ตอนที่ 31 ตอกหน้าอาจารย์อมร
“จะจัดการ Delay ระหว่างสองแพลตฟอร์มยังไง?” อาจารย์อมรเตรียมหมัดเด็ดที่จะสวนคืนพีทแล้ว
สิ้นสุดคำถามของอาจารย์อมรที่คิดว่าจะเป็หมัดเด็ด แต่กระนั้นไม่ถึงอึดใจพีทก็สวนตอบกลับมาอีกครั้ง
“ผมจะใช้ Message Queue ในการควบคุมการส่งข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลไม่สูญหายระหว่างทาง และถ้าอุปกรณ์ปลายทาง Offline ข้อมูลก็จะถูกเก็บไว้ชั่วคราวจนกว่าจะเชื่อมต่อได้อีกครั้งครับ” คำตอบนี้เป็เหมือนการตอกฝาโลงของอาจารย์อมรได้อย่างดีเยี่ยม
ในหัวของอาจารย์อมรมึนตึบไปกับสิ่งที่พีทได้ตอบกลับ เพราะคำตอบที่พีทอธิบายออกมานั้น มันทั้งแม่นยำ สมบูรณ์และเป็ความรู้ขั้นสูงที่อาจารย์อมรก็ยังไม่เข้าใจ
“เธอ เธอรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง…ไปเรียนมาจากไหน?” อาจารย์อมรหน้าแดงไปหมดแล้ว ด้วยความโกรธและเสียหน้าที่ถูกพีทสอนวิชาต่อหน้านักศึกษาคนอื่นๆ กว่า 40 คนที่อยู่ในห้อง
อย่างไรก็ตาม พีทไม่คิดที่จะปล่อยอาจารย์อมรไปง่ายๆ คิดจะทำให้เขาเสียหน้าใช่ไหม งั้นก็ให้รู้สึกแบบเดียวกันสัหน่อยก็แล้วกัน
“อาจารย์ครับ… แล้วถ้าผมถามกลับว่า ถ้าผู้ใช้หนึ่งคนแก้ไขข้อมูลพร้อมกันจากสองเครื่องในเวลาไม่ถึง 1 วินาที อาจารย์จะใช้ Conflict Resolution แบบไหนให้ผลลัพธ์ถูกต้องที่สุด โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่าข้อมูลกระตุก? จะเลือกใช้ Last Write Wins, Merge, หรือ Operational Transformation ครับ?” พีทโยนคำถามกลับไปบ้าง ซึ่งเขาก็ยังมีความปรานีอีกฝ่ายอยู่บ้างด้วยการให้ตัวเลือกมาตอบ
แต่กระนั้นอาจารย์อมรที่ตอนนี้ แทบจะเสียสติไปแล้วกลับไม่สามารถตอบคำถามของพีทได้ แถมยังแสดงออกถึงความลังเลออกมาในคำพูด
“เอ่อ… มันก็… ขึ้นอยู่กับ” อาจารย์อมรเริ่มพูดติดขัด ซึ่งพีทก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีสมาธิ สวนกลับไปอีกหนึ่งคำถาม อีกทั้งยังไม่เฉลยคำถามก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
“หรือถ้าระบบต้องรองรับผู้ใช้พร้อมกันหลักล้านแบบ Global Scale อาจารย์จะจัดการ Latency ระหว่าง Region ยังไงให้ต่ำกว่า 200ms โดยไม่ใช้ Content Delivery Network ของบุคคลที่สาม?” นี้คือหมัดน็อกของพีทอย่างแท้จริง ทั่วทั้งห้องเงียบสนิท อาจารย์อมรยืนตาค้างกับการออกแบบระบบที่พีทวาดอยู่บนกระดาน
นี้คือความรู้ที่ทรงคุณค่ามาก ซ้ำยังเป็ความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากนักศึกษาปีที่ 4 ทั่วทั้งห้องต่างมองมาถึงภาพตรงหน้าของพวกเขา ตอนนี้เขาแยกกันไม่ออกแล้วว่าใครเป็อาจารย์ ใครเป็นักศึกษากันแน่?
