“หากข้าไม่อยู่ จะถือว่าเนรคุณหรือไม่”
พรึ่บ!!! เสี่ยวเม่าโผเข้ากอดสตรีร่างเล็กที่แสนจะเปราะบางนั้นทันที “คุณหนู” ในนาทีนี้หากยังปล่อยให้คุณหนูเย่วซินออกไปเผชิญชะตากรรมด้วยตัวคนเดียวโดยไร้ที่พึ่งและไม่รู้จักสกุลเดิม สาวใช้เช่นนางคงเป็สตรีใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว เช่นนั้น…นางจะหาทางช่วยเอง!! “หากคุณหนูจะไม่อยู่ เสี่ยวเม่าผู้นี้ก็จะไม่อยู่ด้วยเ้าค่ะ”
“พี่เสี่ยวเม่า” เย่วซินน้ำตาไหลหยดลงอาบแก้มอย่างตื้นตันใจ เสี่ยวเม่ามิได้เป็ญาติพี่น้องของนางเลย แม้จะเกรงใจแต่นางก็มิได้กล่าวปฏิเสธเพราะนางไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว “เพื่อตัดปัญหา ก่อนที่พี่ซัวหยางจะสมรส ข้าจะทำให้เขาชังข้าให้ได้” ในยามที่นางเดินออกจากสกุลเสิ่นไป อีกฝ่ายจะได้ไม่คิดถึงและรักเพียงแค่ฮูหยินซือหลิวเยี่ยนของตนเท่านั้น!
สาวใช้ผู้มากวัยกว่าโอบกอดสตรีน้อยผู้น่าสงสารจนแน่น ความเ็ปในวันนี้ นางภาวนาในใจว่าหลังจากที่ออกไปจากที่นี่ก็ขอให้มีแต่เื่ดีๆ ไปจนถึงบั้นปลายของชีวิต แต่ก็นั่นล่ะ ชะตาของใครของมัน ขนาดตัวของนางยังดั้นด้นมาหาความสุขถึงเมืองหลวง แม้จะตอบว่ามีความสุขแต่มันก็ไม่เต็มที่ ชีวิตของสตรีอายุย่างสิบเก้าหนาวเช่นนางจนถึงยามนี้ คงไม่มีแม้แต่โอกาสได้ตบแต่งเข้าสกุลใดอีกแล้ว บั้นปลายสุดท้ายก็คงเป็ได้แค่สาวเทื้อที่มีเย่วซินเป็น้องสาวเท่านั้น “คุณชายซัวหยางแม้มิได้สนิทสนมกับสตรีใด แต่ก็มิได้หมายความว่าคุณชายจะชมชอบสตรีเป็พิเศษ หนำซ้ำบ่าวจำได้ว่าเมื่อวันก่อน ยามที่เหล่าคุณชายผู้เป็สหายของคุณชายซัวหยางมาที่นี่ ได้ยินว่าทุกคนล้วนเกลียดชังสตรีเ้ามารยา เสแสร้ง ไร้ยางอาย”
เย่วซินกลั้นก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบากกับความคิดที่จะเป็สตรีอย่างที่พี่ซัวหยางเกลียดชัง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงเป็หนทางที่นางเลือกแล้วเพื่อความสุขและสบายใจของทุกคน “ถ้าพี่ซัวหยางเกลียดสตรีมารยา เกลียดคนเสแสร้ง เกลียดคนยั่วยวน ข้าจะเป็สตรีที่เขาเกลียดให้ครบ!”
“คุณหนู” เสี่ยวเม่าได้แต่กอดปลอบไปทั้งอย่างนั้น
สองวันผ่านไป
ในวันนี้สกุลเสิ่นได้มีโอกาสเปิดจวนต้อนรับบุตรสาวของท่านเลขาซือ นามว่าซือหลิวเยี่ยน ที่มาในชุดสีชมพูอ่อนหวาน ใบหน้าถูกจัดแต่งเป็อย่างดี กิริยาวาจาอ่อนน้อมถูกเอ่ยกับมารดาของว่าที่สามีอย่างจงฮูหยิน ที่ดูจะไม่ค่อยถูกชะตาว่าที่สะใภ้สักเท่าใด อาจจะเป็เพราะวิธีการชม้ายชายตามองสบกับเสิ่นซัวหยางผู้นิ่งขรึม ‘จะกล่าวว่ามารดาเช่นนางเริ่มหนักใจ ก็คงไม่ผิด’
การเปิดตัวของซือหลิวเยี่ยนยังไม่น่าตื่นเต้นเท่าการที่นางได้พบว่าในจวนสกุลเสิ่นมีสตรีงดงามนามว่าเย่วซิน สตรีที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในสำนักศึกษาอยู่ร่วมด้วย แม้จะรู้ว่านางเป็เพียงบุตรบุญธรรมของสกุลเสิ่น แต่ตัวนางก็ยังมิค่อยชอบใจอยู่ดี ยิ่งสายตาคมของเสิ่นซัวหยางเอาแต่สอดส่องมองหาอีกฝ่าย ซือหลิวเยี่ยนก็ยิ่งไม่ชอบใจ ‘แค่เพียงวันแรกกับการเข้าจวนสกุลเสิ่น นางยังโมโหถึงเพียงนี้ ถ้าหากแต่งเข้าจะมิโมโหทุกวันหรอกรึ’ “ท่านพี่ซัวหยางพาข้าเดินชมสวนในจวนพี่ได้หรือไม่เ้าคะ”
ท่ามกลางผู้าุโสามคน คือบิดา มารดาและท่านเลขาซือ ตัวของเสิ่นซัวหยางผู้กลายเป็ว่าที่เ้าบ่าวจึงจำใจลุกขึ้น แล้วเดินนำว่าที่ฮูหยินออกไปด้านนอกโดยมิได้กล่าวคัดค้านอะไรให้สองสกุลต้องขายหน้า ความกังวลในทุกย่างก้าวนับั้แ่วันที่เขาได้รับสมรสพระราชทานมาจนถึงยามนี้ ตัวเขายังมิได้บอกกับเย่วซินสักคำ!! เขามิได้ลักลอบเข้าไปปลอบนางเพราะละอายแก่ใจ มิได้เข้าไปขอให้นางเป็อนุเพราะเขาอยากจะให้นางเป็ฮูหยิน เขาผิดที่ทำอะไรให้นางไม่ได้อย่างที่พูด ‘ยิ่งวันมงคลใกล้เข้ามา เขาก็ยิ่งร้อนใจ’ เพราะมิรู้จะหาทางออกยังไงดี ไหนจะเื่แผนการของเขาที่จะพานางไปยังอำเภอตั้วฉ่างนั่นอีก...เขายังจะพานางไปได้อีกหรือในเมื่อเขาต้องสมรสก่อนเวลานั้น!!
“สวนในจวนของท่านพี่ซัวหยางร่มรื่นดียิ่งเ้าค่ะ” ซือหลิวเยี่ยนยิ้มในแบบที่คิดว่าตนงามที่สุดพร้อมกับเอ่ยชมทั้งๆ ที่จวนสกุลเสิ่นมิได้งามมากไปกว่าจวนของนาง แต่นอกจากเสิ่นซัวหยางจะไม่มองนาง เขายังเงียบ คล้ายไม่คิดสนใจใยดี มือบางกำหมัดแน่น คิดอยากจะฟาดแผ่นหลังนั้นให้สมใจเหมือนกับยามที่ฟาดบ่าวชายในเรือน แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงทำหน้ายิ้มมองตรงไปข้างหน้า จังหวะเดียวกัน ผู้ที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในสำนักศึกษาสตรีก็เดินผ่านทางเดินไป อีกฝ่ายอยู่ในชุดสีฟ้า งดงามอรชรหาใดเปรียบ ด้านหลังมีสาวใช้ที่นางเคยเห็นอยู่เป็ประจำเฝ้าติดตาม ‘ขนาดเห็นจากที่ไกลๆ ก็ยังรู้ว่านางงาม หากเห็นในระยะใกล้เล่า!!’ น่าชัง
ด้านเสิ่นซัวหยางที่มองเห็นสตรีในดวงใจจึงรีบปรี่เข้าหาทันที เส้นทางที่นางจะไปในจวนนี้คงเป็โรงครัว สถานที่ที่นางใช้หลบหน้าเขา โดยไม่แม้แต่จะเข้าไปนั่งเพื่อร่วมสำรับ ความผิดครั้งนี้เขาจะหาข้อแก้ตัวอย่างไรในเมื่อมันคือสมรสพระราชทานหรือหากจะผิดก็ผิดที่เขาอยากได้นางเป็ฮูหยินแต่บิดา มารดากลับไม่ยอม “เย่วซิน”
เ้าของนามหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจอันบอบบางสั่นไหว หลังจากที่หลบหน้าอีกฝ่ายครบสามวัน ซึ่งตัวนางยังทำใจได้บ้างในส่วนของผู้ผิดหวังและหลังจากนี้นางกำลังจะเริ่มกระทำการบางอย่างแล้ว บางอย่างที่มิใช่ตัวตนที่แท้จริงของนางเลย! ขวับ!! เย่วซินหันกลับไปมองบุรุษรูปงาม “พี่ซัวหยาง” แววตาสั่นไหวเมื่อด้านหลังนั้นเห็น ซือหลิวเยี่ยน “คุณหนูซือ” น้ำตาไหลรินต่อหน้าหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีที่ได้รับสมรสพระราชทาน ความเสียใจคือเื่จริง ยกเว้นการกระทำ สวบ!! นางสวมกอดบุรุษอันเป็ที่รักต่อหน้าผู้อื่นทันที “คุณหนูซืองดงามเช่นนี้ พี่ซัวหยางหมดรักข้าแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”