หมิงป๋ายกําหมัดแน่นด้วยความโกรธ
เขาโกรธมากที่บังเอิญนัดรวมกลุ่มสังสรรค์มากินที่นี่แล้วอยู่ดีๆพวกทรยศนั่นก็มากินที่โต๊ะข้างๆ
โดยไม่สนใจด้วยซํ้าว่าพวกเขาอยู่หรือไม่
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการยั่วยุที่โจ่งแจ้ง!
“เสี่ยวป๋ายใจเย็นๆ”
“อย่าทําให้ท่านประธานต้องขายหน้า”
“หรือให้ผมสีแดงของคุณที่เพิ่งย้อมมากลายเป็นเรื่อง!”
ซุนหยวนตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ
เขายังจําได้ว่าประธานไต๋เป็นคนดีแค่ไหน
ในตอนที่เขาคิดจะกลับมาเริ่มต้นทํางานใหม่อีกครั้งเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
มันก็ยากมากที่จะหาที่ใด รับสมัครคนมีอายุหรือคนแก่เช่นเขา
แต่
ประธานไต๋ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจกลับเต็มใจจ้างเขาเป็นพนักงานมาก ทั้งยังให้ความดูแลไม่ต่างไปจากคนในครอบครัว
ตอนนี้แม้จะไม่ได้ทํางานด้วยกันแล้วเขาก็ยังไม่ลืมความดีนี้ และไม่อยากให้คนเช่นเดียวกันกับเขา ที่ถูกช่วยเหลือ
ต้องมาถูกความโกรธและทําให้อีกฝ่ายที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรพลอยด่างพร้อย
ปังเจิ้นเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยเขาตัดเนื้อที่ย่างสุกแล้วใส่จานชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มว่า
“คุณก็รู้ว่าเหลียงฮงและพวกนั้นเป็นคนยังไง”
“ทําไมยังต้องใส่ใจอีก แค่โกรธและลืมมันไปกับเนื้อชิ้นนี้ก็พอ”
“แล้วกลับบ้านไปนอนฝันดี!”
เขาก็เป็นคนที่ถูกช่วยเหลือเช่นเดียวกับซุนหยวนหรือเฒ่าซุน
บอกได้ว่าตอนนั้น เขาที่เพิ่งทําผิดพลาดในเรื่องงานของบริษัทเก่าจนถูกไล่ออกมา
ทําให้ยากมากที่จะมีบริษัทไหนรับเขาเข้าทํางาน
แต่ประธานไต๋นั้นกลับมองผ่านเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด
แล้วบอกว่า
“คนเรามีผิดพลาดกันได้ดังนั้นคุณเองก็เช่นกัน ฉันจะให้โอกาสคุณได้แก้ไขและเริ่มต้นใหม่”
ตั้งแต่นั้นมา เขาก็เลยได้รับการช่วยเหลือแทบไม่ต่างจากเฒ่าซุน
กลายเป็นมีการงานที่ดี และมีเงินช่วยเลี้ยงดูครอบครัว
“หมิงป๋าย ถ้านายทนไม่ไหวก็ลุกไปเลยสิ”
“อย่ามัวแต่ให้คนห้าม”
“ฉันล่ะคนหนึ่งที่ไม่ห้ามนาย!”
ทางด้านเจียงหยาก็ไม่ได้นิ่งเงียบ
เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ
และรู้ดีว่าถึงชายหนุ่มจะเลือดร้อนสักแค่ไหนก็ตามก็คงจะไม่โง่ก่อเรื่องอะไรแบบนั้นหรอก
มองอีกนัยหนึ่งคือ
เธอต้องการห้ามแบบอ้อมๆไม่ให้เขาก่อเรื่องนั่นเอง!
