บทที่ 7 น่าเสียดาย ผู้ชายคนนี้มีคนอื่นในใจแล้ว!
หลิวถวนหยวนไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เธอก็แค่เงยหน้าขึ้นมองเว่ยหนานหลิน
เห็นดังนั้น ชายหนุ่มก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำขึ้นมา “ฉันทำเอง”
หลินม่านม่านจึงถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่เต็มใจนัก
เว่ยหนานหลินขยับตัวไปด้านข้าง และยื่นมือออกไปตรงชายเสื้อของหลิวถวนหยวน
ภรรยาของเขาสวมชุดคนไข้อยู่ ปลายเสื้อถูกร่างน้อย ๆ ของลูกชายทับไว้พอดี
หลิวถวนหยวนประคองตัวลูกชายเอาไว้ เธอขยับไปด้านข้าง เว่ยหนานหลินจึงยื่นมือออกไปแตะที่ชายเสื้อ แล้วค่อย ๆ เลิกขึ้น
อากาศในเดือนมีนาคมยังคงหนาวเย็นอยู่บ้าง นิ้วมือของเว่ยหนานหลินจึงเย็นเฉียบ
แต่ร่างกายของหลิวถวนหยวนกลับอบอุ่นมาก เมื่อเว่ยหนานหลินัั เขาก็รู้สึกได้ถึงผิวที่ร้อนผ่าว
หลิวถวนหยวนอดไม่ได้ที่จะขยับตัวถอยหลังออกไป
“ขอโทษนะ!” เว่ยหนานหลินเอ่ยอย่างเขินอาย ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาเล็กน้อย เขาคว้าชายเสื้อของหลิวถวนหยวนขึ้นมา
“สูงอีกหน่อยสิ” หลิวถวนหยวนกระซิบ
เว่ยหนานหลินเอียงศีรษะ จ้องมองไปด้านข้างของหลิวถวนหยวน ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้นอีกนิด ยุค 80 ที่ไม่มีชั้นในสวย ๆ แบบนี้ หลิวถวนหยวนจึงใส่เสื้อกล้ามครึ่งตัวแทน
“เสื้อกล้ามด้วย!” หลิวถวนหยวนพูดต่อ ใบหน้าของเธอเองก็เผลอแดงก่ำขึ้นมา
เว่ยหนานหลินจึงใช้มืออีกข้าง ยกเสื้อกล้ามของหลิวถวนหยวนขึ้น ในที่สุด ลูกคนโตก็ได้กินนม หนูน้อยดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตากลมโตกะพริบมองหลิวถวนหยวนอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
เว่ยหนานหลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาหันหลังกลับไปก้าวหนึ่ง ด้านหลังเขา ใบหน้าของหลินม่านม่านซีดเผือดราวกับซากศพ เธอฟันขบแน่นจนฟันแทบแหลกเป็ผุยผง
“หนานหลิน ฉันอยากคุยกับคุณหน่อย!” หลินม่านม่านพูดน้ำเสียงเจือความไม่พอใจออกมา
“หนานหลิน คนโตกินอิ่มแล้ว ยังมีที่สอง และคนที่สามอีกนะ ฉันคนเดียวเลี้ยงไม่ไหวหรอก ลูกตั้งหลายคน อย่าเพิ่งไปเลย!” หลิวถวนหยวนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลินม่านม่านขมวดคิ้ว
เว่ยหนานหลินจึงหันกลับมาพูดกับหลินม่านม่านว่า “มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
หลินม่านม่านกัดฟันแน่น เื่ระหว่างเธอกับเขาจะให้พูดต่อหน้าหลิวถวนหยวนได้อย่างไร?
เว่ยหนานหลินเงยหน้ามองหลินม่านม่าน
แพทย์สาวกำมือแน่น ในที่สุดเธอก็ฝืนตัวเองให้ยิ้มออกมา และหาข้ออ้างมาพูดว่า “ในกลุ่มผู้นำเมื่อกี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชท่านหนึ่ง เขาเก่งมาก ๆ อยากจะจัดให้มีการวินิจฉัยร่วมกันน่ะ”
เว่ยหนานหลินเงยหน้าถาม “ไหนบอกว่า ไม่มีอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ ปลอดภัยแล้ว ทำไมต้องวินิจฉัยร่วมกันอีกล่ะ”
“ทารกแฝดสาม หาได้ยากนะ ตอนนี้เพิ่งจะวันที่สอง ตรวจไปก่อนเพื่อป้องกันไว้น่ะ” หลินม่านม่านพูด
“ถ้าเป็ปกติ อีกกี่วันจะออกจากโรงพยาบาลได้” เว่ยหนานหลินถามอีก
“ห้าวัน” หลินม่านม่านพูดพลางมองไปที่เว่ยหนานหลิน
“ตกลง!” เว่ยหนานหลินกล่าว “สองสามวันมานี้ฉันจะอยู่ดูแลเธอที่นี่ มีธุระอะไรก็เรียกฉันได้!”
