เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 146 สิงโตหิมะพันปี

    เสี่ยวเทียนกลับมาที่พักก็ นำพิณอัสนีบาตออกมาวางไว้ตรงหน้า แล้วกรีดเลือดหยดลงไปในทันที  พอหยุดเลือดสัมผัสที่พิณ ก็มีแสงส่องเข้ามาที่หน้าผากของเสี่ยวเทียน ข้อมูลการใช้ของพิณอัสนีบาต ก็เข้ามาอยู่ในสมองของเสี่ยวเทียนทันที เสี่ยวเทียนซึมซับได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว สาเหตุที่เสี่ยวเทียนรู้ว่าต้องใช้เลือดหยดใส่ พิณอัสนีบาตคันนี้ เพราะว่าจิตวิญญาณพิณ ที่มีอยู่ในพิณเป็นผู้บอกมาตั้งแต่แรก ดังนั้นเสี่ยวเทียนจึงมั่นใจว่า สามารถใช้พิณอัสนีบาตนี้ได้

    ส่วนคนอื่นๆ ที่นำไปใช้นั้น จิตวิญญาณพิณไม่ได้บอกเคล็ดลับ ทำให้แต่ละคนเกิดธาตุไฟเข้าแทรก ถึงกับบ้าไปเลย

    “ ทำไมเจ้ายอมรับให้ข้าเป็นนายของเจ้า” เสี่ยวเทียนสามารถสื่อสารกับพิณอัสนีบาตได้แล้ว

    “ เพราะว่าท่านมีพลังธาตุฟ้า อยู่ในร่าง ท่านดึงพลังจักรวาลออกมาได้ ดังนั้นผู้ที่จะใช้พิณอัสนีบาต  หากไม่มีพลังเช่นนี้ เอาไปก็ไร้ผล”

    เสี่ยวเทียนเข้าใจแล้ว จึงเริ่มทำการดูดซับ พลังอัสนีที่ อยู่ในเส้นพิณทั้งห้าสายเข้ามาในร่างกายเสียก่อน  พลังอัสนีหลังจากได้ซึมซับเลือดของเสี่ยวเทียนไปแล้วมันก็ทำให้ พิณอัสนีบาตมีพลังกลับมาเช่นเดิม สายพิณทั้งห้าก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสายฟ้า  พอร่างกายของเสี่ยวเทียนเริ่มดูดซับพลังอัสนีเข้ามาได้ พลังปราณก็พุ่งขึ้น จนเต็มจุดตันเถียน เสี่ยวเทียนเริ่มปลดปล่อยพลังออกมา เพื่อฝึกใช้พิณอัสนีบาตห้าสาย  เสี่ยวเทียนนั่งเรียนรู้เคล็ดลับวิธีการใช้ทั้งคืน จนชำนาญ

    จนรุ่งเช้าเสี่ยวเทียนก็มาที่ป่าหลังสำนัก เพื่อทดลองการใช้พลังพิณอัสนีบาตห้าสาย

    เสี่ยวเทียนทดลองดีด สายอัสนีสายแรกออกไปก่อน  ฟิ้ว !!  สายฟ้าพุ่งออกมาจากพิณอัสนีบาต เป็นสายเดียว ฟาดใส่ต้นไม้ขาดเป็นสองท่อนทันที จากนั้นก็ปล่อยเป็นสองสาย สามสาย สี่สาย และ ห้าสาย ต้นไปไม้หลังเขากลายเป็น ภูเขาเตียนโล่งไปในทันที

    “ ทำลายล้างได้ขนาดนี้เลยหรือนี่” เสี่ยวเทียนเห็นพลังก็อดตื่นเต้นไม่ได้ 

    จากนั้นก็นั่งฝึกบรรเลงพิณที่ใต้น้ำตก ริมลำธาร เสียงพิณที่เสี่ยวเทียนเพิ่งฝึกไม่นานกลับมีพลังลึกลับ ทำให้ฝูงปลา ฝูงนก และสัตว์ต่างๆ เข้ามาใกล้ เพื่อจะได้ฟังเสียงพิณชัดๆ เสี่ยวเทียนมองเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจ ร่างกายของเสี่ยวเทียน ก็รู้สึกว่า จะมีพลังยุทธิ์เพิ่มอีกทีละเล็ก ละน้อย เสี่ยวเทียนกะว่า หากได้ 5-10 ระดับ แล้วค่อยเพิ่มพลังปราณออกมา