[น้าผี คุณจ๊อบส์…ตอบไปแบบนี้ ไม่ใจร้ายเกิดไปหน่อยเหรอครับ เห็นหน้าอาจารย์อมรไหม หน้าเขาดูไม่จืดเลย…พวกคุณก่อเื่ให้ผมแล้วเห็นไหม?] เมื่อได้สั่งสอนอาจารย์อมรเสร็จแล้ว ก็เป็เวลาหมดคาบเรียนพอดี พีทรีบเดินออกจากห้องเรียน ก่อนจะหามุมเงียบๆ อยู่ตามลำพัง พูดกับผีในระบบของเขา ที่กำลังหัวเราะลั่น ด้วยความชอบใจ
[จ๊อบส์เห็นหน้าหมอนั่นไหม หน้ามันเหมือนกับคนท้องผูกเลย ฮ่าฮ่า] [เรย์คุณนี้ก็ร้ายไม่เบา ความรู้พวกนี้ยากเกินไป สำหรับคนที่ไม่ได้เขียนแอปพลิเคชันเป็ประจำ] น้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ไม่ได้สนใจเสียงร้องของพีทเลย พวกเขาต่างกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนานที่ได้จัดการอาจารย์อมร ที่คิดอยากจะทำให้พีทต้องอับอาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าเื้ัของพีท มีพวกเขาที่เป็เ้าพ่อทางด้านเทคโนโลยี หนุนหลังอยู่แบบนี้
พีทได้ปล่อยให้ผีๆ ของเขา หัวเราะสนุกสนานกันไป ส่วนตัวเขาเองนั้นได้แวะทานข้าวกลางวันที่โรงอาหารกับเพื่อนในสาขาคนอื่นๆ ก่อนที่จะพากันไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อพูดคุยกันถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์
“ว่ายังไงนะ? เธอทำโปรเจกต์เสร็จหมดแล้ว รูปเล่มก็ด้วยเหรอ” อาจารย์หญิงที่เป็อาจารย์ที่ปรึกษาของพีท ถึงกับเผลอร้องออกมาด้วยความใ เมื่อเธอนั้นได้ทำการตรวจโปรเจกต์ของพีท รวมไปถึงรูปเล่ม วิทยานิพนธ์ของพีทที่พูดกันตามตรงมันแทบจะไม่มีอะไรต้องแก้อีกแล้ว มันเสร็จสมบูรณ์จนแทบจะไม่มีข้อติเตียนให้ต้องปรับปรุงอีก
“ครับ ่หยุดปีใหม่ ผมพอจะมีเวลาว่างอยู่บ้าง เลยตั้งใจทำโปรเจกต์นี้มาส่งอาจารย์ครับ” พีทตอบพลางเปิดสไลด์ที่จะนำเสนอตอนวันส่งโปรเจกต์ให้กับอาจารย์ของเขาได้ดู
ซึ่งอาจารย์หญิงด้วยความใ ป่นระคนไม่อยากจะเชื่อ จึงได้ทำการทดสอบโปรแกรมของพีททั้งในส่วนของโน้ตและการใช้งานเบื้องต้นในทันที
อาจารย์หญิงนั่งคิ้วขมวดอยู่นาน คลิกหน้าต่างๆ ในระบบของพีทไปมา เพื่อทดสอบและตรวจสอบหาจุดที่ต้องแก้ไขอย่างละเอียด ราวกับกำลังหาจุดผิดพลาดสักเล็กน้อยให้พีทต้องแก้ไข…แต่มันไม่มีเลยสักจุดเดียว
‘ไม่มีเลย! ไม่มีจุดผิดพลาดของโปรแกรมเลย พีททำมันได้จริงๆ เหรอ’ อาจารย์หญิงรู้ดีว่าโปรเจกต์ของพีทนั้นค่อนข้างยากมาก เพราะมันเป็การรวบรวมร้านค้าไว้ในแอปพลิเคชันเดียว อีกทั้งยังต้องทำการส่งข้อมูลหาร้านที่อยู่ในแอปพลิเคชัน เพื่อที่จะทำอาหารตามคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์อีกด้วย