เพราะ
เธอเองก็ได้รับการช่วยเหลือจากประธานไต๋ที่เป็นอดีตรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอเหมือนกับคนอื่นๆไม่ต่างกัน
ซึ่งในตอนนั้นหากไม่ได้ประธานไต๋รับเข้าทํางานแถมยังช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับแม่ที่ป่วยของเธอก่อน
แม่ของเธอก็คงจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้นเธอเลยเข้าใจดีว่าเขานั้นโกรธแค่ไหน
ที่มีคนพูดนินทาลับหลังอดีตเจ้านายของเธอและเขากับคนอื่นๆ
ตอนนี้.
ใบหน้าของหมิงป๋ายเลยกระตุก
“เจียงหยา…”
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเธอจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง
และล้อเล่นกับเขาตลอดมา
อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ว่าเธอนั้นต้องการที่จะสื่อและทําอะไร
เขาเลยค่อยๆสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วและเหลือบมองพวกเหลียงฮงด้วยสีหน้าเย็นชาแทน
ถูกต้อง
เขายังจําได้ดีว่าในตอนที่พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจนเขาและทางครอบครัวตกที่นั่งยากลําบาก
ไร้เงิน ไร้ซึ่งคนช่วยเหลือและไร้สิ้นหนทาง
ถึงขั้นที่เขาต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อสละเงินให้น้องสาวในวัยกําลังโตได้เรียนต่อแทน
ก็มีประธานไต๋นี่ล่ะที่ผ่านเข้ามาพอดีในวันที่เขาช่วยงานขายอาหารกับแม่ของเขา
และยื่นข้อเสนอให้เขาเข้าไปทํางานด้วยทั้งๆที่ตัวเขานั้นไม่มีวุฒิบัตรอะไรเลยด้วยซํ้า
นั่นเลยทําให้เขามองประธานไต๋เป็นผู้มีพระคุณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
และจะไม่ยอมให้ใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด!
แน่นอนว่า ซุนหยวน,ปังเจิ้น,เจียงหยา
ทั้งหมดก็ต่างมีความคิดนี้เช่นกัน
และพวกเขาโกรธพวกเหลียงฮงมากที่ในตอนที่ประธานไต๋กําลังเผชิญหน้าวิกฤตและต้องการคนช่วยเหลือ
พวกนั้นไม่เพียงจะทําหน้าที่ของตัวเองให้สําเร็จก่อนด้วยซํ้าแต่ยังกล้าที่จะแทงข้างหลังและจากไปอย่างเลือดเย็น
เป็นเหตุให้พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวที่ได้ช่วยเหลือประธานไต๋ให้ไม่มีปัญหาไปมากกว่านั้น
ไม่อย่างนั้นแล้วก็สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าประธานไต๋จะต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังแค่ไหน!
เวลานี้พวกเขาทุกคนไม่เว้นแม้แต่หมิงป๋ายก็เลยมีจุดประสงค์เหมือนกันหมด
คือ
หากประธานไต๋หรืออดีตเจ้านายของพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ
พวกเขาก็พร้อมทุกเมื่อที่จะเข้าช่วย
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหลายวันมานี้จะไม่มีข่าวคราวอะไรจากอีกฝ่ายเลย
พวกเขาเลยมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับมัน
ก็แค่ว่า
พวกเหลียงฮงที่นั่งกินปิ้งย่างอยู่ จะรู้ได้ยังไง
และถึงพวกเขาจะรู้
พวกเขาก็ไม่สนใจ
ใช่ พวกเขาผิดอะไรล่ะที่เอาตัวรอด?
พวกเขาเลยไม่แยแสที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้แม้แต่ส่งเสียงดังให้พวกหมิงป๋ายได้ยินอย่างไม่ใส่ใจนั่นเอง
ต่อมา-
เมื่อพวกเหลียงฮงจากไป
หมิงป๋ายและคนอื่นๆก็เลยเตรียมจากไปเช่นกัน
เพียงแต่
ในตอนนี้เองก็ได้มีข้อความจากอดีตเจ้านายของพวกเขาส่งมา…
หมิงป๋ายและคนอื่นๆที่ได้รับข้อความดังกล่าว ก็รีบเปิดดูอย่างตื่นเต้น
ก่อนที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
“ท่านประธานต้องการให้เราไปยังชุมชนหยานไห่?”
