หนังสือภาพเล่มนั้นอธิบายการร่วมรักของชายหญิงไว้อย่างละเอียดดวงตาที่ดำคล้ำเพราะนอนน้อยกลับหายง่วงงงในทันทีที่ภาพแรกถูกเปิดให้นางได้เห็นแม้นางจะเคยแอบดูนางกำนัลกับองครักษ์กอดจูบกัน ก็คิดแต่เพียงว่าการร่วมหอคงทำเช่นนั้นจากนั้นรู้เพียงว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องถอดเสื้อผ้า
เพราะไม่คิดว่าพระสวามีจะคิดมาร่วมเตียงจึงไม่สนใจจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ รูปร่างอันอัปลักษณ์นี้ไม่ว่าใครที่ได้เห็นต่างเมินหน้ากันทั้งนั้นมีเพียงอ๋องเก้าผู้เดียวที่เข้ามาเกาะแกะวุ่นวายกับนาง
“เจ้าจิ้งจอกขาวตัวนั้นคิดอย่างไรกันแน่? หรือว่าจิตใจผิดปกติจากผู้คนทั่วไปจึงได้ชอบที่เปิ่นกงเป็นเช่นนี้”
“พระชายา หม่อมฉันได้ยินว่าบางคราแม้แต่บุรุษกับบุรุษก็อาจจะมีใจรักชอบต่อกัน ก็อาจร่วมรักเช่นนี้ได้ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ห้ามกันได้ยากเพคะ”
“หา!”
“จิตใจของคนยากจะหยั่งถึงนะบางทีที่อ๋องเก้าไม่โปรดชายาทั้งสองอาจจะเป็นเพราะชอบแบบพระชายาก็เป็นได้นะเพคะ”เป่ยซูเจินนึกถึงอ๋องเก้าแล้วอมยิ้ม “ท่านอ๋องรูปงามเช่นนี้ แต่มีใจพิศวาสในตัวองค์หญิงทั่วแผ่นดินคงหาบุรุษอย่างท่านอ๋องไม่ได้อีกแล้วจริงๆ”
“เปิ่งกงอยากให้เขาพิศวาสที่ไหนกัน? ไม่แน่ว่าเขาอาจจะอยากมาล้วงความลับแคว้นเว่ยจากเราด้วยซ้ำพี่จินเลี่ยงไม่รู้เตรียมการถึงไหนแล้ว เปิ่นกงก็ยังไม่ได้ทราบข่าวเงินที่เราเตรียมไว้รอบแรกต้องส่งกลับแคว้นแล้ว”
“พระชายาเพคะถึงอยากไรท่านก็ปฏิเสธการปรนนิบัติพระสวามีไม่ได้ เรียนรู้ไว้เถิด”
หานซูลี่ถอนหายใจหนักหน่วงก้มลงดูสภาพร่างกายตนเองแล้วนึกไม่ออกว่าพระสวามีรูปงามของนางนึกพิศวาสนางเข้าไปได้อย่างไร? เมื่อคืนก็กินใบหูไปแล้ว หากเขาคิดจะมาร่วมเตียงอีกในคืนนี้ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไรนางอีก คงไม่ใช่จะทำอย่างในหนังสือวังวสันต์นี่หรอกนะ?
องค์หญิงก้มหน้าก้มตาฟังเป่ยซูเจินอธิบายไปจนจบประเดี๋ยวหน้าแดง ประเดี๋ยวหน้าดำ นึกถึงรูปร่างสูงเพรียว อกผายไหล่กว้างท่อนแขนแข็งแรงและใบหน้าคมคายของเขาในยามนอนสบตากับนาง ใจดวงน้อยก็สั่นไหวเขาช่าง.....
