รถม้ากำลังเคลื่อนผ่านทางลูกรังในป่า เมื่อความเงียบสงบของธรรมชาติถูกทำลายลงโดยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงะโดังขึ้นรอบทิศ
“หยุดรถม้าเดี๋ยวนี้!” เสียงของชายคนหนึ่งะโอย่างดุดัน กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดมอมแมมและถือดาบวิ่งกรูเข้ามาล้อมขบวนรถม้าไว้
หยางลี่เจินมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าของเธอซีดเผือด “โจรเหรอ?”
เหวินเจาเหยียนขมวดคิ้ว แม้ดวงตาจะถูกปิดด้วยผ้าสีดำ แต่ท่าทางของเขากลับสงบนิ่ง
“พวกมัน้าข่มขู่เราหรือมาก่อปัญหาบางอย่าง”
เขากล่าวเสียงต่ำ
ลูกน้องของเหวินเจาเหยียนรีบลงจากรถม้า เตรียมอาวุธในมือเพื่อป้องกันการโจมตี
แต่โจรกลุ่มนี้ไม่ได้มาแค่ข่มขู่ จำนวนของพวกมันมากเกินกว่าที่จะรับมือได้ง่ายๆ การต่อสู้เริ่มขึ้นในทันที ดาบกระทบดาบ เสียงะโดังสนั่น
“เ้าอยู่ที่นี่” เหวินเจาเหยียนหันไปพูดกับหยางลี่เจิน
“อย่าลงจากรถม้าเด็ดขาด”
แต่เมื่อเธอเห็นจำนวนโจรที่มากมายและการต่อสู้ที่ดุเดือด เธอก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย ยิ่งเมื่อคิดว่าเหวินเจาเหยียนมองไม่เห็น เธอก็เริ่มกังวล
“คุณจะสู้ยังไงถ้ามองไม่เห็นแบบนี้?” เธอพูดเสียงสั่น
“ข้าจัดการได้” เขาตอบเรียบๆ
แต่หยางลี่เจินไม่มั่นใจ เธอจับมือเขาอย่างแน่น
“ไม่! คุณไปไม่ได้! คุณมองไม่เห็น… เราต้องหนีก่อน!”
หยางลี่เจินดึงมือเหวินเจาเหยียน พาเขาวิ่งออกจากวงล้อมอย่างเร่งรีบ พวกเขาวิ่งผ่านเส้นทางแคบๆ ในป่า เสียงของโจรที่ะโตามมาดังไม่หยุด
“ตามพวกมันไป!” เสียงะโของโจรดังก้อง
หยางลี่เจินพยายามพาเหวินเจาเหยียนหลบไปในเส้นทางที่คิดว่าปลอดภัย แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็พบกับกลุ่มโจรอีกกลุ่มที่มาดักรออยู่ข้างหน้า
“หยุดตรงนั้น!” หนึ่งในโจระโ พร้อมยกดาบพุ่งเข้าใส่
หยางลี่เจินเบิกตากว้างด้วยความใ เธอคิดว่า
เหวินเจาเหยียนมองไม่เห็น จึงไม่อาจหลบการโจมตีได้ทัน
“ระวัง!” เธอะโ และพุ่งเข้าไปรับคมดาบแทน
เสียงคมดาบเฉือนผ่านเนื้อดังก้อง หยางลี่เจินล้มลงไปกับพื้น แขนของเธอมีเืไหลออกมาไม่หยุด
“เ้า…!” เหวินเจาเหยียนะโด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความใ เขาไม่เคยคิดว่าหญิงคนนี้จะยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องเขา
ความโกรธพุ่งขึ้นมาทันที ดวงตาที่เคยถูกปิดด้วยผ้าสีดำเปล่งประกายขึ้น เขากระชากผ้าออก เผยให้เห็นดวงตาที่เริ่มมองเห็นชัดเจน
“ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเ้าแตะต้องนางอีกแม้แต่ปลายเล็บ” เขากล่าวเสียงเย็น ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีพวกโจรอย่างไม่ลังเล
เหวินเจาเหยียนใช้ดาบในมืออย่างชำนาญ แม้เขาจะไม่ได้ต่อสู้นาน แต่ทุกการโจมตีของเขาแม่นยำและเต็มไปด้วยพลัง
พวกโจรเริ่มถอยร่นไปทีละคน เมื่อพวกมันเห็นว่าความพยายามจะไม่สำเร็จ ผู้นำกลุ่มจึงะโสั่งถอย
“พวกมันเก่งเกินไป! ถอนตัว!”
