ลักษิณีมองหมอวัตรสีหน้าของเขาดูไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะต้องทำงานหนักหลายชั่วโมงติดต่อกัน เมื่อคืนหล่อนเองก็เข้าเวรหมอบางท่านไม่ได้มาประจำการต่างถูกตามมาช่วยด่วนหล่อนเป็พยาบาลให้เหนื่อยแค่ไหนคงไม่เท่าหมอที่ต้องเข้าห้องผ่าตัดให้กับผู้ป่วยเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก
คนตัวเล็กตัดสินใจเดินไปยังร้านกาแฟสดภายในโรงพยาบาลรสชาติไม่เท่าร้านมีชื่อในห้าง แต่มันคงพอช่วยให้คลายความเหนื่อยอ่อนได้น้ำตาลคงพอสร้างความกระชุ่มกระชวย ดูจากลักษณะหมอวัตรน่าจะชอบทานกาแฟเมื่อสั่งเสร็จครู่เดียวเ้าของร้านนำกาแฟชงสดใหม่ส่งกลิ่นหอมมายื่นให้หล่อนจ่ายเงินแล้วเดินกลับมา เห็นเขาหลับตาพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง
“หมอวัตรคะกาแฟหน่อยไหม” หล่อนถามแล้วยื่นให้กับเขา
รมย์รวัตรเปิดเปลือกตาแล้วขยับนั่งตัวตรงส่งยิ้งแห้งๆ
“ก็ดีครับ”เขายอมรับกาแฟในมือพยาบาล ความจริงเขาอยากไปซื้อทานแต่ไม่มีเรี่ยวแรงเลย
“เหนื่อยไหมคะ”ลักษิณีถามขณะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหมอวัตร
“นิดหน่อยครับ”
“เมื่อคืนคนไข้มากเป็พิเศษค่ะเพราะมีอุบัติเหตุใหญ่”
“ถ้าเมื่อคืนทางโรงพยาบาลอื่นไม่แบ่งคนไข้ไป หมอที่นี่คงทำงานกันไม่ไหวแน่ครับ”
“ใช่ค่ะเมื่อคืนเหนื่อยกันน่าดู”
เขาไม่พูดอะไรต่อจิบกาแฟแล้วยิ้ม รู้สึกแปลกๆ ในตัวพยาบาลลักษิณี หล่อนมันเข้ามาพูดคุยกับเขาประจำบางครั้งซื้อขนมมาฝาก ดูๆ แล้วหล่อนเป็คนดีคนหนึ่งทีเดียวเขาเองไม่ค่อยได้พูดคุยกับคนอื่นสักเท่าไหร่ เพราะเข้ามาที่นี่ก็ต้องทำงานหนักตลอดอยู่ในห้องผ่าตัดเสียส่วนใหญ่
“แล้วหมอวัตรจะกลับบ้านเลยหรือเปล่าคะตอนนี้ไม่มีอะไรมากแล้ว”
“กลับครับแต่คงแวะส่งหมอมิก่อน”
คนฟังแววตาไหววูบเล็กน้อยหล่อนเคยเห็นหมอวัตรเดินคู่กับหมอมิลันดาบ่อยครั้ง ดูสองคนสนิทสนมกันมากหล่อนเคยได้ยินว่าจบจากที่เดียวกันจนคนในโรงพยาบาลพากันพูดว่าหมอสองคนคงเป็แฟนกัน
“คุณหมอวัตรสนิทกับหมอมิเหรอคะ”หล่อนเอ่ยถามเสียงแ่
“ครับสนิทมากทีเดียว ผมกับมิเรียนด้วยกัน เราเป็คนไทยในอังกฤษเลยสนิทกันง่ายมาก ไปๆมาๆ ผมกับมิก็คบกันมาเกือบสิบปีแล้วครับ”