หลินม่านม่านขมวดคิ้วเล็กน้อย “การฝึกภาคสนามครั้งนี้สำคัญมาก คุณเป็รองผู้บัญชาการคนสำคัญ จะไม่เข้าร่วมได้ยังไง?”
ทันใดนั้นหลินม่านม่านก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หรือว่าที่หลิวถวนหยวนพูดเมื่อครู่ เว่ยหนานหลินจะเชื่อไปแล้วจริง ๆ?
“หนานหลิน ฉันรับรองกับคุณว่า ฉันจะดูแลหลิวถวนหยวนกับเด็ก ๆ เป็อย่างดี คุณไปฝึกเถอะนะ!” หลินม่านม่านมองเขาด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “พวกเราโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก คุณยังไม่ไว้ใจฉันอีกเหรอ?”
เว่ยหนานหลินจึงเอ่ยเสียงแ่เบา “ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจเธอ แต่ค่ายทหารให้ฉันพัก”
หลินม่านม่านมองหลิวถวนหยวนแวบหนึ่งแล้วถามว่า “เป็เพราะเื่ที่เธออยากจะหย่าหรือเปล่า?”
เว่ยหนานหลินไม่อยากพูดต่อ “ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะช่วยภรรยาป้อนนมลูก!”
หลินม่านม่านขมวดคิ้วแน่นด้วยความพอใจ “เว่ยหนานหลิน ผู้หญิงคนนี้ต้องทำให้คุณตายในสักวันแน่!”
หลิวถวนหยวนได้ยินดังนั้น ก็อดเลิกคิ้วมองแพทย์สาวไม่ได้ “คุณหมอหลิน เื่ในครอบครัวของพวกเรา คงไม่ต้องรบกวนให้คุณมาวิพากย์วิจารณ์หรอกนะ เชิญคุณกลับไปเถอะ!”
หลินม่านม่านโกรธจนหน้าเขียว ถึงอย่างนั้น เธอก็หันหลังเดินออกไป
ตอนนี้ลูกสาวคนโตหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของเธอแล้ว หลิวถวนหยวนพยายามจะวางเขาลงข้าง ๆ ตัวเอง
แต่พอขยับตัว ก็ปวดแผลผ่าคลอดจนเหงื่อซึมออกมา
เว่ยหนานหลินรีบเข้ามาช่วยอุ้มเด็กน้อยไปวางไว้ข้าง ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองความทรมานของภรรยาก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดว่า “เมื่อกี้ยังเถียงกับหลินม่านม่านอย่างเอาเป็เอาตายอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”
หลิวถวนหยวนทำหน้าเ็ป ก่อนจะตอบกลับไป “หล่อนทำให้ลูก ๆ ฉันกลัว ฉันก็ต้องปกป้องลูกสิ!”
เว่ยหนานหลินก็พูดเสียงเรียบ “หลินม่านม่านไม่ทำร้ายเด็ก ๆ หรอก!”
หญิงสาวมองเขาอย่างค้อนเคือง “นายรู้จักหล่อนดีขนาดนั้นเลยหรือไง?”
เว่ยหนานหลินมองหลิวถวนหยวนแล้วเงียบไป
เขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักเธอดี แต่สุดท้ายแล้ว ระหว่างการไปต่างประเทศกับการแต่งงานกับเขา เธอกลับเลือกอย่างแรก
เว่ยหนานหลินไม่พูดอะไร หลิวถวนหยวนก็คิดว่าเขาเห็นด้วย
โตมาด้วยกันั้แ่เด็ก เป็เพื่อนเล่นกันมา แล้วก็เกือบจะได้แต่งงานกัน จะรู้จักกันดีก็ไม่แปลก
และแหวนที่เว่ยหนานหลินมอบให้ รวมถึงการที่เขาไม่กลับบ้านทั้งคืน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเลือกใคร
ตอนนี้ที่ไม่ยอมหย่ากับเธอ ก็แค่เห็นแก่ลูกทั้งสามคน และอนาคตของตัวเองเท่านั้น
เพราะถ้าเธอเอาเื่ที่เขากับหลินม่านม่านไปป่าวประกาศ ถึงเว่ยหนานหลินจะเป็กำลังสำคัญของกองทัพ แต่อนาคตก็พังพินาศได้เช่นกัน
หลิวถวนหยวนอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ เธออยากจะใช้ชีวิตคู่กับเว่ยหนานหลินอย่างมีความสุข แต่เสียดายที่ผู้ชายคนนี้มีคนอื่นอยู่ในใจแล้ว!
ต่อให้เธอ้าผู้ชายมากแค่ไหน เว่ยหนานหลินจะเพียบพร้อมแค่ไหน เธอก็ไม่เอาเด็ดขาด!
ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องหย่า เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้
ทั้งสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีก หลังจากป้อนนมลูกเสร็จ หลิวถวนหยวนก็หลับไป เธอตื่นขึ้นมาหลายครั้งกลางดึก เห็นเว่ยหนานหลินกำลังกล่อมลูก อุ้มลูกเดินไปมาที่หน้าต่าง
หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะมองใบหน้าอันหล่อเหลาของอีกฝ่ายให้มากกว่านี้ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
ตลอดห้าวันที่อยู่ในโรงพยาบาล เว่ยหนานหลินเป็คนดูแล ส่วนพ่อแม่ของเว่ยหนานหลินก็ไม่เคยมาเยี่ยม จนกระทั่งถึงวันออกจากโรงพยาบาล พี่หวังกับพี่สาวร่างท้วมคนนั้น จึงมาช่วยเว่ยหนานหลินพาเธอกับลูกทั้งสามคนกลับไปอยู่ที่ค่ายทหารเพื่ออยู่ไฟ
ทางค่ายทหารได้ส่งรถจี๊ปของผู้บังคับบัญชามารับ
ระหว่างอยู่บนรถ พี่หวังก็เหลือบมองเว่ยหนานหลินที่นั่งอยู่ด้านหน้าหลายครั้ง เธออยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลับกลืนคำพูดลงไป
เมื่อรถมาถึงค่ายทหาร พี่หวังกับพี่สาวร่างท้วมช่วยกันพยุงหลิวถวนหยวนที่กำลังอุ้มลูกน้อยเข้าไปในห้อง
ทันทีที่พี่หวังออกมา เธอก็ดึงเว่ยหนานหลินมาคุยกันเป็การส่วนตัว “เื่หย่า แกคิดยังไงกันแน่ จะไม่หย่าจริง ๆ เหรอ”
เว่ยหนานหลินพยักหน้า “ไม่หย่าครับ”
“แกนี่ก็เด็กน้อยจริง ๆ ฉันรู้ว่าแกกลัวจะกระทบต่อหน้าที่การงาน แต่เมียแกน่ะเป็คนยังไง คนในค่ายเรารู้กันหมดแล้ว ฉันคิดไว้แล้วว่าจะเขียนจดหมายให้ผู้หญิงทุกคนในค่ายทหารเซ็นชื่อเป็พยานว่า เมียแกน่ะ ทั้งไร้ศีลธรรม นิสัยเสีย เป็เหมือนวัชพืชที่คอยทำลายสังคมลัทธิสังคมนิยม เป็ตัวถ่วงความเจริญของแก หย่า ๆ ไปเถอะน่า!” พี่หวังพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นแทน
เว่ยหนานหลินกำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็ต้องชะงักค้าง เมื่อเห็นหลิวถวนหยวนเดินออกมาจากห้อง
“พี่หวัง ครั้งก่อนที่ฉันเผลอทำมีดบาดหน้าพี่ ฉันรู้สึกผิดมากเลยค่ะ ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันเลยให้เว่ยหนานหลินไปซื้อว่านหางจระเข้มาให้ ฉันทำเจลว่านหางจระเข้เองกับมือเลยนะ ได้ผลดีมากในการลบรอยแผลเป็ เห็นแผลพี่กำลังตกสะเก็ดพอดี ใช้ตอนนี้แหละ เหมาะที่สุดเลย ไม่เกินสามวัน สะเก็ดก็หลุดแล้ว ผิวจะกลับมาสวยเหมือนเดิมแน่นอน !” หลิวถวนหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม เธอยื่นขวดพลาสติกให้พี่หวัง ก่อนจะพูดต่อว่า “ต่อไปนี้ ถ้าพี่ ๆ น้อง ๆ ในค่ายจะขายถุงเท้าทหารหรือชุดทหาร ก็เรียกใช้ฉันได้นะ ตอนนี้ที่บ้านมีเด็กตั้งสามคนแล้ว ปากท้องเยอะขึ้น ก็ต้องหาช่องทางทำมาหากิน”