ระบบ:ลงชื่อเข้าใช้ในโลกอมตะ

    ก่อนการประเมิน(1)


           หม่าเซียน แปลกใจมากพ่อแม่ของเขา ไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ว่า ระบบช่วยปกปิดออร่าผันผวนที่ออกมาจากร่างกายของเขา       ผู้บ่มเพาะพลังจิตวิญญาณ อาณาจักร ที่สูงกว่าสามารถรับรู้ ได้โดยธรรมชาติ นอกจากมีเทคนิคลับ ที่ซ่อนเร้นออร่า แต่มันก็ไร้ค่าถ้าอาณาจักรมันห่างกันมากเกินไป       อาณาจักร ของท่านพ่อของเขา คือนักรบวิญญาณระดับ 9 ส่วนแม่ของเขานั้น น่าจะสูงกว่าพ่อของเขา แต่ไม่รู้ว่าอยู่อาณาจักรใด       เขาคาดเดาว่าน่าจะเหนือกว่าพ่อของเขา หนึ่งระดับถ้าเขาไม่มีระบบพ่อแม่ของเขาคงพบ อาณาจักรของเขาไปแล้ว       แม้แต่เจ้าเมืองภูเขาเขียวก็มีแค่นักรบวิญญาณระดับ 10 เท่านั้น ยากมากที่จะไปถึง อาณาจักรกำเนิดวิญญาณ เพราะนั้นหมายถึง การเกิดใหม่       ผู้ฝึกฝนบ่มเพาะพลังวิญญาณ ก็แตกต่างกันมาก ทรัพยากรที่ใช้ในการบ่มเพาะ ทักษะหรือเทคนิคสิ่งสำคัญที่สุดคือพรสวรรค์นั่นเอง       “พ่อแม่ ลูกมีเรื่องสำคัญที่อยากจะเรียนให้ทราบ”       หม่าเซียน กล่าวด้วยเสียงที่สงบ       “เจ้ามีเรื่องราว สำคัญอันใดอย่าบ่ายเบี่ยง กฎตระกูลตราไว้โดยบรรพบุรุษ แม้แต่พ่อก็จนใจ ที่จะช่วยเจ้า”       หม่าหลง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ใจจริงเขาก็อดห่วงไม่ไดั แม้เสือจะร้ายก็ไม่กินลูกตัวเองแต่เสียงขัดขวางจังหวะสนทนาก็ดังขึ้น       “ท่านพี่เจ้าให้ เซียนเอ๋อร์พูดก่อนเถอะเขาไม่เคยเหลวไหลไหนเลยจะพูดเรื่องราวไร้ความหมายได้”       แม่ของเขา กู่หลานตำหนิพ่อของเขาเล็กน้อย       “พ่อแม่ลูกได้ปลุกรากวิญญาณได้ในวันนี้”       หม่าเซียนพูดจบดูปฎิกริยาพ่อและแม่ของเขา       “อะไรนะ! เซียนเอ๋อร์…เจ้..า..เจ้าได้ปลุกรากวิญญาณแล้วจริงเหรอ?”       แม่ของเขากู่หลานถามย้ำอีกครั้ง ด้วยความไม่เชื่อในหูตัวเองว่า สิ่งที่หม่าเซียนลูกของเขาพูดนั้นจะเป็นเรื่องจริง       มีพ่อแม่คนไหนบ้าง ไม่อยากให้ลูกตัวเองเข้มแข็งและไร้การดูถูกจากคนอื่น       “เซียนเอ๋อร์ ลูกแน่ใจหรือ?”       พ่อหม่าหลงทวนคำถาม อีกรอบมันยากที่จะเชื่อมากเกินไปคนที่เคยล้มเหลว ปลุกรากวิญญาณตอนอายุ 10 ปีจะเปิดรากวิญญาณเองได้ไหม?       เขาแทบไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้ว่า มีรากวิญญาณสามารถปลุกขึ้นเองได้ แม้แต่อาณาจักรดาวสีครามก็ตาม..       หม่าเซียน นั้นแตกต่างออกไปเขามีระบบ แน่นอนไม่สามารถบอกพ่อแม่ของเขาได้       หลังจาก พ่อแม่ของเขาหายตกตะลึงยอมรับมันได้แล้วจึงถามขึ้นว่า       “เซียนเอ๋อร์ เจ้าปลุกรากจิตวิญญาณอะไร ระดับไหน?”       แม่กู่ลานถามด้วยความอยากรู้       “พ่อแม่ข้าได้ปลุกวิญญาณลมระดับลึกลับ ขั้นต่ำ”       หม่าเซียนตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง      “เซียนเออร์ เจ้าเอามือวางลงบนลูกแก้ววิญญาณ จากนั้นฉีดพลังวิญญาณเข้าไปช้าๆจนเต็ม”       ทันใดนั้นเห็นรากวิญญาณลม[ลักษณะคล้ายคลื่นลมแต่มีลากเหมือนโสม]มีอักขระรูนวิญญาณ คำว่าลึกลับอยู่ใจกลางรากวิญญาณลมและเห็นดาวหนึ่งดวงบนรากวิญญาณลมด้วย      สามารถบอกได้ว่าหม่าเซียนได้ปลุกรากวิญญาณลมลึกลับระดับต่ำ [หนึ่งดาวคือระดับต่ำ สองดาวคือระดับกลาง สามดาวคือระดับสูง]      “มันจริงๆด้วย เซียนเอ๋อร์เจ้าปลุกรากจิตวิญญาณลึกลับได้สำเร็จ บรรพบุรุษอวยพร ตระกูลหม่าของข้าเป็นแน่แท้”      หม่าหลง ตะโกนด้วยความดีใจ      “ข้าต้องเปิดประตู ฉลองกราบไหว้บรรพบุรุษ ทันที ฮ่า ฮ่า ๆ”       พ่อหม่าหลง ยังคงตะโกนดีใจแต่เสียงขัดจังหวะความสุขก็มาถึง      “ท่านพี่นี่มันเรื่องใหญ่ ไม่สามารถรู้ถึงบุคคลที่ 4 ได้ อาจนำหายนะมาสู่ลูกและครอบครัวของเราได้ ถ้าไม่จัดการให้รอบคอบ”      แม่กู่หลานนั้น สงบกว่าพ่อหม่าหลงมากสามารถรู้ถึงผลประโยชน์และผลเสียได้อย่างรวดเร็วหม่าเซียนชื่นชมอยู่ในใจ     “ใช่น้องหญิงพูดถูก ข้าดีใจจนเลอะเลือน ชั่วขณะหนึ่ง อย่างที่น้องหญิงกล่าวตระกูลใหญ่ทั้งสี่ ถ้ารู้เรื่องนี้อาจไม่ปล่อยลูกเราไปง่าย”      พ่อหม่าหลง พูดด้วยเสียงกังวลเล็กน้อยและขบคิดจริงจังมากขึ้น     “ท่านพี่เอาแบบนี้กันเถอะ อีก 3 เดือน นิกายน้อยใหญ่จะมาที่เมืองของเรา เพื่อคัดเลือกสาวก แถมครั้งนี้ ข้าได้ยินว่ามีสุดยอดนิกายใหญ่ หนึ่งในสี่ของอาณาจักรดาวสีครามก็มาด้วยเช่นกัน”      แม่กู่หลานพูดแสดงความคิดเห็น