    ทันใดนั้นเอง ก็มีหนุ่มสาวห้าคนวิ่งผ่านมาทางนี้ ด้วยท่าที่ตื่นกลัว พอเห็นหน้าเสี่ยวเทียนแต่ละคนก็ ได้แต่พูดคำว่า   “หนีเร็ว” เสี่ยวเทียนหันไปมองสิ่งที่ทั้งห้าคนวิ่งหนีกันอย่างหน้าตั้งขนาดนั้น  พบเป็นหมีควายตัวใหญ่ กระโดดไล่ตามด้วยความโกรธแค้น คงมาจากป่าลึกอย่างแน่นอน เสี่ยวเทียนเตรียมตัวสู้  แต่มันก็วิ่งผ่านไปไม่สนใจเสี่ยวเทียน

     มันตั้งใจตามเด็กหนุ่มสาวทั้ง 5 คนเท่านั้น เสี่ยวเทียนหันไปมองเด็กวัยรุ่นที่อายุพอๆ กัน ด้วยความเป็นห่วง เพราะว่า ด้านหน้ามีแต่ภูเขา เป็นทางตัน ไม่มีทางหนี พอพวกเด็กวัยรุ่น หันมา ก็เผชิญหน้ากับเจ้าหมีควายยักษ์ ที่เข้ามาตะปบเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มคนแรกที่อยู่ใกล้  แคว่ก !!  เสื้อผ้าเด็กคนแรกขาดกระจุย มีบาดแผลเป็นรอยเล็บข่วนเหวอะหวะ 

    คนที่เหลือก็ชักกระบี่เข้ารุมแทงเจ้าหมีควาย แต่ไม่สามารถแทงผ่านผิวหนังมันได้ ถูกพลังของมันกระแทกกระเด็น ไปติดผนัง ร่างกายบอบช้ำ จุกลุกไม่ขึ้น ขณะที่เจ้าหมียักษ์ จะเข้ากัดขย้ำจุดตาย เสี่ยเทียนดึงขนที่ศรีษะด้านหลังของมันเอาไว้ แล้วกระชากมันลงมา เจ้าหมีความหงายหลังล้มตึงมาที่พื้น เสี่ยวเทียนกระโดดเหยียบเข้าหน้าอกมันอีกที พล่ก ! มันปล่อยพลังออกมา จนเสี่ยวเทียนกระเด็นมายืนหน้า หนุ่มสาวทั้งห้าคน เจ้าหมีควายโกรธมาก

    มันลุกขึ้นได้ กระโจนเข้าใส่เสี่ยวเทียน แต่ในมือเสี่ยวเทียนถือพิณอสนีบาตแล้ว

    ติ๊ง ๆ  !! เสี่ยวเทียนกรีดสายพิณออกไปครั้งเดียว สายอัสนีบาต ฟาดใส่เจ้าหมีควายกระเด็นไปนอนกับพื้น ควันออกปาก แน่นิ่งไปในทันที

    เสี่ยวเทียนหันไปมองทั้งห้าคนที่ยังตกตะลึงอยู่ แล้วรีบเข้ามาขอบคุณเสี่ยวเทียนที่ช่วยชีวิตพวกเขา

    “ เหตุใดเจ้าหมีควายตัวนี้ ถึงตามล่าพวกเจ้า”

    ทั้งห้าคนทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่กล้าเอ่ยออกมา แต่ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง เอ่ยออกมาก่อน

    “พวกเราเข้าไปในถ้ำพบ ลูกหมีควายหิมะ เลยอยากเอามาเลี้ยง ไม่คิดว่าแม่มันจะกลับมาเร็ว”

    “ อยู่ไหน” เสี่ยวเทียนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    เด็กสาวคนหนึ่ง รีบนำหมีน้อยสีขาวตัวเท่าฝ่ามือ มาให้เสี่ยวเทียนทันที

    “ พวกเจ้าเป็นศิษย์สำนักชิงหลงใช่ไหม”