ผิดกับโปรเจกต์ของคนอื่นๆ ที่ส่วนมากเป็เว็บไซต์สั่งซื้อสินค้าทั่วไป ที่อาจจะมีระบบที่พิเศษเพิ่มเติมเข้ามา อย่างร้านค้าเสื้อผ้าที่อาจจะมีให้สกรีนลวดลายลงไปในเสื้อให้ทำการส่งแบบมาให้กับทางร้าน
แต่นั้นก็เป็เพียงแค่การอัปโหลดไฟล์ภาพ JPEG,PNG ที่เป็นามสกุลภาพเบื้องต้นเท่านั้น
โดยถ้าให้ประเมินระดับความยากเทียบกับโปรเจกต์ของพีท เว็บไซต์ขายสินค้าของนักศึกษาคนอื่นๆ คงจะมีระดับความยากในการสร้างอยู่ที่ระดับ D เท่านั้น ส่วนพีทนั้นคงเป็ A ไม่สิ S อย่างไม่ต้องสงสัย
ระดับ S ถือว่าเป็ระดับที่ยากมาก ที่มีแต่บริษัทชั้นนำเท่านั้นที่จะสร้างแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมาได้ แต่ทว่ามันกลับถูกสร้างโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เพียงคนเดียว ซ้ำนักศึกษาคนนั้นคือลูกศิษย์ของเธอด้วย
อาจารย์หญิงมองพีท ด้วยใจที่เต้นระรัว เธอรู้แล้วว่าพีทไม่ได้ดีแค่พูด เขาทำมันได้จริงๆ และยังทำได้ดีจนเธอ ไม่มีข้อตำหนิใดๆ ได้เลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างนั้น พีทเก่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไร ดูจากการเรียนที่ผ่านๆ มา ที่อยู่ในระดับปานกลาง อาจจะมีบางวิชาที่พีทได้เกรดสูง แต่ให้พูดกันตามตรง พีทไม่ใช่นักศึกษาท็อปคลาส ที่ลุ้นเกียรตินิยมของมหาลัย ลำพังแค่ลุ้นเกียรตินิยมอันดับ 2 ก็ยังยากเลย
ไฉนเลยที่วันนี้ พีทกลับกลายเป็นักศึกษาหัวแถวไปได้แบบนี้ ‘พีทจ้างคนเขียนโปรแกรมหรือเปล่า? ถ้าถูกจับได้พีทแย่แน่ๆ เธอในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาต้องจัดการกับเื่นี้!’
“พีท อาจารย์เชื่อในตัวเธอมากนะ เธอตอบคำถามของอาจารย์มาตามตรง เธอจ้างหรือให้ใครเขียนโปรแกรมหรือเปล่า?” อาจารย์หญิงได้เลื่อนประตูห้องของเธอ เพื่อปิดมัน…ป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไปด้านนอก พลางมองมาที่พีทด้วยสายตาที่ดูจริงจัง ซึ่งมันแฝงไปด้วยความเป็ห่วงใยต่อลูกศิษย์ที่อาจจะหลงผิดไปจ้างคนอื่นทำโปรเจกต์ให้นั่นเอง
เื่แบบนี้มีอยู่บ่อยครั้งในรั้วมหาลัย ที่นักศึกษาได้ไปจ้างให้คนทำโปรเจกต์ให้เพื่อนำมาส่ง ซึ่งคนเป็อาจารย์ที่สอนนักศึกษาทุกคนมา ย่อมรู้ว่าศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคนมีเท่าไรอยู่แก่ใจ
ลำพังแค่อ่านโค็ดไม่กี่บรรทัด เธอก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เธอเคยสอนมา หรือถ้านอกเหนือจากสิ่งที่เธอสอนในตำราจริงๆ นักศึกษาก็ต้องอธิบายได้ว่าได้นำการเขียนโค็ดแบบนี้มาจากแหล่งข้อมูลไหน อย่างน้อยต้องมีแหล่งอ้างอิงที่สามารถนำไปค้นหาได้