เมื่อทุกอย่างสงบลง เหวินเจาเหยียนรีบกลับมาหา
หยางลี่เจินที่นอนาเ็อยู่บนพื้น เขาก้มลงช้อนร่างของเธอขึ้นอย่างระมัดระวัง
เวลายามเย็นใกล้เข้ามา เขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อได้ในสภาพนี้ เหวินเจาเหยียนพาร่างของหยางลี่เจินไปยังถ้ำเล็กๆ บนเนินเขาที่ใกล้ที่สุด
“เ้าโง่หรือเปล่า?” เขากล่าวเบาๆ ขณะที่กำลังตรวจดูแผลให้เธอ “ใครสั่งให้เ้าเอาตัวเข้ามาขวางแบบนั้น?”
“ฉัน… ฉันคิดว่าคุณมองไม่เห็น” เธอตอบเสียงแ่
เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ “เ้าคิดว่าข้ามองไม่เห็นจริงๆ งั้นหรือ?”
หยางลี่เจินจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ความเหนื่อยล้าทำให้เธอไม่อาจถามอะไรต่อ
“พักเถอะ” เขากล่าวเสียงเบา “ข้าจะดูแลเ้าเอง”
ภายในถ้ำเล็กๆ บนเนินเขา เหวินเจาเหยียนพาร่างของหยางลี่เจินที่าเ็มาวางลงบนพื้นหินเรียบ เสียงลมหายใจของเธอแ่เบา ร่างกายอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้
“เ้ามันบ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ น้ำเสียงที่แฝงทั้งความโกรธและความกังวล “ใครสั่งให้เ้าพุ่งไปรับดาบแทนข้า?”
หยางลี่เจินพยายามฝืนยิ้ม แม้ความเ็ปจะเล่นงานเธออย่างหนัก “ฉัน… ฉันแค่คิดว่าคุณมองไม่เห็น…”
เหวินเจาเหยียนขมวดคิ้ว ดวงตาที่เคยซ่อนอยู่หลังผ้าสีดำมองตรงมาที่เธอ เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่รีบจัดเตรียมของเพื่อทำแผลให้เธอ
“เ้าโดนฟันตรง้าอก” เขาพูดเสียงนิ่ง
“ต้องรีบทำแผล”
หยางลี่เจินชะงัก ใบหน้าของเธอแดงขึ้นทันที
“ตรง… ตรงอก?”
“ใช่” เขาตอบเรียบๆ ขณะเตรียมน้ำและผ้าสะอาด
“ถ้าเ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อ ก็เงียบแล้วปล่อยให้ข้าจัดการ”
“แต่…” เธอพยายามแย้ง แต่เขาไม่รอฟัง
เหวินเจาเหยียนปลดเสื้อคลุมของเธอออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นาแลึกที่บริเวณอกด้านซ้าย เืซึมผ่านผิวเนื้อแดงเรื่อ
หยางลี่เจินเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
“คุณ… คุณจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?”
“ข้าไม่มีเวลาให้เ้าทำตัวขี้อาย” เขาตอบเสียงเย็น
“เ้าอยากตายหรืออยากให้ข้าช่วย?”
ในขณะที่เหวินเจาเหยียนเริ่มเช็ดแผลด้วยความระมัดระวัง
หยางลี่เจินรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอจะะเิ แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงท่าทางใดที่เกินเลย แต่การที่เขาอยู่ใกล้ชิดกับเธอขนาดนี้ทำให้เธอแทบไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
“คุณ…” เธอพูดเบาๆ “คุณทำแบบนี้บ่อยเหรอ?”
“ทำอะไร?” เขาถามโดยไม่เงยหน้าขึ้น
“ทำแผลให้… ให้คนอื่น” เธอตอบ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
เขาหยุดมือครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ไม่… เ้าคือคนแรก”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ทนหน่อย” เขาพูดขณะพันผ้ารอบาแอย่างระมัดระวัง
หยางลี่เจินกัดฟันแน่น ทุกครั้งที่เขาัั เธอรู้สึกทั้งเ็ปและ… บางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับ
“คุณดูเหมือนจะชินกับการดูแลคนอื่น”
เธอพูดเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เหวินเจาเหยียนยิ้มมุมปาก “ข้าชินกับการรับผิดชอบ…
แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าต้องดูแลคนที่ทำตัวโง่เง่าแบบเ้า”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินขมวดคิ้ว แต่เธอก็ไม่สามารถเถียงอะไรได้ เพราะในตอนนี้ เธอรู้สึกว่าเขากำลังปกป้องเธออย่างแท้จริง
หลังจากทำแผลเสร็จ เหวินเจาเหยียนดึงเสื้อคลุมมาคลุมตัวเธอไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “พักผ่อนซะ ถ้าเ้ายังคิดจะวิ่งไปขวางดาบอีก ข้าคงไม่ช่วยเ้าครั้งหน้า”
หยางลี่เจินหลับตาและถอนหายใจ
“ฉันแค่คิดว่าคุณมองไม่เห็น… ฉันเลย…”
เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาเปล่งประกายภายใต้แสงจันทร์ “ข้ามองเห็น… มาตลอด”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความใ
“คุณ… คุณโกหกฉันเหรอ?”