“ไม่ใช่ว่าที่นั่นคือสถานที่ของกษัตริย์แมรี่ฮาร์ดหรอกเหรอ?”
“นั่นสิหรือว่าท่านประธานจะรู้จักกับกษัตริย์แมรี่ฮาร์ด?”
“...”
แม้จะสับสนและสงสัยพวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก
แล้วเรียกรถตรงไปยังชุมชนหยานไห่ทันที
โดยมีเป้าหมายคือรับทราบคําตอบของการนัดเรียกตัวครั้งนี้!
…
ชุมชนหยานไห่
หลังจากส่งข้อความไปให้กับอดีตพนักงานแล้ว
ไต๋จุนก็มองไปยังทะเลจีนตะวันออกผ่านหน้าต่างด้วยรอยยิ้ม
“ฉันไม่รู้ว่าเมื่อคนพวกนั้นเห็นฉัน”
“พวกเขาจะแสดงท่าทีอย่างไร”
“บางทีอาจจะเป็นเหมือนกับต้วนเฮย?”
ใช่แล้วเขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนของเขาให้กับทุกคนที่คู่ควร
ให้ได้รู้
และเตรียมที่จะเริ่มการแสดงครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้
หรือก็คือ
วันนี้ ตัวตนเก่าของเขาจะถูกทิ้งไป
และแทนที่ด้วยตัวตนใหม่ในวันพรุ่งนี้
ให้โลกทั้งใบได้เป็นที่ประจักษ์และได้รู้
วันนี้ทุกๆอย่างจึงควรที่จะทําให้สําเร็จเสร็จสิ้นไปนั่นเอง!
ช่วงเวลานี้
เขาจึงรอคอยการมาถึงของกลุ่มคนพวกนั้นอย่างเงียบๆ
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ที่หน้าชุมชนหยานไห่
หมิงป๋ายและคนอื่นๆยืนมองภาพทัศน์อย่างอัศจรรย์ใจ
พวกเขาก็แค่คนธรรมดาและไม่เคยคิดเคยฝันเลย ว่าจะได้มาเยือนยังสถานที่ๆหรูหราแบบนี้
วินาทีต่อมาชายชราคนหนึ่งจึงได้ขับรถซีมูลีนมารับพวกเขา พาเข้าไปยังข้างในของชุมชน
จากนั้น
เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังที่ใหญ่ที่สุด ชายวัยกลางคนชาวต่างชาติที่พวกเขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา ก็มารับพวกเขา
พาพวกเขาตรงไปยังห้องรับแขก
แล้ว
เมื่อมาถึง
ในช่วงเวลานี้เอง…
พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นว่า
“ไม่เจอกันนานนะทุกคน”
“ฉัน อดีตเจ้านายของพวกคุณ - ประธานไต๋”
“ขอยินดีต้อนรับ!”
พร้อมๆกันนั้นพวกเขาก็มองไปยังแหล่งที่มาของเสียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
ก่อนที่จะใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง
อ้าปากขึ้นอย่างตะลึงงัน!
กษัตริย์แมรี่ฮาร์ด?
แต่เดี๋ยวก่อนนะ…
ทําไมคนๆนี้ถึงได้มีเสียงของอดีตเจ้านายของพวกเขาได้?
ชั่วขณะ.
บูม!
ระเบิดก็ได้หล่นลงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้
หมิงป๋าย ซุนหยวน ปังเจิ้น เจียงหยา
ทั้งสี่คนต่างมีใบหน้ากลายเป็นโง่งม
และต่างมีคําถามเดียวกันเกิดขึ้นในใจของพวกเขา
ว่า
เกิดอะไรขึ้น?!