“หมอวัตร...เป็แฟนกับหมอมิเหรอคะ” ลักษิณีเม้มริมฝีปากอยากยกมือตีตนเองที่เผลอถามเช่นนั้นออกไป แต่ทว่าคนถูกถามกลัวหัวเราะแ่แววตาเปลี่ยนเป็หม่นลง
“ไม่ใช่หรอกครับผมกับมิไม่ได้เป็แฟนกัน” เขาเว้นคำพูด แล้วนึกทบทวนระหว่างเขากับเพื่อนสาวมีสถานะเช่นไร “จะว่ายังไงดีล่ะครับ เรียกว่า...หลงรักเขาข้างเดียวดีกว่า”
ลักษิณีชะงักหมอวัตรทนได้อย่างไรกับการเป็เพื่อนเกือบสิบปี ทั้งที่ตนเองรักหมอมิผู้ชายคนนี้ดูอ่อนโยน สุภาพ หล่อนดูไม่ผิดหมอวัตรเป็คนดีแล้วเหตุใดหมอมิลันดาถึงไม่ยอมรับรักกันนะหากเป็หล่อนคงรีบไขว่คว้าชายคนนี้ไว้ไม่ให้หลุดมือคิดแล้วหัวใจหล่อนเต้นโครมครามและเผลอสบตาเข้า ลักษิณีเบือนหน้าหนีเหตุใดหล่อนจึงรู้สึกเช่นนี้ด้วย
กานต์สินีจ้องมองตัวเองอยู่หน้ากระจก หล่อนเกลียดตัวเองที่ไม่รักษาความรักที่มีระหว่างหล่อนกับคมฉณัฐไว้ไม่อย่างนั้นวันนี้หล่อนอาจจะกลายเป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกก็เป็ได้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มองหล่อนอีกแล้ว แต่ยังไงเสียหล่อนก็จะพยายามให้ถึงที่สุดหล่อนกำลังตั้งท้องกับผู้ชายเฮงชวยคนนั้น และหล่อนจะไม่มีวันให้มันออกมาลืมตาดูโลกให้อับอายขายขี้หน้าคนอื่นเด็ดขาด
กานต์สินีตัดสินปะาชีวิตทารกในท้องตนเองสัญชาตญาณความเป็แม่ในตัวหล่อนไม่มีเลยสักนิดยาขับเืในมือสั่งซื้อจากอินเตอร์เน็ตถูกกลืนลงคออย่างรวดเร็วแววตาหล่อนในกระจกสะท้อนความโหดร้ายออกมา
ขอแค่ไม่มีมารหัวขนหล่อนจะต้องเป็ผู้ชนะในทุกเกมต่อจากนี้
รถยนต์เคลื่อนเข้าโรงจอดคมฉณัฐเปิดประตูแล้วลงมาวันนี้เกิดเื่มากมายมันทำให้เขารู้สึกบางอย่างกับมิลันดาขึ้นมาอีก เห็นตัวเล็กๆแต่เก่งอย่าบอกใครเลยทีเดียว เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดตรงมาหา เขามองแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“มีอะไรเหรอครับ”ชายหนุ่มถาม เมื่อเห็นสีหน้าบอดี้การ์ดไม่สู้ดี
“คุณกานต์สินีครับ เธอเป็อะไรไม่รู้เอามือกุมท้องร้องดิ้นไปดิ้นมา ผมเรียกรถพยาบาลแล้ว แต่เห็นคุณมาเลยมาแจ้งก่อน”
ชายหนุ่มรีบรุดไปดูเขาเห็นหล่อนกำลังดิ้นทุรนทุรายนิ่วหน้าด้วยความเ็ป่หว่างขามีเืไหลออกมาเต็มไปหมด
“เอาขึ้นรถเลยรอคงไม่ทัน เืออกเยอะขนาดนี้!”
