“ในเมื่อไม่มีใคร้าหนู ไม่อยู่แล้วก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องขวางหูขวางตาใครต่อใคร”
สาวน้อยวัยสิบแปดปีวิ่งร้องไห้เข้าไปในห้องเมื่อผู้เป็แม่เลี้ยงใส่ความว่าตนเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ช่วยงาน วิรดากับรุจิราพี่สาวต่างแม่
พ่อของเธอจะไปรู้อะไรว่าลูกสาวอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ต่างจากซินเดอเรลลา ถูกโขกสับกลั่นแกล้งสารพัดต่อหน้าทำเป็ดี รักใคร่หวานชื่น
ลูกขวัญ อย่างนั้นลูกขวัญอย่างนี้ น้องรุ้งอย่างนั้นน้องรุ้งอย่างนี้
แต่พอลับหลังเท่านั้นกลับถูกใช้งานเยี่ยงทาสในเรือนเบี้ย รุ้งขวัญจึงเกลียดนักเกลียดหนากับละครทีวีน้ำเน่าของประเทศไทยเมื่อไหร่ก็เอาเื่เดิมมาสร้างใหม่ฉายวนซ้ำอยู่นั่นแหละไม่รู้จะสนุกอะไรกันนักหนา ชอบใจหรือไงที่เห็นนางเอกอ่อนแอไม่มีทางสู้ไม่มีปัญญาทำอะไรเอาแต่ร้องห่มร้องไห้เรียกน้ำตาจากพระเอก
กระเป๋าเดินทางใบเล็กถูกทุ่มไว้บนเตียงรุ้งขวัญหยิบฉวยข้าวของของตัวเองที่มีอยู่น้อยนิดใส่กระเป๋าอย่างลวก ๆ เสื้อผ้ามีแค่ชุดชั้นในกับชุดนอนเท่านั้นที่เป็ของเธอนอกนั้นล้วนเป็ของมือสองของรุจิราแทบทั้งสิ้น เด็กสาวรื้อที่นอนออก แงะฝากระดานควานหากระปุกออมสินที่ซ่อนค่าขนมไว้ข้างใต้จากรุจิราที่ชอบเข้ามาซอกซอนสอดส่องเื่ส่วนตัวของเธอไปเสียทุกเื่ พอกันที...ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เธอจะมาเหยียบที่นี่อีก
ดำรงชัย พ่อของเธอเรียกแกร็บคาร์เ้าประจำให้แล้วก็ปลีกตัวไปหลังบ้านทันทีด้วยความโกรธและเสียใจปล่อยให้แม่เลี้ยงกับพี่สาวมหาภัยยืนกอดอกเยาะเย้ยอยู่หน้าบ้าน
“ไปดีมาดีนะจ๊ะรุ้งขวัญ” แม่เลี้ยงกล่าวให้พร
“แต่ถ้าจะให้ดีก็ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมาเลย”รุจิราสำทับอย่างหน้าระรื่น
สาวน้อยเชิดคอสะบัดหน้าใส่ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปเฉียดคนทั้งสอง
“โอ๊ย! นังนี่หนิ” พี่สาวคนละแม่ร้องลั่นเมื่อล้อลากบดเข้ากับเท้างามของหล่อน
“เมื่อหนูไม่อยู่แล้วก็ขอให้มีความสุขกันทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ” รุ้งขวัญเปิดประตูรถด้านหลังหันมากล่าวลาก่อนไป
“แน่นอน” วิรดาตอบ
สาวน้อยยิ้มเยาะทีนี้พ่อจะได้รู้เสียทีว่าการไม่มีเธออยู่มันเป็ยังไง
วิรดาเป็คนเกียจคร้านงานบ้านไม่ทำ รุจิราก็ไม่ต่างจากแม่ แม้แต่ชุดชั้นตัวเองยังไม่ซักเลยเวลาหญิงสาวหายไปสองแม่ลูกรู้สึกสบายอกสบายใจแต่ไม่สบายกาย แล้วสักพักแม่เลี้ยงก็จะพูดเสียงอ่อนเสียงหวานให้พ่อตามเธอกลับมาอยู่บ้านอีก
