ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็วิมานแห่งความรัก แสงสีนวลจากโคมไฟหัวเตียงทอดเงาวูบไหวตามจังหวะขับเคลื่อนที่เร่าร้อนและรุนแรง นัทในร่างของฝ้ายตกอยู่ภายใต้พันธนาการแห่งความรัญจวนที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ร่างกายอันบอบบางสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างหนาที่เขารู้จักทุกอณูผิว พายุอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นด้วยน้ำมือของแม่มดแผดเผาสติสัมปชัญญะของเขาจนขาวโพลน เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สยบยอมต่อััอันเชี่ยวชาญ
แม่มดในร่างของนัทแสยะยิ้มอย่างเืเย็นขณะจ้องลึกลงไปในดวงตาที่พร่าเลือนของเหยื่อ นางโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม... เสียงแบบเดียวกับที่นัทใช้บอกรักเมียมาตลอดหลายปี
"นัท... ดูร่างกายใหม่ของนายนี่สิ มันน่าหลงใหลแค่ไหน? นายชอบมันใช่ไหม... เรียกชื่อคนที่นายโหยหาสิ... เรียกชื่อ 'เธอ' ออกมา"
คำล่อลวงนั้นไม่ต่างจากมนตร์ดำที่สะกดให้นัทหลงลืมทุกความผิดชอบชั่วดี ฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านประกอบกับความสับสนในตัวตนทำให้นัทมองเห็นภาพซ้อนทับของเมียรักในเงาของปีศาจที่กำลังคร่อมร่างเขาอยู่ นัทหอบหายใจติดขัด มือเรียวเล็กลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างอย่างสมยอม ก่อนจะโพล่งเสียงครางที่เต็มไปด้วยตัณหาออกมา
"ฝ้าย… ฝ้าย… ฝ้าย…"
เสียงเรียกชื่อคนรักดังระงมไปทั่วห้องนอน แต่มันกลับเป็คำหวานที่มอบให้แก่ร่างเดิมของตัวเองที่ถูกสวมรอย นัทหลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลริน ขณะที่ใจสยบยอมให้แก่กามารมณ์ที่แม่มดจงใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อบดขยี้จิติญญาของเขาให้ย่อยยับ
ในขณะที่ภายในห้องอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งกามราคะ ทางเดินที่มืดมิดด้านหน้าประตูห้องนอนกลับหนาวเหน็บจนจับขั้วหัวใจ ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟสะดุ้งตื่นกลางดึกหลังจากได้ยินเสียงแว่วกังวานที่ผิดที่ผิดทาง เธอเดินตามเสียงนั้นมาจนหยุดนิ่งที่หน้าประตูห้องนอนใหญ่ ด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจ เธอจึงค่อยๆ แนบหูลงบนบานไม้ที่เย็นเฉียบเพื่อฟังความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
สิ่งที่ได้ยินทำให้เธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็หิน มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เพื่อกักเก็บเสียงสะอื้นที่กำลังจะะเิออกมาจากทรวงอกที่แหลกสลาย
ทุกถ้อยคำ ทุกเสียงลมหายใจ และทุกเสียงครางที่ลอดผ่านซอกประตูออกมานั้น กรีดแทงใจเธอราวกับใบมีดโกนที่อาบพิษร้าย เสียงที่เธอได้ยินคือเสียงของ 'นัท' สามีที่เธอรักสุดหัวใจ กำลังมอบคำหวานและจังหวะรักที่เคยเป็ของเธอเพียงคนเดียว...