    ทั้งหมดพยักหน้า

    “ ทีหลังอย่าทำเช่นนี้อีก ไปซะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็เข้าไปหาเจ้าหมีควายที่นอนหมดสติ อยู่แต่ยังไม่ตาย  จึงใช้เท้าสะกิดมันจนตื่น  มันแค้นเสี่ยวเทียนทำท่าจะสู้ต่อ แต่เสี่ยวเทียนยื่นเจ้าหมีน้อยให้   มันหยุดกึก แล้วใช้มือค่อยๆ ประคอง ลูกของมันไว้ที่มือ แล้วพยักหน้าขอบคุณเสี่ยวเทียน  แล้วรีบเดินกลับป่าที่อยู่ของมันต่อไป 

    คืนนั้นเสี่ยวเทียนอยู่ในที่พัก ก็มีสัญญาณจากหยกสื่อสารของสำนักเทวาลัยเร้นลับเข้ามา เพื่อมอบภารกิจครั้งแรก 

    “ฆ่าองค์ชายสามฟู่ซัน เผ่าต้าเยี่ยน”  เสี่ยวเทียนเห็นหัวข้อคำสั่งแล้วก็มีรายละเอียดว่า องค์ชายสามฟู่ซัน กำลังจะมาที่สำนักชิงหลง เพื่อท้าประลองกับศิษย์สำนักชิงหลง ซึ่งความจริงพวกชนเผ่าต้าเยี่ยน ได้รวบรวมชนเผ่านอกด่านจาก100 กว่าชนเผ่ารวมเป็นชนเผ่าต้าเยี่ยน แข็งแกร่งจนถึง ขนาดที่ จักรพรรดิต้าซิ่ง ต้องเริ่มส่งกองกำลังไป ตรึงที่ชายแดนเพิ่ม เกรงว่า หาก เผ่าต้าเยี่ยนบุกขึ้นมา ไม่เกิน 24 ชั่วยามมีโอกาสบุกถึงเมืองหลวง เซี่ยงอันได้เลย เพราะเขตนอกด่านใช้เวลาเดินทางโดยม้า ได้เวลา 24 ชั่วยามพอดี

    ครั้งนี้คณะของเผ่าต้าเยี่ยนมากันเกือบ ร้อยคน อ้างว้างทดสอบฝีมือแบบชาวยุทธ์แต่ที่จริงแล้ว ก็เข้ามาทดสอบดู กองกำลังยอดฝีมือ ของอาณาจักรต้าซิ่งมากกว่า

    แต่เสี่ยวเทียนสงสัย หากองค์ชายสามฟู่ซันตาย มิเกิดสงครามนองเลือดกันโดยเร็วยิ่งขึ้นรึ?  แต่สงสัยไปก็เปล่าประโยชน์ เสี่ยวเทียนในโลกใบนี้ถูกฝึกมาจนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งร่าง และยังถูกฝังตราประทับของ สำนักเทวาลัยเร้นลับ

    ทุกคนต้องทำตามคำสั่ง มิเช่นนั้น จอมเวทย์ของสำนักเทวาลัยเร้นลับจะสั่งการให้ฆ่าคนทรยศนั้นตายได้ทันที ซึ่งเสี่ยวเทียนยังไม่สามารถหา วิธีถอนคำสั่งตายของตราประทับนี้ได้เลย 

    ในขณะที่เสี่ยวเทียนกำลังนั่งสมาธิเพื่อเดืนเพลังลมปราณเพื่อขยายจุดตันเถียนให้ใหญ่ เพื่อรองรับพลังที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตอยู่นั้น ก็มีเสียงกระซิบของ จือจือ มาเข้าหูว่า

    “ นายท่าน มีคนมาหานายท่าน อยู่สี่คน พวกเขากำลังขึ้นมา”

    “ พี่น้อง ของข้าเอง”  เสี่ยวเทียนลืมตาแล้วเปิดประตูออกไป เรียก พี่ใหญ่ตง กับ รุ่นพี่ทั้งหมดให้เข้ามา

    “ ที่แรกพวกเราคิดว่าที่นี่จะมีผีเสียอีก แต่คิดว่าเจ้าอยู่ได้ก็คงจะไม่มีอะไรแล้ว”