“ได้ครับคุณคม”บอดี้การ์ดรับคำ แล้วอุ้มร่างโชกเลือกวางไว้เบาะหน้ารถ
กานต์สินีครางแ่ตลอดเส้นทางเหงื่อไหลเต็มใบหน้า หล่อนทรมานเหลือเกิน ไม่คิดว่ามันจะเ็ปเจียนตายขนาดนี้
“คม...ช่วยกานต์ด้วย” หล่อนร้องบอกเสียงแ่
“ใจเย็นนะกานต์ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว” ชายหนุ่มพยายามปลอบ
“กานต์ปวดท้องเหลือเกิน”
“ทนหน่อยนะกานต์คุณปลอดภัยแน่”
รถจอดเรียบร้อยคมฉณัฐรีบอุ้มคนเจ็บร่างโชกเืปรากฏต่อสายตาของหมอ มิลันดามองภาพนั้นสีหน้าตระหนกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมคุณกานต์สินีมีสภาพเช่นนั้น
“น้องมิช่วยพี่หน่อยนะครับ กานต์เป็อะไรไม่รู้” ชายหนุ่มบอกน้ำเสียงร้อนรน
“ไม่ต้องห่วงค่ะฉันเป็หมอ ต้องทำสุดความสามารถอยู่แล้ว” หล่อนตอบเสียงสั่น ในอกรู้สึกสั่นไหว
มิลันดารีบตั้งสติสั่งบุรุษพยาบาลให้นำเตียงคนไข้มาแล้ววางร่างของกานต์สินีไว้เข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที หล่อนยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัดนอกจากทำการตรวจวันนี้เป็วันอะไรกันแน่ ทำไมหล่อนถึงแจ๊คพ็อตแตกเื่พี่คมเสียทุกที
หล่อนตรวจร่างกายเบื้องต้นให้กับกานต์สินีสีหน้าแววตาของหญิงสาวอีกคนมองมาที่หล่อนไม่วางตาแม้ร่างกายเ็ปราวกับจะแตกเป็เสี่ยง แต่ยังไม่วายจดจ้องใบหน้าของมิลันดาไม่วางตาราวกับ้าจับผิดอะไรสักอย่าง ผลการตรวจทำให้สีหน้าคนตรวจซีดลงริมฝีปากเม้มสนิท ขอบตาผ่าวร้อน
มิลันดากัดริมฝีปากข่มกลั้นความรู้สึกส่วนตัวหน้าที่ของหมอต้องมาก่อนสิ่งใดเวลานี้คุณกานต์สินีคือคนไข้้าการเยี่ยวยาอย่างเร่งด่วน หล่อนฉีดยาระงับปวดเพื่อทุเลาอาการให้กับคนป่วยแล้วติดต่อแผนกสูตินารีเวชทันที
“หมอจะส่งคุณไปที่แผนกสูตินะคะ”
กานต์สินีตวัดสายตามองหลังจากอาการปวดทุเลาลงมากแล้ว
“คุณหมอรักษาฉันไมได้เหรอหรือว่ารังเกียจ”
“เปล่าเลยคะ”คุณหมอสายหน้า “หมออยู่คนละแผนกกับโรคที่คุณกำลังเผชิญนะคะ”
คนป่วยเม้มริมฝีปากมองดูใบหน้า ผิวพรรณ และรูปร่างของหมอสาว ใช่แล้ว... หล่อนรู้ว่าคุณหมอคนนี้คือยัยเด็กกะโปโลเมื่อหลายปีก่อนจำได้ว่าคอยตามจิกคมอย่างกับอะไรดีเวลานั้นหล่อนไม่เคยอิจฉาเพราะอย่างไรหล่อนก็เชื่อว่าคมไม่ทางหันไปมองยัยเด็กนั้นหรอกแต่เวลานี้ดูเหมือนทุกอย่างคงไม่เป็เช่นนั้นอีกแล้ว
เตียงพยาบาลของกานต์สินีถูกเข็นสู่แผนกสูติหล่อนต้องขูดมดลูกเพื่อให้ตนเองไม่ติดเชื้อภายหลัง เมื่อไม่มีลูกอีกแล้วกานต์สินียิ้มพึงพอใจ แม้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก็ตาม
คุณหมอสาวลุกยืนจากเก้าอี้หลังจากกานต์สินีออกจากห้องไปแล้วมือบางยกขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นมันไม่แปลกอะไรหากคนเป็แฟนกันจะตั้งท้องมีลูกด้วยกันคงเพราะคุณกานต์สินีไม่แข็งแรงเลยทำให้พี่คมต้องสูญเสียลูกหล่อนควรแสดงความเสียใจกับเขาที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป แล้วเหตุใดใจกลับปวดร้าวราวกับถูกทิ่มแทงด้วยเข็ม
