ตอนที่ 18 เควสลับป่าววะ
หลังจากเขาออกมาจากธนาคารก็ไม่ลืมที่จะตั้งค่าให้ Exp ที่ได้รับแชร์ไปให้กะปิก่อนจนเลเวลเท่ากับเขาแล้วค่อยมาหารเท่ากัน"จบไปหนึ่งอย่าง ทำไรต่อดีเนี่ย" เขาหยุดยืนครุ่นคิดอยู่หน้าธนาคารก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง"ไม่มีคนมาวิ่งไล่เหมือนทุกวันแฮะ หรือว่ามันเช้าเกินไป เฮอะช่างเถอะ ไปฟามต่อดีกว่า" เขาเดินออกไปทางประตูเมืองทิศใต้เช่นเคย ตอนนี้แดดก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขาเอาซาเล้งออกมาขี่ทันที โดยผ่านทุ่งหญ้าสไลม์ที่คุ้นเคยของเขา เจ้ากะปิที่อยู่บนหัวของเขาก็ตื่นขึ้นมาเรียบร้อย โดยมันส่งเสียงร้องราวกับว่าจะอรุณสวัสดิ์เขา"กาปี้......" เสียงน่ารักของมันดังขึ้นบนหัวเขา"ขี้เซานักนะแก วันนี้มาเป็นกำลังให้ฉันตอนฟามหมาป่าหางดำด้วยหละ" เขาพูดหยอกกับเจ้ากะปิที่นิ่งอยู่บนหัว"กาาา ปี้..." มันเขย่าตัวเองบนหัวของเขาเล็กน้อยซาเล้งเคลื่อนที่ผ่านทุ่งหญ้าสไลม์ไปพร้อมกับความร้อนของแดดโดยที่เขาหาสนใจไม่ เขาเร่งปั่นจักรยานซาเล้งต่อไปเพื่อที่จะเข้าไปในป่าที่อากาศดีกว่านี้ ตัวเขาในตอนนี้เปรียบเสมือนจอมยุทธ์เร่ร่อนมีพาหนะคู่ใจเป็นซาเล้งแทนม้าขาว ที่หลังมีไม้เท้าแทนกระบี่งามคู่ใจจอมยุทธ์ในที่สุดเขาก็มาถึงที่เขตแบ่งระหว่างป่าหมาป่าสามหางกับทุ่งหญ้าสไลม์ เขาพบผู้หญิงในชุดนักบวชสีขาวไม่มีลายผมยาวดำขลับคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่หันหน้าเข้าหาป่าตรงอาณาเขตแบ่งพอดี"หืม เควสลับป่ะวะ อย่างนี้ต้องไปดู" เขารีบลงจากซาเล้งแล้วเดินไปหาผู้หญิงก็เห็นชื่อ ฮีลเธอคนเดียว ปรากฎอยู่บนหัวของผู้หญิงคนนั้น"อ้าวผู้เล่นหรอกเหรอ เอาวะ เรามันนอกจากจะเทพแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษด้วย เห็นผู้หญิงร้องไห้ก็ต้องช่วยสิ"เมื่อเขาเดินไปถึงก็ค่อยนั่งลงที่ด้านหน้าผู้หญิงคนนั้น "เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม" เขาถามเบา ๆ เพราะกลัวว่าเธอคนนั้นจะตกใจผู้หญิงคนนั้นที่นั่งกอดเข่าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าเรียวขาวกับตาโตกลมสวยเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองหาที่มาของเสียงนั้น เธอรีบเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างทันทีเธอมองด้วยความแปลกใจในรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย "เอ่อ ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ที่คุณเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตา ฉันไม่ได้ร้องไห้ค่ะ" เธอตอบออกมาด้วยเสียงที่ยังสะอื้นอยู่เล็กน้อย"................." เขาทำหน้านิ่งอยู่พักนึงและคิดในใจว่า "มาเป็นเพลงเลยเหรอ" เขาเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่อยากจะเซ้าซี้จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที"เอ่อถ้างั้น อยู่คนเดียวใช่ไหมครับ สนใจจะปาร์ตี้กับผมไหม" เขารีบชวนเธอเข้าร่วมล่ามอนสเตอร์เป็นกลุ่มโดยปกติแล้วถ้าเก็บเวลเป็นปาร์ตี้ ถ้าตีตัวเดียวกันก็จะแบ่ง Exp ตามส่วนของการมีส่วนร่วม แต่ถ้าตีคนละตัว แต่ละคนที่เป็นสมาชิกจะได้โบนัส Exp ของเพื่อนสมาชิกเท่านั้น โดยจะได้โบนัส 1 เปอร์เซนต์ที่อีกฝ่ายได้ Exp จากการฆ่ามอนสเตอร์ สูงสุดไม่เกิน 1 เปอร์เซนต์ของหลอดผู้ที่ได้โบนัส เช่น Aกับ B ปาร์ตี้เดียวกันแยกกันฆ่า Aฆ่ามอนสเตอร์ 1 ตัวได้ Exp 100B จะได้โบนัส 1 หน่วย แต่ถ้าบีเวลน้อยมาก เช่น B ที่เวล 0 มีหลอดExp 10 หน่วย B จะได้โบนัส แค่ 0.1 หน่วยเท่านั้น โดยไม่สามารถแบ่ง Exp ให้หมดได้"เอ่อ จะดีเหรอคะ ฉันจะเป็นภาระคุณหรือเปล่า คือฉันมีอาชีพนักบวชแต่ถูกจำกัดไม่ให้ฮีลเลือดตัวเองได้ด้วย Extra Skill ของฉัน" เธอพูดออกมาโดยที่ตอนนี้เสียงเป็นปกติแล้ว"อ่อไม่เป็นไรครับ งั้นดื่มน้ำยาแทนก็ได้เนาะ" เขาพูดออกมาหว่านล้อมต่อไป"คือมันเป็น Extra Skill ของฉันที่ ฮีลคนอื่นแรงกว่าปกติแต่เลือดตัวเองนั้นฟื้นได้เฉพาะตามอัตราฟื้นเลือดตัวเองเท่านั้นแหละ" เธอขยายความให้เขาฟังอีกที"เอ่อไม่เป็นไรครับ ดีกว่าอยู่ให้เศร้าคนเดียว ไปเดินตีมอนเล่นกับผมดีกว่า" เขาพูดพร้อมยิ้มกว้างออกไปหญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่งในใจและยิ้มให้เขาเล็กน้อย "ก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องดูแลฉันด้วยนะคะ""ได้เลยครับ ปลิงไม่ให้ไต่ ตะไคร่น้ำไม่ให้เกาะเลยหละ เอ่อ แต่ไม่ต้องฮีลผมนะ คือผมก็คล้าย ๆ คุณนั่นแหละ คุณแค่ระวังตัวเองก็พอ" เขาบอกหญิงสาวไว้ก่อน"ฉันชื่อน้ำนะคะจะเรียกชื่อตามในเกมก็คงลำบากหน่อย แล้วคุณหละ" เธอยิ้มอย่างเขิน ๆ ออกมาเล็กน้อยเพราะชื่อของเธอนั้นค่อนข้างจะ......."ผมชื่อปกป้องนะครับ เรียกป้องเฉย ๆ ก็ได้ แต่อยากเรียกเป็นบ้องก็พอ"เขาพูดติดตลกกลับไปบ้างหลังจากแนะนำตัวกันเสร็จและชวนน้ำเข้าสู่ปาร์ตี้"หืม น้ำเลเวล 60 เลยเหรอ งี้ผมก็เป็นภาระสิ" เขาพูดเสียงอ่อย ๆ"ไม่เป็นภาระหรอกค่ะ จริง ๆ แล้วฉันต่างหากที่จะเป็นภาระ พลังโจมตีง่อย ๆ ของฉันทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ ได้แต่พึ่งคนอื่นอยู่ประจำ จะดีหน่อยก็ตอนรวมหัวตีบอสนี่แหละค่ะ" น้ำพูดออกมาโดยสีหน้านั้นความเศร้ายังปรากฎอยู่อีก"จะดีเหรอครับ ที่จะไปตบหมาป่าหางดำเวลสิบเนี่ย" เขาพูดขึ้นเพราะรู้สึกเกรงใจ"งั้นถือว่าเป็นการพาน้ำไปเที่ยวละกัน เอ๊ะ บนหัวนั่น" เธอสังเกตุเห็นกะปิที่อยู่บนค่อย ๆ ขยับออกมาเล็กน้อย ตาและปากที่เคยเนียนไปกิบผิวของมันเขยิบออกเล็กน้อยและยิ้มออกมา"กาปี้...."