“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ”

    ตอนที่ 44 – พันธสัญญาแห่งแสง : แผนการศึกและสายสัมพันธ์ที่ถูกสลัก

    ห้องทรงกลมขนาดใหญ่ภายใน "หอแสงราชันย์" ชั้นบนสุดของพระราชวังอัลเทียร์ อีเทอเรีย ปรากฏขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ผนังรอบห้องสลักด้วยอักขระเวทโบราณที่ส่องแสงจาง ๆ โต๊ะหินวงแหวนตั้งอยู่ตรงกลาง รอบโต๊ะมีสัญลักษณ์ประจำอาณาจักรต่าง ๆ ประดับอยู่ครบถ้วน

    ตัวแทนของทั้ง 4 อาณาจักร ได้แก่ เซอร์อัลวา เรนฮอลต์, ท่านหญิงเฟเรนเซีย วาลิอันท์, พลเอกคราส ดารัน, และอาเดลิส ฟินาริน ประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ราชาไลออส อัลทิอุส ประทับนั่งบนบัลลังก์ขนาดเล็ก และกลุ่มของเรย์, ไอริส ลูเมียร์ เข้าร่วมด้วยในฐานะตัวแทนพิเศษ

    แผนที่เวทโฮโลไลท์ขนาดใหญ่ส่องแสงกลางโต๊ะ แสดงภาพพื้นที่ที่จะเกิดการบุกของเงานิรันดร์ในอีก 4 วันข้างหน้า คลื่นพลังมืดขยายตัวจากรอยแยกมิติเวทเก่าทางตะวันออกเฉียงเหนือ — เส้นทางการแทรกซึมถูกทำเครื่องหมายสีแดงเข้ม

    ประเด็นหารือ:

    เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ (แกรนด์โวล์ฟานด์) เสนอสร้างแนวปะทะประชิดแบบกำแพงเหล็ก 3 ชั้น ครอบคลุมแนวรบหลัก เพื่อสกัดการล่วงล้ำจากศัตรู

    ท่านหญิงเฟเรนเซีย วาลิอันท์ (ไฮราเซีย) เสนอแนวรับเวทแบบตาข่ายมิติ เสริมด้วยคลื่นสะท้อนเวท เพื่อชะลอการเคลื่อนที่ของกองทัพศัตรู

    พลเอกคราส ดารัน (ซีลีออน) ชี้ว่าจำเป็นต้องมี "กับดักกลยุทธ์" เพื่อบังคับศัตรูให้เข้าสู่พื้นที่สังหารที่วางกับดักเวทและอาวุธเอาไว้

    อาเดลิส ฟินาริน (เอลมินาทรา) ขอสงวนหน่วยพฤกษเวทไว้ที่แนวหลัง พร้อมทั้งดูแลการฟื้นฟูภาคสนามและเสริมแนวรับหากแนวหน้าถูกเจาะทะลุ

    ราชาไลออสสรุปว่าทุกข้อเสนอจะถูกรวมเข้ากันเป็น "ยุทธศาสตร์สี่เสาหลัก" เพื่อสร้างแนวต้านที่เหนียวแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรแสง


    หลังจากการประชุมยุทธศาสตร์สิ้นสุดลง พระราชาไลออสเชิญไอริสเข้าไปในห้องทรงพระอักษรภายในพระราชวัง ห้องนี้เต็มไปด้วยหนังสือโบราณ สมุดบันทึก และคริสตัลแสงสลักข้อความจากบรรพบุรุษ

    พระราชาไลออส เอ่ยเรียกลูกสาวมานั่งข้าง ๆ ท่าทีอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก แม้ยังสวมมงกุฎแห่งราชันย์อยู่ก็ตาม

    ทั้งสองนั่งพูดคุยถึงความทรงจำในวัยเด็ก สมัยที่ไอริสยังวิ่งเล่นในสวนแห่งแสง สนามหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้เรืองแสง และเสียงหัวเราะที่สะท้อนก้องไปทั่ววัง

    พระราชาเผยความรู้สึกผิดที่ต้องผลักภาระหนักอึ้งให้ลูกสาวแบกรับหน้าที่องค์หญิงผู้พิทักษ์โลกใบนี้ แต่ไอริสกลับยิ้มบาง ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง

    "ข้าเลือกทางนี้เอง พ่อ... ไม่ใช่เพราะภาระ... แต่เพราะข้าอยากปกป้องแสงแห่งอัลเทียร์ แสงที่พ่อสอนให้ข้ารักเสมอมา"

    บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และสายสัมพันธ์ที่สว่างไสวเกินจะพรรณนา


    ตัดฉาก - เอลร่ากับโมกะ

    บนถนนการค้าชั้นในของอัลเทียร์ อีเทอเรีย เอลร่าในชุดเดินทางสีเงินอมม่วง เดินเคียงข้างโมกะที่กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข

    พวกเขาแวะชมร้านขายอุปกรณ์เวท ร้านขายเสื้อคลุมเวทกันกระแทก และร้านอาวุธธนูเวทหายาก เอลร่ากำลังหาซื้ออุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สมรภูมิใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามา

    โมกะใช้จมูกดมกลิ่นพลังเวท ลากเอลร่าไปหยุดหน้าร้านหนึ่งที่มีชุดเกราะเวทเรืองแสงจาง ๆ เจ้าตัวพยายามกระโดดสวมเกราะเอง แต่ดันติดขาข้างหนึ่งจนกลิ้งตกม้วนหลายรอบ ทำเอาเอลร่าหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

    "ขี้โกงนี่นา... ใช้ความน่ารักลดราคาหรือเปล่าเนี่ย!" เอลร่ากล่าวหยอก ก่อนจะยอมควักเหรียญซื้อชุดเกราะให้โมกะเพิ่มอีกชุด


    ระหว่างเดินทางกลับ ทันใดนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมดำก็โผล่ออกมาจากซอกตึก ห้อมล้อมพวกเขาไว้ด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร

    "ส่งไอ้สัตว์เวทนั่นมา... เราต้องการมัน!" หนึ่งในหัวหน้าขโมยคำราม

    เอลร่าเบิกตาอย่างโกรธจัด "ถ้าอยากได้... ก็ข้ามศพข้าไปก่อนสิ!"

    การต่อสู้เปิดฉากขึ้นท่ามกลางถนนเวทที่ยังมีผู้คนบางตา — เอลร่าเรียกพลังเวทเงาจันทราขึ้นมา โมกะกาง Emotional Pulse LV.3 พลันสนามรบกลายเป็นลานประลองเล็ก ๆ ที่เปล่งแสงสีเงินทั่วบริเวณ

    โมกะพุ่งเข้าโจมตีอย่างว่องไว ใช้หางเวทตวัดปัดอาวุธจากมือศัตรู พลิกตัวหลบมีดสั้นจากหัวขโมย และสวนกลับด้วยการกระแทกเวทแสงตรงกลางลำตัวจนศัตรูกระเด็น

    เอลร่าใช้เวท Moonshade Lance เสกหอกแสงเงาทะลุเกราะเวทของหัวขโมยได้อย่างแม่นยำ ขณะที่โมกะปลดปล่อย Emotional Echo ขยายบัฟของเอลร่าให้แรงขึ้นอีกเท่าตัว

    ในเวลาเพียงไม่กี่นาที กลุ่มหัวขโมยทั้งหมดก็พ่ายแพ้ลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นท่า


    โมกะกระโดดขึ้นไปยืนบนตัวหัวหน้าขโมย ร้องเสียงดัง "หงึ!" ประกาศชัยชนะ เอลร่าหัวเราะพร้อมอุ้มโมกะขึ้นมากอดแน่น ๆ

    "เก่งที่สุดเลย เจ้าตัวแสบ!"

    หลังจากรายงานเหตุการณ์กับกองเวรเวทของเมืองหลวงเสร็จสิ้น ทั้งสองเดินกลับสู่พระราชวังด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเหนืออัลเทียร์ อีเทอเรีย

    และในเงามืดที่ห่างไกลออกไป... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมดำกำลังมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่

    เสียงกระซิบเบา ๆ ดังก้องในความมืด

    "การทดสอบเบื้องต้น... ผ่านไปอย่างน่าสนใจ... เหลืออีกไม่กี่วัน... แผนจะเริ่มต้นจริงเสียที..."


    คล้ายกับเรื่อง“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ” ที่คุณอ่าน