“จะอย่างไร เปิ่นกงก็ต้องระวังตัวองค์ชายแคว้นหมิงแต่ละคนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่ขยายอาณาจักรได้เป็นปึกแผ่นเช่นนี้”หานซูลี่นึกถึงใบหน้าของอ๋องเต้หมิง ชายผู้นั้นกุมแผ่นดินไว้ด้วยสารพัดแผนการที่ท่านพ่อของนางเล่าให้ฟังส่วนชินอ๋องแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ตีทัพพี่ชายของนางแตกพ่ายก็องอาจกล้าหาญดูเฉลียวฉลาดจนนางต้องระวังตัวแจองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ยครุ่นคิดหาวิธีที่จะปฏิเสธอ๋องเก้าอย่างนุ่มนวล
เย็นวันนั้นองค์หญิงออกไปดูแลแปลงผัก และเริ่มปลูกกะหล่ำปลี อากาศที่นี่เย็นสบาย แปลงที่ถูกตากดินทิ้งไว้กำลังเหมาะสมสระบัวแห่งมีน้ำให้ใช้ตลอดปี นางจึงเริ่มเลี้ยงปลา
“ซูเมิ่งคอกไก่ของเราควรขยายดีหรือไม่?”นางสั่งให้กั้นเขตป้องกันไก่เข้ามาใกล้เขตแปลงผักถัดไปเป็นเขตเลี้ยงเป็ดที่ต้องมีแอ่งน้ำตื้นกว้างสักหน่อยพอให้เป็ดลงไปเล่น“เป็ดจะได้อารมณ์ดี ออกไข่มากๆ”
ส่วนเลี้ยงเป็ดกับเลี้ยงไก่เป็นที่ดินที่ต้องเดินออกจากประตูด้านหลังวังออกไป ท่านอ๋องเกรงว่าคอกเลี้ยงสัตว์จะส่งกลิ่นเหม็นจึงไปขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านด้านหลังแล้วล้อมรั้วไว้ให้นางเลี้ยงสัตว์
“จิ้งจอกขาวมีเงินมากจริงพอบอกว่าจะซื้อที่ดินก็ควักเงินไม่ลังเล แต่กลับให้เบี้ยหวัดเปิ่นกงเพียงน้อยนิดนี่คงจะกลัวเปิ่นกงมีเงินมากสินะ”
หานซูลี่ส่งซูเมิ่งไปสืบว่า วันนี้ท่านอ๋องไปธุระที่ใดบ้างเมื่อรู้ว่าเขาจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางจึงเร่งออกจากวังไปพบเจ้าสำนักหงส์ไฟ
“ว่าอย่างไรเล่า? งานที่เจ้าให้ข้าเลือกข้าทำหมดเลยได้หรือไม่?”
“เจ้าทำตัวร้อนเงินเกินไปหรือเปล่า?”
“ข้าร้อนเงินจริงๆ นี่เจ้าก็รู้ว่าสภาพบ้านข้าตอนนี้เป็นเช่นไร?”
คุณหนูหงพยักหน้านางสงสารเพื่อนรักที่ต้องกลายมาเป็นพระชายาเชลยที่จำต้องแต่งงานเคราะห์ดีที่องค์หญิงกินยาแปลงสภาพร่างกายจนอัปลักษณ์ได้ขนาดนี้แม้จะไม่คล่องตัวในการใช้วิทยายุทธ์แต่การรอดพ้นจากการปรนนิบัติสวามีบนเตียงนอนโดยมิได้ตั้งใจย่อมจะดีกว่า
“เจ้าใช้ชีวิตในวังอินทรีลำบากหรือไม่?”
“ลำบากแล้วจะทำเช่นใดได้ในฐานะเชลยได้อยู่เช่นนี้ก็ถือว่า สบายมากแล้ว หากต้องอยู่ในวังหลวงก็ไม่แน่”หานซูลี่เล่าเรื่องในวังอ๋องเก้าให้หงซือซือฟัง
“เจ้าทั้งปลูกผัก เลี้ยงปลายังมีเป็ด ไก่ ตามด้วยหมู โอว...องค์หญิง นี่มันจะอัศจรรย์เกินไปแล้ว”
“ข้าทำเองที่ไหนซูเจินกับซูเมิ่งต่างหากที่เป็นคนทำ ข้าแค่คอยควบคุมเท่านั้นเอง”
หงซือซือเป็นหญิงสาวที่ผาดโผนในยุทธภพวิทยายุทธ์นางไม่นับว่าล้ำเลิศแต่กับดักนางนั้นแพรวพราวยิ่งนางเคยอาศัยอยู่แคว้นเว่ยในช่วงยังเล็ก แต่เพราะบิดาทำสำนักคุ้มภัยในหลายแคว้นจึงต้องเดินทางติดตามบิดาไปส่วนหนึ่งของวิชาพรางตัว หงซือซือก็ได้ฝึกพร้อมกันกับองค์หญิงหานซูลี่นี่เอง
“สวามีรูปงามของเจ้าเล่า? ข้าได้ยินมาว่าเขามีชายาสองคนแต่ไม่ค่อยโปรดปรานเท่าใด หรือว่า เป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อ”
หานซูลี่ทำตาปะหลักปะเหลือก“ที่ใดกัน? คนวิปลาสมากกว่า”
“ทำไมเล่า?”