    พี่ฟางกล่าวไปก็มองไปรอบๆ คล้ายยังหวาดกลัวอยู่

    “ แต่ว่าบรรยากาศมันเย็นระเยือก เหมือนมีกลิ่นอายวิญญาณหนาแน่นมากเลยนะ”

    พี่หนันเอ่ยตามความรู้สึก

    “ ไม่มีอะไรหรอกคิดมาก พวกพี่ทั้งสี่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

    “ พวกเรามีภารกิจแล้ว ซึ่งเป็นภารกิจเดียวกัน คือ ลอบสังหารองค์ชายสาม ในข้อความบอกให้พวกเราทั้งยี่สิบร่วมมือกัน ไอ้พวกที่เหลือ ให้เจ้าเป็นผู้นำในครั้งนี้

    จะนัดพวกมัน ทำอะไร เมื่อไรบอกมาได้เลย ข้าไม่ให้พวกมันมาหาเจ้า เกรงว่าจะผิดสังเกต”

    เสี่ยวเทียนคิดว่า เรื่องนี้น่าจะทำเงียบๆ คนเดียวน่าจะได้ผลกว่าจึงเอ่ยไปว่า

    “ บอกพวกมัน ทุกคนเวลานี้มีคนสงสัยข้าแล้ว คือ เจ้าหอสดับพิณ ห้ามพวกมันเคลื่อนไหวเป็นอันขาด เรื่ององค์ชายสาม เผ่าต้าเยี่ยน ข้าขอดูเหตุการณ์ไปก่อน

    รอให้มันมา ข้าจะใช้หยกสื่อสารแจ้งข่าวไปให้ทุกคน ต่อไปนี้ พวกเราห้ามพบปะกันโดยเด็ดขาด ใช้หยกสื่อสารกันเท่านั้น” 

    ทุกคนพอฟังก็เริ่มเครียด นี่ขนาดยังไม่ได้ดำอะไรเลย ก็มีคนสงสัยแล้วหรือนี่

    ทั้งหมด เลยรีบแยกย้ายกันไป  อย่างรวดเร็ว แล้วรอคำสั่งจากเสี่ยวเทียนทางหยกสื่อสาร ที่สำนักเทวาลัยเร้นลับ ให้มา

    เสี่ยวเทียนต้องเร่งหาอาวุธเพื่อ จัดการให้ศัตรูแล้วไม่อยากใช้พลังพิณอัสนีบาตเกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นรู้ตัวตน จึงถามจือจือว่า

    “ เจ้ารู้ไหมว่า ที่สำนักชิงหลง มีจุดไหนที่มีบรรยากาศเย็นที่สุด”

    “ นายท่านหมายถึง พวกน้ำแข็งใช่ไหม?”

    “ อืม ประมาณนั้น แถวนี้มีมีถ้ำน้ำแข็งบ้างไหม?

    “ ในสำนักนี้ไม่มีหรอก แต่ข้าเคยไปเที่ยว ภูเขาน้ำแข็ง ที่ออกจากตัวเมืองไปด้านทิศเหนือ ท่านสามารถมองจากที่นี่ไปก็เห็นนะ”

    เสี่ยวเทียนไม่ได้สังเกตเลยว่า มีภูเขาหิมะอยู่ห่างจากสำนักไม่ไกล แต่จะหาทางไปอย่างไรดี เรือเหาะก็ไม่มี บินไปก็ไม่ได้ เมฆดำก็ไม่มี ขี่ม้าไปเมื่อไรจะถึงกันนะ

    ในขณะที่เสียวเทียนคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงของ ศิษย์พี่ไน่เกิง เรียกเข้ามาจากหยกสื่อสารของเสี่ยวเทียน

    “ ศิษย์น้อง เจ้าเพิ่งมาใหม่ เจ้าต้องทำภารกิจ ให้สำเร็จภายใน 1 เดือนแรก มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเป็นศิษย์ของสำนักชิงหลงได้ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกภารกิจ”

