ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 04 — บ้านที่ร่างกายจำได้ (2)
หลังอาหาร เซลีนเป็ฝ่ายเสนอให้พาเขาเดินดูบ้านเล็กน้อย
คำว่า *เล็กน้อย* ในความหมายของเธอยังคงรวมถึงการมีคนรับใช้ตามอยู่ห่าง ๆ แต่ลูเซียนไม่ได้คัดค้าน
อย่างน้อยก็ดีกว่ากลับไปนอน
พวกเขาผ่านห้องรับแขกและห้องหนังสือ ซึ่งเซลีนอนุญาตให้เขามองได้เพียงจากหน้าประตู
ลูเซียนหยุด
“ข้าแค่จะเข้าไปดู”
“พรุ่งนี้”
“ท่านพูดเหมือนหมอ”
“แม่ถือว่าเป็คำชม”
เขาจึงยอมเดินต่อ
สวนในร่มอยู่ถัดออกไปไม่ไกล อากาศภายในอุ่นกว่าทางเดินอย่างชัดเจน พืชหลายชนิดซึ่งไม่น่าจะทนความหนาวด้านนอกได้กลับเติบโตอยู่ใต้แสงจากผลึกเหนือศีรษะ
ต่อจากนั้นเป็ห้องเก็บอาหารซึ่งตู้บางส่วนเย็นจัดทั้งที่ไม่มีน้ำแข็งอยู่ภายใน
สิ่งที่ทำให้ลูเซียนสนใจจึงไม่ใช่ความหรูหราของคฤหาสน์ แต่เป็รายละเอียดเหล่านี้
เวทมนตร์ของโลกนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในคาถาหรือสิ่งมีชีวิตที่บินบนท้องฟ้า
มันอยู่ในห้องที่อุ่นท่ามกลางอากาศหนาว อยู่ในอาหารที่เก็บไว้ได้นาน และอยู่ในสวนที่ยังเขียวแม้ด้านนอกมีน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง
สำหรับคนที่นี่ สิ่งเหล่านี้ธรรมดาจนแทบไม่มีใครหยุดมอง
สำหรับลูเซียน มันยังใหม่พอที่จะทำให้เขาอยากรู้ว่าทุกอย่างทำงานอย่างไร
“เ้ายังเดินไหวหรือไม่”
เสียงเซลีนดึงเขากลับมา
“ไหว”
เธอมองเขานิ่ง ๆ
ลูเซียนถอนหายใจ
“เริ่มเหนื่อยนิดหน่อย”
“อย่างนั้นพักก่อน”
คราวนี้เขาไม่เถียง
เซลีนพาไปนั่งตรงม้านั่งริมหน้าต่างของโถงยาว ผนังฝั่งตรงข้ามแขวนภาพบุคคลหลายภาพ
ชายหญิงในเครื่องแต่งกายต่างยุคต่างสมัยยืนอยู่ท่ามกลางูเา ป้อม และธงสีเข้ม หลายคนมีผมสีขาวหรือเทาเงิน ลักษณะร่วมบนใบหน้าทำให้ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็คนตระกูลเดียวกัน
“บรรพบุรุษของเวลมอนต์หรือ”
“ใช่”
สายตาของลูเซียนเลื่อนไปตามภาพเ่าั้ จนหยุดตรงภาพหนึ่งซึ่งดูใหม่กว่าภาพอื่น
แกร์ริกยืนอยู่ด้านหลังในวัยที่หนุ่มกว่าปัจจุบัน เซลีนอยู่ข้างเขา ส่วนด้านหน้าคือเด็กชายผมสีขาวเทาคนหนึ่ง อายุราวหกหรือเจ็ดขวบ
สีหน้าของเด็กดูไม่พอใจกับการต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนัก
“ข้า?”
“ใช่”
“ดูเหมือนข้าไม่อยากอยู่ตรงนั้นเลย”
เซลีนหัวเราะเบา ๆ
“เ้าต้องยืนนิ่งเกือบทั้งวัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็พอเข้าใจได้”
ลูเซียนเดินเข้าไปใกล้
เด็กในภาพมีดวงตาสีเทาเหมือนคนที่เขาเห็นในกระจกทุกเช้า
ไม่มีอะไรกลับมา
เขาจำไม่ได้ว่าเสื้อตัวนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร จำไม่ได้ว่าการยืนข้างพ่อแม่ในวันนั้นเป็อย่างไร หรือหลังจากวาดภาพเสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้น
แต่ขอบกรอบด้านล่างมีรอยบิ่นเล็ก ๆ ซึ่งดูไม่เข้ากับการดูแลอย่างดีของภาพอื่น
“ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น”
เซลีนมองตาม ก่อนยิ้มเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“ฝีมือเ้า”
ลูเซียนหันมอง
“ข้า?”
“ตอนแปดขวบ เ้ากับเด็กอีกคนวิ่งเล่นกันในโถง ทั้งที่แม่ห้ามไว้แล้ว”
“แล้ว?”
“มีของบางอย่างลอยมาโดนกรอบ”
“ของอะไร”
เซลีนมองเขาอย่างพิจารณา
“แม่คิดว่าเ้าไม่จำเป็ต้องรู้รายละเอียด”
“ฟังดูเหมือนข้าเป็คนทำ”
“แม่ยังไม่ได้พูดเช่นนั้น”
“แต่ท่านก็ไม่ได้ปฏิเสธ”
เซลีนหัวเราะออกมา
ลูเซียนมองรอยบิ่นอีกครั้ง
มันเป็เื่เล็กจนแทบไม่มีความสำคัญ เด็กคนหนึ่งวิ่งเล่นในบ้าน ทำของเสียหาย และคงถูกแม่ดุหลังจากนั้น
แต่เื่ธรรมดานั้นกลับทำให้เด็กในภาพดูเหมือนคนจริงขึ้นมา
ไม่ใช่เพียงใบหน้าที่บังเอิญเหมือนเขา
เด็กคนนั้นเคยวิ่งอยู่ในทางเดินนี้ เคยถูกแม่ห้าม และเคยสร้างปัญหาเล็ก ๆ แบบที่เด็กทั่วไปทำ
“เดินต่อไหวไหม” เซลีนถาม
“ไหว ไปกันเถอะ”
เขาเดินไปพร้อมเธอ
ครั้งนี้ภาพบนผนังไม่ได้รู้สึกห่างไกลเท่าเดิม
✦
ระเบียงด้านตะวันออกของคฤหาสน์มองเห็นเมืองได้เกือบทั้งหมด
ทันทีที่ประตูเปิด ลมเย็นก็พุ่งเข้ามาจนลูเซียนต้องหยุด
“นี่คืออากาศดีของพวกท่าน?”
เซลีนกระชับผ้าคลุมรอบไหล่
“วันนี้อากาศดีจริง ๆ”
ลูเซียนมองไอจาง ๆ จากลมหายใจตัวเอง
“ข้าเริ่มไม่อยากรู้แล้วว่าฤดูหนาวจริง ๆ เป็อย่างไร”
“ถ้าอย่างนั้นก็จำไว้ว่าต้องใส่เสื้อคลุมก่อนออกจากบ้าน”
“ดูเหมือนท่านจะมีเหตุผลไม่ให้ข้าออกไปข้างนอกได้ทุกเื่”
เซลีนมองเขา
“จนกว่าเ้าจะหายดี”
“ข้าเริ่มคิดว่าคำว่า ‘หายดี’ ของท่านอาจใช้เวลาหลายเดือน”
“ถ้าเ้ายังดื้อ ก็เป็ไปได้”
ลูเซียนส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนเดินไปที่ราวระเบียง
เมืองเบื้องล่างเหมือนภาพที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างในวันแรก แต่เมื่อไม่มีแผ่นกระจกคั่น รายละเอียดกลับมีชีวิตขึ้นมาก
เสียงระฆังดังมาจากที่ไกล ๆ
รถไร้สัตว์ลากเคลื่อนตามถนน ควันสีขาวลอยเหนือหลังคา ผู้คนเดินอยู่ระหว่างอาคารหิน ไกลออกไป แนวกำแพงเมืองทอดตัวตามเนินก่อนสิ้นสุดตรงพื้นที่ซึ่งป่าสนเริ่มหนาแน่น
เหนือทุกสิ่งคือเทือกเขาขนาดมหึมา ยอดสีขาวเรียงตัวอยู่ใต้ท้องฟ้าสีซีด
“เมืองนี้ชื่ออะไร”
เซลีนมายืนข้างเขา
“เวียร์โฮล์ม”
ลูเซียนทวนชื่อเบา ๆ
“แล้ววาเรนโฮลด์?”
“คือดินแดนทางเหนือทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลเรา เวียร์โฮล์มเป็เมืองหลัก”
เขามองออกไปอีกครั้ง
“กว้างแค่ไหน”
เซลีนยิ้ม
“ถ้าแม่เริ่มตอบ เ้าคงถามต่อจนถึงอาหารกลางวัน”
“เป็ไปได้”
“ไว้ถามพ่อเ้า เขาชอบแผนที่มากกว่าแม่”
ลูเซียนพยักหน้า
ลมพัดเส้นผมสีขาวเทาเข้าหาหน้าผาก เขายกมือปัดออกแล้วมองเมืองอีกครั้ง
เวียร์โฮล์ม
วาเรนโฮลด์
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อเหล่านี้มีอยู่
“บ้านของเราอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน” เซลีนพูด
ลูเซียนหันมองเธอ
เซลีนกำลังมองเมืองเบื้องล่าง
คำว่า *บ้านของเรา* ค้างอยู่ในความคิดของเขาครู่หนึ่ง
เขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกกับคำนี้อย่างไร
แต่ก็ไม่ได้อยากปฏิเสธมันเหมือนในวันแรกอีกแล้ว
สายตาของลูเซียนเลื่อนไปตามถนน ร้านค้า และผู้คนด้านล่าง ความอยากรู้อยากเห็นค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกแปลกแยกที่ติดตามเขามาั้แ่ลืมตาขึ้นในโลกนี้
“พรุ่งนี้ข้าออกไปดูเมืองได้หรือไม่”
“ไม่ได้”
คำตอบมาเร็วเสียจนเขาหันไปมอง
“ท่านไม่คิดก่อนเลยหรือ”
“คิดแล้ว”
“เมื่อไร”
“ั้แ่เห็นเ้ามองเมืองแบบนั้น”
ลูเซียนถอนหายใจ
“ข้าแค่อยากเดินดู”
“เมื่อเช้าเ้าเดินจากห้องมาถึงห้องอาหารก็เริ่มเหนื่อยแล้ว”
“ตอนนี้ดีขึ้น”
“ลูเซียน”
น้ำเสียงนั้นเพียงพอแล้ว
“ถามหมอก่อน?”
“ถูกต้อง”
“ข้าเริ่มไม่ชอบหมอของที่นี่แล้ว”
เซลีนยิ้ม
“ถ้าเริ่มบ่นหมอได้ แม่ก็ค่อยสบายใจหน่อย”
คราวนี้ลูเซียนยิ้มออกมาโดยไม่ทันคิด
ยังมีหลายอย่างที่เขาไม่รู้
แต่ความไม่รู้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงที่ขวางอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว
มันเหมือนประตูที่ยังไม่ได้เปิดมากกว่า
“กลับเข้าไปเถอะ” เซลีนบอก
ครั้งนี้เขาไม่เถียง
ทั้งสองเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์
เมื่อมาถึงทางแยกแรก ลูเซียนเลี้ยวซ้ายโดยไม่หยุดคิด
ผ่านไปสามก้าว เขาจึงรู้ตัว
เซลีนเดินอยู่ข้าง ๆ
เธอไม่พูดอะไร
ลูเซียนเองก็ไม่ได้หยุด
เขาเพียงเดินต่อไป
ตามทางที่จำไม่ได้—
แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองหลงอีกแล้ว
• • •