หล่อนก้าวออกมานอกห้องทำงานปรับสีหน้าตนเองให้ปกติไม่อยากให้ใครล่วงรู้อาการอกหักเลย เพราะแบบนี้ไงเล่าถึงอยากหลีกเลี่ยงพี่คมแต่กลับทำไม่เคยได้เลย ร่างสูงก้าวประชิดจนคนตัวเล็กสะดุ้งด้วยไม่ทันระวังเขาสบตาหล่อนแล้วขมวดคิ้ว
“กานต์เป็ยังไงบ้างครับน้องมิ”
คนถูกถามช้อนสายตามองแววตาหม่นเศร้าหล่อนเข้าใจว่าเป็ห่วง ตนเองไม่ควรรู้สึกเศร้าเช่นนี้
“เมื่อสักครู่หมอเพิ่งส่งคุณกานต์สินีไปที่แผนกสูตินารีเวชค่ะ”
คมฉณัฐระบายลมหายใจจนป่านนี้หล่อนก็ยังใช้ภาษาทางการกับเขาเหมือนเดิม
“กานต์เป็ไรเหรอน้องมิพี่เห็นแล้วท่าทางอาการจะหนักไม่น้อย”
“คุณไม่รู้เหรอคะว่าคุณกานต์แท้งบุตรน่ะค่ะ” หล่อนถามเขาสีหน้าสงสัย
“อะไรนะ!” ชายหนุ่มร้องลั่นจ้องมองมิลันดาด้วยความใ“จริงเหรอน้องมิ กานต์แท้งลูกเหรอ”
หล่อนอยากหัวเราะออกมาเหลือเกินจนถึงตอนนี้เหตุใดพี่คมถึงทำราวกับว่าไม่รู้เื่อะไรเลยในเมื่อตนเองอยู่กับคุณกานต์สินีแล้วแท้ๆ
“ถ้าคุณไม่เชื่อไปสอบถามที่แผนกสูติได้เลยนะคะตอนนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อนเพราะมีงานต้องทำ” หล่อนตัดบทเพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเขาในเื่นี้อีกแล้วหล่อนยอมช่วยในฐานะเพื่อนบ้านกัน อีกอย่างหล่อนนับถือเพื่อนคุณพ่อมากเลยไม่อยากให้ท่านเสียความรู้สึก
คนตัวเล็กเดินเลี่ยงออกมาคมฉณัฐถอนหายใจแล้วเดินตรงไปยังแผนกประชาสัมพันธ์เพื่อสอบถาม การที่กานต์สินีแท้งลูกนั้นมันเป็เื่ที่เขาคาดไม่ถึงมาก่อนอยากอธิบายอะไรหลายอย่างแต่ดูท่ามิลันดาคงไม่ฟัง ตอนนี้คงต้องดูแลกานต์สินีไปก่อนจะให้ทอดทิ้งคงไม่ได้ เขาไม่ใช่คนแล้งน้ำใจขนาดนั้น
เสียงโทรศัพท์กลางดึกปลุกให้รมย์รวัตรตื่นมือหนาควานหาพร้อมกับกดรับน่าแปลกปกติมิไม่เคยโทรหาเขาในเวลาดึกเช่นนี้
“ว่าไงมีอะไรหรือเปล่ามิ”
“นอนหรือยังวัตร”หล่อนถามน้ำเสียงแ่
“ยัง”น้ำเสียงของเพื่อนทำเอาคนฟังไม่สบายใจมากทีเดียว “เป็อะไรหรือเปล่า”
“ปะ...เปล่า”หล่อนตอบ แต่ดันร้องไห้ออกมา
“ร้องไห้เหรอมิ”ปลายสายถาม เริ่มร้อนรนว่าเพื่อนกำลังเป็อะไรกันแน่
“เปล่าไม่ได้ร้องหรอกฉันไม่กวนแกแล้ววัตร นอนเถอะพรุ่งนี้ได้มาทำงานแต่เช้า” หญิงสาวตัดบทแล้ววางสาย
ชายหนุ่มไม่อาจทนอยู่บนเตียงได้จัดแจงแต่งกายแล้วหยิบกุญแจเพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลเขาตามหาเพื่อนเห็นฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงานเลยแสร้งลากเก้าอี้มาแล้วหย่อนกายลงรอเวลาให้คุณหมอตื่นแต่กลับได้ยินเสียงอื่นเข้าแทรก มิลันดาไม่ได้หลับ แต่หล่อนกำลังร้องไห้ต่างหาก
“เป็อะไรแกร้องไห้ทำไม”
คนถูกถามแม้รู้ว่าเพื่อนมาก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมากเพราะอายเกินกว่าจะทำเช่นนั้นรมย์รวัตรชะโงกหน้าเพื่อดูให้แน่ใจ