    ไน่เกิงพาเสี่ยวเทียนมาที่หอภารกิจ พบผู้คนมายืนดูเพื่อจะเลือกภารกิจที่ง่ายๆ 

    เสี่ยวเทียนยืนมองดูป้ายอันใหญ่โต เขียนภารกิจต่างๆ เอาไว้มากมาย และแยกเป็นระดับ เอาไว้ ทั้งหมดมีภารกิจ อยู่เกือบ สามร้อยภารกิจ เสี่ยวเทียนมองดูภารกิจ ตามล่าสิงโตหิมะพันปี ที่อาละวาด กินคนที่ภูเขาหิมะ  เสี่ยวเทียนไม่ลังเล

    เดินเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ขอรับงานล่าสิงโตหิมะทันที

    “ นี่เจ้าจะล่าสิงโตหิมะพันปี เจ้าอยากตายนักหรือไง ขนาดยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยังไม่สามารถฆ่ามันได้เลย เจ้าแค่พลังปราณพรหมเทพ  แค่มันคำรามใส่เจ้าเบาๆ เจ้าก็ตายแล้ว”

    “ ข้าเอาตัวรอดได้ พี่ไน่เกิง ไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่ข้าอยากซื้อเรือเหาะ กับ ถุงมิติ ข้าจะหาซื้อได้ที่ไหน”

    “ ที่สำนักของเรานี่แหละ แต่ว่า ราคาไม่น้อย เรือเหาะบรรทุก 10 คน ก็ประมาณสองแสนเหรียญทอง  ถุงมิติ ก็หลายราคา 1 หมื่นเหรียญทองขึ้นไปตามขนาดที่จุได้”

    เสี่ยวเทียนมองดูเงินของตัวเองที่มีเพียง  19 เหรียญทองเท่านั้นเอง หากเขาฆ่าองค์ชายสามสำเร็จ สำนักเทวาลัยเร้นลับ จะมอบเงินรางวัลให้ 5 หมื่นเหรียญทองก็ยังไม่พอซื้ออยู่ดี  แต่พอดูรางวัลที่ได้จากการสังหารสิงโตหิมะพันปี คือห้าแสนคะแนน ก็เทียบได้กับ ห้าแสนเหรียญทอง เอาไว้กลับมาก่อน ค่อยนำคะแนนภารกิจมาแลกของก็แล้วกัน

    หลังจากรับภารกิจแล้วเสี่ยวเทียนก็เดินทางด้วยเท้าไปที่ ภูเขาหิมะ เพื่อจัดการกับสิงโตหิมะพันปี เสี่ยวเทียนต้องรีบไปแล้วรีบกลับให้ทัน เพื่อจัดการองค์ชายสาม

    แห่งต้าเยี่ยน  เสี่ยวเทียนเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ จนถึงภูเขาหิมะ  แล้วส่งจิตสัมผัส

    ออกไปพบเจ้าสิงโตหิมะกำลังลากซากศพคนเข้าไปเก็บไว้ในถ้ำที่กว้างใหญ่ของมันบนภูเขา เสี่ยวเทียนเข้าไปในปากถ้ำ ทันที ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกกระแทก หมุนคว้างกระเด็นชนผนังถ้ำ   ร่างของเสี่ยวเทียนบอบช้ำไปทั้งตัว เสี่ยวเทียนลุกขึ้นได้

    ก็พบสิงโตหิมะพันปียืนจังก้าต่อหน้าเสี่ยวเทียน

    “ เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย กล้าเข้ามาในอาณาเขตของข้า อยากตายนักใช้ไหม”

    มันส่งเสียงคำรามก้องออกมา  เสี่ยวเทียนถูกกดดันจนต้องร้องตวาดก้องออกมาพร้อมกับพิณอัสนีบาตแล้ว ดีดไปพร้อมกันทีเดียว 5 เส้น ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    สิงโตหิมะ ถูกสายอัสนี กระเด็นถอยหลังไป ร่างสีขาวมีรอยไหม้ไฟ มันพยายามจะลุกขึ้นอีก เสี่ยวเทียนดีดพิณอัสนีบาตออกไปอีก ชุด เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!  ร่างของเจ้าสิงโตหิมะ ถึงกับชักกระตุก ไฟไหม้ดำเป็นรอยสายอัสนี จบสิ้นชีวิตไปในทันที

    เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปส่วนลึกของถ้ำ พบกับแท่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีป้ายน้ำแข็งสลักชื่อเอาไว้ว่า  จักรพรรดิน้ำแข็ง  เสี่ยวเทียนมองเห็นหยกหิมะสีขาวบนแท่น พบว่า มีอยู่หนึ่งชิ้น แล้วมีกระบี่น้ำแข็งยาวกว่า สองเมตร และยังมีกล่องน้ำแข็งอีก 1 ใบ เสี่ยวเทียนเปิดออกดู พบ แก่นน้ำแข็งพันปี อยู่ด้านใน 

    เสี่ยวเทียนเอาหยกมาตรวจสอบพบว่า จักรพรรดิน้ำแข็ง ก่อนไปจุติเป็นเทพบนฟ้า ได้ทิ้งของเหล่านี้ให้กับผู้มีบุญวาสนา  เพื่อเอาไว้ใช้ เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ทั่วไป มีแก่นน้ำแข็งพันปี หากผู้ที่มีธาตุน้ำนำไปดูดซับ จะทำให้บรรลุพลังไอเย็นสุดขั้วระดับสูงได้ แล้วก็กระบี่น้ำแข็งพันปี เป็นกระบี่ที่ทำจาก แกนน้ำแข็งพันปี มีความคงทนยิ่งกว่าเหล็กกล้า สามารถทำให้ผู้ฝึกฝนธาตุน้ำ บรรลุวิชากระบี่ระดับสูงได้ไม่ยาก ส่วนแท่นน้ำแข็งพันปี หากนำไปนอนทุกคืนจะทำให้ร่างกาย มีพลังยุทธ์เพิ่มขึ้นในขณะที่นอนโดยไม่รู้ตัว  

    หลังจากนั้นก็เป็นวิธีฝึกฝน เคล็ดลับวิชากระบี่น้ำแข็ง   เข็มน้ำแข็ง และเคล็บลับการปล่อยพลังไอเย็นสุดขั้ว และวิธีสร้างหุ่นเชิด เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น แล้วก็คุกเข่า ไปที่พื้น แล้วก้มหัวไปสามครั้ง เพื่อขอบคุณ จักรพรรดิน้ำแข็ง จากนั้นก็กวาดของวิเศษทั้งหมดออกมา   

    พอเดินมาถึงซากศพของสิงโตหิมะ จึงอ่านวิธีการสร้างหุ่นเชิดในหยก แล้วลองทำตามตำราทันที  เสี่ยวเทียนดึงเขี้ยวสิงโตที่อยู่ทั้งสองข้างของมันออกมา แล้วเริ่มเขียนอักขระตามที่หยกสอนไป  ทันใดนั้นเอง เขี้ยวทั้งสองข้างก็หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียว อักขระยันต์ก็เริ่มส่องแสง เสี่ยวเทียนหยดเลือดเข้าไป จากนั้น เขี้ยวสิงโตก็ยิ่งส่องแสงประกายจ้ามากขึ้น แล้วก็ขยายจากเขี้ยว กลายเป็นร่างสิงโตหิมะขึ้นอีก 1 ตัว ร่างของมันใหญ่เท่ากับช้างเลยทีเดียว มีเขี้ยวสีทอง กรงเล็บสีทองทั้งหมด มันคำรามดังไปทั่วภูเขาหิมะ  เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ พวกเรากลับสำนักกันเถอะ”

    เสี่ยวเทียนใช้มือเก็บซากศพสิงโตหิมะมาไว้ในแหวนมิติ ซึ่งก็เต็มพอดี จากนั้นก็กระโดดขี่เจ้าสิงโตหิมะหุ่นเชิดที่สร้างขึ้นมา

    จากนั้น เจ้าสิงโตหิมะก็กระโจนทีเดียว ก็ลงจากเขา  แล้วมุ่งหน้ากลับสำนักชิงหลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจัดการกับ องค์ชายสามแห่งต้าเยี่ยนที่กำลังจะมาถึง คราวนี้เสี่ยวเทียนก็มีความมั่นใจที่จะ ทำภารกิจนี้มากยิ่งขึ้น.......

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน