“เซร่า...เป็นพี่สาวของผม” เรนเดลเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เมื่อได้ยินคำอธิบายจากปากพ่อและแม่ของเซร่า
“ใช่แล้วล่ะ ฝ่าบาท” แม่ของเซร่า นามว่าแอนกล่าว “หม่อมฉันคือสนมที่บิดาของพระองค์ไม่เคยโปรดปราน แต่งเข้าวังไปเพื่อการเมืองเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น หม่อมฉันก็ให้กำเนิดพระธิดาให้กับพ่อของพระองค์”
“เซร่าสินะครับ” เรนเดลกล่าว “ถึงแม้จะอายุเท่ากัน แต่เธอแก่กว่าผมสามเดือน จึงนับว่าเป็นพี่สาวของผม”
“เพื่อไม่ให้เรื่องยุ่งยาก ฉันจึงตัดสินใจบอกความจริง” พ่อของเซร่ากล่าว “เดิมทีก็ไม่เคยคิดไม่เคยฝันหรอกนะ ว่าจะได้พบกับตระกูลฟอกการ์ดอีกครั้ง จึงคิดว่าจะให้ความลับนี้ตายไปเสีย และให้เซร่าใช้ชีวิตในฐานะลูกสาวของฉัน”
“ฉันไม่คาดหวังอะไรเลยนะเพคะ” แม่ของเซร่ากล่าว “ขออย่างเดียว อย่าให้เซร่าลูกสาวของฉัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในราชรัฐจิ้งจอกแดงอีก ฉันไม่อยากให้เธออยู่ในโลกที่โหดร้ายแบบนั้น”
เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกมาจากบ้านพักของโจแอนนา เซร่ากำลังหลับไม่ได้สติอยู่ที่ชั้นบน โดยโจแอนนาคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เมื่อได้รู้ความจริงโจแอนนานั้นทั้งสงสารเซร่า และรู้สึกโทษตัวเองที่ตอนเด็กๆเคยเกลียดเซร่ามาโดยตลอด
ดูเหมือนว่าการที่พ่อของเธอยอมรับแอนเข้ามาเป็นอนุ ก็เพื่อใช้อำนาจและเส้นสายตัวเอง ปกป้องสองแม่ลูกคู่นี้เอาไว้เท่านั้น...ถึงแม้เธอจะเจ็บปวด ที่ได้รู้ความจริงว่าแม่ของเซร่า คือคนรักเก่าของพ่อเขาสมัยที่ยังเรียนด้วยกัน แต่เพราะฐานะและการเมืองภายใน รักแรกของพ่อเขาจึงต้องจึงต้องจบลง
แม่ของเซร่าถูกส่งไปเป็นสนมของกษัตริย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง ในขณะที่พ่อของเธอแต่งกับแม่ของเธอ จากงานดูตัวของผู้ใหญ่ในขณะนั้น
“เซร่า ถึงเธอจะไม่ใช่น้องสาวของฉัน แต่จากนี้ไป ฉันจะปกป้องเธอเอง” โจแอนนากล่าวพลางลูบหัวของเซร่าที่กำลังหลับสนิทอย่างแผ่วเบา พลางส่งยิ้มอันอบอุ่นให้กับน้องสาวที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่
“เรนเดลคะ เป็นยังไงบ้าง” โคโตโนฮะที่รออยู่ด้านนอกเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เรนเดลพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเดินคู่กับโคโตโนฮะ
“เซร่าช็อคน่ะ ที่รู้ความจริง ส่วนฉันเองก็แอบตกใจ ไม่คิดว่าเธอจะเป็นพี่สาวของฉันจริงๆ”
“เรนเดลสงสัยอยู่แล้วหรือคะ ว่าเซร่าอาจเป็นพี่สาวของเรนเดล” โคโตโนฮะเอ่ยถาม แต่ทว่าเรนเดลส่ายหน้า
