ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 ทำให้ผู้คนคิดอย่างไรกัน

            เห็นได้ชัดว่าจวินจิ่วเฉินก็ตกใจกับผลงานชิ้นเอกของตนเองเช่นกัน เขามองไปที่กูเฟยเยี่ยนด้วยความตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง

            “อ้า…”

            ทันใดนั้นกูเฟยเยี่ยนก็กรีดร้องออกมา พลางรีบใช้มือบดบังร่างกาย หญิงสาวตกใจจนสติแตก วินาทีนี้ไม่สนใจฐานะใดๆ ทั้งสิ้น นางแทบจะใช้เสียงที่ดังที่สุดมาออกคำสั่งต่อเขา “เจ้าหันหลังไป! ห้ามมองนะ! ”

            จวินจิ่วเฉินได้สติกลับมาทันทีจึงรีบหันหลังและหลับตาลง ใบหูของเขามีสีแดงขึ้นมาเล็กน้อยโดยที่ตัวเขาเองไม่ได้สังเกตเลย กูเฟยเยี่ยนก็ไม่ได้สังเกตเช่นกัน

            กูเฟยเยี่ยนไม่เคยลนลานถึงเพียงนี้มาก่อน เมื่อชำเลืองมองเสื้อผ้าที่ขาดกระจุยกระจาย แถมยังมีรอยเลือดครอบคลุมไปทั่วเสื้อที่อยู่บนพื้น สมองของนางก็ยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม

            จวินจิ่วเฉินสงบสติเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะถอดเสื้อคลุมออกมายื่นไปด้านหลัง “ใส่ซะ”

            คราวนี้กูเฟยเยี่ยนจึงได้สติกลับมา หญิงสาวรีบรับเสื้อคลุมมาห่อร่างกายตนเองไว้แน่น นางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แม้ว่าสติสัมปชัญญะจะฟื้นคืนกลับมาแล้วทว่าก็ยังคงรู้สึกตกใจ

            พระองค์คือจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเชียวนะ!

            พระองค์ทำ…ทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

            มันไม่สมควรนี่นา!

            พระองค์จำเป็นต้องรีบถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? รีบกว่าตัวนางเองเสียอีก! นี่คือการฉวยโอกาสกับผู้หญิงหรือไม่?

            เมื่อสักครู่นี้พระองค์…พระองค์เห็นอะไรไปบ้าง?

            กูเฟยเยี่ยนไม่กล้าคิดต่อไป นางมองไปที่แผ่นหลังของจวินจิ่วเฉิน ใบหน้าก็ค่อยๆ แดงก่ำขึ้นมา

            จวินจิ่วเฉินทราบว่านางสวมใส่เสื้อคลุมเรียบร้อยแล้ว ทว่าเขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาโดยไม่หันกลับไป

            คิ้วเรียวของเขาขมวดเป็นปมแน่น และมีแต่ความกระสับกระส่ายในใจเล็กน้อย การลืมตัวของเขาเมื่อสักครู่นี้ทำให้รู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะเกิดความคาดไม่ถึงมากกว่ากูเฟยเยี่ยนเสียอีก

            หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ น้ำเสียงของเขาที่มักจะเย็นชาก็ได้ฟื้นตัวกลับมา “รอซะ เปิ่นหวางให้เซี่ยเสี่ยวหม่านมารับเจ้า วันนี้เจ้าได้ทำคุณความดีในการช่วยเหลือ เมื่อกลับไปแล้วจะได้รับรางวัลใหญ่”

            ชายหนุ่มหยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสริมว่า “อีกอย่างหนึ่งคือเปิ่นหวางสามารถหลบพิษนั่นได้ ในครั้งหน้าเจ้าเพียงแค่เตือนเปิ่นหวางก็เพียงพอแล้ว อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเหมือนกับเฉิงอี้เฟย! คดีนี้ยังไม่จบหากเจ้ามีอันเป็นไป ใครจะมาคอยช่วยเหลือศาสตราจารย์แพทย์กัน?”

