ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้พลางคิดในใจว่า เธอคงต้องหาเวลาตัดเย็บเสื้อผ้าให้คุณสามีอีกหลายชุดเสียแล้วเขาจะได้ไม่รู้สึกเสียดายที่สวมใส่มัน
พอถึงรุ่งเช้าเซียวหยวนิไปทำงานตามปกติ เขาไม่ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัวใหม่ที่ภรรยาทำให้แต่เลือกสวมเสื้อแขนสั้นผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนหลายจุดแทนส่วนกางเกงขายาวสีดำตัวเก่งก็มีรอยปะชุนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นกัน
ซูเจียวเจียวถึงกับอดยิ้มมุมปากไม่ได้แต่ก็ไม่ได้บังคับให้เขาเปลี่ยนไปสวมชุดใหม่เพื่อไปทำงานเพราะแม้แต่ชุดกระโปรงตัวใหม่ของเธอเอง ก็ยังไม่กล้าใส่ไปทำงานเช่นกันจึงเลือกสวมชุดเก่าออกไป
ตอนนี้ย่างเข้าปลายฤดูร้อนแล้วอากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนแต่ก่อน สายลมพัดเอื่อยๆ นำพาความเย็นสบายมาให้
ทั้งสองเดินไปตามคันนาก็สังเกตเห็นสายตาที่ทุกคนมองมานั้นไม่ค่อยปกติเท่าไร
ซูเจียวเจียวเห็นหลี่ต้าเฉวียนอยู่ไม่ไกลจึงเรียกเขาเข้ามาหา "เกิดอะไรขึ้นน่ะทำไมทุกคนถึงมองมาแบบนั้น?"
หลี่ต้าเฉวียนเหลือบมองเซียวหยวนิที่อยู่ข้างกายซูเจียวเจียวแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างกลัวๆ ไม่กล้าพูดอะไร
เซียวหยวนิถลึงตาใส่เขา"พูดมาสิ"
หลี่ต้าเฉวียนถอนหายใจแล้วเล่าเื่ที่เขาได้ยินมาให้ฟัง
ซูเจียวเจียวได้ยินว่าเฉินซิ่วฮวาจงใจใส่ร้ายเซียวหยวนิ กล่าวหาว่าเขาเป็คนไร้น้ำยาและเกาะเมียกินเมื่อได้ยินข่าวนี้สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็เขียวคล้ำในทันทีเตรียมจะไปเอาเื่ให้ถึงที่สุด
เซียวหยวนิไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขาเม้มริมฝีปากแน่น แล้วดึงมือซูเจียวเจียวไว้ "พวกเขาก็แค่อิจฉาที่ผมได้ภรรยาดีๆ อย่างคุณ เราไม่ต้องไปสนใจหรอก"
แท้จริงแล้วเขาก็มีเหตุผลส่วนตัว
เจียวเจียวมาจากในเมืองครอบครัวมีฐานะดีกว่า พ่อของเธอยังส่งเงินและบัตรปันส่วนมาให้ทุกเดือน
ดังนั้นเงินที่เขาแอบไปค้าขายมาก็สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องคอยซ่อนเร้นอีกต่อไป
ส่วนโสมวันนั้นแท้จริงแล้วขายได้ 700 หยวน เขาแบ่ง 150 หยวนไปซื้อจักรเย็บผ้าให้เจียวเจียว และแลกเป็บัตรปันส่วนบางส่วนเลยเหลือเงินเพียง 500 หยวนตอนที่มอบให้เธอ
สองสามวันที่ผ่านมาเขาเห็นซูเจียวเจียวเย็บผ้าด้วยมือตลอด เธอไม่เพียงแต่เหนื่อยล้าแต่ยังต้องใช้สายตามาก ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็จะง่ายขึ้นเยอะ
ตอนที่ซูเจียวเจียวกำลังเย็บผ้าเขาก็ได้ยินเธอพูดถึงเื่นี้ว่า ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็จะสะดวกสบายขึ้นมาก
เขาจึงจำเื่นี้ไว้ในใจ
หลังจากขายโสมให้แก่ฉีเย่แล้วเขาก็ให้ฉีเย่ช่วยส่งจักรเย็บผ้ามาให้ด้วยตอนนั้นเขากำลังคิดว่าจะหาเหตุผลอย่างไรเมื่อนำจักรเย็บผ้ากลับมาที่หมู่บ้าน
แต่ตอนนี้กลับดีไปอีกมีเฉินซิ่วฮวาคอยช่วยโฆษณา เขาจึงไม่ต้องกังวลเื่นี้อีกต่อไปถึงตอนนั้นค่อยบอกว่า พ่อของซูเจียวเจียวส่งมาจากตัวเมืองมณฑลก็ได้
ถึงแม้หลังจากนี้ชื่อเสียงของเขาก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก...