หรืออีกในกรณีหนึ่ง นักศึกษาต้องอธิบายโค็ดทั้งหมดในโปรแกรมได้ ว่าทำงานยังไง เชื่อมไปยังจุดไหนและค่าต่างๆ จะแสดงผลออกมาในรูปแบบใดนั่นเอง
นี้คือการประเมินที่อาจารย์ที่ปรึกษา ตลอดจนอาจารย์ที่เข้าร่วมการประเมินโปรเจกต์จะต้องซักถามกับนักศึกษาหากมีข้อสงสัย
และในตอนนี้ อาจารย์หญิงที่เป็ที่ปรึกษาของพีทก็กำลังจะทำเช่นนั้นกับพีท เพื่อที่เธอจะได้รู้ว่า นักศึกษาของเธอได้ทำเื่ที่ไม่สมควรทำลงไปหรือไม่ เพราะนั้นอาจส่งผลให้พีทติด F ในวิชานี้และต้องเลื่อนการเรียนจบไปอีกหนึ่งปี เนื่องด้วยโปรเจคจบของนักศึกษาจะควบการเรียนการสอน เป็เวลาสองเทอมนั่นเอง
“อาจจะมีโค็ดหลายส่วนที่ให้โปรแกรมเมอร์ที่ผมรู้จักช่วยสอน แต่ผมขอยืนยันครับว่าผมเป็คนทำโปรเจกต์ทั้งหมดนี้เอง” พีทตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเขาเองก็รู้ว่าอาจารย์หญิงกำลังคิดจะทำอะไร
ดังนั้นเขาจึงเปิดเื้ัของโค็ดให้กับอาจารย์หญิงได้ดูทั้งหมดั้แ่หน้าแรกยันอัลกอริทึม ที่ซับซ้อนของระบบ “โค็ดในส่วน Front End ผมใช้ HTML, CSS และ JavaScript ให้มันตอบสนองไว และจัด Layout ให้ผู้ใช้กดสั่งอาหารได้ง่ายที่สุด”
“ส่วน Backend และ Database ผมเขียนด้วย Node.js เชื่อมกับ MySQL เก็บข้อมูลร้านค้า เมนู คำสั่งซื้อ และสถานการณ์จัดส่ง และใช้ API เป็สะพานเชื่อมข้อมูล ซึ่งได้กำหนดรหัสความปลอดภัยไม่ให้ข้อมูลถูกคนนอกรับรู้ด้วยการเข้ารหัสอีกหนึ่งชั้นครับ” พีทอธิบายพลางสาธิตการทำงานของโปรแกรมที่กล่าวมา โดยเขาได้ลงลึกถึงการโค็ดต่างๆ จนอาจารย์หญิงก็ยังต้องอึ้งอยู่ไม่น้อย
เพราะมีโค็ดอยู่หลายจุดที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ จนกระทั่งต้องเรียกให้อาจารย์จ๋า เข้ามาช่วยดูและตรวจสอบ
ซึ่งอาจารย์จ๋าเมื่อได้มาเห็นโปรเจกต์ของพีทที่ทำเสร็จสมบูรณ์แถมมีการใช้โค็ดที่ยากแบบนี้ มันก็ทำให้อาจารย์จ๋าถึงกับหันมามองพีทด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน แต่พอได้ยินว่าพีทตอบโค็ดได้ทั้งหมดก็ทำให้เธอ เชื่อแล้วว่า พีทเป็คนเขียนมันขึ้นมาจริงๆ อย่างไรก็ตามในขณะที่อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋ากำลังพูดคุยกันอยู่ เพื่อพูดคุยกันถึงโปรเจกต์ของพีท ในตอนนั้นเองพีทก็ได้ย่อโปรเจกต์ของเขาพับลงไปในหน้าจอ ด้วยความไม่ระวัง อาจจะด้วยลืมหรือเพราะด้วยความหูตาไวของอาจารย์ทั้งสอง
อาจารย์ทั้งสองจึงสังเกตเห็นแอปพลิเคชันที่มีรูปแบบเดียวกันอยู่บนหน้าจอของเขาอีกหนึ่งตัว ซึ่งอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าก็สังเกตเห็นถึงแอปพลิเคชันนี้และได้ตั้งข้อสงสัยกับพีททันที…ว่าเพราะอะไร ถึงต้องมีแอปพลิเคชันสองตัวในโปรเจกต์เดียว?