            หลังจากที่เขากล่าวจบก็ไม่หยุดรอสักวินาทีเดียว เขาก้าวเท้าเดินออกไปด้านนอก

            ใบหน้าของกูเฟยเยี่ยนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางเกิดความเขินอายจนจะตายอยู่แล้ว เดิมทีคิดว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยก็คงจะทรงเขินอายเช่นกัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าปฏิกิริยาตอบสนองของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะสงบนิ่งถึงเพียงนี้ เขาไม่มีความเขินอายแม้แต่นิดราวกับว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาเสียอย่างนั้น

            นางครุ่นคิดถึงคำพูดของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ความหมายของพระองค์ก็คือนางมีความสำคัญกับคดีนี้มาก ดังนั้นพระองค์จึงมิอาจให้นางมีอันเป็นไป? กูเฟยเยี่ยนไม่ทราบว่าตนเองไปโดนมนต์สะกดอะไร นางถูกเอารัดเอาเปรียบชัดๆ ทว่าเมื่อคิดไปคิดมานอกจากจะไม่โทษจวินจิ่วเฉินแล้ว ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าเมื่อสักครู่นี้ตนเองได้ใช้ความคิดอันต่ำต้อยไปคาดเดาผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งเสียแล้ว

            กูเฟยเยี่ยนคิดว่าการที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเต็มใจช่วยเหลือนางนับว่าเป็นวาสนาของนางแล้ว หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นพระองค์คงไม่ช่วยเช่นนี้! นางจะมาสงสัยว่าพระองค์ฉวยโอกาสกับผู้หญิงได้อย่างไรกัน? หากจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยต้องการ…พระองค์ยังจำเป็นต้องฉวยโอกาสกับผู้หญิงอีกหรือ? พระองค์มีหญิงสาวมากมายคอยต่อแถวรออยู่นี่นา!

            จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ใช่นายก้อนน้ำแข็งเหม็นที่ไร้ยางอาย!

            เมื่อนึกถึงคำสั่งดุดันของตนเองที่สั่งให้จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยหันตัวไป กูเฟยเยี่ยนก็เกิดความเขินอายขึ้นมาอีกครั้ง นางไม่ทราบว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะทรงมองนางอย่างไรกับการที่นางคิดเข้าข้างตนเองเมื่อสักครู่นี้

            กูเฟยเยี่ยนคิดเพ้อเจ้อ พลางรวบเสื้อคลุมผ้าไหมขนาดใหญ่ของจวินจิ่วเฉินมาโดยไม่รู้ตัว เดิมทีจิตใจมีความหงุดหงิดและอารมณ์ร้อน ทว่าเมื่อได้กลิ่นหอมจรุงใจจางๆ จากยาสมุนไพร อารมณ์ของนางก็จับพลัดจับผลูสงบลง นางอดไม่ได้ที่จะหยิบแขนเสื้อขึ้นมาดอมดมอย่างระมัดระวังราวกับเป็นขโมย นางอยากจะนำจมูกฝังลงไปบนแขนเสื้อเพื่อดมกลิ่นเป็นอย่างมาก ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่กล้า

            จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่อาจถูกดูหมิ่นได้! วันนี้นางกระทำเรื่องน่าอายไว้มากแล้ว นางจักต้อง…สังวรในการพูดและการกระทำของตนเอง!

