หลังจากอาหารมื้อค่ำทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านปกป้องไม่ได้ตามเจนเนตรมานอกจากกลับที่พักของตัวเองทันทีนับว่าดีแล้วที่เขาไม่มาเกาะแกะ เพราะเธอทานส้มตำไปตั้งเยอะ กลิ่นปากไม่พึงประสงค์สักเท่าไรหากปกป้องเข้ามาใกล้อาจสลบไสลได้
เจนเนตรบอกลาเพื่อนก่อนจะขับรถเช่ามาที่โรงแรมของตัวเองไม่นานก็มาถึงที่โรงแรมก่อนจะขึ้นห้อง ขึ้นมาถึงชั้นสองพบว่าคนตัวสูงกำลังจะแตะคีย์การ์ดเพื่อห้องข้างๆที่อยู่ติดกับห้องของเธอ ปากเล็กอ้าค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้นปล่อยให้กลิ่นปลาร้าโชยออกมาอย่างลืมตัว เพราะไม่ได้ซื้อหมากฝรั่งเคี้ยวดับกลิ่นปากกะว่ากลับมาก็จะอาบน้ำเลยจึงไม่ได้แวะร้านสะดวกซื้อ
“ใอะไรครับ”
“ทำไมคุณถึงค้างที่นี่ด้วย”
“ก็โรงแรมหรูที่สุดมีแค่ที่นี่จะให้ผมค้างที่ไหนล่ะ”
“ฉันแค่ใ”
“อ่า…กู๊ดไนท์ครับ”
ปกป้องไม่ได้เข้ามาหาอย่างที่เจนเนตรหวาดระแวงเขาเปิดประตูได้ก็เข้าห้องตัวเองทันทีโดยกล่าวลาสั้นๆ เท่านั้น
เหลือเชื่อ…คาดไม่ถึงว่าปกป้องจะยอมปล่อยเหยื่อเนื้อหวานอย่างเจนเนตรให้หลุดลอยไปทั้งที่เนื้ออร่อยอยู่ใกล้แค่เอื้อมแท้ๆเชียว
แต่ช่างเถอะเขาไม่สนใจเธอยิ่งดี
เจนเนตรยักไหล่ข้างหนึ่งก่อนจะล้วงคีย์การ์ดจากกระเป๋าใบเล็กมาแตะที่ประตูดิจิตอลเพื่อเข้าไปในห้องของตัวเองบ้าง
จัดการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงเดินออกจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงไลน์เด้ง หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะเครื่องแป้งมาเปิดดูข้อความเห็นว่าเป็เพียงฟ้านั่นเอง จึงกรอกข้อความลงไปว่าขอเป่าผมสักห้านาทีค่อยโทรกลับ
หยิบไดร์มาเป่าผมให้แห้งอย่างอารมณ์ดีแม้ว่าปกป้องจะค้างแรมห้องข้างๆ ทว่าหลังจากทานข้าวมื้อเย็นแล้วเขาก็ไม่มายุ่มย่ามกับเธออีกด้วยสาเหตุอะไรนั้นไม่รู้ รู้เพียงว่าเธอสบายใจอย่างมาก
เป่าผมเสร็จก็หยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกเพื่อสนทนากับเพื่อนสาวไม่นานปลายสายก็กดรับเจนเนตรจึงกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์มือถือ “ว่าไงแก”
[กลับไปขอนแก่น ไปเยี่ยมพ่อกับแม่ไหม]
“ไม่อ่ะ”
[เอ้า ทำไมล่ะ]
“ฉันเกรงใจแกวันนี้เจอยัยดาด้วย เพิ่งไปทานข้าวด้วยกันมา”
