ต้าิคุนขยับกายด้วยความหนาวเหน็บ ลี่หลันเล่อเองก็ไม่ต่างกันในเมื่อคืนนี้อากาศหนาวยิ่งนักด้านนอกนั่นหิมะขาวโปรยปรายกลบฝังรอยเท้าของคนทั้งสอง ขันทีข้างกายก็หาได้สนใจ
จื่อจื่อออกไปนอกวังหลวงวันนี้เข้ากลับไปที่ตะะกูลถังกินดื่มกับบิดาและมารดานานๆ ครั้งแล้วใครเล่าที่จะรู้ว่าไท่จือหายไปลี่หลันเล่อขยับเข้าใกล้ ต้าิคุน ทีละนิดเมื่อร่างสูงนอนขดด้วยความหนาว อาภรณ์บางเบาไร้เครื่องกันหนาวของทั้งสองคนจึงช่วยอะไรไม่ได้มาก
“หนาว ...หนาว ไขว่คว้าร่างบางมากอดไว้แน่น ทั้งๆ ที่ดวงตาปิดสนิท
“ปะปล่อย”
“......”ไร้ซึ่งเสียงตอบรับทั้งๆ ที่ลี่หลันเล่อ ใจเต้นไม่เป็จังหวะ มือข้างหนึ่งยังกุมที่ขาอีกข้างกอดรัดลี่หลันเล่อไว้แน่น แม้จะตื่นใแต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นของอ้อมกอด ขยับกายยกมือสั่นเทาขึ้นกอดรอบเอวหนา หลับตาลงเสียจะได้ไม่ต้องรู้สึกละอายใจ ต้าิคุนซุกหน้าอยู่กับซอกคอขาวหลับไหลไปเช่นกัน
ตะวันโผล่ขึ้นที่ขอบฟ้านานแล้ว ทว่าไร้วี่แววของไท่จือ ไปขอพรในวันคล้ายวันประสูติกับฝ่าาขันทีนางในต่างวิ่งหากันให้วุ่นไปทั่ววังหลวง
“เจอหรือไม่”เจอกันก็เอ่ยปากถามไถ่แต่ไม่มีวี่แวว
“ไม่”
“พบไท่จือหรือไม่”
“ไม่”ขันทีนับสิบ นางในอีกสิบ ต่างเดินเข้าห้องนู่นออกห้องนี้ จนกระทั่งเหลือเพียงห้องเก็บตำราท้ายวังหลวง
กุญแจถูกเปิดออก ขันทีและนางกำนัลต่าง
โผล่เข้าไปในห้องพร้อมกันทีเดียว ภาพที่เห็นทำเอาอ้าปากค้างต่างทรุดกายลงกับพื้น กันพัลวัน
“ทะทะไท่จือ”ต้าิคุนที่กอดรัดร่างบางของลี่หลันเล่อในอ้อมแขนนอนหลับตาอยู่บนพื้นห้อง ภาพที่เห็นทำเอาหลายคนถึงกับก้มหน้าไม่กล้ามอง
ลี่หลันเล่อผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง ต้าิคุนเมื่อได้ยินเสียงขันทีข้างกายต้าิคุนอุทาน ต้าิคุนกลับขยับกายดึงร่างบางเข้าหา ลี่หลันเล่อแกะมือออกพัลวัน
“ไท่จื่อโปรดอภัยข้าน้อยไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”ขันทีหนุ่มน้อยละล่ำละลัก
“เ้า”ลุกขึ้นนั่งตัวตรงแม้จะยังไม่หายมึนงงแต่กลับเข้าใจบางอย่างได้ดียิ่ง
“ไท่จือ่โปรดประทานอภัยข้าน้อยเข้ามาโดยพลการ”ต้าิคุนถอนหายใจแต่ลืมที่จะคลายอ้อมกอด
“ไม่มีอะไรแค่ข้ากับนาง คุณหนูลี่ติดอยู่ในห้องนี้เพียงลำพังอ่า ..ไม่สิไม่มีอะไรแค่ข้ากับนางถูกเ้าขัง ไม่ไม่ไม่ แค่ ข้ากับนางบังเอิญเข้ามาในนี้ ช่างเถอะเอาเป็ว่าไม่มีอะไรที่เ้าเห็นไม่มีอะไร แค่เพียง...ข้ากับนาง นอน….นอนด้วยกัน”นางกำนัลไว้ไล่เลี่ยกันต่างอมยิ้ม
ต้าิคุนที่สิบห้า ไม่ประสาเื่เหล่านี้ ลี่หลันเล่อยิ้มแหย๋ๆ
“เ้าไปสิไปได้แล้ว ไปเสียจะมายืนยิ้มอยู่ทำไมกัน”ลี่หลันเล่อรีบย่อกายเดินหลบออกจากห้องเก็บตำราไปในทันที
“ไท่จือ แม่นางน้อยผู้นั้น บุตรีใต้เท้าลี่มิใช่หรือ”ขันทีข้างกายถามขึ้นเบาๆ
“บุตรีใต้เท้าลี่แล้วทำไม”
“กะก็ นางไม่นำเื่นี้ไปเล่าให้บิดานางฟังเพื่อที่จะ จะให้ไท่จือรับผิดชอบเื่นี้ในเมื่อ บิดานางเป็ขุนนางชั้นสูงสุดของวังหลวง”
ต้าิคุนขมวดคิ้ว
“นางจะทำอย่างนั้นหรือ”
ขันทีหนุ่มกระซิบเบาๆ
“ไท่จือเื่นี้ถือว่าเป็เื่ใหญ่ยิ่งหากเื่นี้รู้ถึงหูเหล่าขุนนางและฝ่าา เกรงว่าตำแหน่งไท่จือเฟย”ปาหยกแกะสลักรูปกระต่ายลงบนพื้นแตกเป็สองเสี่ยง
“ข้าไม่น่าชะล่าใจนางมาเพื่อการนี้”
ต้าิคุนดึงรูปแกะสลักกระต่ายตัวน้อยออกมาจากอกเสื้อวางลงบนมือของหลันเล่อแล้วกำรวบไว้กับมือของหลันเล่อ
“ท่านอา มันคืออะไรกัน”ยิ้มอ่อนโยนยื่นหน้าเข้ามาใกล้สุดใกล้ลมหายใจรินรดแก้มเนียน
“มันคือสิ่งที่หญิงนางหนึ่งมอบให้ข้าด้วยความรู้สึกขาวสะอาดในใจของนางแต่ข้ากลับทำลายมัน แต่ในที่สุดข้าก็รู้ว่าข้าไม่อาจประสานรอยร้าวได้แม้จะใช้กาวชนิดไหนรอยร้าวก็ยังอยู่”
เขาเก็บมันขึ้นมาหากาวยึดไว้ด้วยตัวเอง กำมันไว้ในมือและเมื่อลี่หลันเล่อนางตายลงไปเขากับต้องพกพาสิ่งนี้ติดตัว และเผลอร้องไห้เมื่อเห้นมันแม้จะพยายามเข้มแข็งเพียงใดแต่ก้ไม่อาจห้ามน้ำตาไว้ได้
“แล้วท่านอาทำไมต้องนำมาให้ข้าในเมื่อมันเป็สิ่งที่ มีค่าสำหรับท่านอาเพียงนั้น"ยังจำเื่ที่ถงิ่เล่าเื่ที่ฝ่าาปักใจกับหญิงนางหนึ่งได้ดี
“มันเหมาะกับเ้า เ้าจะดูแลมันแทนข้าต่อจากนี้”หลันเล่อหยิบกระต่ายน้อยขึ้นมาพิศมอง
“น่าเอ็นดูเสียจริงแกะสลักด้วยมือ คนทำคงตั้งใจทำของสิ่งนี้ขึ้นมา”ต้าิคุนพยักหน้า ยิ้มน้อยๆ
“ต่อไปเ้าจะต้องดื่มยา เพราะว่าคนที่ให้ของสิ่งนี้กับข้า ข้าอยากจะป้อนยานางอยากดูแลนางเช่นที่ทำกับเ้าแต่ไม่อาจกระทำ”หลันเล่อยิ้มดวงตากลมโตน่ารัก ต้าิคุนเองก็เผลอยิ้มไปกับรอยยิ้มนั้นเช่นกัน
“กระต่ายน้อยนี่เหมือนท่านอา ไม่มีผิดดูสิ ใบหน้าเชิดหยิ่งเหมือนกัน555ข้าสัญญาจะดูแลมันอย่างดี”