“หมายความว่ายังไงคะคุณศัลย์ที่จู่ๆก็ไปให้สัมภาษณ์นักข่าวแบบนั้น อย่างนี้น้องทรายก็เสียหายแย่สิคะ” วัลยาโพล่งขึ้นกลางวงเมื่อพระเอกหนุ่มเดินเข้ามาสมทบ
“มีเื่อะไรกันคะพี่หว่าหวา” มิราลีวิ่งหน้าตื่นตามหลังพระเอกมาติดๆ
คุณอามยุราก็นั่งมองแต่ละคนด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วด้วยความเป็ผู้ใหญ่ที่สุด หลังจากสุดชายกลับไปแล้ว...คุณอามยุราจึงถามไถ่เื่ราว
“หว่าหวาใจเย็นๆก่อนนะ ค่อยๆพูดค่อยๆจา มีอะไรก็คุยกันได้...อาว่าคงจะมีการเข้าใจผิดอะไรแน่นอน” น้ำเสียงของคนกลางถามเรียบๆ แต่ก็พอทำให้คนหงุดหงิดอารมณ์เย็นลงบ้าง
“คุณศัลย์น่ะสิคะ คุณอา...ไปบอกพวกนักข่าวว่ากำลังคบหาดูใจกับน้องทรายอยู่”
พูดจบประโยคทุกคนก็ตกตะลึงไปกับคำกล่าวอ้างของผู้จัดการสาว คุณอามยุราหันไปถามยังต้นตอทันทีว่าเป็เื่จริงหรือไม่
พระเอกละครไม่ปัดปฏิเสธพยักหน้ารับอย่างยืดอก ก่อนจะแย้มยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย
“ผมอยากให้ทุกคนใจเย็นก่อนนะครับ แล้วฟังผม” ชายหนุ่มขยับกายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กซึ่งลากมาจากอีกมุมขยับเข้ามาใกล้ทุกคน
“เื่ที่ผมบอกนักข่าวเมื่อสักครู่ ผมได้ปรึกษากับคุณสุดชายเรียบร้อยแล้วเพียงแต่ยังไม่ทันได้พูดคุยกับน้องทรายเป็กิจจะเท่านั้นเอง”
มิราลีพูดแทรกขึ้น“หมายความว่าคุณสุดชายเห็นดีเห็นงามด้วยเหรอคะ” คนถามทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ครับ...ตรงนี้เป็แผนการโปรโมตละครครับ ทางคุณสุดชายเห็นว่าน้องทรายเป็ดาราใหม่ไม่เคยมีข่าวอะไรที่ฮือฮามาก่อน คุณสุดชายจึงอยากสร้างประเด็นพระนางของเื่รักกันชอบกันนอกจอจะได้เป็การปลุกกระแสแฟนละครของผมที่ชื่นชอบผลงานของผม...อีกอย่างจะได้เป็การลดกระแสข่าวที่ว่าผมค่อนข้างเ้าชู้จะได้ไม่เสียภาพลักษณ์ไงล่ะครับ”
ศัลย์อธิบายยืดยาวก่อนที่โรยทรายจะสวนทันควัน
“แต่มันไม่ยุติธรรมกับทรายนะคะ...ในเมื่อเราไม่ได้เป็อะไรกัน” คำพูดเรียบๆแต่แฝงความเครียดซ่อนไว้
“ใช่ค่ะคุณศัลย์ มันไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยเหรอคะ การจะโปรโมตละคร ใช้วิธีอื่นก็ได้อีกตั้งหลายวิธีแล้วคุณศัลย์ก็ไม่มาขอความเห็นของน้องทรายก่อนว่าน้องเค้าจะโอเคไหม” วัลยาพูดสมทบ
“เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ ไหนๆก็ออกข่าวไปแล้ว ยังไงก็คงไปห้ามไม่ให้นักข่าวเอาข่าวไปเขียนได้หรอกค่ะ...มิร่าคิดว่าเรามาหาทางหนีทีไล่ดีกว่าค่ะ” มิราลีพยายามทำตัวเป็คนกลางเพื่อไกล่เกลี่ย
“โอเคครับ...ผมยอมรับผิด ที่ไปพูดอย่างนั้นต่อหน้าสื่อโดยไม่ปรึกษาพี่หว่าหวาก่อนแต่ผมเห็นว่าเป็จังหวะดีที่นักข่าวถามพอดี ผมเลยไม่ทันได้คิด” เขาตีหน้าเศร้าอย่างยอมรับผิด
“แล้วทรายจะทำยังไงต่อไปล่ะคะ”
“อาเห็นว่ามันก็เป็วิธีหนึ่งนะ ที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่หนูทรายเพียงแต่ตาศัลย์ดันปากเปราะไปก่อน เป็สิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปพูดเองโดยไม่ให้เกียรติผู้หญิงเพราะว่าหนูทรายเธอเสียหาย...ไอ้เื่ภาพลักษณ์ความเ้าชู้ของตาศัลย์ยังไงมันก็ปิดไม่มิดหรอก ถ้าขืนเธอยังทำตัวอย่างนั้นอยู่”คุณอามยุราหันไปสวดพระเอกจอมเ้าชู้
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะหนูทราย”คุณอามยุราหันไปทางดาราสาว เอื้อมมือไปบีบมือเธอเบาๆ “ไหนๆเราก็เป็นักแสดงอยู่แล้วเราก็ลองเล่นละครต่อหน้าคนอื่นว่าเราเป็คู่รักกัน...ดีไหมจ๊ะอาเองก็เชื่อว่าการที่คุณสุดชายเห็นดีเห็นงามด้วย ก็น่าจะเป็เครื่องการันตีให้หนูอยู่แล้วว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร...หนูอย่าลืมนะว่าโลกมายามันมักซ่อนความจริงไว้เสมอ”
คนพูดถอนหายใจยาวๆก่อนจะพูดต่อ“หนูกำลังก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของละครเื่แค่นี้อาคิดว่าหนูคงจะปรับตัวรับมือกับข่าวที่จะเกิดขึ้นได้บางเื่อาจจะไม่จริงแต่อาจจะสร้างผลดีกับตัวหนูเอง...ยังไงก็อย่าไปกังวลใจเลยนะจ๊ะ...หนูก็ทำตัวตามปกติเวลาที่นักข่าวขอสัมภาษณ์ หนูก็พยายามตอบเลี่ยงๆข่าวของหนูก็จะได้มีคนเอาไปเขียนถึงเยอะๆ...ยังไงก็ถือว่าเป็การช่วยเหลือโปรโมตละครให้อาละกันนะจ๊ะ” คุณอามยุราหันไปขอความเห็นของผู้จัดการสาวอีกคน
“หว่าหวาเห็นด้วยกับอาไหมคะ” คนถามยิ้มอย่างอ่อนโยน
วัลยาพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มตอบแล้วหันไปปลอบว่าที่นางเอก “พี่หว่าหวาเห็นด้วยกับคุณอานะคะ...มันเป็ทางลัดสู่ชื่อเสียงยังไงช่องเขา้าปั้นน้องทรายแล้ว เขาคงมองการณ์ไกลไว้แล้วละ เราก็ปล่อยให้มันสร้างกระแสนำละครไปก่อน”
เมื่อโรยทรายยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี เว้นแต่คนๆหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้เพราะหนีหน้านักข่าวกลับไปก่อนแล้ว...เธอคนนั้นจึงไม่รู้เื่ว่าวันนี้ถ้อยคำสัมภาษณ์ของชายที่เธอหวงแหนกำลังจะเป็ข่าวครึกโครมพาดหัวนิตยสารดาราหลายฉบับ
เมื่อปาหนันรู้แล้ว...จะเกิดอะไรขึ้นบ้างคนที่กังวลในเวลานี้ มีแต่มิราลีที่มองออก
///////////////////////////////////////