“เธอหน้าเหมือนพี่สาวฉันในชาติที่แล้ว...นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด แต่ไม่คิดว่าคนที่หน้าเหมือนพี่ของฉัน กลับกลายเป็นพี่สาวของฉันจริงๆ...งงที่ฉันพูดหรือเปล่าน่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันพอรู้เรื่อง” โคโตโนฮะกล่าวพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ “แบบนี้ราชินีฝ่ายซ้าย ก็คงต้องให้เมกุมิเป็นสินะคะ”
“ไม่มีใครมีความสุขกับการเป็นอนุหรอกนะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “โคโตโนฮะ หลังจากว่าราชการครั้งแรกของฉันในวันนี้ ฉันก็ได้รู้อะไรบางอย่าง”
“รู้ว่าอะไรหรือคะ เรนเดล” โคโตโนฮะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ระบบการปกครองของราชรัฐจิ้งจอกแดงมันเน่าเฟะจริงๆนั่นแหละ ทุกคนเห็นแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง หากไม่มีใครสักคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง บ้านเมืองที่ฉันปกครองก็จะไปไม่ถึงไหน”
“เอาจริงสินะคะ” โคโตโนฮะกล่าว “ล้มระบบขุนนาง เปลี่ยนประเทศให้เป็นประชาธิปไตย และกษัตริย์จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศแทน”
“ฉันไม่หักดิบขนาดนั้นหรอก” เรนเดลกล่าวพลางมองหน้าโคโตโนฮะ “ทำแบบนั้นลูกหลานของเราก็ไม่เหลืออะไรสิ”
“พูดแบบนี้ฉันเขินนะคะ เรนเดล” โคโตโนฮะกล่าวพลางเบือนหน้าหนี “และเรนเดลจะแก้ไขระบบของประเทศยังไงคะ”
“ก่อนอื่นเลย ฉันจะล้มระบบขุนนางให้หมด และนำระบบข้าราชการมาใช้แทน ตำแหน่งขุนนางจะต้องสอบเข้า โดยใช้ข้อสอบจากระบบส่วนกลาง และตำแหน่งที่สอบนี้ จะมีการหมดวาระ ไม่ได้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน...เท่านี้ประชาชนก็จะมีสิทธิลืมตาอ้าปาก และเลื่อนฐานะของตัวเองได้ยังไงล่ะ ความเหลื่อมล้ำทางชาติตระกูล และสังคมก็จะค่อยๆลดลงไปในที่สุด”
“เข้าท่าค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “ถ้าเรื่องนี้ฉันไม่โต้แย้งใดๆ การสอบเข้า และมีการหมดวาระในตำแหน่งนั้น จะช่วยให้อำนาจของขุนนางลดน้อยลง ไม่มีการสะสมอำนาจจนก่อกบฏได้อีก”
“ถูกต้อง” เรนเดลกล่าว “แต่เพื่อการนั้น ฉันต้องฟื้นคืนพลังกลับมาเป็นดั่งเดิมให้ได้ ฉันจะรีบรักษาอาการบาดเจ็บ และฝึกพลังเวทของฉันต่อ เพราะสิ่งที่ฉันจะทำ ต้องมีการสู้รบปรบมืออีกครั้งแน่ๆ”
“ถ้าเรนเดลอยากหายไวๆ” โคโตโนฮะกล่าว “ฉันพอมีวิธีค่ะ ที่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิของจักรวรรดิมังกรไฟ มีบ่อน้ำร้อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของมานาอยู่ค่ะ ฉันจะให้เรนเดลรักษาตัวในบ่อนั้น”
“มีของที่มีพลังแบบนั้นด้วยหรือ” เรนเดลกล่าวด้วยความสงสัย โคโตโนฮะพยักหน้าให้ด้วยความมั่นใจ
“ต่อให้เรนเดลไร้พลังเวท แต่ถ้าอาบและดื่มกินน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิติดต่อกันนานถึงเจ็ดวัน ก็จะกลายเป็นจอมเวทได้ค่ะ”
“งั้นหรือ น่าสนใจเสียแล้วสิ” เรนเดลกล่าว “แบบนี้ฉันก็ต้องทำเรื่องลาพักร้อนกับโรงเรียน เพื่อไปพักผ่อนที่จักรวรรดิมังกรไฟสินะ”
“ค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “พวกเราไปทำเรื่องลาพักร้อน และขอข้อสอบล่วงหน้าของโรงเรียนมาทำ เท่านี้ก็ไม่กระทบกับการเรียนแล้วค่ะ”
“นั่นสินะ” เรนเดลกล่าวขึ้น ก่อนที่เขาจะนึกอะไรออก “รู้สึกเหมือนการเดทเลยเนอะ ว่ามั้ย”
“เรียกว่าไปเที่ยวบ้านฉันดีกว่าค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางยิ้มร่า “เพราะที่ๆฉันจะพาเรนเดลไป คือบ้านของฉันเอง”
“งั้นหรือ” เรนเดลกล่าวขึ้น ก่อนจะนึกอะไรออก “ฉันถือโอกาสนี้ไปแนะนำตัวกับพ่อและแม่ของเธอเลยแล้วกันนะ”
“ก็ดีค่ะ” โคโตโนฮะะกล่าว “คุณพ่อท่านคงอยากจะรู้เรื่องทั้งหมดใจจะขาดแล้วล่ะ ว่าทำไมจู่ๆฝ่าบาทถึงพระราชทานการหมั้นหมายให้กับฉัน”
“ช่วยรอฉันแปบนึงได้ไหม” เรนเดลกล่าว “ฉันจะให้สัตว์ภูติของฉันเปิดวาร์ปไปที่วังก่อน จะเอาของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย”
“เอ๋” โคโตโนฮะกล่าวด้วยความตกใจ “จะไปเดี๋ยวนี้เลยหรือคะ”
“ภายในวันนี้” เรนเดลกล่าว “ขอฉันทำเรื่องลา เตรียมตัวเปลี่ยนชุด และเตรียมของให้พร้อมก่อนสิ...ความประทับใจครั้งแรกที่เห็น สำคัญที่สุดนะ”
“ค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “งั้นฉันกลับบ้านพักของฉันก่อนนะคะ อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่อาคารฝ่ายทะเบียนค่ะ”
ทั้งเรนเดลและโคโตโนฮะโบกมือให้กัน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้อง หลังจากแยกกับโคโตโนฮะ เรนเดลก็ทำหน้าเครียดทันที
“เซร่า ฉันขอโทษนะ” จู่ๆเรนเดลก็กล่าวออกมา พร้อมกับถอนใจ เขารู้สึกผิดกับตัวเอง ที่ตัวเขาไม่มีอาการเศร้าโศกเสียใจใดๆเลย เมื่อพบว่าตัวเองนั้นจะไม่ได้แต่งงานกับเซร่าอีก หลังจากรู้ว่าเธอเป็นพี่สาวของเขา คงเพราะลึกๆแล้ว เรนเดลอาจจะรักและห่วงใยเซร่า แต่ไม่เคยคิดกับเธอแบบคนรักก็เป็นได้
จู่ๆอากาศรอบตัวของเรนเดลก็หนาวเย็นผิดปกติ ระหว่างที่เขากำลังเดินกลับหอพักชาย เรนเดลรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย และรับรู้ได้ว่าอันตรายกำลังมาเยือน แต่ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีพลังอะไรจะปกป้องตัวเองได้ เขาอ่านกระแสมานาในอากาศไม่ได้ด้วยซ้ำ
“แย่ล่ะสิ” เรนเดลกล่าว ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินให้เร็วขึ้น แค่ชั่วอึดใจเรนเดลก็ก้าวเท้าเข้าสู่หอพักชาย ซึ่งมีเขตแดนป้องกันเวทในระดับกลางอยู่ ทำให้เขาคิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว
“บ้าจริง” เรนเดลกล่าวหลังจากวิ่งขึ้นมาถึงห้องได้สำเร็จ “นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้รู้สึกถึงการตกเป็นเหยื่อ...ไอ้บ้าเมื่อกี้มันอะไรกัน”
หลังต้นไม้ใหญ่บริเวณสวนหย่อมของหอพักชาย เมกุมิกำลังใช้กระบี่แสงสีทองจี้คอชายในชุดคลุมสีดำคนหนึ่งอยู่ ชายในชุดคลุมดำยกมือทำท่ายอมแพ้ พลางยิ้มกริ่ม