“ข้าไม่ได้โกหก” เขาตอบเรียบๆ “ข้าแค่ไม่ได้บอก”
หยางลี่เจินนิ่งไป ความสับสนเต็มอยู่ในหัวใจของเธอ
ภายในถ้ำเล็กๆ ความเงียบปกคลุมหลังจากคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเหวินเจาเหยียน เขายืนอยู่ไม่ไกลจากหยางลี่เจิน สายตาของเขาที่บัดนี้ไม่ได้ถูกปิดด้วยผ้าสีดำจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง
“คุณ… คุณมองเห็นมาตลอด?” หยางลี่เจินเอ่ยถามด้วยเสียงสั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความใและความผิดหวัง
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าช้าๆ “ใช่ ข้ามองเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน?” เธอถาม พลางพยายามลุกขึ้นนั่ง แม้ความเ็ปจะยังเล่นงานเธอ
“เพราะข้าอยากรู้ว่าเ้ากำลังคิดอะไร” เขาตอบเสียงนิ่ง “ั้แ่วันที่เ้าฟื้นขึ้นมา เ้าก็ไม่เหมือนเหมยหลินคนเดิม
ข้าสงสัย… และข้าอยากรู้ความจริง”
คำพูดของเขาเหมือนกระแทกใจหยางลี่เจิน เธอหลบสายตา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
“คุณคิดว่าฉันจะวางแผนอะไรอีกงั้นเหรอ?” เธอพูดเบาๆ “คุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลย…”
“เพราะเ้าคือเหมยหลิน” เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ผู้หญิงที่เคยวางยาพิษข้าในคืนแต่งงาน ผู้หญิงที่เคยทำให้ข้าสูญเสียทุกสิ่ง”
หยางลี่เจินนิ่งไป เธอไม่รู้ว่าคำพูดของเขาเ็ปมากแค่ไหนสำหรับเธอ
“แต่ฉันไม่ใช่เหมยหลินคนเดิม…”
เธอกระซิบ น้ำเสียงแ่เบา
“แล้วเ้าคือใคร?” เขาถามเสียงเย็น “เ้าเป็ใครกันแน่?”
หยางลี่เจินเม้มปากแน่น เธอไม่สามารถบอกความจริงกับเขาได้ แม้จะอยากพูดออกมา เธอก็กลัวว่าคำพูดนั้นจะทำให้เขามองเธอแย่ลงกว่าเดิม
“ฉัน… ฉันไม่รู้” เธอตอบในที่สุด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนแอ
เหวินเจาเหยียนจ้องมองเธออยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ข้าจะเชื่อเ้า… ในตอนนี้”
คำพูดนั้นทำให้เธอแปลกใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“ข้าไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเ้าแตกต่างจากเหมยหลินที่ข้ารู้จัก” เขากล่าวช้าๆ “แต่ข้ายังไม่เชื่อใจเ้าอย่างเต็มที่… ข้าจะให้เ้าเวลาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินเข้ามาใกล้เธอ พร้อมปรับเสื้อคลุมที่คลุมร่างของเธอไว้ให้เรียบร้อย
“พักซะ” เขาพูดเบาๆ
“เ้าาเ็มากเกินไปสำหรับวันนี้”
“คุณไม่โกรธที่ฉันวิ่งไปรับดาบแทนคุณเหรอ?” เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดช้าๆ “ข้าไม่ได้้าให้เ้าทำแบบนั้น… แต่ข้าก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเ้าทำให้ข้าสับสน”
“สับสน?” เธอถามพลางมองเขาด้วยสายตาที่แสดงความสงสัย
“ใช่” เขาพูดเรียบๆ “สับสนว่าเ้าอาจไม่ใช่ศัตรูที่ข้าคิดไว้”
คำพูดของเขาทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเ็ปกับสิ่งที่เขาพูด
เธอหลับตาลงและพยายามไม่คิดมาก แต่คำพูดของเขายังคงวนเวียนในหัวใจของเธอ
“ถ้าฉันสามารถพิสูจน์ตัวเองได้…” เธอพึมพำเบาๆ
“บางทีคุณอาจจะเชื่อใจฉันสักวันหนึ่ง”
เหวินเจาเหยียนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยินคำพูดนั้น แต่เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่นั่งนิ่งอยู่ข้างเธอ