“ทำไมไม่ตอบมิเราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วหรือไง!”รมย์รวัตรเริ่มหัวเสีย
มิลันดารีบเงยหน้ามองเพื่อนทั้งน้ำตารมย์รวัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เื่รักแรกของแกอีกแล้วใช่ไหม”เขาถามเสียงเครียด คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ
“วันนี้เขามาที่โรงพยาบาล”
“แล้วมาทำอะไรล่ะมาหาแกหรือไง”
“เปล่าเขาพาแฟนมารักษาตัวเพราะแท้งลูก”
รมย์รวัตรชะงักแล้วกวาดตามองรอบๆก่อนลุกยืนคว้าข้อมือเพื่อนแล้วลากออกจากห้องทำงาน ตอนนี้ไม่มีอะไรหากมีอุบัติเหตุฉุกเฉินมิลันดาคงถูกโทรตาม สวนสาธารณะด้านหลังให้แสงสว่างพอประมาน มันเงียบไม่มีผู้คนเหมาะแก่การสนทนาส่วนตัวอย่างยิ่งสองร่างนั่งบนเก้าอี้เหล็กสีเขียวข้างกัน
ชายหนุ่มเหลือบมองสีหน้าเห็นเพียงแววตาหม่นเศร้าและคราบน้ำตาเปราะเปื้อน ดูเหมือนมิลันดาเข้มแข็งขึ้น เขาอยากปลอบโยนให้มากกว่านี้แต่กลัวใจตนเองจะถลำลึกมากกว่าเดิม
“สบายใจขึ้นหรือยัง”เขาถาม หล่อนหันมาพยักหน้าช้าๆ
“ขอบใจนะวัตร”
“ตัดใจไม่ได้เลยเหรอมิ”น้ำเสียงคนถามเจือด้วยความปวดร้าว ระคนอิจฉาผู้ชายคนนั้นที่ได้ใจเพื่อนสาว
หล่อนยกมือปาดน้ำตาลวกๆแล้วเม้มริมฝีปาก อยากตัดใจ แต่ดูเหมือนมันทำไม่ได้ เื่แบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหน
“อยากตัดใจนะแต่ฉันก็ต้องยอมรับความจริงว่ามันยังรู้สึกกับเขาอยู่ ยิ่งตอนนี้เห็นหน้ากันเขาคอยวนเวียนไม่ไปไหน ฉันยิ่งรู้สึกมากขึ้นไปอีก”
ที่ปรึกษาขบกรามข่มกลั้นความรู้สึกไว้ภายในดูเหมือนเขาไม่มีสิทธิ์เลยสักนิดเดียว
“ตัดใจไม่ได้ก็ไม่เป็ไรแกก็รักเขาต่อไปเถอะ” ชายหนุ่มบอก แล้วกลืนน้ำลายลงคอ“ส่วนฉันก็จะรักแกแบบนี้เหมือนกัน” มันเป็คำพูดต่อท้ายที่ไม่อาจเอ่ยออกไปเก็บมันไว้ในใจเท่านั้น
คนฟังช้อนสายตามองน้ำตาปริ่ม
“สักวันฉันจะต้องตัดใจได้” หล่อนบอก แล้วมองเพื่อนน้ำตาไหลริน
รมย์รวัตรรั้งร่างบางเข้ามากอดลูบแผ่นหลังแ่เบาเพื่อปลอบประโลมมิลันดาน่าสงสารที่หลงรักผู้ชายคนนั้น เขาเองก็เช่นเดียวกันดันหลงรักเพื่อนตัวเองจะโทษใครได้ในเมื่อตัวเขาเป็คนเลือกรักมิลันดาเอง
ภาพสองคนตระกองดอกอยู่ในสายตาของชายอีกคนคมฉณัฐขบกรามฝืนความรู้สึกมองดู เขาตามหาหล่อนเพราะ้าพูดคุยเื่กานต์สินีแต่ดูเหมือนมันไม่จำเป็อีกแล้ว หล่อนคงมีคนคอยดูแลห่วงใยซึ่งไม่ใช่เขาร่างสูงหันหลับเพื่อเดินทางกลับจังหวะนั้นสบตากับหญิงสาวอีกคนหล่อนคงเป็พยาบาลดูจากเครื่องแบบ เขาไม่ได้พูดอะไรก้าวเดินผ่านมาเท่านั้น
ลักษิณีหยุดมองเบื้องหน้าแล้วหันมองแผ่นหลังของชายเมื่อครู่ซึ่งเดินลับสายตา หัวใจดันไหวสั่นเพียงเพราะ้าตามหาหมอวัตรเลยเดินมาที่นี่ หล่อนไม่น่าหาเื่เลยยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกบางอย่าง ทำไมหล่อนถึงได้อิจฉาหมอมิลันดากันนะ ไม่เข้าใจเลย