“รู้สึกแปลกใจจังเลย...ที่คุณจับสัมผัสถึงตัวผมได้” ชายในชุดคลุมดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ถอดที่คลุมหัวออกซะ” เมกุมิกล่าว “หรือจะให้ฉันตัดหัวนายดี”
“น่ากลัวจังเลย...ผมยอมล่ะ” ชายในชุดคลุมดำกล่าว ก่อนจะยอมถอดที่คลุมหัวออก เมกุมิพบว่าชายคนนั้นอายุมากกว่าเธอ เขาเป็นชายหนุ่มผมสีดำอายุยี่สิบปลายๆ มีดวงตาสีน้ำเงินเข้ม หากสังเกตุให้ดี จะพบว่าหน้าตาของเขาละม้ายคล้ายเรนเดลอยู่ แต่เป็นเรนเดลในร่างผู้ใหญ่
“ทำไมนายหน้าตาเหมือนคนที่ฉันรู้จัก” เมกุมิกล่าว “ใช้เวทอะไรตบตาฉันหรือเปล่า”
“ผมไม่กล้าหรอกครับ” ชายคนนั้นกล่าวยิ้มกริ่ม “ผมก็แค่จอมเวทพเนจร ที่ท่องเที่ยวไปทั่วแค่นั้นแหละ”
“เหรอ” เมกุมิกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “แต่สัมผัสเวทจากตัวของนายได้ มันบ่งบอกว่านายน่ะ...คือผู้ใช้พลังเวทบาปเจ็ดประการ เวทประเภทเดียวกับที่ทำร้ายเซร่า”
ไม่มีการอธิบายอะไรต่อ เมกุมิลงมืออย่างรวดเร็ว ดาบแสงสีทองในมือเธอฟาดบั่นคอของอีกฝ่าย แต่ทว่าจอมเวทลึกลับที่หน้าตาคล้ายเรนเดลนั้นก้มตัวลงหลบได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะร่ายเวทสีม่วงจากฝ่ามือ เพื่อเตรียมกระแทกใส่ท้องน้อยของเมกุมิ
เมกุมิร่ายวงเวทธาตุแสงที่เข่าของเธอ และยกเข่าตีกระแทกกับฝ่ามือนั้น ทำเอาอีกฝ่ายกระเด็นออกไปไกลทันที เช่นเดียวกับเธอ ที่ถูกแรงปะทะของเวททำให้ถอยร่นออกมา
อีกฝ่ายนั้นทำท่าจะหนี แต่ทว่าวงเวทผนึกสีดำของเมกุมิร่ายจากใต้เท้าของชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตะแกรงลูกกรงจะขึ้นมาล้อมร่างของเขาเอาไว้
“ชิ ยัยบ้า...ตื้อชะมัด” ชายในชุดดำบ่นอย่างหัวเสีย ก่อนเขาจะเริ่มท่องเวททันที
“นามนั้นคือเลเวียธาน บาปแห่งความริษยา ราชาปีศาจผู้เป็นพลังแห่งข้า ผู้เป็นที่พึ่งพิงแห่งข้า ข้าขอหยิบยืมพลังของท่าน เพื่อกำจัดสิ่งที่เป็นภัยต่อข้า”
กรงของเมกุมิระเบิดออก ก่อนที่ร่างของอีกฝ่ายจะลอยขึ้นเหนือพื้นดิน อีกฝ่ายไม่มีวงเวทใดๆปรากฏ หากแต่เป็นปีกสีดำสิบสองปีกลอยอยู่ด้านหลังของเขาแทน
“เทวทูตผู้ตกต่ำ” เมกุมิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะในเวลานี้เธอไม่ได้เผชิญหน้ากับจอมเวทที่อาศัยพลังของเทพหรือปีศาจ แต่เธอกำลังเผชิญกับผู้ใช้พลังของทูตสวรรค์ด้านมืด พลังในตำนานตามพระคัมภีร์ของศาสนจักร
“หืม...รู้จักด้วยหรือ” อีกฝ่ายกล่าวพลางยิ้มเยาะ “ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร เก่งมาจากไหน แต่เมื่อเจอพลังในระดับนี้ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”
“นั่นคือพลังจากการขายวิญญาณให้ปีศาจ” เมกุมิกล่าว “ไม่ใช่พลังของแกเองด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาอวดอีกหรือ”
“งั้นจงลิ้มรสพลังจากการขายวิญญาณของข้า” ชายคนนั้นกล่าวก่อนจะเรียกวงเวทสีม่วงออกมายี่สิบสี่วง ทำเอาดวงตาของเมกุมิเบิกโพลงทันที
ลำแสงสีม่วงถูกระดมยิงมาทางเมกุมิทิศทางเดียว เมกุมิอาศัยจังหวะนี้ ร่ายวงเวทสีเขียวธาตุลมทั้งเจ็ดวงออกไปรายล้อมตัวของศัตรู แทนที่จะบังตัวของเธอเอง วงเวททั้งเจ็ดวงของเธอเรืองแสงสีเขียวสว่างจ้า
“แกจะทำอะไรน่ะ” อีกฝ่ายกล่าวเย้ยหยัน แต่แล้วเขาก็ต้องหน้าซีดเป็นไข่ต้มทันที เมื่อเขาพบว่าพลังลำแสงจากวงเวทของเขา หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมขยับไปไหน
“อะไรกัน” ชายผู้ใช้พลังปีศาจกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “ทำไมพลังของฉันถึงไม่ขยับเขยื้อน”
เมกุมิยิ้มกริ้มน้อยๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เลือดกำเดาจะไหลออกจากจมูกของเธอก็ตามที เพราะเธอร่ายวงเวทของมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาระดับสิบ รักษาวงเวทธาตุลมทั้งเจ็ดไม่ให้แตกสลาย จากการปะทะกับเวทของอีกฝ่าย
ลำแสงสีม่วงทั้งยี่สิบสี่ลำ โดนวงเวทธาตุลมเสริมแสงของเมกุมิ รักษาสภาพอากาศโดยรอบตัวของอีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้อากาศโดยรอบถูกรักษาตลอดเวลา ไม่ยอมเคลื่อนไหวหรือหลีกทางให้กับพลังที่เข้ามาปะทะจนกลายเป็นกำแพงอากาศชั้นดี ขวางกั้นไม่ให้ลำแสงเดินทางมาหาเธอได้
“กะ...แก หยุดอากาศไม่ให้เคลื่อนไหว” ชายคนนั้นกล่าวก่อนจะไอสำลักด้วยความทรมาน วงเวททั้งยี่สิบสี่วงแตกสลาย เช่นเดียวกับปีกทูตสวรรค์ของเขา ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงลงสู่พื้น เขาดิ้นทุรนทุรายเพราะอากาศที่ถูกรักษาสภาพให้คงที่ ไม่ย่อมเคลื่อนเข้าไปในปอดของเขา
“คิดไปคิดมา...เวทนี้ร้ายกาจกว่าศรพรหมาสตร์อีกนะ” เมกุมิกล่าวพลาวยิ้มกริ่ม “หากประยุกต์ใช้เป็น และตีความของธรรมชาติออก”
ชายคนนั้นพยายามลุกขึ้น มองเมกุมิด้วยสายตาวิงวอน เมื่ออากาศโดยรอบตัวเขาโดนบังคับไม่ให้เข้ามาในปอด มันเป็นการทรมานที่ยิ่งกว่าตายเสียอีก
เมกุมิร่ายวงเวทสีเหลืองของธาตุสายฟ้าระดับเจ็ด มันเป็นวงเวทผนึก ก่อนที่เธอจะส่งวงเวทนั้นไปรัดที่ข้อมือและข้อเท้าอีกฝ่ายทันที
“เธอเป็นใคร” อีกฝ่ายเริ่มพูดได้ พลางสุดหายใจลึก เมื่อเมกุมิเลิกผนึกอากาศที่จะเข้าสู่ปอดของอีกฝ่าย
“ถามฉันทำไมล่ะ” เมกุมิกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนๆ “พ่อทูตสวรรค์ไร้พ่าย”
“เธอขายวิญญาณให้กับเทพหรือปีศาจตนใด” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ แกร่งจนข้าซึ่งมีพลังทัดเทียมกับทูตสวรรค์ ยังเอาชนะเธอไม่ได้”
“นายนั่นแหละเป็นใคร” เมกุมิกล่าว “หน้าตานายเหมือนคนที่ฉันรู้จัก”
ก่อนที่ชายหน้าเหมือนเรนเดลจะได้ตอบอะไร ก็มีเสียงร้องแผดคำรามของมังกรดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับฟ้าผ่าลงมาตรงจุดที่เมกุมิยืนอยู่ เธอเคลื่อนตัวหลบตามสัญชาตญาณทันที