มันร้องทักออกมา"น่าน เห็นสาวไม่ได้ คึกคักขึ้นมาเลยนะ""น่ารักจังเลย เขาชื่ออะไรเหรอคะ" เธอมองมันอย่างเอ็นดูในความน่ารักของมัน"เจ้านี่ชื่อกะปิครับ กะปิไปหาเธอสิ" มันรีบกระโดดลอยไปหาน้ำทันทีราวกับว่าเจอคนรู้จัก"กาปี้...." มันร้องเบาในขณะที่ไปอยู่บนตักของหญิงสาว ตัวเล็ก ๆ ขนาดฝ่ามือกระโดดไปมาอย่างสนุกสนาน"น่ารักจังเลยกะปิ" เธอเอ่ยชมอย่างเอ็นดูในขณะที่เจ้าของมันนั้นมองอย่างอิจฉา"เอ่อ ไปนั่งเล่นกันขอบ ๆ ป่าดีกว่าครับ ตรงนี้ผมว่ามันร้อนเกินไปแล้ว" เขายกมือปาดหน้าผากเล็กน้อยทั้งสองคนย้ายที่ไปนั่งใต้ร่มไม้ขอบป่าต้นหนึ่งโดยที่ยังไม่เริ่มไปเก็บเลเวลต่อ"เอ่อดูไม่จะแปลกใจกับสภาพผมเลยนะครับ" เขาถามเพื่อดึงความสนใจมาเล็กน้อยหญิงสาวที่จิ้มเจ้ากะปิอยู่บนตักหันหน้ามาหาเขาแล้วพูดต่อไปว่า "คือถ้าแปลกใจก็คงเป็นชุดหละมั้งคะ ส่วนเผ่าพันธุ์นี่ น่าจะเป็นคำสาปจากหน้ากากของแฟนเก่า......" เธอทำหน้าสลดลงเล็กน้อย"เอ่อ ขอโทษครับ เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ" เขารีบพูดออกมาพัลวัน"ไม่เป็นไรค่ะ เขาคือเหตุผลที่ฉันนั่งอยู่ในวันนี้แหละเราเพิ่งเลิกกันไปเพราะว่าฉันเป็นภาระเขาเกินไปค่ะ""เอ่อ..... เสียใจด้วยนะครับ "เขาทำหน้าสลดลงเล็กน้อย"ค่ะ ถ้าถามว่าฉันเป็นภาระยังไง คือฉันต้องเก็บ Exp มากกว่าคนทั่ว ๆ ไปถึงสามเท่า แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราคบกันไม่ได้นานเท่าไหร่ ส่วนเขาตอนนี้ก็ออกจากเมืองเริ่มต้นไปเมื่อเช้านี้แหละ" เธอพูดออกแม้ด้วยสีหน้าที่เศร้ามากกว่าเดิม"ไม่เป็นไรนะครับ สดชื่นเข้าไว้ ดูเจ้ากะปิสิ ลองยิ้มเหมือนมันสิจะได้รู้ว่าสดชื่นจริง ๆ เป็นยังไง" ทรินิตี้มองไปที่เจ้ากะปิที่อยู่บนตักกะปิเหมือนรู้ว่าถูกพูดถึง มันฉีกยิ้มออกมากว้างเกือบครึ่งตัวของมันดูน่ากลัวเสียมากกว่า "เอ่อ ถ้ายิ้มแบบนี้น้ำคงต้องเป็นผีหละค่ะ ถ้ายิ้มแบบนี้ปากน้ำต้องทะลุแก้มแน่ ๆ เลย" น้ำหัวเราะท่าทีของเจ้ากะปิ"เล่นใหญ่เลยนะกะปิ" ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อม ๆ กันจากวัตถุประสงค์ในตอนแรกของทรินิตี้ที่ต้องการมาฟาร์มมอน ตอนนี้เขากลับฟาร์มรักแทนแล้ว (รักเจ้ากะปิ) กะปิถูกน้ำนำมาหยอกล้ออย่างสนุกสนาน ส่วนทรินิตี้ก็นั่งดูความสนุกสนานนั้นด้วยความอิจฉาหลังจากนั่งเล่นเจ้ากะปิจนเจ้ากะปิเริ่มจะยุ่ยแล้ว"กะปิน่ารักจังเลย ปกติเจอเจ้าตัวใหญ่ตรงทุ่งหญ้านี่มันกระโดดใส่ตลอดเลย ฮึบ" กระปิถูกโยนลอยสะแล้ว"กาปี้....." มันเริ่มเมามือซะแล้วทรินิตี้ที่มองดูอยู่ตั้งนาน นอกจากกะปิที่น่ารักแล้ว น้ำก็น่ารักไม่แพ้กันกลายเป็นว่าเค้าเพลิดเพลินกับการมองจนน้ำต้องหันมา "เป็นห่วงกะปิเหรอคะ" น้ำหันมาถามหยอกล้อทรินิตี้บ้างกลายเป็นว่ากะปิในตอนนี้ทำให้ความโศกเศร้าที่เต็มอยู่ในหัวใจของน้ำถูกกะปิชะล้างจนเกือบหมดสิ้นเหมือนจานที่สกปรกได้น้ำยาล้างจานที่ดีมาชะล้างออกไป"เอ่อ เปล่าหรอกครับ แค่เห็นว่าน้ำเล่นเพลินไปแล้วหละ อิอิ" ทรินิตี้หัวเราะกลบเกลื่อน แล้วหันหน้ามองไปด้านหน้าแทนน้ำที่อยู่ข้าง ๆ"น้ำว่าน้ำสบายใจขึ้นเยอะหละ เราไปฟาร์มกันเถอะ " น้ำพูดด้วยเสียงสดใสขึ้นมากกว่าเดิมมากกะปินั้นก็กระโดดมาอยู่บนหัวของทรินิตี้เหมือนเดิมแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในป่า