“เขาชอบลวนลามข้า”
“หา!” หงซือซือมองสหายจากศีรษะจรดปลายเท้า“เขาชอบอย่างเจ้านี่นะ”
หานซูลี่เล่าพฤติกรรมสวามีให้หงซือซือฟังคุณหนูหงฟังแล้วทำตาโต “เช่นนั้นเขาก็ประหลาดคนยิ่งนัก ที่ชอบหมีขาวอย่างเจ้า”
“ข้าไม่รู้ว่าเขาชอบจริงหรือวางแผนมาใกล้ชิดเพื่อสืบเรื่องข้าน่ะสิ”
“คนในราชวงศ์หมิงล้วนแต่เจ้าแผนการและร้ายกาจเจ้าระวังตัวไว้น่ะดีแล้ว เพียงแต่ หากเขาคิดจะทำเช่นนั้นกับเจ้าจริงๆเจ้าจะขัดขืนได้หรือ?”หงซือซือยิ้มเย้ากระเซ้าเพื่อน หานซูลี่คิดถึงภาพในหนังสือเล่มนั้นก็หน้าแดงไปถึงใบหู
“ข้าคิดว่า เขาจะมาจับผิดข้าเจ้าพอจะมีวิธีกำจัดเขาหน่อยไหม?”
“เขารูปงามขนาดนั้นเจ้าไม่ยอมสักหน่อยเล่า?เป็นข้าหน่อยไม่ได้” หงซือซือทำหน้าฝันหวาน นางเคยเห็นอ๋องเก้าสองครั้งเขาสูงสง่าใบหน้าคมคายหล่อเหลาสมกับเป็นหนึ่งในสิบหนุ่มรูปงามแห่งเมืองหลวง “เรื่องระวังตัวก็ระวังไปเรื่องเนื้อตัวก็ยอมเขาหน่อยคงไม่เสียหาย เจ้าก็เป็นพระชายาของเขาแล้วนี่นา”
องค์หญิงใช้มืออวบอูมตีต้นแขนเพื่อนสาวเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!
“โอ๊ย! นี่ข้าพูดจริงนะท่านอ๋องเก้ารูปงามจนสาวทั่วเมืองหลวงหลงใหลใฝ่ฝันอยากถวายตัว มีแต่เจ้านี่ล่ะคิดจะหลบหลีก”
“เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่?”
หงซือซือถอนหายใจ ใบหน้างามอมยิ้ม“ก็ได้” นางล้วงขวดเล็กๆ ในสาบเสื้อออกมาให้เพื่อนรัก “นี่ผงเหม็นสาบเจ้าโรยในน้ำตอนอาบ กลิ่นเหม็นจะติดตัวแต่เพื่อให้เจ้าไม่เหม็นตนเองจนสลบไปเสียก่อน ข้าจะให้ยากินดับกลิ่นเจ้าจะไม่ได้กลิ่นนี้ แต่คนอื่นจะเหม็นจนเวียนหัว”
“กลิ่นจะคงอยู่นานแค่ไหน”
“เพียงหนึ่งชั่วยามเจ้าต้องรีบฉวยโอกาสให้ดี”
“เจ้าร้ายกาจจริง”
“ใครบอก...ข้าซื้อมาจากเจ้าผีไร้หลุมนั่นต่างหาก”
--------------------------------------------------