หลังจากฟ้าผ่าขนาดใหญ่ลงมา เมกุมิก็พบกับหลุมขนาดใหญ่และความว่างเปล่า ชายคนนั้นหายไปแล้ว
“บ้าจริง...หนีไปซะได้”
“มาช่วยทันเวลาสินะ” ชายหนุ่มในชุดคลุมอีกคน ซึ่งช่วยชายหน้าเหมือนเรนเดลเอาไว้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ตอนนี้พวกเขาทั้งสอง กำลังอยู่บนร่างของมังกรดำตัวใหญ่ ที่น่าจะถูกสร้างมาจากเวทมนตร์
“โมรอค” ชายหน้าเหมือนเรนเดลกล่าวเรียกชื่อผู้ช่วยชีวิตเขา “สาวกหน้าใหม่เยี่ยงเจ้า ช่วยข้างั้นหรือ ข้าซาบซึ้งใจจริงๆ”
“เออ สาวกหน้าใหม่เยี่ยงข้าช่วยเจ้า” โมรอคกล่าวเสียงขุ่น “เวนเดลิน เสียทีที่แกมาก่อนฉัน แต่กลับแพ้สาวไพร่ไร้ชื่อเสียได้”
“อย่าประมาทข้าเชียว” เวนเดลินกล่าว “ยัยนั่นมีพลังทัดเทียมกับพลังแห่งทูตสวรรค์ของข้า ข้าเลยเสียทีน่ะสิ”
“แล้วเป็นยังไง แกได้พบน้องชายของแกไหม” โมรอคเอ่ยถาม “ความหวังของแกคือพบครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่นี่”
“พบสิ” เวนเดลินกล่าว “น้องชายของข้า เรนเดล เขาปูทางรอข้าไว้แล้ว โดยที่ข้าไม่ต้องทำอะไร ถึงเวลาที่เขาจะมอบบัลลังค์ให้ข้าแล้วล่ะ ข้าจะปรากฏตัวต่อหน้าเขา และเป็นกษัตริย์แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดงอย่างสมเกียรติ”
“คนอย่างมันไม่ยอมแน่ๆ” โมรอคกล่าว “แกคงต้องเตรียมอะไรตอบแทนมัน หากจะเป็นกษัตริย์”
“แน่นอน” เวนเดลินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ข้าอาจตอบแทนเรนเดลด้วยการให้คนรักของเขา มาเป็นราชินีของข้า เขาคงจะซาบซึ้งใจอย่างแน่นอน ที่คนรักของเขาได้เป็นราชินี แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เป็นราชาก็ตาม”
“ส่วนข้า ข้าจะฆ่ามันให้ตาย” โมรอคกล่าว “นั่นคือสาเหตุที่ข้าได้รับพลังมา...นายไม่มีปัญหาใช่มั้ย เวนเดลิน”
ไม่มีเสียงตอบรับจากเวนเดลิน แต่มีมีดสีดำอันคมกริบเสียบทะลุหัวใจของโมรอคแทน
“แก” โมรอคกล่าวเสียงสั่น พลางสำลักเลือดคำโต แต่เขาไม่ทันได้ทรมานอะไรมากนัก เพราะเวนเดลินชักมีดออกมา และใส่พลังเวทลงไปในมีด ก่อนจะตัดหัวของโมรอคแยกออกจากร่าง หัวของโมรอคลอยละลิ่วตกลงไปสู่พื้นดินเบื้องล่าง ก่อนที่เวนเดลินจะถีบร่างไร้หัวของโมรอคตามลงไป
“นี่ไง คำตอบ” เวนเดลินกล่าวก่อนจะควบคุมมังกรดำต่อ “น้องชายของข้า ข้าไม่อนุญาติให้ใครทำร้ายเขา นอกจากข้า”
มังกรดำแผดเสียงคำรามลั่น ก่อนจะบินขึ้นไปเหนือเมฆ ส่วนหัวของโมรอคที่ร่วงลงมานั้น ตกลงในโอ่งต้มซุปของกลุ่มคนเถื่อนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังเตรียมประกอบอาหาร ตามด้วยร่างของเขาตกลงมาไม่ไกลนัก เพื่อเป็นเครื่องเคียง แน่นอนว่าไม่มีคนเถื่อนคนไหนพิศมัยจะกินโมรอค พวกเขาส่งเสียงกรีดร้องก่อนจะโกยหน้าตั้งไม่คิดชีวิต เพราะเข้าใจว่ารอบบริเวณ มีปีศาจกำลังมาหาพวกเขา