‘คิดถึงลูกขวัญจังเลยค่ะ ทำไมไปอยู่บ้านนั้นนานจังเลยคะ’
‘นั่นสิคะคุณพ่อ หนูก็คิดถึงน้องเหมือนกัน’ รุจิราพูดเมื่อทนทำงานบ้านมาหลายวันแล้วจนมือด้าน
‘ก็คงอยากจะอยู่กับแม่นาน ๆ มั้ง’
‘ไปเยี่ยมเป็บางครั้งได้แต่อย่าให้อยู่นานเลยค่ะลูกขวัญหน้าตาน่ารัก โตเป็สาวขึ้นทุกวัน’
‘ไม่เป็ไรหรอกมั้ง คุณอย่าคิดมาก ทางนั้นเขาก็มีลูกสาวเหมือนกัน’
‘ลูกสาวเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันค่ะยัยขวัญไม่ใช่ลูกจริง ๆ ของเค้าซักหน่อย ไม่เคยเห็นข่าวหรือคะเดี๋ยวก็ลุงข่มขืนหลาน เดี๋ยวก็ลูกพี่ลูกน้องข่มขืนกัน และยังมีแม่แท้ ๆ ที่รู้เห็นเป็ใจให้พ่อเลี้ยงมีอะไรกับลูกตนอีกเห็นข่าวพวกนี้แล้วฉันสะอิดสะเอียนรับไม่ได้จริง ๆ เลยค่ะ’
‘นภาเขาไม่ใช่คนอย่างนั้น เขารักรุ้งขวัญมาก’
‘ฉันรู้ค่ะว่ายัยนภาไม่ใช่คนอย่างนั้นแต่คนอื่นฉันไม่รู้ด้วยหรอกค่ะ หรือคุณรู้จักคุณประชาเขาดีคะ’
‘เฮ่อ! เอาล่ะ เอาล่ะเดี๋ยวผมโทรตามให้ก็แล้วกัน’ ดำรงชัยตัดบทมองไม่เห็นสองแม่ลูกที่แอบลอบส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้แก่กันและกัน
ดำรงชัยกับนภาตกลงแต่งงานกันแต่กลับพบว่าทั้งสองมีบางเื่ที่เข้ากันไม่ได้ไม่เหมือนกับวิรดาเพื่อนรักเพื่อนสนิทของนภา แล้วเื่วุ่นวายของหนึ่งชายสองหญิงก็เกิดขึ้นเมื่อวิรดาดันท้องก่อนนภา ได้ลูกสาวมาเป็โซ่ทองคล้องใจก่อนเมียตบเมียแต่งเสียอีก หลังจากนั้นไม่นานนภาก็ท้องตามเธอหวังว่าเด็กคนนี้จะเป็ลูกชาย แต่ในเมื่อไม่ใช่เธอก็รักลูกสาวคนนี้เหมือนกันและรักมากด้วย มากจนกลายเป็เกลียดชังวิรดากับรุจิราเข้าไส้
เ้าหล่อนขอหย่าขาดจากสามี แต่ดำรงชัยไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้หากภรรยาคิดจะยึดครองบุตรสาวเป็ของตนเพียงคนเดียว ดังนั้นรุ้งขวัญจากเด็กสาวธรรมดาจึงกลายเป็ลูกครึ่งไปโดยปริยาย ครึ่งหนึ่งเป็ลูกของนภาส่วนอีกครึ่งเป็ลูกของดำรงชัยและต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านสองหลังนี้
ดูเผิน ๆ เหมือนเธอโชคดี มีทั้งพี่สาว น้องสาวและมีบ้านสองหลังให้อยู่อาศัย แต่ใครเลยจะรู้ว่า
รุ้งขวัญไม่ได้เป็สมาชิกของครอบครัวใดเลย
เป็ส่วนเกินของวิรดากับลูกสาวเป็เนื้องอกของประชาสามีใหม่ของแม่ ไม่มีที่ใดเลยที่รุ้งขวัญจะสามารถเรียกว่าบ้านของเธอได้จริงๆ
ฮอนด้าซิตี้สีเทาวิ่งเข้าไปสุดซอยตันและจอดสนิทตรงหน้าประตูอัลลอยสีน้ำเงินเข้มเด็กสาวกล่าวขอบคุณคนที่มาส่งแล้วกดออดประตูเรียกหาคนข้างใน
