เริ่มระบบเงินไม่จํากัด ฉันซื้อเกาะต่างประเทศด้วยเงินนับแสนล้าน!

    บทที่ 32 ฉัน อดีตเจ้านายของพวกคุณ - ประธานไต๋

    หมิงป๋ายกําหมัดแน่นด้วยความโกรธ

     

    เขาโกรธมากที่บังเอิญนัดรวมกลุ่มสังสรรค์มากินที่นี่แล้วอยู่ดีๆพวกทรยศนั่นก็มากินที่โต๊ะข้างๆ

     

    โดยไม่สนใจด้วยซํ้าว่าพวกเขาอยู่หรือไม่

     

    เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการยั่วยุที่โจ่งแจ้ง!

     

    “เสี่ยวป๋ายใจเย็นๆ”

     

    “อย่าทําให้ท่านประธานต้องขายหน้า”

     

    “หรือให้ผมสีแดงของคุณที่เพิ่งย้อมมากลายเป็นเรื่อง!”

    ซุนหยวนตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ

     

    เขายังจําได้ว่าประธานไต๋เป็นคนดีแค่ไหน

     

    ในตอนที่เขาคิดจะกลับมาเริ่มต้นทํางานใหม่อีกครั้งเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

     

    มันก็ยากมากที่จะหาที่ใด รับสมัครคนมีอายุหรือคนแก่เช่นเขา

     

    แต่

     

    ประธานไต๋ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจกลับเต็มใจจ้างเขาเป็นพนักงานมาก ทั้งยังให้ความดูแลไม่ต่างไปจากคนในครอบครัว

     

    ตอนนี้แม้จะไม่ได้ทํางานด้วยกันแล้วเขาก็ยังไม่ลืมความดีนี้ และไม่อยากให้คนเช่นเดียวกันกับเขา ที่ถูกช่วยเหลือ

     

    ต้องมาถูกความโกรธและทําให้อีกฝ่ายที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรพลอยด่างพร้อย

     

    ปังเจิ้นเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยเขาตัดเนื้อที่ย่างสุกแล้วใส่จานชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มว่า

     

    “คุณก็รู้ว่าเหลียงฮงและพวกนั้นเป็นคนยังไง”

     

    “ทําไมยังต้องใส่ใจอีก แค่โกรธและลืมมันไปกับเนื้อชิ้นนี้ก็พอ”

     

    “แล้วกลับบ้านไปนอนฝันดี!”

     

    เขาก็เป็นคนที่ถูกช่วยเหลือเช่นเดียวกับซุนหยวนหรือเฒ่าซุน

     

    บอกได้ว่าตอนนั้น เขาที่เพิ่งทําผิดพลาดในเรื่องงานของบริษัทเก่าจนถูกไล่ออกมา

     

    ทําให้ยากมากที่จะมีบริษัทไหนรับเขาเข้าทํางาน

     

    แต่ประธานไต๋นั้นกลับมองผ่านเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด

     

    แล้วบอกว่า

     

    “คนเรามีผิดพลาดกันได้ดังนั้นคุณเองก็เช่นกัน ฉันจะให้โอกาสคุณได้แก้ไขและเริ่มต้นใหม่”

     

    ตั้งแต่นั้นมา เขาก็เลยได้รับการช่วยเหลือแทบไม่ต่างจากเฒ่าซุน

     

    กลายเป็นมีการงานที่ดี และมีเงินช่วยเลี้ยงดูครอบครัว

     

    “หมิงป๋าย ถ้านายทนไม่ไหวก็ลุกไปเลยสิ”

     

    “อย่ามัวแต่ให้คนห้าม”

     

    “ฉันล่ะคนหนึ่งที่ไม่ห้ามนาย!”

     

    ทางด้านเจียงหยาก็ไม่ได้นิ่งเงียบ

     

    เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ

     

    และรู้ดีว่าถึงชายหนุ่มจะเลือดร้อนสักแค่ไหนก็ตามก็คงจะไม่โง่ก่อเรื่องอะไรแบบนั้นหรอก

     

    มองอีกนัยหนึ่งคือ

     

    เธอต้องการห้ามแบบอ้อมๆไม่ให้เขาก่อเรื่องนั่นเอง!

     

    เพราะ

     

    เธอเองก็ได้รับการช่วยเหลือจากประธานไต๋ที่เป็นอดีตรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอเหมือนกับคนอื่นๆไม่ต่างกัน

     

    ซึ่งในตอนนั้นหากไม่ได้ประธานไต๋รับเข้าทํางานแถมยังช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับแม่ที่ป่วยของเธอก่อน

     

    แม่ของเธอก็คงจะไม่ได้มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้

     

    ดังนั้นเธอเลยเข้าใจดีว่าเขานั้นโกรธแค่ไหน

     

    ที่มีคนพูดนินทาลับหลังอดีตเจ้านายของเธอและเขากับคนอื่นๆ

     

    ตอนนี้.

     

    ใบหน้าของหมิงป๋ายเลยกระตุก

     

    “เจียงหยา…”

     

    เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเธอจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

     

    และล้อเล่นกับเขาตลอดมา

     

    อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ว่าเธอนั้นต้องการที่จะสื่อและทําอะไร

     

    เขาเลยค่อยๆสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วและเหลือบมองพวกเหลียงฮงด้วยสีหน้าเย็นชาแทน

     

    ถูกต้อง

     

    เขายังจําได้ดีว่าในตอนที่พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจนเขาและทางครอบครัวตกที่นั่งยากลําบาก

     

    ไร้เงิน ไร้ซึ่งคนช่วยเหลือและไร้สิ้นหนทาง

     

    ถึงขั้นที่เขาต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อสละเงินให้น้องสาวในวัยกําลังโตได้เรียนต่อแทน

     

    ก็มีประธานไต๋นี่ล่ะที่ผ่านเข้ามาพอดีในวันที่เขาช่วยงานขายอาหารกับแม่ของเขา

     

    และยื่นข้อเสนอให้เขาเข้าไปทํางานด้วยทั้งๆที่ตัวเขานั้นไม่มีวุฒิบัตรอะไรเลยด้วยซํ้า

     

    นั่นเลยทําให้เขามองประธานไต๋เป็นผู้มีพระคุณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

     

    และจะไม่ยอมให้ใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด!

     

    แน่นอนว่า ซุนหยวน,ปังเจิ้น,เจียงหยา

     

    ทั้งหมดก็ต่างมีความคิดนี้เช่นกัน

     

    และพวกเขาโกรธพวกเหลียงฮงมากที่ในตอนที่ประธานไต๋กําลังเผชิญหน้าวิกฤตและต้องการคนช่วยเหลือ

     

    พวกนั้นไม่เพียงจะทําหน้าที่ของตัวเองให้สําเร็จก่อนด้วยซํ้าแต่ยังกล้าที่จะแทงข้างหลังและจากไปอย่างเลือดเย็น

     

    เป็นเหตุให้พวกเขาคือคนกลุ่มเดียวที่ได้ช่วยเหลือประธานไต๋ให้ไม่มีปัญหาไปมากกว่านั้น

     

    ไม่อย่างนั้นแล้วก็สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าประธานไต๋จะต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังแค่ไหน!

     

    เวลานี้พวกเขาทุกคนไม่เว้นแม้แต่หมิงป๋ายก็เลยมีจุดประสงค์เหมือนกันหมด

     

    คือ

     

    หากประธานไต๋หรืออดีตเจ้านายของพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

     

    พวกเขาก็พร้อมทุกเมื่อที่จะเข้าช่วย

     

    อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหลายวันมานี้จะไม่มีข่าวคราวอะไรจากอีกฝ่ายเลย

     

    พวกเขาเลยมีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับมัน

     

    ก็แค่ว่า

     

    พวกเหลียงฮงที่นั่งกินปิ้งย่างอยู่ จะรู้ได้ยังไง

     

    และถึงพวกเขาจะรู้

     

    พวกเขาก็ไม่สนใจ

     

    ใช่ พวกเขาผิดอะไรล่ะที่เอาตัวรอด?

     

    พวกเขาเลยไม่แยแสที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้แม้แต่ส่งเสียงดังให้พวกหมิงป๋ายได้ยินอย่างไม่ใส่ใจนั่นเอง

     

    ต่อมา-

     

    เมื่อพวกเหลียงฮงจากไป

     

    หมิงป๋ายและคนอื่นๆก็เลยเตรียมจากไปเช่นกัน

     

    เพียงแต่

     

    ในตอนนี้เองก็ได้มีข้อความจากอดีตเจ้านายของพวกเขาส่งมา…

     

    หมิงป๋ายและคนอื่นๆที่ได้รับข้อความดังกล่าว ก็รีบเปิดดูอย่างตื่นเต้น

     

    ก่อนที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

     

    “ท่านประธานต้องการให้เราไปยังชุมชนหยานไห่?”

     

    “ไม่ใช่ว่าที่นั่นคือสถานที่ของกษัตริย์แมรี่ฮาร์ดหรอกเหรอ?”

     

    “นั่นสิหรือว่าท่านประธานจะรู้จักกับกษัตริย์แมรี่ฮาร์ด?”

     

    “...”

     

    แม้จะสับสนและสงสัยพวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก

     

    แล้วเรียกรถตรงไปยังชุมชนหยานไห่ทันที

     

    โดยมีเป้าหมายคือรับทราบคําตอบของการนัดเรียกตัวครั้งนี้!

     

    …

     

    ชุมชนหยานไห่

     

    หลังจากส่งข้อความไปให้กับอดีตพนักงานแล้ว

     

    ไต๋จุนก็มองไปยังทะเลจีนตะวันออกผ่านหน้าต่างด้วยรอยยิ้ม

     

    “ฉันไม่รู้ว่าเมื่อคนพวกนั้นเห็นฉัน”

     

    “พวกเขาจะแสดงท่าทีอย่างไร”

     

    “บางทีอาจจะเป็นเหมือนกับต้วนเฮย?”

     

    ใช่แล้วเขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนของเขาให้กับทุกคนที่คู่ควร

     

    ให้ได้รู้

     

    และเตรียมที่จะเริ่มการแสดงครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้

     

    หรือก็คือ

     

    วันนี้ ตัวตนเก่าของเขาจะถูกทิ้งไป

     

    และแทนที่ด้วยตัวตนใหม่ในวันพรุ่งนี้

     

    ให้โลกทั้งใบได้เป็นที่ประจักษ์และได้รู้

     

    วันนี้ทุกๆอย่างจึงควรที่จะทําให้สําเร็จเสร็จสิ้นไปนั่นเอง!

     

    ช่วงเวลานี้

     

    เขาจึงรอคอยการมาถึงของกลุ่มคนพวกนั้นอย่างเงียบๆ

     

    …

     

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     

    ที่หน้าชุมชนหยานไห่

     

    หมิงป๋ายและคนอื่นๆยืนมองภาพทัศน์อย่างอัศจรรย์ใจ

     

    พวกเขาก็แค่คนธรรมดาและไม่เคยคิดเคยฝันเลย ว่าจะได้มาเยือนยังสถานที่ๆหรูหราแบบนี้

     

    วินาทีต่อมาชายชราคนหนึ่งจึงได้ขับรถซีมูลีนมารับพวกเขา พาเข้าไปยังข้างในของชุมชน

     

    จากนั้น

     

    เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังที่ใหญ่ที่สุด ชายวัยกลางคนชาวต่างชาติที่พวกเขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา ก็มารับพวกเขา

     

    พาพวกเขาตรงไปยังห้องรับแขก

     

    แล้ว

     

    เมื่อมาถึง

     

    ในช่วงเวลานี้เอง…

     

    พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นว่า

     

    “ไม่เจอกันนานนะทุกคน”

     

    “ฉัน อดีตเจ้านายของพวกคุณ - ประธานไต๋”

     

    “ขอยินดีต้อนรับ!”

     

    พร้อมๆกันนั้นพวกเขาก็มองไปยังแหล่งที่มาของเสียงด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    ก่อนที่จะใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง

     

    อ้าปากขึ้นอย่างตะลึงงัน!

     

    กษัตริย์แมรี่ฮาร์ด?

     

    แต่เดี๋ยวก่อนนะ…

     

    ทําไมคนๆนี้ถึงได้มีเสียงของอดีตเจ้านายของพวกเขาได้?

     

    ชั่วขณะ.

     

    บูม!

     

    ระเบิดก็ได้หล่นลงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้

     

    หมิงป๋าย ซุนหยวน ปังเจิ้น เจียงหยา

     

    ทั้งสี่คนต่างมีใบหน้ากลายเป็นโง่งม

     

    และต่างมีคําถามเดียวกันเกิดขึ้นในใจของพวกเขา

     

    ว่า

     

    เกิดอะไรขึ้น?!