ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 74 การโต้วาที (ตอนจบ)

            หลิวเฉิงจือถูกบารมีของอีกฝ่ายกดจนไม่กล้าพูดสิ่งใดต่อได้แต่ปาดเหงื่อบนใบหน้า “ขอบังอาจถามชื่อแซ่ของท่าน?”

             

            แม้จะเป็นบัณฑิตชั้นปีเดียวกันแต่เขาไม่ชอบเข้าสังคม จึงไม่รู้จักคนผู้นี้

             

            “ข้าน้อยหวงซื่อเหวย จากเมืองสวีโจวน้อมรับคำชี้แนะ” บัณฑิตคนนั้นประสานมือ ยักคิ้วด้วยความภาคภูมิใจ พลางมองไปรอบๆ

             

            หลิวเฉิงจือทำความเคารพอีกฝ่ายก่อนจะเดินลงจากเวที ตอนนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักหลายคนต้องการขึ้นไปแสดงความคิดเห็น แต่พอเดินมาถึงบันไดก็ยอมหลีกทางให้บัณฑิตในชุดขาวคนหนึ่งขึ้นไปก่อนเมื่อบัณฑิตคนนั้นเดินขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ทุกคนต่างก็จำเขาได้ เขาคือ เซี่ยชิงฟาบุตรชายของตระกูลเซี่ยนั่นเอง ไม่แปลกใจที่ไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นไปแข่งกับเขา “ศิษย์พี่หวงช่างมีวาทศิลป์เฉียบแหลมข้าน้อยนับถือ ทว่าผู้น้อยยังมีเรื่องหนึ่งไม่กระจ่าง”

             

            “เชิญคุณชายเซี่ยเอ่ย”

             

            “เรื่องของหม่านสือชีข้าเองก็พอได้ยินมาบ้าง” หากการพูดของหวงซื่อเหวยเหมือนคมดาบการพูดของเซี่ยชิงฟาก็เหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ“ได้ยินว่าปีนี้หม่านสือชีโดดเรียนวิชาหลักวิชารองไปหลายครั้งต่อให้มาเรียนก็เอาแต่สัปหงก ไม่สนใจบทเรียน ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจการเรียนแม้เราจะเห็นใจในสิ่งที่เขาทำ แต่คนที่ไม่สนใจการเรียนเหตุใดจึงต้องฝืนเรียนที่สำนักศึกษาหลวงแห่งนี้ด้วย?”

             

            “แม้หม่านสือชีจะไม่เก่งด้านกวีและประวัติศาสตร์แต่ความสามารถด้านขี่ม้าและยิงธนูของเขาโดดเด่นที่สุดในสำนักศึกษาหลวงไม่มีผู้ใดเทียบเขาได้!”

             

            “ดีมาก” เซี่ยชิงฟาพยักหน้า“แต่สำนักศึกษาหลวงก่อตั้งขึ้น เพื่อฝึกฝนบัณฑิตให้เป็นขุนนางที่ดีรอบรู้ทั้งเรื่องราวบนท้องฟ้าและประวัติศาสตร์ ทั้งยังต้องเป็นผู้มีคุณธรรมดูแลครอบครัว เป็นแบบอย่างที่ดี มีเมตตาต่อผู้อื่น และทำแต่ความดีการศึกษาเรื่องราวบนท้องฟ้า คือ การศึกษาปรัชญาและทำความเข้าใจเหตุผลการศึกษาประวัติศาสตร์ คือ การเรียนรู้ความเป็นไปของโลกการฝึกฝนตนเองและดูแลครอบครัว คือ การศึกษาคำสอนของขงจื๊อการมีเมตตาต่อผู้อื่นและทำแต่ความดี คือ การศึกษาคำสอนของเม่งจื๊อหากศึกษาจนบรรลุแล้ว ก็จะเป็นผู้ที่มีความสามารถทั้งด้านกวีและการปกครองสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้บ้านเมือง ทว่าหม่านสือชีชื่นชอบการฝึกฝนวรยุทธ์แม้จะเป็นผู้มีความสามารถ แต่ความสนใจของเขาก็แตกต่างจากเป้าหมายของสำนักศึกษาหลวงเหตุใดจึงต้องบังคับให้เขามาศึกษาเล่าเรียนที่นี่?”

             

            “ดีมาก!!!”

             

            เบื้องล่างต่างส่งเสียงชื่นชมสมกับเป็นคุณชายตระกูลเซี่ย

             

            “ผะ… ผิดแล้ว!”มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากเบื้องล่าง แต่ก็ถูกเสียงปรบมือกลบจนหมดแม้ผู้คนรอบข้างจะไม่รู้จักเขา แต่ก็อยากให้เขามาโต้คารมกับเซี่ยชิงฟาจึงช่วยกันเปิดทางให้เขาเดินขึ้นไปบนเวที

             

            เมื่อเซี่ยชิงฟาเห็นว่าเป็นใครเปลือกตาก็พลันกระตุก ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเด็กบ้านนอกที่ทำให้เขาขายหน้าในวันนั้นนี่เอง

             

            หวงซื่อเหวยเห็นตี้อู่จี้หวาจึงประสานมือถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อเปิดทางให้เขา

             

            “ผะ… ผู้ใด…ผู้ใดบอกว่าสำนักศึกษาหลวงสอนเพียงแค่… กวีและประวัติศาสตร์? สำ…สำนักศึกษาหลวง… เหตุใดจึงต้องมี… วิชาขี่ม้าและยิงธนู? สำ…สำนักศึกษาหลวงก่อตั้งขึ้น… เพื่… เพื่อ… ฝึกฝน… บัณฑิต… ให้มีความสามารถทั้ง…ทั้งบุ๋นและบู๊ สามารถเป็น… เป็นขุนนางและแม่ทัพได้ แต่… แต่ตอนนี้… กลับ…กลับให้ความสำคัญกับ… กับวิชาการ… เพ… เพียงฝ่ายเดียว… เปลี่ยนแปลง… เป้าหมาย…ของสำนักศึกษาหลวง…”

             

            เขาเป็นคนขี้อาย ตัวเล็ก พูดจาตะกุกตะกักอีกทั้งยังมีสำเนียงของชาวตะวันตกเฉียงใต้ ทันทีที่เขาเอ่ยปากเบื้องล่างก็พากันหัวเราะเยาะ ไล่ให้เขาลงจากเวที

             

            เซี่ยชิงฟาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น“หากไม่รู้ก็อย่าพูดดีกว่า เจ้ายังเด็ก รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสำนักศึกษาหลวงรึ?ข้าว่าเจ้ากลับบ้านไปฝึกพูดให้คล่องก่อนดีกว่าค่อยมาขึ้นเวทีอีกครั้ง”

             

            “ฮ่าๆๆๆๆ…”

             

            “ใช่ๆๆ…”

             

            “เด็กคนนั้นเป็นผู้ใดกันกล้าดีอย่างไรขึ้นมาบนเวที”

             

            “ไม่มีสิ่งใดจะพูดแล้วสินะ”

             

            “เจ้าหนู เจ้าชื่อแซ่ใด?”

             

            “โห่… ลงไป ลงไป…”

             

            ทุกคนต่างพากันหัวเราะเยาะเขา

             

            ตี้อู่จี้หวาใบหน้าซีดเผือดอับอายจนน้ำตาแทบไหล ถูกเหยียดหยามดูหมิ่นต่อหน้าฝูงชนเขาโมโหจนน้ำตาคลอเบ้าแทบจะไหลรินออกมา

             

            เจ้าหน้าที่ตีฆ้องสามครั้งเพื่อให้ทุกคนเงียบ

             

            เสียงหัวเราะค่อยๆ เบาลงหวงซื่อเหวยตบบ่าตี้อู่จี้หวาด้วยความเป็นห่วง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้าทุกคนคิดว่าเขาคงทนความอับอายไม่ไหว กำลังจะเดินลงจากเวทีแต่เขากลับหยุดอยู่ตรงนั้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าน้อย… ตี้อู่จี้หวาจากอี้โจว ข้าน้อยย่อมรู้ดี… เพราะสำนักศึกษาหลวง… ถูกก่อตั้งขึ้นโดย…โดยบรรพบุรุษของข้า… ท่านเป็นถึง… เป็นถึงหัวหน้าอาจารย์คนแรกของสำนักศึกษาหลวง”

             

            ทุกคนต่างพากันตกตะลึง

            เขาเว้นวรรคครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“ในอดีตแม่ทัพใหญ่เว่ย ยกทัพข้ามกำแพงเมือง เพื่อต่อสู้กับชนเผ่าซยงหนูเดินทางเป็นระยะทางกว่าแปดร้อยลี้ บุกเข้าไปในดินแดนศัตรู เผาทำลายวัดวาอารามแล้วกลับมาพร้อมกับทหารทุกนาย ตลอดระยะเวลายี่สิบปี ท่านสามารถยึดดินแดนคืนจากชนเผ่าซยงหนูได้ทั้งหมดทำให้บ้านเมืองสงบสุข ล้างมลทินที่ชาวฮั่นต้องแบกรับมานานนับร้อยปีกลายเป็นวีรบุรุษของปวงชน เพื่อเป็นการสรรเสริญวีรกรรมของท่านชาวบ้านต่างแต่งบทกวี ร้องเพลง เต้นรำจนกระทั่งฮ่องเต้มีรับสั่งให้ตั้งสำนักศึกษาหลวง แต่งตั้งบรรพบุรุษของข้าเป็นหัวหน้าอาจารย์เพื่อฝึกฝนบัณฑิตให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊สามารถเป็นทั้งขุนนางและแม่ทัพได้ทั้งยังทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ที่ประตูทางเข้าสำนักศึกษาหลวง”

             

            “แล้วเหตุใด…วันนี้ท่านจึงกล่าวหาว่าสำนักศึกษาหลวงให้ความสำคัญกับวิชาการเพียงฝ่ายเดียวเล่า?”

             

            เซี่ยชิงฟาอึกอัก ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร เขาเกลียดที่เด็กคนนี้ทำให้เขาขายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเซี่ยชิงฟาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว คิดหาคำแก้ตัวอย่างรวดเร็ว “กาลเวลาเปลี่ยนไปทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง ในอดีตบ้านเมืองสงบสุข ชนเผ่าต่างๆ ต่างยอมสยบจึงให้ความสำคัญกับความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ ทว่าปัจจุบันบ้านเมืองแตกต่างจากในอดีตราชวงศ์มีขึ้นมีลงเป็นเรื่องธรรมดา นับตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์ก็มีรับสั่งชัดเจนว่าให้ใช้ปัญญาในการปกครอง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ในรอบร้อยปีมานี้ยังมีผู้ที่คิดใช้กำลังทหารโค่นล้มราชบัลลังก์ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายราษฎรเดือดร้อน หากเรายังคงให้ความสำคัญกับการทหารก็เหมือนกับมอบโอกาสให้คนพวกนั้น เกรงว่าราชบัลลังก์คงสั่นคลอนเป็นแน่”

             

            หวงซื่อเหวยรีบโต้แย้ง “ถูกต้องกาลเวลาเปลี่ยนไป ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง! ตอนก่อตั้งราชวงศ์บ้านเมืองสงบสุขก็จริง แต่ตอนนี้กองทัพเป่ยฉีประชิดแม่น้ำ คุกคามเราอยู่ตลอดเวลาแคว้นของเราต้องส่งทรัพย์สมบัติไปให้พวกเขาทุกปี ชายแดนก็วุ่นวายหากไม่ใช่เพราะมีแม่น้ำฉางเจียงขวางกั้น เกรงว่ากองทัพเป่ยฉีคงยกทัพลงใต้ไปนานแล้วหากเรายังคงให้ความสำคัญกับวิชาการเพียงฝ่ายเดียวเมื่อใดที่กองทัพเป่ยฉียกทัพลงใต้ พวกท่านคิดว่าพวกเราจะมีชีวิตรอดหรือ?”

             

            “ตอนนี้บ้านเมืองอ่อนแอจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้รบ?”

             

            “หากไม่ลองสู้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะแพ้หรือชนะ!”

             

            “หากพ่ายแพ้ บ้านเมืองคงลุกเป็นไฟ!”

             

            “หากชนะ ใต้หล้าย่อมสงบสุข!”

             

            “การยุยงให้เกิดสงครามเกรงว่าจะมีคนคิดก่อกบฏเหมือนอย่างฮั่วกวงกับหวังหม่าง”

             

            “ไม่จำเป็นต้องพูดถึงฮั่วกวงหรือหวังหม่างในเมื่อตอนนี้เรามีโจวอีอยู่แล้ว!”

             

            ทุกคนต่างพากันหน้าซีด

     

    -------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577