บทที่ 11 จุดเริ่มต้นของพายุ
ย้อนกลับไปหลายชั่วยามก่อนหน้านั้น ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรีที่ปกคลุมเมืองหย่งหนิงราวกับผ้าม่านสีดำสนิท ดวงจันทร์เงินยวงส่องแสงสลัวจาง ๆ สาดส่องลงมาบนหลังคากระเบื้องว่าวของคฤหาสน์ตระกูลเฉา ทำให้เงาของัและวิหคคู่เคียงที่แกะสลักบนชายคาดูราวกับมีชีวิตจิติญญา กำลังเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวในเงามืด ลมหนาวจากเทือกเขารอบเมืองพัดโชยมาอย่างแ่เบา แต่กลับนำพาความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก ทำให้ใบไม้แห้งกรอบร่วงหล่นลงพื้นราวกับเสียงกระซิบแห่งความตายที่กำลังใกล้เข้ามา
ในโถงประชุมาุโที่เงียบสงบ เฉาหลินหยวนนั่งนิ่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้หัวโต๊ะ มือทั้งสองวางพักบนที่พักแขนเก้าอี้ไม้สนโบราณ ดวงตาหลับสนิท แต่ใบหน้าที่งดงามราวเทพเซียนกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง
ความหนักอึ้งที่ต้องแบกรับชะตากรรมของคนทั้งตระกูลไว้บนบ่าของตนเพียงคนเดียวในยามนี้ มันหนักสาหัสยิ่งกว่าการทะลวงขั้นจินตันเสียอีก เขาถอนหายใจยาวช้า ๆ เสียงแ่เบาดังก้องในโถงว่างเปล่า ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงแผนการอันยิ่งใหญ่
หลังจากได้รับผลกำไรจากกลไกคืนสนอง์ที่ลงทุนกับเฉาิ รุ่นเยาว์อัจฉริยะที่มีศักยภาพสีดำคนแรกที่เขาพบ เฉาหลินหยวนไม่ได้เสียเวลาแม้แต่น้อย
เขาเข้าสู่ห้วงมิติพิเศษของระบบทันที เพื่อซึมซับและฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็เพียงพื้นฐานของเคล็ดวิชาทั้งสองอย่างคือ 'เคล็ดวิชาฝ่ามือเพลิงทลายฟ้า' ระดับพิภพ และ 'คัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์' ระดับดารา แต่ด้วยโอสถทะลวงจินตันระดับห้าที่มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนไร้มลทินใด ๆ รากฐานของเขาในขอบเขตจินตันขั้นหนึ่ง่ต้นกลับหนักแน่นและมั่นคงยิ่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหลายเท่า
ด้วยความเข้าใจอันเฉียบแหลมที่ราวกับได้รับการเสริมจากระบบเอง การฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งสองในห้วงมิติที่เวลาหยุดนิ่งหรือไหลเวียนช้าลงหลายเท่า
ทำให้เขาเข้าใจได้อย่างรวดเร็วราวกับฟ้าประทาน หากเป็ผู้ฝึกตนธรรมดา เคล็ดวิชาระดับพิภพอาจใช้เวลาหลายปีถึงหลายสิบปีกว่าจะเข้าใจพื้นฐาน
แต่สำหรับเขา ในห้วงมิติที่ผ่านไปหลายเดือนในความรู้สึก แต่ในโลกภายนอกผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยาม เขากลับเข้าใจ 'เคล็ดวิชาฝ่ามือเพลิงทลายฟ้า' ได้อย่างท่องแท้ถึงเจ็ดส่วน พลังฝ่ามือที่แผ่ออกมาสามารถทลายฟ้าพินาถปฐีในระดับหนึ่งได้แล้ว ฝ่ามือแต่ละครั้งแผ่กลิ่นอายเปลวเพลิงธาตุไฟที่รุนแรงดุจูเาไฟะเิ สามารถเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ในชั่วพริบตา
ส่วน 'คัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์' ที่ลึกล้ำยิ่งกว่า เขาเข้าใจได้เพียงถึงขั้นสาม 'วงล้อ์ภายใน' เท่านั้น ลมปราณในกายหมุนเวียนไม่หยุดราววงล้อ์ ทำให้การฟื้นฟูพลังปราณรวดเร็วและต่อเนื่อง แม้าเ็สาหัสก็สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่เคล็ดวิชาระดับดาราช่างท้าทาย์ยิ่งนัก หากฝึกถึงขั้นสุดท้ายมันจะแปรเปลี่ยนเป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายคนในนิยายแนวระบบที่เขาเคยอ่านในโลกเก่าถึงอยากเป็ตัวเอก สิ่งนี้ช่วยอำนวยความสะดวกจริง ๆ ห้วงมิติที่เวลาหยุดนิ่งหรือไหลช้าลง ทำให้การฝึกฝนรวดเร็วราวกับโกงชะตาฟ้า หากเป็เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ เซียน หรือ์ คงมลายฟ้าดินได้อย่างแท้จริงกระมั้ง…
แม้ว่าเฉาหลินหยวนจะเป็เพียงระดับจินตันขั้นหนึ่ง่ต้น แต่หลังจากฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งสอง การจะต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับจินตันขั้นสี่่ต้นไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้อีกต่อไป
เคล็ดวิชาระดับพิภพและดาราเป็สิ่งที่ะเืะเืปฐีจริง ๆ โดยเฉพาะในอาณาจักรเทียนเหอที่ยอดฝีมือระดับหยวนอิงนับเป็หนึ่งในใต้หล้า เคล็ดวิชาระดับพิภพหายากยิ่งแทบเป็สมบัติสืบทอดประจำสำนักทั้งห้าและราชวงศ์ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณระดับดาราขั้นสูงสุดที่หากฝึกถึงระดับห้าจะกลายเป็คัมภีร์ระดับจักรพรรดิเลย สิ่งนี้หายากยิ่งแม้แต่ในทวีปบูรพานี้ที่กว้างใหญ่ไพศาล
เพียงชั่วขณะที่เขาออกจากห้วงมิติ เสียงระบบเครื่องจักรกลเ็าดังขึ้นในสมองของเขา ราวกับฟ้าผ่าที่ดังก้องเฉพาะในห้วงจิติญญา
[ติ้ง! ภารกิจด่วน: กวาดล้างตระกูลหู]
คำอธิบาย: ตระกูลหูกำลังวางแผนร้ายกวาดล้างตระกูลเฉาให้สิ้นซากภายในเจ็ดวัน โดยอาศัยบารมีหุบเขาหลอมอัคนีและกำลังภายใน กวาดล้างตระกูลเฉาให้สิ้นซาก
รางวัล: โชควาสนาตระกูล +2,000, โอสถระดับหกแบบสุ่ม 1 ขวด, โอสถระดับห้าแบบสุ่ม 3 ขวด, สุ่มอาวุธวิเศษระดับพิภพ 1 ชิ้น, เคล็ดวิชาวรยุทธสุ่มระดับพิภพ 2 เล่ม, สิทธิ์ปลดล็อกฟังก์ชัน 'ม่านพิภพ' ล่วงหน้า
โทษล้มเหลว: โชควาสนาตระกูลลดลงเหลือ 0, ตระกูลเฉาถูกกวาดล้างสิ้นซาก, โฮสต์สูญเสียระบบและอาจดับสูญ
เฉาหลินหยวนเพียงสูดหายใจเบา ๆ อย่างตกตะลึง เขาพึ่งออกจากด่านฝึกตน และพึ่งรู้ว่าตระกูลเฉามีปัญหาใหญ่แต่กลับไม่คิดเลยว่าระบบจะมอบภารกิจด่วนที่เข้มข้นขนาดนี้ให้เร็วถึงเพียงนี้ ของรางวัลนับว่ามหาศาลโดยแท้
โอสถระดับหกที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับหยวนอิงหรือแม้กระทั้งฝานซูยังใฝ่ฝัน อาวุธระดับพิภพ และการปลดล็อกฟังก์ชันล่วงหน้าอย่างม่านพิภพที่เปรียบเสมือนโลกใบเล็ก แต่โทษล้มเหลวช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก การสูญเสียระบบและตายสิ้น นั่นหมายถึงทุกอย่างจบสิ้น!
เฉาหลินหยวนขมวดคิ้วแน่น ลางสังหรณ์อันเฉียบแหลมจากประสบการณ์อ่านนิยายในชาติก่อนและคำพูดของพี่ชายที่ชอบกล่าวเสมอว่า “ระบบไม่เคยให้ภารกิจที่ไม่สอดคล้องกับระดับพลังของโฮสต์” พลันผุดขึ้นในใจ
ระบบคงตรวจพบภัยร้ายที่กำลังมา จึงมอบภารกิจนี้เพื่อให้เขารับมือทันท่วงที ด้วยเคล็ดวิชาที่เพิ่งฝึกมา รากฐานที่มั่นคง และพลังลมปราณขั้นจินตันที่เพิ่งทะลวง เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนจินตันขั้นหนึ่งธรรมดา แม้กระทั้งผู้ฝึกตนระดับจินตันขั้นสี่มาด้วยตนเองก็ยังเอาชนะเขาไม่ได้
เพียงพริบตา เฉาหลินหยวนก็ลุกขึ้นยืน ร่างกายเลือนหายไปในโถงประชุมราวกับภูติผีที่กลมกลืนกับความมืดมิด พลังปราณจินตันแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ แต่รวดเร็วราวสายลม เขาเคลื่อนตัวฉับไวไร้สุ้มไร้เสียง หลบเลี่ยงค่ายกลตรวจจับรอบตระกูลเฉาอย่างง่ายดาย ก่อนจะทะยานออกสู่ห้วงราตรีที่ดวงจันทร์ส่องแสงเงินยวง
ด้วยจิตััของผู้ฝึกตนระดับจินตันที่กว้างใหญ่ราวมหาสมุทร เขากวาดไปทั่วเมืองหย่งหนิงเกือบครึ่งในชั่วพริบตา พบกลุ่มก้อนพลังปราณขนาดใหญ่ที่แผ่ซ่านจากคฤหาสน์ตระกูลหูทางทิศตะวันออก กลิ่นอายแห่งความตายและพลังปราณหนิงม่ายหลายสิบก้อนกำลังรวมตัวกันในห้องโถงลับ
เพียงอึดใจเดียว ร่างของเฉาหลินหยวนก็ปรากฏบนยอดไม้สนสูงใหญ่ใกล้คฤหาสน์ตระกูลหู กลมกลืนกับความมืดมิดราวกับเป็ส่วนหนึ่งของราตรี พลังปราณจินตันถูกกดไว้จนแทบไม่หลงเหลือ เขาใช้จิตััแผ่ขยายไปสู่ห้องโถงด้านข้างอย่างเบา ๆ ราวกับสายลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ โดยไม่ถูกค่ายกลตรวจจับได้
ภายในห้องโถงที่มืดครึ้ม กลิ่นกำยานเข้มข้นผสมโลหิตจาง ๆ ลอยคลุ้ง เฉาหลินหยวน "ฟัง" ทุกบทสนทนาของเหล่าผู้าุโตระกูลหูด้วยสีหน้าเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาเปล่งประกายแห่งเจตนาฆ่าฟันที่ซ่อนเร้นลึก
หูอิ่นโหยว่ บรรพบุรุษที่ดูราวศพมีชีวิต กำลังกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าที่ทำให้ทุกคนเงียบกริบ “อย่าประมาท... เฉาหลินหยวนในอดีตเคยเป็ซวงเอ๋อร์ที่พร์สูงยิ่ง หากทะลวงจินตันสำเร็จจริง พลังของเขาอาจไม่ธรรมดา เราต้องเตรียมแผนสำรอง...”
เฉาหลินหยวนยืนนิ่งบนยอดไม้สน ลมหนาวพัดผมยาวสลวยปลิวไสว ดวงตาเย็นเยือกจ้องมองคฤหาสน์ตระกูลหูที่สว่างไสวด้วยโคมแดงเข้ม
ในใจของเขา เจตนาฆ่าฟันพลุ่งพล่านราวพายุที่กำลังก่อตัว “ตระกูลหู... เ้ากล้าดีที่คิดจะกวาดล้างตระกูลข้า... เช่นนั้นข้าก็จะไม่ไร้ปราณี ข้าจะทำให้เ้ารู้คืนนี้เลยว่า... การรังแกตระกูลเฉา มีราคาแพงเพียงใด!”
พลังปราณจินตันแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ แต่รุนแรงราวคลื่นั์ที่กำลังจะซัดกระหน่ำ อากาศรอบกายสั่นะเื ใบไม้ร่วงหล่นราวฝนตกหนัก
แต่ก่อนที่สติจะขาดสะบั้นเฉาหลินหยวนก็รีบดึงกลับมาทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้รู้ตัวเสียอีก
เขาส่ายหัวอย่างแรงก่อนจะกำหมัดแน่นแล้วกล่าวอย่างนิ่งเงียบราวกับมองของตาย
“ยังไม่ใช่ในยามนี้… ข้าต้องไปเตรียมพร้อมกับเหล่าาุโในตระกูล แม้ข้าจะกวาดล้างตระกูลหูได้ในตอนนี้ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก… การตีงูให้ตื่นกลับมีแต่ผลเสียให้ตระกูลเฉาเร่งวันล้มสลายเพียงเท่านั้น!”
ไม่ใช่เพราะเฉาหลินหยวนหวั่นเกรงอำนาจของหุบเขาหลอมอัคนี แต่เป็เพราะอยากใช้ตระกูลหูเป็บัดไดขัดเกลาจิตใจให้เหล่าผู้คนในตระกูลเฉาหลอมใจรวมเป็หนึ่ง เพื่อผ่านความทุกข์ยากนี้ไป...
หากเผชิญหน้ากับตระกูลหูแล้วยังหวั่นเกรงเช่นนั้น... ตระกูลเฉาก็ไม่มีวันเติบใหญ่กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในมหาพิภพได้หรอก!