เจนเนตรเปลี่ยนเื่ไปเอ่ยถึงเพื่อนสนิทอีกคนแทนเธอไม่อยากรบกวนพ่อแม่อย่างบอกนั่นแหละ อีกอย่างไม่อยากให้เพียงฟ้ากังวลด้วยจึงหาเื่อื่นคุยแทนเสีย
[จริงเหรอ ยัยดาเป็ไงบ้าง]
“สบายดีนางมีลูกสองคนแล้ว”
[โห…อิจฉาว่ะ ฉันยังหาผัวไม่ได้เลย คิดแล้วก็เศร้า]
“ไม่มีผัวเป็ลาภอันประเสริฐย่ะ”
[จ้ะ แม่คนโสด ถ้าไม่ติดที่ฉันบ้างาน ป่านนี้คงมีผัวมีลูกไปละไม่โสดเป็เพื่อนแกเหมือนทุกวันนี้หรอก]
เจนเนตรรู้ว่าเพื่อนคนนี้บ้างานเสียยิ่งกว่าอะไรด้วยพื้นฐานครอบครัวของเพียงฟ้ามีอาชีพค้าขาย หญิงสาวจึงซึมซับสิ่งนี้มาจากครอบครัวั้แ่เด็กในหัวมีแต่เื่กำไร ขาดทุนเท่านั้น
เื่ผู้ชายตัดออกไปได้เลย
ทุกวันนี้เพียงฟ้าจึงกลายเป็สาวโสดอย่างที่เห็นแต่เจนเนตรก็คิดว่ามันดีเสียอีกเพราะทุกสิ่งที่เพียงฟ้าตั้งใจทำอย่างบ้าคลั่งมันส่งผลดีอย่างมากในชีวิตตอนนี้เพียงฟ้ามีทุกอย่างที่อยากมี ได้ทุกอย่างที่อยากได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวได้อีกด้วย
สำหรับเื่ผู้ชายไม่มีก็ไม่ตายหรอกอยู่ที่ความพอใจส่วนบุคคล ถ้าไม่ใช่คนขี้เหงาก็ตัดเื่นี้ไปได้เลย ซึ่งเพียงฟ้าไม่ได้เหงาจึงไม่แสวงหาคู่ชีวิต
ข้อนี้เจนเนตรรู้ดีส่วนเธอนั้นหลังจากหย่าแล้วก็ไม่อยากสรรหาคู่ชีวิตอีกเช่นกันทำงานหาเงินมีความสุขกว่าหลายเท่านัก ไม่ต้องคอยปวดหัวอีกทั้งไม่ต้องเป็ที่รองมือรองเท้าของใคร อิสรเสรีขนาดนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
“พูดแบบนี้แสดงว่าอยากมีคนรู้ใจแล้วล่ะสิ”
[ก็เริ่มอยากนิดหน่อย]
“หาสิจ๊ะรออะไร”
[ี้เีน่ะสิ]
เจนเนตรเห็นเพียงฟ้าชอบบ่นคำนี้มาั้แ่สมัยเรียนใครตามจีบก็บอกปัดไปว่าี้เีคุยตลอด อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงหนุ่มๆ ที่มาจีบด้วย นี่จึงเป็สาเหตุที่เพื่อนสาวไม่มีคนคบด้วย
“แกกะจะตีหัวแล้วลากเข้าบ้านเลยรึไง”
[อืม…เป็วิธีที่ดีแฮะ]
“เฮ้ยฉันพูดเล่น”
[แต่ฉันเอาจริง]
เจนเนตรส่ายหัวกับน้ำเสียงจริงจังของเพียงฟ้ายัยนี่ยิ่งเป็คนจริงจังกับชีวิตเสียด้วยสิไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนไหนจะเคราะห์ร้ายโดนเพียงฟ้าตีหัวลากมาทำผัว แค่คิดก็สยองแล้ว
อันที่จริงควรศึกษานิสัยใจคอของคนที่เราหมายตาก่อนว่าเขาเหมาะสมกับเราด้วยหรือเปล่า หากหลับหูหลับตาคว้ามาทำผัวไม่แน่เพียงฟ้าอาจเจอคนเลวร้ายยิ่งกว่าสามีเก่าของเจนเนตรเสียอีก
จะว่าไปแล้วคนที่เลวร้ายยิ่งกว่ากันต์ธีคงไม่มีอีกแล้วล่ะอย่านึกถึงเื่ราวร้ายๆ พวกนั้นเลย เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
“แกรู้ไหมคุณปกป้องเขาพักอยู่ข้างห้องของฉัน”
เปลี่ยนมานึกถึงชายหนุ่มที่ชอบตามตื๊อเจนเนตรแทนไม่รู้ว่าป่านนี้นอนหลับไปหรือยัง หรืออาจออกไปเที่ยวกลางคืนแล้วกระมังหมอนั่นชอบเที่ยวหาสาวๆ ในผับอยู่แล้ว อุตส่าห์มาถึงขอนแก่นคงไม่พลาดออกไปล่าเหยื่อด้วยความกระหายหิวเช่นทุกครั้ง
[เอ้า! แกนัดกับเขาที่นั่นเหรอ]
“เปล่า”
[แล้วไหงไปอยู่ด้วยกันได้ล่ะ]
“เขาบอกว่ามาดูงานโครงการบ้านจัดสรรที่กำลังก่อสร้างที่นี่น่ะ”
[จริงดิ ฉันนึกว่าพวกแกจะนัดไปกินกันที่ขอนแก่นซะอีก]
“กินไม่ลงย่ะ”
[แน่ใจ๊] เพียงฟ้าลากเสียงสูง
“แน่สิฉันไม่ได้หิวโซขนาดต้องไปคว้าเขามากิน”
[ขอให้จริง อย่าหลวมตัวละกัน]
“วางได้ใจได้เลย”
เจนเนตรนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงนุ่มคุยโทรศัพท์กับเพื่อนได้ยินเสียงไลน์เด้งเข้ามาจึงเลื่อนข้อความดูพบว่าคือนิธิศนั่นเอง เขาคงกำลังเป็ห่วงที่ติดต่อมาแล้วเธอไม่รับสายจึงเอ่ยกับเพื่อนขึ้น
“แกคุยกันแค่นี้ก่อน ฉันขอรับสายคุณหมอก่อนนะ”
[เออๆ ดูแลตัวเองด้วย]
หลังจากวางสายของเพื่อนสาวไปสายเรียกเข้าของนิธิศก็ดังขึ้นทันทีเจนเนตรกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงหวานลงไปในโทรศัพท์
“คิดถึงเจนเหรอคะ”
[คิดถึงสิครับ ว่าแต่คุณไปดูงานสินค้าโอท็อปที่โน่นเป็ไงบ้าง]
“ก็น่าสนใจดีค่ะฉันคิดว่าจะลองเสนอกระเป๋าของชาวบ้านให้ลูกค้าญี่ปุ่นดูหากเขาสนใจจะได้ส่งออกกระเป๋าสินค้าโอท็อปไปยังประเทศญี่ปุ่นน่ะ”
[โห…คุณเก่งจัง ผมชื่นชมนะเนี่ย]
“แหม…คุณพูดเกินไป ฉันเก่งที่ไหนกัน ที่ทำอยู่ก็เพื่อเลี้ยงปากท้องเท่านั้น”
[ให้ผมเลี้ยงคุณดีไหม]
“ไม่เอาค่ะฉันเกรงใจ”
[แต่ผมอยากดูคุณนะ]
“ฉันชอบทำงานมากกว่าค่ะขอบคุณความหวังดีนะคะ”
ั้แ่ที่เลิกกับอกัณฑ์เจนเนตรสัญญากับตัวเองว่าจะไม่พึ่งพาผู้ชายคนไหนอีก เธอต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเท่านั้นไม่อยากกลับไปรู้สึกย่ำแย่อย่างวันวานอีกแล้ว