บทที่ 36 การยอมจำนนของหมีขั้วโลกตัวน้อย
กล้องสีดำขนาดเล็กบันทึกฉากที่ร่างหมีขั้วโลกกระตุกเอาไว้อย่างชัดเจน
เหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดต่างจ้องมองไปยังภาพตรงหน้า
จู่ ๆ ก้อนปุกปุยสีขาวก็โผล่หัวออกมาจากใต้ร่างไร้วิญญาณ
ใบหน้าที่หวาดระแวงและตื่นตระหนกปรากฏขึ้นภายในกล้อง ฮั่วอวี๋ที่เล็งปืนอยู่มองมันนิ่ง
มันคือลูกหมีขั้วโลก!
"หงิง~"
หมีขั้วโลกตัวน้อยดูเหมือนจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันเปล่งเสียงคำรามเบา ๆ ออกมาคล้ายกับการขู่
เพียงแต่ว่ามันยังอายุไม่ถึงหนึ่งปี การข่มขู่ของมันจึงไม่ได้ทำให้ฮั่วอวี๋และเหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดรู้สึกถึงการถูกคุกคามเลยแม้แต่น้อย
- นี่คือหมีขั้วโลกเหรอ? มันขนฟูน่ารักจัง
- มันน่าสงสารจัง อาจารย์อวี๋ หมีขั้วโลกที่ตายน่าจะเป็นแม่ของเจ้าตัวเล็กนี่ใช่ไหม?
- ผมจะกรีดเลือดเขียนจดหมาย! ขอให้อาจารย์อวี๋พาเจ้าตัวเล็กนี้กลับไป
- หากอาจารย์อวี๋ไม่เอามันกลับไป มันต้องไม่รอดชีวิตแน่เลย ใช่ไหม?
ทันใดนั้น เสียงร้องเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่ม "โฮกกก~"
เมื่อเห็นลูกหมีขั้วโลกกล้าส่งเสียงขู่ออกมา เสี่ยวอวี๋ก็เริ่มไม่พอใจ ปราศจากความลังเล… เจ้าตัวเล็กเริ่มส่งเสียงขู่บ้าง
ฮั่วอวี๋รู้สึกว่าเสี่ยวอวี๋ไม่มั่นใจและขี้ขลาดอยู่บ้าง เขาเอ่ย “เสี่ยวอวี๋ อย่าส่งเสียง"
หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวมาก มันอาจมีความเครียดเมื่อถูกรบกวนแม้เพียงเล็กน้อย
ชายหนุ่มลดปืนพกลงและค่อย ๆ เดินเข้าไปหาลูกหมีตรงหน้า
ดูจากภายนอกแล้ว ลูกหมีขั้วโลกน่าจะอายุประมาณหนึ่งปี นอกเหนือจากหูที่มีลักษณะครึ่งวงกลมแล้ว ใบหน้าของมันก็คล้ายคลึงกับซามอยด์อย่างมาก
เหล่าผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดพูดถูก
ลูกหมีขั้วโลกมักจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาสองปี ในระหว่างนั้น พวกมันจะเกาะติดกับแม่เสมอและไม่แยกจากกัน
เจ้าตัวเล็กนี่เลยเกาะร่างของหมีขั้วโลกเพศเมียตรงหน้าไว้แน่น ดวงตาสีดำของมันมองไปที่ฮั่วอวี๋ เห็นได้ชัดว่าหมีเพศเมียที่ตายตัวนี้คือแม่ของมัน
หมีขาวตัวน้อยถูกปกคลุมด้วยขนสีขาว อาจเป็นเพราะไม่มีแม่คอยดูแล ขนสีขาวดังกล่าวจึงสกปรก มีทั้งฝุ่นและคราบเลือดติดอยู่
ต่อให้เจ้าตัวเล็กนี่จะไม่ได้ผอมเท่าแม่ แต่ก็เห็นได้ว่ามันเองก็อ่อนแอมาก ดูจากสภาพของแม่หมีแล้ว เห็นได้เลยว่าไม่ได้กินอาหารมาเป็นเวลานาน
หมีขั้วโลกมีความสามารถพิเศษในการกักเก็บไขมันของตัวเอง
ในบางพื้นที่ หมีขั้วโลกอาจไม่กินอาหารได้นานถึงแปดเดือนหลังออกมาจากรัง น่าจะเป็นระยะเวลาการอดอาหารที่ยาวนานที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดในโลก
เห็นได้ชัดเลยว่าหมีขาวตัวน้อยตรงหน้าเขาได้ใช้ไขมันที่สั่งสมไว้ไปหมดแล้ว หากปล่อยให้มันอยู่ที่นี่ต่อ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะอดตายในเวลาไม่ถึงอาทิตย์
นอกจากนี้ การได้เห็นลูกหมีขั้วโลกที่เกาะอยู่ข้าง ๆ แม่หมีที่ตายไปแล้ว พลันทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน
ฮั่วอวี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบอกไก่ห่อหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ เขาฉีกห่อออกและวางลงบนมือ
ลูกหมีขาวตัวนี้อายุมากกว่าเสี่ยวอวี๋มาก ท้องของมันน่าจะสามารถกินเนื้อได้แล้ว
เขายื่นมือออกไปทางหมีขั้วโลกตัวน้อยและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงหลายส่วน "หิวไหม? กินนี่สิ"
เจ้าตัวเล็กยังคงเกาะอยู่ที่ร่างของแม่ มันมองชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง และไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย
แต่จมูกสีดำของมันกลับฟุดฟิดไปมาอย่างทรยศต่อความอดทน เมื่อประสาทในการรับกลิ่นทำงาน ลูกหมีก็ได้กลิ่นหอมฉุย อกไก่ที่แสนอร่อยบนมือฮั่วอวี๋คืออาหารที่น่าดึงดูดที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อฮั่วอวี๋เห็นว่าเจ้าตัวเล็กยังคงไม่ขยับ เขาก็ไม่ได้รีบร้อน ยังคงยื่นอาหารให้กับมันและรออย่างอดทน
เวลาสื่อสารกับสัตว์ การเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาไม่เคยเป็นทางเลือกที่ดี
สำหรับเหล่าคนรักสัตว์ คุณต้องรออย่างอดทน รอจนกว่าสัตว์จะเริ่มสนใจคุณและเป็นฝ่ายริเริ่มสื่อสารเอง หากคุณเริ่มก่อน คุณก็มีสิทธิ์ที่จะเจ็บตัวได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมแมวถึงมักจะชอบสมาชิกครอบครัวที่ไม่ค่อยพูดคุยกับมัน แต่เพิกเฉยต่อคนที่พุ่งเข้าหาทันทีที่เห็น
ลูกหมีขั้วโลกเป็นสิ่งที่น่ารักโดยธรรมชาติ และความน่ารักของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์ชนิดใดในโลก
ลูกหมีขั้วโลกสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พวกมันมักจะเดินตามแม่ของตัวเองในวินาทีแรก ก่อนที่จะถูกดึงดูดโดยสิ่งอื่นในวินาทีต่อมา
และสิ่งที่ดึงดูดเหล่านั้นก็อาจเป็นเพียงเศษดินที่มีหญ้าสีเขียวติดอยู่
ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเพียงสิ่งล่อลวงสำหรับฮั่วอวี๋... กุญแจสำคัญคือการได้รับความไว้ใจ
แน่นอนลูกหมีตัวน้อยและผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มต่างนิ่งอยู่เป็นเวลาเกือบครึ่งนาที เมื่อเห็นว่าฮั่วอวี๋ไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตี ความหวาดระแวงในดวงตาของเจ้าลูกหมีก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความอยากรู้อย่างเห็นแทน
มันค่อย ๆ ลุกขึ้นจากร่างของแม่หมีขณะที่ยังสั่นเทา ก่อนจะเดินก้าวแรกมาหาชายหนุ่ม
ตุ้บ!
อาจเป็นเพราะไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลานาน หรืออาจเป็นเพราะอยากกินอกไก่มากเกินไป เจ้าลูกหมีจึงร่วงจากร่างของแม่และตกลงบนพื้น
"หงิง~"
ลูกหมีขั้วโลกเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นและหันหน้าไปทางฮั่วอวี๋มันร้องคร่ำครวญอย่างเสียใจ
"หงิง~"
เสี่ยวอวี๋ที่อยู่ด้านข้างทนไม่ไหวและเปล่งเสียงร้องออกไปเช่นกัน
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มหันไปมองอย่างสงสัย เขาพบว่าดวงตาของเสี่ยวอวี๋บิดเบี้ยวเล็กน้อย มุมปากของมันยกขึ้น ดูคล้ายกับสีหน้านางฟ้าซามอยด์ที่ยิ้มแย้ม
นอกเหนือจากความน่ารักแล้ว ลูกหมาป่ายังมีความเจ้าเล่ห์อยู่ด้วย?
มาแล้ว! ฮั่วอวี๋เอ่ยขึ้นในใจ ราวกับสัตว์มองเห็นสัตว์เจ้าเล่ห์ในตำนาน ‘ฉันเห็นความสะใจบนใบหน้าของหมาป่า!’
ระดับสติปัญญาของลูกหมีขั้วโลกไม่ได้สูงเท่าเสี่ยวอวี๋ที่ถูกพัฒนาด้วยปัจจัยเสริมสายเลือดสัตว์ มันไม่มีทางรู้เลยว่าลูกหมาป่าสีขาวกำลังหัวเราะตัวเองอยู่
เจ้าลูกหมีพยายามลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาฮั่วอวี๋ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชายหนุ่มยิ้มและวางมือซ้ายของตนลงตรงหน้ามัน
เจ้าลูกหมีขยับจมูกเล็ก ๆ ของมัน ใช้เวลาชั่วครู่ในการทำความคุ้นเคยกับกลิ่นของฮั่วอวี๋
ฮั่วอวี๋เชื่อเสมอว่าสัตว์ที่มีประสาทในการรับกลิ่นดีกว่ามนุษย์สามารถรับรู้ข้อมูลบางอย่างผ่านการดมกลิ่นได้ อย่างเช่นความมุ่งร้ายและความปรารถนาดี
ราวกับรู้สึกถึงความปรารถนาดีของชายตรงหน้า ลูกหมีขั้วโลกเดินเข้ามาใกล้ฮั่วอวี๋เล็กน้อย จากนั้นก็วางอุ้งเท้าหน้าทั้งสองของมันลงบนต้นขาชายหนุ่ม
ทันใดนั้นเอง ฮั่วอวี๋ก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เขายื่นมือขนาดใหญ่ของตัวเองออกไปลอบลูบหลังเจ้าลูกหมีสองสามครั้ง
มันให้ความรู้สึกนุ่มมาก
ลูกหมีตรงหน้าตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็ขยับมือซ้ายที่ถืออกไก่ไปจ่อเข้าที่ปากของมัน
ดวงตากลมราวกับไข่มุกสีดำของสัตว์ที่หิวโหยเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย มันไม่แม้แต่จะดมเนื้อตรงหน้า แต่เริ่มกินอกไก่อย่างมีความสุข
ภายใต้การชี้แนะของฮั่วอวี๋ ตรรกะเรียบง่ายค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในหัวของลูกหมีขั้วโลก
ประการแรก อีกฝ่ายคือสิ่งมีชีวิตสองขาที่ไม่เป็นอันตราย
ประการที่สอง เพียงแค่ให้อีกฝ่ายลูบสองสามครั้ง
มันก็จะได้กินอาหารอร่อย ๆ
ขณะนี้หมีขั้วโลกตัวน้อยได้ยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงแล้ว