ทว่าในวันนี้ เสียงนั้นกลับกำลังพร่ำเรียกชื่อ 'ฝ้าย' ใส่ร่างที่เธอไม่ได้เป็เ้าของอีกต่อไป
ความมืดรอบกายดูเหมือนจะบีบอัดเข้ามาจนเธอหายใจไม่ออก ฝ้ายทรุดตัวลงพิงกำแพงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลพรากอาบแก้มของกิ๊ฟไม่ขาดสาย เธอรู้สึกเหมือนถูกปล้นชิงชีวิตและตัวตนไปต่อหน้าต่อตา มันเป็ความเ็ปที่เหนือกว่าการนอกใจครั้งไหนๆ เพราะคนที่กำลังร่วมรักกันอยู่นั้น คือ 'จิติญญาของเขา' ที่กำลังเสพสมด้วย 'ร่างกายของเธอ' กับ 'จิติญญาคนอื่น' โดยมีเธอเป็เพียงคนนอกที่ทำได้แค่ยืนฟังความพินาศของตัวเองในความมืด
พี่นัท... พี่นัท... ทำไม… ทำไม…" เธอพึมพำตัวสั่นพลางยกมือมาปิดปาก
สิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายที่สุด คือการที่นัทพร่ำเรียกชื่อของเธอออกมาในจังหวะที่เขากำลังมีความสุขที่สุดกับคนอื่น แม้มันจะเป็ชื่อของเธอ เป็ร่างของเธอ แต่มันกลับถูกใช้เพื่อเติมเต็มตัณหาของปีศาจที่สวมรอยเป็เขา ฝ้ายหลับตาลงด้วยความขมขื่น ภาพในหัวจินตนาการไปถึงััที่นัทเคยมีให้เธอ... ััที่บัดนี้เขากำลังมอบมันให้กับแม่มดในคราบของตัวเขาเองอย่างหิวกระหาย
เธอรู้สึกเหมือนเป็คนหลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง ไม่มีที่ยืน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่ในร่างกายที่เคยเป็ของตน และบัดนี้เธอกำลังจะเสีย 'หัวใจ' ของสามีไปให้กับความลวงที่แเีนี้ด้วยใช่ไหม? ความเงียบในทางเดินถูกตัดสลับด้วยเสียงครางหวานของร่างฝ้ายที่ดังลอดออกมาเป็ระยะ ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอให้เด่นชัดขึ้นในทุกวินาทีที่ผ่านไป
ฝ้ายพยุงร่างกายที่สั่นลุกขึ้นด้วยความรู้สึกดิ่งลึกจนถึงก้นบึ้ง เธอไม่กล้าแม้แต่จะเคาะหรือเปิดประตูเข้าไปขัดจังหวะ เพราะความจริงที่เห็นอาจฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็ได้รุนแรงกว่าเสียงที่ได้ยิน เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังหนีจากเสียง์ในห้องที่กลายเป็นรกส่วนตัวของเธอ เดินกลับไปยังห้องนอนเล็กอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้หยดน้ำตาเป็พยานเพียงหนึ่งเดียวถึงความเ็ปของเมียที่ถูกลืม... อยู่ในเงามืดของตัวเอง
ค่ำคืนนี้ยาวนานเกินกว่าที่ใจจะรับไหว และรอยร้าวที่เกิดขึ้นหน้าประตูห้องนอนในคืนนี้ ก็ใหญ่เกินกว่าที่ความรักธรรมดาจะสมานให้กลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีกต่อไป
พายุแห่งตัณหาพัดผ่านไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนาวเหน็บกว่าเดิม ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟพาร่างที่สั่นและอ่อนแรงกลับมายังห้องนอนเล็ก ขาของเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายประหนึ่งหุ่นเชิดที่สายป่านขาดสะบั้น เมื่อประตูปิดลงเธอก็ปล่อยให้ร่างกายร่วงหล่นลงบนเตียงแคบๆ ซบหน้าลงกับหมอนหวังจะใช้มันซับน้ำตาที่ไหลนอง
ทว่า... กลิ่นที่โชยเข้าจมูกกลับไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่เธอคุ้นเคย หรือกลิ่นกายของสามีที่เธอโหยหา แต่มันคือกลิ่นตัวและกลิ่นเหงื่อจางๆ ของกิ๊ฟ—เ้าของร่างที่เธอต้องสวมรอยอยู่ ความรู้สึกแปลกปลอมนั้นรุนแรงจนเธออยากจะกรีดร้องแล้วสลัดร่างนี้ทิ้งไปให้พ้น ร่างกายที่ไม่ใช่ของเธอ กลิ่นที่ไม่ใช่ของเธอ และบัดนี้แม้แต่สามีที่ควรจะเป็ของเธอเพียงคนเดียว ก็เพิ่งจะมอบความสุขสมให้แก่คนอื่น... ในร่างที่ควรจะเป็ของเธอ
ฝ้ายกอดตัวเองแน่น สะอื้นจนตัวโยน ความรู้สึกตายทั้งเป็มันเ็ปเช่นนี้นี่เอง เธอสูญเสียทุกอย่างไปในคืนเดียว ทั้งตัวตน พื้นที่ส่วนตัว และความเชื่อใจที่เคยมีต่อผู้ชายที่ชื่อนัท เสียงจากเหตุการณ์หลังบานประตูห้องนอนใหญ่นั้นกลายเป็หนามแหลมที่ปักลึกอยู่ในใจ และเธอก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะดึงมันออก
ท่ามกลางเสียงสะอื้นที่เงียบเชียบ ฝ้ายได้แต่ตั้งคำถามกับความมืดมิดว่า... เมื่อแสงอาทิตย์ของวันใหม่มาถึง เธอจะมองหน้าผู้ชายคนที่เพิ่งทำลายโลกของเธอลงอย่างย่อยยับได้อย่างไร ในเมื่อเขายังคงสวมกอดร่างของเธออยู่... และคิดว่านั่นคือความรัก