พีทยิ้มบางเล็กน้อย ท่าทางของเขาเหมือนคนลุกลี้ลุกลน แต่ในเมื่อไม่อาจปิดความลับต่ออาจารย์ของเขาได้ พีทจึงได้แต่ยอมรับสารภาพไปด้วยความจริงว่าเขาได้เขียนโปรเจกต์นี้ไว้สองตัว จริงๆ
ตัวแรกเพื่อนำส่งเป็โปรเจกต์และตัวที่อาจารย์สังเกตเห็นคือแอปพลิเคชันที่จะนำมาใช้งานและเผยแพร่จริงนั่นเองๆ
และคำถามจากอาจารย์ทั้งสองที่คิดเห็นเป็เสียงเดียวกัน ก็ได้ถามกับพีทว่า ‘เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?’
“ผมอธิบายไปอาจารย์อาจจะไม่เข้าใจ ยังไงอาจารย์ลองดูด้วยตัวเองเถอะครับ” พีทได้ทำการเชื่อมต่อโน้ตบุ๊กของเขาเข้ากับอินเทอร์เน็ต พลางกรอก IP Address ของเว็บไซต์ที่เขาได้ทำการจดทะเบียนและซื้อโดเมนเอาไว้ให้กับอาจารย์ทั้งสองได้ดู [www.easyfood.com]
เมื่อได้เห็น IP Address และการเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า ก็หันหน้ามามองพีท พลางถลึงตามอง ก่อนจะหันกลับมาดูที่หน้าเว็บไซต์ที่กำลังแสดงผลแอปพลิเคชันของพีทอยู่นั่นเอง
User Interface ของเว็บไซต์ที่แสดงผลอยู่ แม้จะเหมือนกับโปรเจกต์ที่เธอเห็นของพีท แต่มันก็มีความแตกต่างที่พวกเธอทั้งสองสังเกตได้ในทันทีนั้นก็คือ UI นี้มันลื่นกว่ามาก ซ้ำยังมีระดับการแสดงผลที่ชัดเจนมากกว่า
ซึ่งในฐานะที่ทั้งสองเป็อาจารย์คณะคอมพิวเตอร์ เธอก็รู้ได้ในทันทีว่า โค็ดของแอปพลิเคชันตัวนี้ เขียนได้ละเอียดและซับซ้อนกว่ามาก ซับซ้อนชนิดที่ว่าต้องใช้โปรแกรมเมอร์ระดับหัวกะทิของบริษัทใหญ่ๆ มาช่วยกันเขียนเลยทีเดียว
“นี้มันอะไรกัน?” ในที่สุดอาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าก็อดทนไม่ไหวแล้ว เธอไม่รู้ว่าพีทกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือแอปพลิเคชันระดับมืออาชีพ
“ผมเขียนโปรเจกต์นี้ไว้สองตัวครับ ตัวหนึ่งเพื่อส่งกับอาจารย์เป็โปรเจกต์จบ ส่วนอีกตัวเอาไว้ใช้งานจริงครับ ซึ่งตัวที่ใช้งานจริงผมได้เขียนโค็ดที่มีความละเอียดมากกว่าครับ” พีทตอบกลับไปตามความจริง พลางนำโค็ดทั้งสองโปรแกรมมาให้อาจารย์ได้เทียบ
แน่นอนโค็ดแรกที่พีทเอาไว้ส่งโปรเจกต์ มันใช้การเขียนรูปแบบง่ายๆ ที่อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋า เข้าใจได้ในทันที
แต่ทว่าโค็ดสำหรับโปรแกรมที่จะนำไปใช้งานจริง มันยากและซับซ้อนมาก อีกทั้งยังใช้ลักษณะการเขียนโค็ดที่พวกเธอมองว่าเป็การเขียนโค็ดขั้นสูงอีกด้วย
อาจารย์ทั้งสองแทบจะไม่เข้าใจในโค้ดโปรแกรมสำหรับใช้งานจริงเลย พวกเธอมองพีทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตะลึง เพราะพีทกำลังอธิบายโค็ดต่างๆ ให้กับพวกเธอฟังอยู่นั่นเอง
‘พีทเก่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไร? หรือว่าความฉลาดของพีทจริงๆ คือการลงมือทำ ไม่ใช่การท่องจำจากในตำรา?’ อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าอึ้งเมื่อเห็นถึงความเก่งของพีทที่กำลังแสดงออกมา
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy