ณ เมืองจินหยาง
เมฆดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้าแสงแดดถูกหมู่เมฆบททดสอบ์บทบังจนมิด บัดนี้ผู้คนภายในเมืองจินหยางล้วนตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก ปรากฏการณ์เช่นนี้พวกเขาเคยเห็นเฉพาะตอนที่ผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ระดับยอดยุทธ์ขั้นเก้ากำลังจะบรรลุสู่ระดับเซียนเท่านั้น หรือว่าตอนนี้จะมีเซียนปรากฏขึ้นบนโลกอีกคนหนึ่งแล้ว ไม่รู้ว่าเป็ใครหรือเป็คนของตระกูลไหน
ในขณะที่ในเมืองแตกตื่นขวัญผวา เหล่ายอดฝีมือจากภาคกลางที่รวมตัวกันอยู่ในเมืองจินหยางก็กำลังพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้
"เมฆบททดสอบนี้น่ากลัวยิ่ง เกรงว่าผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบนี้จะมิใช่ระดับเซียน" จอมยุทธ์มากฝีมือท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่แหงนหน้ามองท้องฟ้า
"หรือท่านจะบอกว่านี่เป็บททดสอบของระดับจักรพรรดิ" ชายคนหนึ่งที่นั่งข้างๆเอ่ยขึ้น
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินต่างก็รู้สึกใ พวกเขาหันมองหน้ากันไปมาคล้ายว่าไม่อยากจะเชื่อ การถือกำเนิดของจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิ์ถือเป็เื่ใหญ่ ต้องเป็คนที่มาจากตระกูลใหญ่ หรือไม่ก็ต้องมาจากสำนักที่ยิ่งใหญ่ คนที่สามารถบรรลุถึงระดับจักรพรรดิได้ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่มีเื้ัล้ำลึกทั้งสิ้น
กลางถนนที่ผู้คนเคยพลุกพล่าน บัดนี้กลับไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาล้วนแต่เข้าบ้านปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า หวาดกลัวเมฆบททดสอบ์เบื้องบนเป็อย่างมาก
ณ ตระกูลไป๋
ห้องโถงใหญ่บัดนี้แออัดแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธ์มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งยากคาดเดา ชายที่ยืนอยู่ด้านในสุดของห้องโถง บุคลิกท่าทางสูงส่งเขาสวมอาภรณ์สีขาวลายเพลิงมีขลิบสีทอง เป็ชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกองอาจห้าวหาญ เขากวาดตามองผู้คนที่กำลังพูดกันในห้องโถง
และด้านข้างห้องโถงมีบุรุษวัยกลางคนยืนเรียงกันอยู่ฝั่งละห้าคน พวกเขาสวมเสื้อผ้าอาภรณ์คนละสีแตกต่างกันไป เพียงแต่กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกเขากลับลึกลับยากคาดเดาถึงพลังของพวกเขาได้
"คนผู้นี้ไม่รู้เป็ใครมาจากไหน พลังยุทธ์ของเขาต้องสูงส่งอย่างถึงที่สุดเป็แน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถชักนำทัณฑ์์ที่ทรงอานุภาพเช่นนี้ออกมาได้" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้น
"หากคนผู้นี้เป็คนของตระกูลไป๋ของเราก็คงจะดีไม่น้อย ภาคกลางมีการแข่งขันสูงมากจอมยุทธ์อัจฉริยะก็มีอยู่ไม่น้อย แต่บุคคลที่สามารถชักนำทัณฑ์์เช่นนี้มาได้ ตลอด่ชีวิตของข้ามีเพียงแค่เจ็ดคนเท่านั้นที่ข้าเคยเห็น และทั้งหมดนั้นก็เป็การยกระดับขั้นพลังเข้าสู่ระดับจักรพรรดิทั้งสิ้น และทุกคนล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียง แต่คนผู้นี้เป็ใครมาจากไหนกัน เหตุใดถึงได้ชักนำทัณฑ์์ในระดับนี้ออกมาได้ ช่างลึกลับเสียจริง" ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะที่พูดมือของเขาก็ลูบเคราไปด้วย
ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาหล่อเหลายืนองอาจสง่างามอยู่ด้านในสุดของห้องโถงเอ่ยขึ้นว่า "คนผู้นี้ต้องมีเื้ัล้ำลึกยากคาดเดา เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ หลังจากทัณฑ์์ผ่านพ้นไป พวกเราต้องตรวจสอบเขาให้แน่ชัด หากเป็มิตรก็ดีกับฝ่ายเรา หากเป็ศัตรูก็ต้องฆ่าให้สิ้น จงเตรียมตัวออกเดินทาง ข้าอยากรู้นักว่าคนผู้นี้เป็ใครมาจากไหนกันแน่" ดวงตาของเขาฉายแววคาดหวังขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความโเี้
"ขอรับท่านผู้นำตระกูล" คนในห้องโถงทั้งหมดตอบรับขึ้นพร้อมกัน
และในขณะเดียวกันกับที่ตระกูลไป๋เรียกรวมเหล่าผู้าุโและผู้มีความสามารถจากตระกูลมาประชุมปรึกษาหารือ ตระกูลเยว่ ตระกูลกู่ ตระกูลมู่ ตระกูลหยาง อีกสี่ตระกูลก็เรียกรวมเหล่าผู้าุโในตระกูลเช่นเดียวกัน
ความเห็นของพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็ไปในทำนองเดียวกันกับตระกูลไป๋ สำหรับอีกสี่ตระกูลพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าคนที่สามารถชักนำทัณฑ์์ที่มีอานุภาพสูงส่งเช่นนี้มาได้เป็ใครมาจากไหน สำหรับห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองจินหยางเื่นี้ถือว่าสำคัญเป็อย่างมาก อำนาจและพลังที่ไม่แน่นอนอาจจะสามารถสั่นคลอนรากฐานที่มีมาอย่างยาวนานของพวกเขาก็เป็ได้
ถัดขึ้นไปทางเหนือของเมืองจินหยางพระราชวังจักรพรรดิตั้งอยู่ที่นั่น
ภายในตำหนักทองแห่งหนึ่ง บุรุษวัยกลางคนสวมอาภรณ์ลายัสีทองกำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้า ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมอย่างถึงที่สุด ดวงตาและหว่างคิ้วเต็มไปด้วยพลังอำนาจ เขาจ้องมองไปยังใจกลางของเหลาหมู่เมฆบททดสอบ ในใจก็ยากที่จะสงบนิ่งลงได้
"รายงานองค์จักรพรรดิ ข้าน้อยได้เตรียมกองกำลังตามที่ท่านรับสั่งไว้แล้วขอรับ" องครักษ์เกราะทองคุกเข่าคารวะรายงาน
"ดีมาก ทันทีที่เมฆบททดสอบนี้หายไป เ้าจงนำกองกำลังเข้าตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคนผู้นี้เป็ใครมาจากไหน หากเป็ผู้าุโที่ซ่อนเร้นกายจากโลกภายนอก ถ้าเป็ไปได้ก็เชิญเขามาหาข้าที่พระราชวัง แต่ถ้าหากว่าเป็ศัตรูจากภายนอกเช่นนั้นก็ต้องสังหารให้สิ้น" น้ำเสียงขององค์จักรพรรดิเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด แววตาของเขาลุ่มลึกยากคาดเดาสิ่งที่อยู่ภายในใจของเขาได้
"ข้าน้อยหวังหลินรับคำสั่ง" องครักษ์เกราะทองตอบรับด้วยน้ำเสียงฮึกเหิมห้าวหาญ และในน้ำเสียงของเขายังเต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ภักดีอย่างหาที่สุดมิได้
ทิศตะวันตกของเมืองจินหยางห่างออกไปห้าร้อยกว่าลี้ ณ สำนักจินหยาง
ลูกศิษย์ทั้งหมดในสำนักล้วนตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าดูเมฆบททดสอบ์สีดำเบื้องบน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความเฝ้ารอคอย พวกเขาเองก็อยากจะมีสักวันหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบ์ที่น่ากลัวเช่นนี้
แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกหวาดผวา เพราะเมฆบททดสอบที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ไม่ใช่เล่นๆเลย สำหรับพวกเขาสิ่งนี้คงเป็ได้แค่ความฝัน จากความจริงเบื้องหน้าทำให้พวกเขาอิจฉาตาร้อนได้เพียงเท่านั้น
ภายในตำหนักใหญ่สำนักจินหยางมีผู้าุโหลายคนเข้ามารวมตัวกัน
"ท่านเ้าสำนัก เื่นี้ต้องตรวจสอบให้แน่ชัด หากว่าผู้ที่บรรลุพลังระดับนี้เป็ศัตรูของพวกเราแล้วล่ะก็ เช่นนั้นคงทำได้แค่ทุ่มสุดกำลังเพื่อสังหารเขา แต่ถ้าหากว่าเป็มิตร เช่นนั้นพวกเราก็จะมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้น ท่านได้โปรดช่วยอนุญาตให้ข้านำกองกำลังไปตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่าง"
ผู้าุโที่มีท่าทางชราภาพเอ่ยขึ้น
ด้านในสุดของตำหนักใหญ่ชายวัยกลางคนตัวสูงใหญ่ร่างกายกำยำจ้องมองชายชราด้วยท่าทางเคร่งขรึม เขาเอ่ยขึ้นว่า
"ผู้าุโเก้า ด้วยสภาพร่างกายของท่านในตอนนี้เห็นทีจะไม่ไหว ข้าและผู้าุโสองจะนำกองกำลังในสำนักกลุ่มหนึ่งออกไปตรวจสอบเื่นี้ให้แน่ชัดเอง ส่วนท่านข้าจะให้กองกำลังอีกส่วนช่วยท่านปกป้องสำนัก เผื่อว่าอาจจะเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้นในสำนักขณะที่พวกข้าไม่อยู่ เื่นี้ท่านอย่าได้ปฏิเสธ เพราะว่าเื่นี้สำคัญเป็อย่างยิ่ง คนผู้นี้อาจจะสั่นคลอนทวีปภาคกลางนี้ทั้งหมดก็เป็ได้ เื่นี้จำเป็ต้องให้ข้าไปด้วยตัวเอง"
ในตำหนักเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด การที่มีบุคคลปริศนาโผล่ขึ้นมาล้วนแล้วแต่เป็ปัจจัยที่ไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าคนคู่นี้จะมาดีหรือมาร้ายป้องกันไว้ก่อนย่อมไม่มีอะไรเสียหาย
สำนักน้อยใหญ่ในทวีปภาคกลางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกลาหลสับสนวุ่นวาย ทุกสำนักไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนแล้วแต่เรียกรวมตัวเหล่าผู้มีความสามารถในสำนัก จากนั้นจัดตั้งขึ้นเป็กองกำลังเพื่อตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่าง
เมฆบททดสอบนี้มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่รู้ว่าคนที่ต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์์คือใคร หากว่ารู้ตัวตนของคนผู้นั้นพวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องตื่นตระหนก แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตกอยู่ในความวุ่นวาย เพราะทุกอำนาจในทวีปภาคกลางยังไม่รู้ถึงตัวตนของบุคคลลึกลับที่สามารถชักนำทัณฑ์์เช่นนี้มาได้
ยิ่งตัวตนเป็ปริศนาพวกเขาก็ยิ่งหวาดระแวง บุคคลที่น่ากลัวเช่นนี้ไม่รู้มีที่มาเป็อย่างไร ทวีปภาคกลาง้าความสมดุลและเสถียรภาพ จะปล่อยให้พลังอำนาจจากภายนอกมาทำให้ภาคกลางวุ่นวายไม่ได้ ฉะนั้นเหล่าขุมกำลังต่างๆจึงต้องตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างแจ้งให้ได้ จะปล่อยให้ตัวตนที่ทรงพลังเช่นนี้ไปไหนมาไหนตามอำเภอใจได้อย่างไร
ห่างจากเมืองจินหยางไปทางทิศตะวันตกประมาณยี่สิบลี้ มีรถม้าคันหนึ่งกำลังแล่นไปตามทาง รถม้าคันนี้แปลกประหลาด เพราะสิ่งที่ลากรถม้าอยู่ไม่ใช่ม้าหากแต่เป็แม่วัวตัวหนึ่ง ชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังบังคับทิศทางของรถม้า อยู่ๆท้องฟ้าก็มืดสนิทลงเมฆดำทะมึนเข้าปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ไกลสุดลูกหูลูกตา
"กู่หวงข้างนอกเป็อะไร อยู่ดีๆทำไมฟ้าถึงได้มืดลงมาได้" เสียงขี้โรคดังออกมาจากรถม้า
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเกิดอาเพศอะไรขึ้นเมฆดำนี้น่ากลัวจริงๆ"
"พวกเรารีบมุ่งหน้าไปสำนักจินหยางกันเถอะ ระยะทางเบื้องหน้ายังอีกยาวไกลนัก เื่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือเื่ของชิงอวิ๋น ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็เช่นไรบ้าง ขออย่าให้เกิดเื่เลวร้ายขึ้นกับเขาเลย" เสียงอ่อนแอขี้โรคอีกเสียงหนึ่งดังออกมาจากด้านในรถม้า