หลังจากกลับมาถึงคอนโดสตีฟก็โดนซาร่าสั่งให้ถอดเสื้อทันทีก่อนเธอจะเดินเข้าไปห้องนอนเพื่อหยิบกล่องยาออกมา
“เอาล่ะนั่งลงซะจะทำแผลให้” ซาร่าพูดก่อนจะหยิบยาในกล่องออกมา
“ให้ผมทำเองดีกว่ามั้ย” สตีฟพูดออกมา
“ไม่ต้องนั่งเฉยๆไปนั่นแหละแผลมันอยู่ที่หลังจะทำเองได้ยังไง” ซาร่าพูดเสียงดุ
“จะว่าไปทำไมพลังกายผมตั้งมาก แต่ดันเป็นแผลจากการครูดจากถนนกันได้นะ” สตีฟพูดออกมา
“เพราะเป็นแผลที่เกิดขึ้นจากตัวเองยังไงล่ะ การโจมตีจากสัตว์กลายพันธ์น่ะมันจะถูกหักลบกับค่าพลังกายของเรา ส่วนการบาดเจ็บที่เกิดจากตัวเองนั้นจะไม่หักลบกับค่านั้น ยกตัวอย่างเช่นแผลที่เกิดจากมีดบาดตัวเอง” ซาร่าอธิบาย
“แบบนี้นี่เอง สมแล้วที่เธอเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนฮีโร่” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“ไม่หรอกเรื่องนี้คนที่จะเป็นฮีโร่ทุกคนนั้นจะได้รับการสอนทั้งหมด มีแต่นายนั่นแหละสตีฟที่ไม่ได้เข้าสมาคมจึงไม่มีความรู้พื้นฐานแบบนี้” ซาร่าพูดออกมาสตีฟได้แต่พยักหน้าเข้าใจเพราะเขานั้นไม่มีสกิลสำหรับโจมตีหรือเป็นประโยชน์กับการต่อสู้เลยนั่นเองเลยไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าสมาคมฮีโร่
“แต่จะว่าไปปีนี้เห็นว่าเปลี่ยนกฎการคัดเลือกเข้าสมาคมแล้วนะ บางทีนายไปสมัครอาจจะผ่านก็ได้นะ” ซาร่าพูด
“หือเปลี่ยนกฎงั้นเหรอที่รัก” สตีฟถาม
“ใช่เห็นว่าฮีโร่เริ่มขาดแคลนจึงเปลี่ยนกฎเรื่องที่ต้องมีสกิลเกี่ยวกับการต่อสู้ถึงจะมีสิทธิเข้าสมาคมได้น่ะ” ซาร่าพูด
“อืม..แต่ผมคงแก่เกินไปแล้วล่ะมั้งจะสามสิบแล้ว แถมผมเองก็เลเวลหนึ่งเองจะไปทำอะไรในสมาคมได้ล่ะ” สตีฟพูดออกมา
“แต่คุณมีสกิลทำอาหารนะ อย่างน้อยเข้าไปเป็นพ่อครัวก็ได้ ไม่สิถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็ต้องเสียเงินกินอาหารคุณน่ะสิ ไม่ดีๆ ไม่ต้องเข้าแล้ว เอาล่ะทำแผลเสร็จแล้ว” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะยกกล่องยาไปเก็บ
“ว่าแต่เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมถึงถูกจับล่ะเสียเงินประกันไปตั้งหนึ่งพันเหรียญแน่ะ” ซาร่าเดินมาถามหลังจากเก็บกล่องยาไปแล้ว
“คือว่า.....” สตีฟไม่รู้จะตอบยังไงดีให้ซาร่าไม่ต้องกังวลเพราะถ้าซาร่ารู้ว่าเขาเป็นหนี้ล่ะก็จะต้องลาออกจากการเป็นอาจารและไปสู้กับสัตว์กลายพันธ์ที่แนวหน้าแน่ๆ สตีฟคิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจโกหกดีกว่า
“คือว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ ผมดันไปอยู่ในเหตุการณ์สัตว์กลายพันธ์อาละวาดเข้าน่ะสิ ส่วนที่โดนจับก็เพราะผมทำทรัพย์สินของราชการเสียหาย ส่วนค่าประกันมันเป็นธรรมเนียมล่ะมั้ง” สตีฟพูดออกไปมั่วๆ
“อย่างนั้นเองเหรอ ถึงจะเสียดายเงินค่าประกันก็เถอะ แต่นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วแต่ช่วงนี้รู้สึกจะมีเหตุการณ์สัตว์กลายพันธ์โผล่มาในเมืองบ่อยแฮะ อย่างเมื่อเช้าก็มีตรงถนนที่จะไปซุปเปอร์นี่” ซาร่าพูดออกมา
“นั่นสิมันหลุดเข้ามาได้ไงกันนะ” สตีฟเห็นด้วยเพราะวันนี้วันเดียวเขาก็เจอถึงสองเหตุการณ์แล้ว
“อ๊ะคุณไปพักก่อนดีกว่า ผมจะไปทำความสะอาดเดี๋ยวจะมาเตรียมอาหารเย็นให้นะ เนื้อลูกหมูดำกลายพันธ์เมื่อเช้ายังเหลืออยู่หลายส่วนเลย มื้อเย็นอยากกินอะไรล่ะ” สตีฟถาม
“มีขาหมูมั้ย อยากกินขาหมูน่ะ” ซาร่าถาม
“มีสิเอาเป็นขาหมูอบเครื่องเทศก์แล้วกัน ในตู้เย็นน่าจะมีมันฝรั่งเหลืออยู่เดี๋ยวผมทำมันบดเป็นเครื่องเคียงให้” สตีฟพูดก่อนจะไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดมาและเริ่มทำความสะอาดทั่วคอนโดทันที และเนื่องจากสตีฟมีสกิลทำความสะอาด Lv. Max แล้วจึงใช้เวลาทำความสะอาด ห้องครัว ห้องนอน ห้องนั่งเล่นและห้องน้ำเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น
“สมแล้วล่ะนะที่มีอาชีพสุดยอดพ่อบ้าน งานทำความสะอาดที่ต้องใช้เวลาทำกว่าสองชั่วโมง ทำเสร็จในยี่สิบนาที แถมห้องยังสะอาดเหมือนใหม่เลย” ซาร่าพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในสามีของเธอ
“ฮ่ะๆ ที่ผมทำได้ก็มีเท่านี้เอง ผมไปเตรียมอาหารก่อนนะ” สตีฟหัวเราะออกมาก่อนจะเข้าครัวไป
หลังจากพ้นสายตาของซาร่าที่นั่งพักผ่อนอยู่ห้องนั่งเล่นสตีฟก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ !! สามสิบล้านงั้นเหรอจะทำยังไงดีนะ” สตีฟพูดออกมาพลางใช้ระบบตรวจสอบการเงินของตัวเอง
หน้าต่างเงินคงเหลือ : 16725 เหรียญ (ดอลล่า)
“เหลือเท่านี้เองงั้นเหรอ ค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าน้ำค่าไฟ ตกเดือนละกว่าห้าพัน ซาร่าเองเงินเดือนตอนนี้ก็อยู่ที่หมื่นห้า หรือเราควรจะบอกตรงๆขายคอนโดและหาที่อยู่ใหม่ดี” สตีฟพูดก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ได้ !! ถ้าเป็นแบบนั้นซาร่าไม่ยอมให้ขายหรอกเธอต้องเลือกไปหาเงินจากสัตว์กลายพันธ์แน่ อ๊ะจริงสิหาเงินจากสัตว์กลายพันธ์งั้นเหรอ” สตีฟอุทานออกมาหลังจากนึกอะไรขึ้นได้
“จะว่าไปสัตว์กลายพันธ์นี่มันซื้อขายกันยังไงนะ” สตีฟพูดอย่างสงสัยเพราะเขาไม่มีความรู้พวกนี้เลย (ความรู้พวกนี้จะถูกสอนที่สมาคมฮีโร่)
ตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของสตีฟก็ดังขึ้นก่อนเขาจะรีบหยิบออกมาดูและเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก เขารีบรับทันที
“สวัสดีครับ สตีฟพูดสายครับ” สตีฟรับก่อนจะพูด
“สวัสดีค่ะคุณสตีฟ แมคดูวัลล์ นี่คือเจ้าหน้าที่จากสมาคมฮีโร่นะคะ” เสียงปลายสายตอบกลับมาทำให้สตีฟสงสัยว่ามีเรื่องอะไรสมาคมฮีโร่ถึงโทรหาเขา
“เอ่อ..คือมีเรื่องอะไรเหรอครับ” สตีฟถาม
“ค่ะคือตอนนี้ทางหน่วยชันสูตรได้ส่งร่างของวัวกระทิงมาให้เรา และรายชื่อที่อยู่ในคดีนี้คือคุณสตีฟแต่เพียงผู้เดียวค่ะ ทางเราจึงโทรมาสอบถามว่าคุณสตีฟจะมารับร่างของมันกลับไปหรือจะทำยังไงดีคะ” เจ้าหน้าทีถาม
“รับร่างอย่างนั้นเหรอครับ” สตีฟถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ค่ะเพราะร่างของวัวกระทิงกลายพันธ์เลเวลสามสิบตัวนี้มันเป็นสิทธิ์ของคุณสตีฟแล้ว” เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาสตีฟได้ยินดังนั้นก็คิดในใจทันที
วัวกระทิงตัวใหญ่ขนาดนั้นเราจะเอามาทำอะไรล่ะ เท่าที่จำได้เนื้อกระทิงมันเหนียวนี่ทำอาหารอะไรไม่ค่อยจะอร่อย แถมตู้เย็นเราก็เก็บไม่พอแน่ๆ เอาไงดีนะ
“เอ่อ..คุณเจ้าหน้าที่ครับถ้าผมไม่เอาร่างมันกลับมามีวิธีไหนพอจะแนะนำมั้ยครับพอดีตู้เย็นผมมันไม่พอใส่น่ะครับแถมผมไม่รู้จะไปขนมันกลับมายังไงด้วย” สตีฟถาม
“หือคุณสตีฟไม่มีกระเป๋ามิติเหรอคะ” เจ้าหน้าที่ถาม
“ไม่มีครับ” สตีฟตอบ
“ถ้าอย่างนั้นลองขายให้สมาคมฮีโร่เราดูมั้ยคะเราจะรับซื้อมันเอง” เจ้าหน้าที่ลองเสนอดู
“แบบนั้นก็ดีครับ แต่มันขายได้เท่าไหร่เหรอครับ” สตีฟถาม
“อืม...วัวกระทิงกลายพันธ์เลเวลสามสิบตัวนี้ จากสภาพของมันตายจากการบาดเจ็บภายใน หนังภายนอกยังอยู่ดีสามารถเอาไปสร้างเป็นเกราะหนังได้ ส่วนเขาสามารถไปทำอาวุธได้เช่นกัน ถึงเลเวลมันจะไม่สูงมากแต่เราจะรับซื้อในราคาสองหมื่นเหรียญค่ะ” เจ้าหน้าที่ลองประเมินดูก่อนจะตอบกลับมา
“สองหมื่นเหรียญ !!!!” สตีฟตกใจกับราคาจนเผลอตะโกนออกมาจนซาร่าถาม
“อะไรสองหมื่นเหรอคะสตีฟ” เสียงซาร่าตะโกนถามสตีฟจากห้องนั่งเล่น
“ไม่มีอะไรที่รักผมแค่ เผลอคิดอะไรดังไปหน่อย” สตีฟยกโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะตะโกนบอกซาร่ากลับไป
“พิลึกคน !!” ซาร่าตะโกนกลับมาก่อนจะเลิกสนใจสตีฟ
“คุณสตีฟคะ ยังอยู่มั้ยคะ” เสียงจากโทรศัพท์ดังออกมา
“อ๊ะขอโทษทีครับยังอยู่ครับ” สตีฟที่รู้สึกตัวรีบคุยต่อกับเจ้าหน้าทีทันที
“แล้วสรุปจะเอายังไงคะ” เจ้าหน้าที่ถามอีกครั้ง
“ขายครับผมขาย โอนเงินเข้าบัญชีผมได้เลยครับ” สตีฟพูด
“เข้าใจแล้วค่ะ เราจะโอนเงินเข้าบัญชีคุณสตีฟภายในหนึ่งนาทีค่ะถ้าเกิดเงินยังไม่เข้าให้โทรกลับมาที่เบอร์นี้ได้เลยนะคะ” เจ้าหน้าที่พูดก่อนจะตัดสายของสตีฟไป
จากนั้นหนึ่งนาทีต่อมาสตีฟก็ใช้ระบบเช็คยอดเงินของเขาอีกครั้ง
หน้าต่างเงินคงเหลือ : 36725 เหรียญ (ดอลล่า)
“สะ สะ สองหมื่นเข้าแล้วจริงๆด้วยไม่น่าเชื่อราคาของมันจะต่างกับพวกหมู่พวกไก่กลายพันธ์ขนาดนี้ หรือเป็นเพราะชิ้นส่วนของมันนำไปสร้างอาวุธและเสื้อเกราะหนังได้กันนะ” สตีฟพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“จริงสิซาร่าบอกว่าสมาคมฮีโร่เปลี่ยนข้อกำหนดการรับคนแล้วนี่นา เราลองไปดูดีมั้ยนะ ไม่สิต้องไปเท่านั้น” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเริ่มมองเห็นความหวังในการปลดหนี้ สามสิบล้านในหนึ่งปี ถ้าออกไปล่าได้แบบนี้ทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งแสนล่ะก็นะ
“อย่างน้อยวันละแสน ไม่สิแรกๆอาจจะลำบากหน่อยแต่พอเลเวลเราสูงขึ้นเราจะหาให้มากกว่านั้น” สตีฟพูดออกมาอย่างมุ่งมั่นก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารเย็นให้ซาร่าทันที
จบ...
ขาหมูอบเครื่องเทศก์วิธีการทำก็คือนำไปหมักกับเครื่องเทศก์สมุนไพรต่างๆจะเขียนสูตรให้ด้านล่างนะส่วนผสมทั้งหมด ขาหมู 2 กก. แครอท 2 หัว หอมหัวใหญ่ 2 หัว zucchini 2 ลูก เซลเลอรี่ 3 ก้าน เห็ด 5-8 ดอก พริกหวาน 1 ลูก กระเทียม 2 หัว sage เซจ 1/2 ถ้วย rosemary โรสแมรี่ 3 ก้าน fennel seed เมล็ด เฟนเนล 2 ช้อนชา น้ำมันมะกอก เกลือและพริกไทดำ น้ำสต๊อก ไก่ 1 ลิตร ไวน์ ขาว 1 ถ้วย red wine vinegar 1 ช้อนโต๊ะ แป้งอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 240'C ล้างผักและหั่นเป็นชิ้นๆ ดังรูป บั้งขาหมูและซับให้แห้งด้วยเปเปอร์ ทาว ชโลมน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทดำ ให้ทั่วทั้งขา ทั้งในรอยบั้งด้วย ทุบกระเทียบไม่ต้องแกะเปลือกผสมกับเซจและเมล็ดเฟนเนล จากนั้นใช้มีดเจาะรูที่เนื้อหมู ยัดเครื่องเทศเข้าไปในรู และตามรอยบั้ง วางผักที่หั่นเตรียมไว้ ลงในถาดอบและตามด้วยขาหมูค่ะ ยกถาดเข้าเตาอบและลดอุณหภูมิลงเหลือ 200'C ทันที ใช้เวลาอบประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับขนาดของขาหมู

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
อบขาหมูเสร็จแล้ว ยกขาหมูออกจากถาดอบ พักไว้และใช้ฟอยด์คลุมเพื่อไว้เพื่อรักษาความร้อน แล้วราดด้วยน้ำเกรวี่เข้มๆหอมหวานกลมกล่อม
ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ ขอบคุณสูตรจาก Bloggang (mini over)