบวนเหมือนจะเตรียมหนี
ชูล่าอดทนมาถึงส่วนหลังของมัน เขากำลังคิดว่าจะทะลวงร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดแข็งนี้ได้อย่างไร ชูล่าพลันคิดไปถึงตำนานผู้พิชิตัที่ฟังมาจากเซซิล และคิดถึงรูปปั้นอัศวินกับหอกคู่ใจ อาวุธร้ายที่จะฆ่าัได้คือหอกอันแหลมคมนั้น
ชูล่าคิดย้อนไปถึงคำพูดของเซซิลที่เกี่ยวกับพลังของเขา เมื่อครู่นั้นชูล่าคิดว่าจะทำให้กำปั้นของเขาทรงพลังที่สุด และออรร่าสีแดงก็มาห่อหุ้มที่กำปั้นในทันที ชูล่าคิดว่าหากเขาพยายามจินตนาการอย่างที่เซซิลบอก ก็น่าจะควบคุมมันได้ดั่งใจ
ทันใดนั้นเอง ล้อเหล็กก็สะดุดกับหินก้อนใหญ่ที่ร่วงลงมาขวางที่ราง เกิดแรงสั่นะเืขึ้นที่ขบวนรถ ล้อเหล็กเสียดสีกับก้อนหินจนเกิดสะเก็ดไฟสว่างวาบเป็ทางยาวในขณะที่รถเริ่มลดความเร็วลงเรื่อย ๆ ที่อยู่เบื้องหน้าพวกเซซิลในระยะไม่ถึงสองร้อยเมตรนั้นคือสุดขอบรางที่ถูกกั้นด้วยราวไม้ เป็เหวลึกสีดำทะมึนที่น่าสะพรึงกลัว
“หาที่ยึดเอาไว้! เรากำลังจะตก!!”
บรูซะโลั่น ในขณะที่บนหลังคา เ้าัยังคงพยายามถึงเล็บออกจากขบวนรถและสะบัดชูล่าให้หลุดจากหลังของมัน ชูล่ารวบรวมสมาธิและจินตนาการถึงหอกที่จะทะลวงไปถึงหัวใจของั เขาคิดถึงภาพหอกของรูปปั้นอัศวิน และก็ได้ผล พลันนั้นเอง ออร่าสีแดงกับเปลวไฟก็ยืดออกกลายเป็หอกแหลม
ชูล่าเงื้อหอกที่เขาสร้างขึ้นและกดแทงลงไปกลางหลังของเ้าัอย่างสุดแรงเกิด เขาคิดถึงภาพของอัศวินหนุ่มผู้สังหารัและกลายเป็ัตัวต่อไป ในขณะที่เืสีดำข้นทะลักออกจากรอยแผลของมันพร้อมกับเปลวไฟสีแดงจากพลังของชูล่า เ้าัร้องสุดเสียงพอดีกับที่หัวรถจักรพุ่งมาสุดเส้นทางและชนเข้ากับราวไม้ จากนั้นก็ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
เซซิลยืดราวเหล็กเอาไว้แน่นและมองออกไปนอกขบวนรถ ทุกสิ่งทุกอย่างปลิวราวกับภาพช้า เขามองเห็นบรูซเอี้ยวตัวหลบประแจเหล็กที่พุ่งเข้าหาเฉียดศีรษะไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร น้ำหนักของตัวรถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างร่วงลงสู่หุบเหวลึกตามหลักของแรงโน้มถ่วง
เพราะเล็บยังคงติดอยู่กับตัวรถ เ้าัเองก็เลยถูกดึงตามลงมาด้วย มันพยายามที่จะบิน แต่ก็ไม่อาจพยุงเหล็กั์น้ำหนักหลายร้อยตันได้ ทุกอย่างราวกับฝันร้าย ชูล่าหมดแรงที่จะยึดเหนี่ยวอะไรไว้ได้อีก เขาปล่อยมือออกจากัตัวนั้นและลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ในขณะที่กำลังจะหมดสตินั้นเอง ดวงตาก็พลันมองเห็นแสงสว่างวาบจากก้นเหวสีดำเบื้องล่าง จากนั้นทุกอย่างก็สงบนิ่ง
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