            ด้วยเหตุนี้กูเฟยเยี่ยนจึงเป็นเด็กดีคอยอยู่ในห้องด้านหลัง ทางด้านของจวินจิ่วเฉินนั้นก็ไม่ได้ไปที่ศาลพิจารณาคดีโดยทันที เขาเลี้ยวไปด้านข้างเพื่อรอให้เซี่ยเสี่ยวหม่านนำเสื้อผ้ามา เขาไม่ต้องการที่จะสวมใส่เพียงชุดด้านในแล้วออกไปที่ศาลพิจารณาคดี

            ทางด้านของศาลพิจารณาคดีในขณะนี้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทุกคนล้วนกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์กัน

            ถึงแม้ทุกคนจะทราบว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยให้ความสำคัญกับกูเฟยเยี่ยน และจะเลื่อนขั้นอุปถัมภ์ค้ำชูกูเฟยเยี่ยน ทว่าเมื่อสักครู่นี้ที่ได้เห็นจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงร้อนใจจนต้องลากกูเฟยเยี่ยนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยตนเอง ทุกคนก็เกิดความประหลาดใจอย่างมาก

            ตอนแรกเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันคือเรื่องที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยทรงร้อนใจ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาล้วนคิดไม่ถึงว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะเข้าไปในห้องกับกูเฟยเยี่ยน

            แต่เมื่อสักครู่นี้ที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของกูเฟยเยี่ยนดังขึ้นมาจากห้องด้านหลัง ทุกคนจึงเริ่มเกิดความแตกตื่น

            เหตุใดกูเฟยเยี่ยนจึงกรีดร้อง?

            กูเฟยเยี่ยนให้ใครหันกลับไปและห้ามหันมามอง? ห้ามมองอะไรกัน?

            นอกจากกูเฟยเยี่ยนแล้วยังมีใครอยู่ที่ห้องด้านหลังอีก?

            ใช่หญิงรับใช้หรือไม่?

            หากว่าเป็นหญิงรับใช้กูเฟยเยี่ยนก็ไม่ถึงกับต้องกรีดร้องขนาดนั้นสิ?

            หรือว่า…

            ภายในใจของทุกคนล้วนเกิดการคาดเดาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าไม่มีใครกล้าพูดออกมา และยิ่งไม่กล้าจินตนาการด้วยว่านอกจากความสัมพันธ์ระหว่างนายและบ่าวแล้ว กูเฟยเยี่ยนกับจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยจะมีความสัมพันธ์อื่นที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้ได้อีกหรือไม่

            ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม ใบหน้าของเฉิงอี้เฟยเต็มไปด้วยความกังวล เขาเดินไปเดินมาวนเวียนหลายรอบจนแทบจะทนไม่ไหวพุ่งไปที่ห้องด้านหลัง เขาไม่ได้คิดมากเหมือนกับทุกคน ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและเกรงกลัวว่าเลือดพิษเหล่านั้นจะทำอันตรายต่อให้กูเฟยเยี่ยน เมื่อกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งเกิดความสำนึกผิดว่าตนเองรีบชักดาบเร็วเกินไป!

            ผู้ที่อยากจะไปดูที่ห้องด้านหลังยังมีองค์หญิงหวายหนิงอีกคน นางแทบอยากจะให้กูเฟยเยี่ยนถูกพิษจนตายไป กูเฟยเยี่ยนทำร้ายตระกูลฉี อีกทั้งการที่นางตกลงมาอยู่ ณ จุดนี้ ก็ล้วนเป็นเพราะกูเฟยเยี่ยน แต่กูเฟยเยี่ยนกลับกลายมาเป็นที่สนใจ นางจะไม่เกลียดได้อย่างไร?

            เมื่อเทียบกับองค์หญิงหวายหนิงแล้วพ่อลูกตระกูลฉียังคงมีมันสมองอยู่บ้าง แม้ว่าสองพ่อลูกจะอยากรู้อยากเห็นเช่นกันว่าห้องด้านหลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าในยามนี้พวกเขาสนใจแค่ว่ากูเฟยเยี่ยนปลอดภัยหรือไม่

            ต้องรู้ไว้ว่าคดีนี้ยังไม่จบลง!