แต่แล้วมันจะไปสำคัญอะไร?
ครอบครัวของเขาเองก็มีฐานะไม่ดีอยู่แล้วไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรในหมู่บ้าน จะแย่ไปกว่านี้ได้อย่างไร?
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนิไม่โกรธเคืองเธอจึงไม่ได้ติดใจกับเื่นี้ต่อ
ตลอดทางเมื่อทุกคนเห็นเซียวหยวนิเดินเข้ามา ก็พากันปิดปากเงียบพยายามแสดงท่าทีเร่งทำงาน
หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสาลีเสร็จเซียวหยวนิถูกส่งไปทำงานหนักในที่ดินแปลงอื่นร่วมกับคนในหมู่บ้านที่มีฐานะไม่ดีเหมือนกัน
ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังทำงานเธอก็เห็นหลินเฟิงเดินเข้ามาใกล้ "ยุวชนซูเมื่อวานคุณไปตัวอำเภอพร้อมกับเซียวหยวนิหรือครับ?"
ซูเจียวเจียวกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?"
หลินเฟิงเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์"หลังจากแต่งงานกับเธอ เซียวหยวนิก็ี้เีขึ้นเยอะเลยฉันได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เขาทำได้แค่แปดแต้มแรงงานต่อวันเอง ชัดเจนว่าเขาอู้งาน!ฉันยังได้ยินมาว่าเธอพาเขาไปกินอาหารหรูที่ในเมืองอีกด้วยระวังจะเลี้ยงเขาจนติดเป็นิสัยเสีย เดี๋ยวต่อไปก็จะหวังพึ่งแต่เธอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง...”
เขาได้ยินป้าเฉินบอกว่าซูเจียวเจียวใจกว้างมากเธอถึงกับสั่งกับข้าวสามจานที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการโดยเป็กับข้าวเนื้อสองจานและกับข้าวผักหนึ่งจาน
ลองคิดดูสิเขาทำงานหนักขนาดนี้ แทบจะไม่ได้กินเนื้อเลยตั้งนานแต่ซูเจียวเจียวกลับสั่งเนื้อตั้งสองจานในครั้งเดียว! ช่างสิ้นเปลืองอะไรอย่างนี้!
ถ้าตอนนั้นเขาได้อยู่กับซูเจียวเจียวป่านนี้คงได้กินเนื้อทุกวันแล้วกระมัง?
คิดถึงตรงนี้หลินเฟิงก็รู้สึกเสียใจสุดๆ เขาน่าจะกระตือรือร้นมากกว่านี้ตอนที่ซูเจียวเจียวมาขอให้เขาช่วยทำงาน ไม่ใช่แค่พูดปลอบใจไปวันๆ ...
ตอนนี้ก็คงได้แต่เสียใจเท่านั้น
ซูเจียวเจียวหยุดทำงานแล้วมองเขาด้วยสายตาดูถูก "ยุวชนหลินนายรู้ไหมว่าตอนนี้นายเหมือนอะไร?"
หลินเฟิงผงะเล็กน้อยถามอย่างงงๆ ว่า "เหมือนอะไร?"
"ปากของนายเหมือนผ้าขี้ริ้วในท่อน้ำทิ้ง ทั้งเหม็นและสาก" ซูเจียวเจียวพูดด้วยความดูถูก แล้วก้มหน้าทำงานต่อ ไม่สนใจเขาอีก
สีหน้าของหลินเฟิงแปรเปลี่ยนเป็ขุ่นเคืองในทันที
ไม่ไกลจากตรงนั้นจ้าวอวี้เฟินได้ยินคำพูดของหลินเฟิง ก็รู้สึกว่าคำพูดของเขานั้นไม่ถูกต้องซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนิเป็สามีภรรยากันแล้วการที่เขาเป็คนนอกมาว่าร้ายเซียวหยวนิต่อหน้าซูเจียวเจียวช่างน่ารังเกียจจริงๆ!
ถึงแม้ครอบครัวของเซียวหยวนิจะมีฐานะไม่ดีนักแต่เขาก็เป็คนขยันขันแข็งในการทำงาน
แต่ก่อนที่ซูเจียวเจียวจะทำงานไม่เสร็จมีครั้งไหนบ้างที่เซียวหยวนิไม่ได้ช่วยเธอทำ?
อย่างน้อยเซียวหยวนิก็ดีกว่าหลินเฟิงเยอะใครบ้างจะไม่รู้ว่าหลินเฟิงจีบคนอื่นด้วยคารมคมคาย?
ซูเจียวเจียวจะหลงกลก็แปลกแล้ว
แต่จ้าวอวี้เฟินก็แค่ดูถูกในใจเท่านั้นไม่กล้าพูดออกมา มิฉะนั้นคงมีเหตุให้ต้องทะเลาะกันอย่างแน่นอน
"ยุวชนซู"
ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังตั้งใจทำงานอยู่ก็มีเสียงของจ้าวอวี้เฟินดังขึ้นจากด้านข้าง
ซูเจียวเจียวมองเธอ"ยุวชนจ้าว มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
เธอมีความรู้สึกที่ดีกับยุวชนจ้าวไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่แย่ ยุวชนจ้าวเป็คนที่ไม่ค่อยสร้างความขัดแย้งกับใคร
"ครั้งหน้าหากจะไปที่ตัวอำเภอ เธอพอจะช่วยฉันซื้อของกลับมาหน่อยได้ไหมคะ?ไม่ต้องห่วง ฉันจะให้เงินและบัตรปันส่วนล่วงหน้าเลยค่ะ"จ้าวอวี้เฟินพูดกับเธอด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย
ปกติเธอจะทำงานคนเดียวไม่มีใครช่วย เลยไม่ค่อยมีเวลาไปตัวอำเภอ
ซูเจียวเจียวพยักหน้า"ครั้งหน้าถ้าฉันไปตัวอำเภอ ฉันจะบอกเธอนะแต่่นี้ฉันคงยังไม่ไปอีก"
"อืม ฉันก็ยังไม่รีบค่ะ" จ้าวอวี้เฟินยิ้ม
เมื่อเช้าโจวเม่ยได้ยินคำพูดของเฉินซิ่วฮวาเธอก็รู้สึกอิจฉาอย่างมาก ก่อนที่ซูเจียวเจียวจะแต่งงานกับเซียวหยวนิซูเจียวเจียวดีกับเธอที่สุดในบรรดาบ้านพักยุวชนมีสิ่งใดน่ากินเป็ต้องแบ่งให้เธอเสมอ เธอชอบตามติดกินของคนอื่นก็ไม่เคยถือสาจัดเป็พวกโง่เขลาแต่กระเป๋าหนักแต่พอย้ายไปอยู่กับเซียวหยวนิก็เปลี่ยนไปทันที!
จะต้องเป็เซียวหยวนิที่อยู่เื้ัการยุยงปลุกปั่นแน่ๆ!
มิฉะนั้นซูเจียวเจียวจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้อย่างไร!
จะต้องเป็เซียวหยวนิที่อยากจะฮุบเงินและบัตรปันส่วนของซูเจียวเจียวเลยจงใจให้ซูเจียวเจียวทวงของทุกอย่างคืน! ไอ้ผู้ชายขี้เหนียวสกปรกคนนี้!
ดังนั้นเมื่อเฉินซิ่วฮวาพูดถึงเซียวหยวนิว่าเป็คนไร้น้ำยากินบุญคุณเมีย เสียงของโจวเม่ยจึงตอบรับดังและชัดเจนที่สุด
ทางด้านเซียวหยวนิเมื่อมาถึงที่ทำงานวันนี้พวกเขาได้รับมอบหมายให้ไถนา ในหมู่บ้านมีวัวไม่กี่ตัวดังนั้นการไถนาจึงต้องใช้แรงงานคนลากไถ
การไถนาเป็งานหนักมีเพียงคนที่มีฐานะไม่ดีเช่นพวกเขาเท่านั้นที่จะได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยที่สุด