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องนอนใหญ่ที่บรรยากาศยังคงคละคลุ้งไปด้วยร่องรอยของกามราคะ นัทลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมห้อง เขารู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะและรอยแดงจางๆ บนผิวพรรณอันเนียนละเอียดของฝ้ายที่เขาอาศัยอยู่ ร่องรอยเ่าั้เด่นชัดราวกับตราบาปที่ถูกประทับลงบนร่างกายที่เขาเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต
นัทขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความอับอายและเกลียดชังตัวเองพุ่งเข้าจู่โจมจนมวลในท้องปั่นป่วน เขาอยากจะอาเจียนเอาทุกััที่เพิ่งเกิดขึ้นทิ้งไปให้หมด ความขยะแขยงที่เขามีต่อตัวเองในตอนนี้นั้นรุนแรงและหยั่งรากลึกยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าสลับร่างเสียอีก
เขาแอบมองร่างสูงใหญ่ที่นอนหลับใหลอย่างเป็สุขข้างกาย... นั่นคือร่างของเขาเอง ร่างที่เขาสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ร่างที่ควรจะเป็เกราะกำบังให้เมียสุดที่รัก แต่วันนี้มันกลับถูกแม่มดใช้เป็เครื่องมือบำเรอความใคร่ และเขาก็กลายเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
นัทกุมขมับด้วยมือที่สั่น ภาพในหัววนลูปย้อนกลับไปตอนที่เขาเผลอหลุดปากเรียกชื่อ "ฝ้าย" ออกไปในวินาทีที่สูญเสียการควบคุม ความภาคภูมิใจในความเป็ชายที่ยึดถือมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เขาพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อฮอร์โมนที่พลุ่งพล่าน พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบ และพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อกลลวงของปีศาจที่ใช้ร่างเดิมของเขาเองเป็เหยื่อล่อ
‘นี่ฉันทำอะไรลงไป... ฉันทำอะไรลงไป!’ เสียงกรีดร้องในใจนั้นไม่มีใครได้ยิน มีเพียงความเงียบงันของค่ำคืนที่แสนสกปรกนี้เท่านั้นที่เป็พยานถึงการสูญเสียตัวตนที่ไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้อีก
นัทนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาว่างเปล่ามองฝ่าความมืดไปยังบานประตูที่ปิดสนิท เขาจินตนาการไปถึงฝ้ายที่อาจกำลังหลับสนิทโดยไม่รับรู้ถึงฝันร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือร้ายกว่านั้น... เธออาจกำลังยืนรับฟังเสียงแห่งความพินาศอยู่ที่หน้าประตู ความหดหู่ดิ่งลึกกัดกินหัวใจจนเขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำอย่างช้าๆ
เขาไม่มีหน้าจะไปสู้หน้าแฟนสาวได้อีกต่อไป ปากที่เคยบอกรักเธอ วันนี้กลับใช้ครวญครางชื่อเธอใส่คนอื่น แขนที่เคยโอบกอดปกป้องเธอ วันนี้กลับใช้ขยุ้มแผ่นหลังของร่างที่ปล้นชิงชีวิตเขาไป
ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ... แม่มดไม่ได้เพียงแค่ยึดครองร่างกายนัท แต่นางกำลังกัดกินจิติญญาและความสัมพันธ์ของเขาให้พังพินาศ การถูกทำให้แปดเปื้อนในครั้งนี้รุนแรงเสียจนเขารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความรักของฝ้ายอีกต่อไป
ความเงียบในห้องนอนใหญ่นั้นเย็นะเืราวกับสุสาน นัทขดตัวเข้าหากันให้แน่นที่สุด พยายามไม่ให้ร่างกายัักับผืนเตียงที่เพิ่งผ่านสมรภูมิมา เขาซบหน้าลงกับหัวเข่า ปล่อยให้น้ำตาแห่งความละอายไหลซึมผ่านหน้าตักลงมาหยดแล้วหยดเล่า
เสียงสะอื้นที่ไร้เสียงนั้นช่างทรมานสาหัส เขาขยะแขยงทุกอณูของร่างกายนี้ ขยะแขยงทุกความรู้สึกวูบวาบที่ยังหลงเหลืออยู่ และที่สำคัญที่สุด... เขาขยะแขยงความอ่อนแอของตัวเองที่ยอมสยบให้แก่ตัณหาเพียงชั่วครู่ จนทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่ารักไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางความมืดสลัว นัททำได้เพียงนั่งแตกสลายอยู่ลำพัง พร้อมกับความจริงที่ตอกย้ำว่าเขาได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของศีลธรรมที่ไม่มีวันเดินย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
ในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้ ความเงียบงันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์... ฝ้ายกลับไปนอนกอดตัวเองสะอื้นไห้อยู่ในห้องนอนเล็กด้วยหัวใจที่แหลกสลาย ขณะที่นัทยังคงจมดิ่งอยู่กับความชิงชังตัวเองบนเตียงที่แสนสกปรก โดยมีเพียงแม่มดในคราบของนัทที่หลับใหลอย่างผู้ชนะ ท่ามกลางรอยร้าวที่แผ่ขยายกว้างจนไม่มีใครรู้ว่า... แสงตะวันของวันใหม่จะเยียวยาาแนี้ได้จริงหรือไม่
(จบบทที่ 13)