            อาจารย์แพทย์เจี่ยนตายไปแล้ว อู๋กงกงก็ตายไปแล้ว การที่จะสืบหาคนร้ายตัวจริงนั้นไม่ง่ายเลย เบาะแสในตอนนี้เหลือเพียงแค่ที่มาที่ไปของลิ่วตันซางลู่ทั้งสามต้น แม้ว่ามันจะยากต่อการสืบหา ทว่าก็ไม่มีหนทางอื่นแล้ว

            หากว่ากูเฟยเยี่ยนที่มีความคุ้นเคยในลิ่วตันซางลู่อย่างดิบดีมีอันเป็นไป คดีนี้ก็จะยิ่งยากขึ้นและการวินิจฉัยคดีก็จะยืดยาวออกไป

            ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหวายหนิงหรือพวกเขาตระกูลฉี ล้วนแตกต่างจากสถานการณ์ของกูเฟยเยี่ยนกับเซี่ยเสี่ยวหม่าน กูเฟยเยี่ยนกับเซี่ยเสี่ยวหม่านถูกปรักปรำ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่มีความผิดจึงสามารถปล่อยตัวออกมาได้ แต่ทางด้านขององค์หญิงหวายหนิงกับตระกูลฉีล้วนมีความผิด แม้ว่าจะไม่รับรู้เรื่องราวแต่ก็นับได้ว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้หากจับตัวคนร้ายตัวจริงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยหรือฝ่าบาท ทั้งสองพระองค์ล้วนจะไม่กำหนดบทลงโทษโดยเร็ว การที่ไม่กำหนดบทลงโทษหนึ่งวันพวกเขาก็ต้องวิตกกังวลไปหนึ่งวันและถูกศาลต้าหลี่เฝ้าสังเกตอีกหนึ่งวัน!

            ผ่านไปชั่วเวลาหนึ่ง ในที่สุดเซี่ยเสี่ยวหม่านก็มาถึง เขามีความเฉลียวฉลาดมากทีเดียว เขาไม่ได้เดินเข้าประตูหลักแต่อ้อมไปอีกทาง

            เมื่อได้พบกับนายเหนือหัวของตนเองที่มีความสง่างามและโดดเดี่ยวเย็นชาราวกับว่าเป็นเจ้าแห่งสรวงสวรรค์ สวมใส่เพียงแค่อาภรณ์ด้านในและนั่งอยู่ตรงทางเดิน เซี่ยเสี่ยวหม่านก็ตกตะลึงจนตาค้าง

            เขาได้รับรายงานเพียงแค่ว่าให้นำเสื้อผ้าของกูเฟยเยี่ยนมาหนึ่งชุด เสื้อคลุมของเตี้ยนเซี่ยมาหนึ่งชุด โดยที่ไม่รับรู้เรื่องราวอื่นๆ

            “เตี้ยนเซี่ย เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ? ”

            “แพทย์หญิงกูอยู่ภายในห้อง” จวินจิ่วเฉินไม่ได้อธิบายอะไร เขาหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่จากนั้นจึงเดินออกไป

            เซี่ยเสี่ยวหม่านที่มีเหงื่อไหลเต็มศีรษะรีบร้อนเคาะประตู “กูเฟยเยี่ยน เปิดประตู! ”

            กูเฟยเยี่ยนเปิดประตู ทว่าเพียงแค่แง้มไว้เล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกไปรับเสื้อผ้า

            เมื่อเซี่ยเสี่ยวหม่านเห็นปลายแขนเสื้อที่โผล่พ้นออกมาก็จำได้ในทันทีว่านั่นคือเสื้อผ้าของจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย เขาตกตะลึงและดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องราวว่าเกิดเหตุใดขึ้น เด็กน้อยนำเสื้อผ้าให้กูเฟยเยี่ยนก่อนจะรีบตามจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไป

            การที่จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเปลี่ยนชุดคลุมแล้วเดินออกไป มันจะทำให้ผู้คนคิดอย่างไรกัน!

     

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788