“นังอรไปดูซิใครมา...นังอร!...นังอร! ไปไหนของมันอีกตกส้วมตายเสียแล้วมั้งอีนี่ บ้านตัวเองไม่รู้จักขี้ชอบมาขี้บ้านคนอื่น”
เ้าของบ้านยันตัวลุกจากการนอนกลางวันอย่างเกียจคร้านเดินไปหน้าบ้านเห็นกระเป๋าเดินทางแบบลากวางคู่กับปลายเท้าของใครคนหนึ่งที่ยืนลับเสาประตูอยู่ก็นึกว่าเป็พนักงานเร่ขายของกะจะด่าเปิงให้กระเจิดกระเจิงเสียหน่อย
หนอยแน่ เห็นกูเป็คนแก่คิดจะมาต้มตุ๋นหลอกลวงเดี๋ยวเถอะเดี๋ยวจะได้รู้ฤทธิ์คนอย่างอีนวล คนแก่อย่างกูไม่เคยเสียรู้ใครง่าย ๆ หรอก
“ยาย...ยาย ฮือ ๆ”
รุ้งขวัญร้องไห้โผเข้ากอดญาติผู้ใหญ่ทันทีอย่างสุดระงับน้ำตาไหลออกมาเป็สายคล้ายเด็กอนุบาลกลัวการไปโรงเรียนวันแรก
“โอ๋ ๆ ไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไร หลานรักของยายไปเข้าบ้านกันก่อน”
สาวน้อยเช็ดน้ำตาป้อยลากกระเป๋าเข้าบ้านเดินตามยายที่จับจูงแล้วก็นั่งเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“กูว่าแล้วเชียวอีงูพิษวิรดา ทำกับลูกกูไม่พอมาทำกับหลานกูอีกเสียดายที่เคยให้มันมากินมานอนบ้านนี้ไม่ต้องกลับไปบ้านหลังนั้นให้มันโขกสับอีกแล้ว อยู่กับยายนี่แหละหลานคนเดียวยายเลี้ยงได้”
ยายนวลอดีตผู้ดีปลายแถวเ้าของตลาดและห้องเช่าจากสมบัติเก่าของตระกูลหยิบพัดออกมาพัดอย่างหัวเสีย
“เปิดพัดลมซินังอร กูหัวร้อนเหลือเกิน”
แม่บ้านที่อยู่ด้วยกันมานานลุกไปเปิดพัดลมพร้อมกับเข้าไปรินน้ำเย็นในครัวมาสองแก้ว
“น้ำใบเตยเย็น ๆ กินแล้วชื่นใจค่ะหนูขวัญ”
“ขอบคุณค่ะป้าอร”
“มาอยู่กับคุณยายก็ดีเหมือนกัน ยายนวลจะได้ไม่เหงามีหลานสาวมาอยู่ด้วยคงรู้จักอยู่ติดบ้านบ้าง”
“อะไรอีนังอร กูไปทำงานของกูหรอก” ตะคอกใส่เสียงฉุน
“ค่ะ ค่ะ ทำงานก็ทำงานค่ะ” ป้าอรรับอย่างรู้ทัน
“งั้นเดี๋ยวป้าขึ้นไปจัดห้องนอนให้ก่อนนะคะคุณหนูอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกคุณยายแล้วกัน หอบผ้าหอบผ่อนหนีมาแค่นี้เอง”
“ค่ะ”
“ไม่ต้องขนเอาอะไรของมันมาหรอกเดี๋ยวนังนั่นมันจะตามมาทวงอีก ไป...ไปตลาดกับยาย อยากได้อะไรชี้เอาเลย”
“โอ้โห! ยายนวลขี้ตืดคงเหลือแต่ชื่อคุณหนูเหมามาหมดทั้งร้านเลยนะคะ” สาวใหญ่รุ่นลายครามยุ
“อย่าว่าแต่ทั้งร้านเลย จะเหมามาหมดทั้งตลาดเลยก็ยังได้”
“ไม่ต้องถึงขาดนั้นหรอกค่ะคุณยาย” สาวน้อยตอบหน้าตาแช่มชื่นเบิกบานคลายความเศร้าใจลงได้บ้าง
“คุณยายคะ หนูยังไม่ได้บอกใครเลยค่ะว่าหนูหลบมาอยู่ที่นี่”
“ไม่ต้องบอกใครทั้งนั้นแหละดูซิว่าจะรู้ตัวกันเมื่อไหร่ว่าลูกสาวหายไปทั้งคน”
“แม้แต่กับแม่หรือคะ?”
“ใช่ ปล่อยพวกมันตามหากันเอง”
“จะดีหรือคะ?”
“ดีสิ ลองดูซิว่าพวกมันจะรู้ตัวเมื่อไหร่กันพนันกับยายไหมล่ะว่าเดือนหนึ่งก็ยังไม่เอะใจกันหรอก”
ยายนวลท้าทายอย่างมีชัย
“หนูไม่มีอะไรพนันกับยายหรอกค่ะ”
“มีสิ” ฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัยบางประการ
“อะไรหรือคะ?”
“เปลี่ยนมาใช้นามสกุลยายไง”
สองยายหลานหายไปด้วยกันเกือบเย็นก็นั่งสามล้อถีบคนละคันกลับมาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง
ป้าอรที่กำลังเตรียมตัวกลับบ้านจึงพูดหยอกขึ้นมาอีก
“โอ้โห! วันนี้แม่ค้าคงดีใจยิ่งกว่าถูกหวยยายนวลเล่นเหมามาหมดไม่เผื่อแผ่ลูกค้าคนอื่นเลย”
“อย่าเว่อร์ จะกลับไปรับหลานก็รีบกลับไป”
“ป้ากลับก่อนนะคะคุณหนู พรุ่งนี้มาใหม่ ทำเมี่ยงปลาเผากับบัวลอยไข่หวานไว้ให้แล้วเผื่อยายหลานอยากฉลองกันสองคน”
“ขอบคุณค่ะป้าอร พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”
รุ้งขวัญยกมือขึ้นทำความเคารพแม่บ้านเ้าประจำไปเช้าเย็นกลับ ที่อยู่ดูแลยายนวลมามากกว่าสิบปีั้แ่ทำมาหากินเลี้ยงลูกจนกลายมาเป็ทำมาหากินเลี้ยงหลานตาดำๆ ถึงสองคน
“ไป! เข้าบ้านกันหลานรัก”
“ค่ะ คุณยาย”
เช้าวันใหม่
หลังทานอาหารแล้วสาวน้อยก็ออกมาเดินเล่นสำรวจรอบบริเวณบ้านที่เคยมาอาศัยอยู่ไม่นานตอนแม่หย่ากับพ่อใหม่ๆก่อนที่นายประชาแฟนเก่าจะเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตและแต่งงานกันภายในครึ่งปีให้หลัง
แปลกที่ตอนนภาอยู่กับดำรงชัยไม่ยักจะท้องเสียทีแต่พอมาเจอนายประชาเข้าท้องไวยังกับอะไรดีและก็ได้ลูกสาวสุดน่ารักมาเป็โซ่ทองคล้องใจอีกหนึ่งคน ดังนั้นแล้วสามใบเถาเืคนละสายอย่าง รุจิรา รุ้งขวัญและรจนาจึงมีอายุห่างกันเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นเอง
“คุณหนูมาแย่งงานป้าอย่างนี้เดี๋ยวยายนวลก็ได้ไล่ป้าออกหรอกค่ะนู่น! ไปนวดเส้นนวดสายให้คุณยายดีกว่าทำงานหนักนั่งทั้งวันจนเส้นยึดไปหมดแล้ว”
แม่บ้านและหลานสาวหัวเราะคิกคักกันสองคน เว้นแต่หญิงชราที่นั่งหน้าตึงกับคำล้อเลียน
“ยายขวัญมานวดให้ยายดีกว่า ไม่ต้องไปช่วยมันเดี๋ยวถูกไล่ออกแล้วจะไม่มีเงินเลี้ยงหลาน”
พูดประชดประชันทำตาขวางใส่เพราะอยู่กันมานานจนกลายเป็เ้านาย- ลูกน้องคู่กัดกันแทน
เมื่อหลานสาวคนสวยเอาอกเอาใจยายโดยการนวดคลายเส้นให้จนหลับใหลขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้วจึงว่างงานครั้นจะขึ้นไปนอนดูซีรีส์ข้างบนก็รู้สึกเบื่อ
อยู่ที่นี่สบายนัก แตกต่างจากตอนอยู่กับวิรดาและรุจิราเดี๋ยวคนแม่ก็เรียก เดี๋ยวคนลูกก็เรียก แต่ถ้าวันไหนที่พ่ออยู่บ้านวันนั้นมันจะกลายเป็วันพักผ่อนของเธอไปแล้วแม่เลี้ยงใจร้ายก็ถือโอกาสใส่ความว่าเธอไม่เคยแตะต้องงานบ้านปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูกสาวคนโปรดอย่างรุจิราเพียงคนเดียว
‘ไม่รู้ว่านภาสอนลูกยังไง ทำตัวแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะเดี๋ยวจะติดเป็นิสัย โตขึ้นไปทำงานที่ไหนก็ลำบากวิก็พยายามสอนพยายามบอกอยู่เหมือนกัน เลี้ยงเหมือนยายวานั่นแหละค่ะ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีแต่กลัวว่ายัยขวัญจะไม่เข้าใจในความหวังดีเพราะยังเด็กคิดแต่ว่าวิเป็แม่เลี้ยงใจร้ายคอยแต่หาเื่กลั่นแกล้ง โธ่! นภาก็เป็เพื่อนวินะคะ ลูกวิก็เหมือนลูกนภา ลูกนภาก็เหมือนลูกวินั่นแหละค่ะ’
ภรรยาพูดกรอกหูอย่างนั้นและลืมคำสำคัญไปอีกประโยคหนึ่งที่ว่าสามีนภาก็เหมือนสามีวิรดาด้วยเช่นกัน
แมวน้อยวัยกระทงลายขาวดำ เดินนวยนวดอยู่บนขอบกำแพงปูนทำให้แววตารุ้งขวัญเปล่งประกายเจิดจ้าดีใจอย่างมากที่จะมีของเล่นแก้เซ็งแล้ว เลยพยายามเข้าไปใกล้เพื่อจะขอผูกมิตรไมตรีด้วย
“เมี๊ยว ๆ เมี๊ยว ๆ”
“เมี๊ยว ๆ เมี๊ยว ๆ มาทางนี้สิจ๊ะ มาทางนี้”
ส่งเสียงเรียกไป พร้อมย่างอย่างช้า ๆ ไม่ให้ใตื่นแต่มันกลับหยุดนิ่งมองจ้องหน้าระวังภัย แล้วะโผลุงหายเข้าไปในซอกกำแพง
“อ้าว! จะรีบไปไหนซะล่ะเ้าแมวน้อย”
รุ้งขวัญวิ่งตามไปดู พอเข้าไปใกล้เห็นว่า กำแพงหลังบ้านของคุณยายทรุดและแตกร้าวเป็รูโหว่กว้างขนาดลอดตัวผ่านได้จึงลองชะโงกหน้าเข้าไป และได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งดังไม่ไกลนัก ตัดสินใจย่อมุดตัวไปอีกฝั่งซึ่งมีต้นเฟื่องฟ้ารกครึ้มขวางทางจากกิ่งก้านใบ ยากต่อการผ่านแต่ก็ไม่เป็อุปสรรคกับเธอแต่อย่างใด
ได้ยินเสียงที่คิดว่าเป็กระดิ่งจากปลอกคอจึงเดินไปตามทางพบศาลาท่าน้ำหลังคามุงจากสร้างยื่นล้ำเข้าไปในลำห้วย มีโมบายห้อยอยู่ที่ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็เสียงจากปลอกคอแมวเธอนึกชอบใจเข้าไปนั่งเล่นชมวิวทิวทัศน์ของยอดไม้ใหญ่ที่ไหวตามแรงลมจากฝั่งตรงกันข้ามและมองใบไม้ที่ปลิดปลิวร่วงหล่นอยู่บนผิวน้ำลอยเอื่อยไปตามกระแสเพลิดเพลินอยู่นานจนลืมจุดประสงค์ตอนแรกที่ทำให้โผล่มายังสถานที่แห่งนี้พอนึกได้ก็ลุกเดินขึ้นเนินไปตามหาเ้าแมวเหมียวอีกรอบ
“เมี๊ยว ๆ เมี๊ยว ๆ”
ซ่า!!
“ว๊าย! อะไรกันนี่”
สาวน้อยสะดุ้งใเมื่อถูกน้ำในห้วยสาดใส่โครมใหญ่อย่างไม่ทันตั้งตัวลุกขึ้นยืนเหนือต้นกะเพราด้วยตัวเปียกมะลอกมะแล่กเห็นคนแปลกหน้ายืนทำหน้าตาใเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็เรียบเฉยแล้วเปล่งน้ำเสียงแหบห้าวออกมา
“โทษทีนึกว่าแมวจร”