บทที่ 27 พี่หกมีอันตราย!
ในห้องพักคนไข้ เซี่ยจื่ออวี้มองแสงยามราตรีที่ค่อย ๆ ลามไปเรื่อยด้วยสายตาอันลึกซึ้ง แสงยามโพล้เพล้รวมอยู่ในสายตาของเขา ก่อนจะหลุบตาลงมองข้อมือของตัวเอง
สักพักเขาก็ลงจากเตียง
เขาเดินไม่ได้จริง ๆ เลยไปนั่งที่รถเข็น แต่ถึงจะเป็แบบนี้ เขาก็จะออกไปจากที่นี่
ด้านในข้อมือฝั่งซ้าย เป็ที่ที่ใกล้กับหัวใจมากที่สุด
เขาต้องไปที่นั่น ไปสักรูปซิงซิงของเขา
แม้เขาจะนั่งอยู่บนรถเข็น ชายหนุ่มก็ไม่เผยให้เห็นถึงความลำบาก หลังตั้งตรงดูเหมือนจะไม่มีวันโค้งงอ หน้าตาหล่อเหลาทำให้เขาดูองอาจมากยิ่งขึ้น
เขาโทรศัพท์เรียกรถ ตรงไปยังร้านสักที่เขาคุ้นเคย
รอยสักที่สวยงามและแปลกประหลาดบนแขนและไหล่คือตัวตนที่คลุมเครือของเขา
แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยคิดที่จะสร้างตัวเองให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย รอยสักพวกนั้นมีแต่บันทึกร่องรอยการดิ้นรนและฝันร้ายที่ลืมไม่ลงของเขา
แต่ว่าครั้งนี้ เขานึกอยากจะสักรูปดาวบนตัวเขา
ณ บ้านตระกูลโจว
โจวอี้เฉวียนตบโต๊ะอย่างแรง “ลุง! เด็กคนนั้นมันกำแหงเกินไป ขนาดรถยังชนมันไม่ตายเลย!”
“ลุงจัดการมันให้ผมหน่อย!”
โจวเต๋อนั่งสูบบุหรี่และหรี่ตามองอยู่บนโซฟา
สายตาของชายวัยกลางคนเผยให้เห็นการครุ่นคิด
โจวอี้เฉวียนใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่มีใครกล้าหาเื่ที่โรงเรียนก็เพราะว่ามีความสัมพันธ์กับทางโจวเต๋อ
ธุรกิจของโจวเต๋อเป็รองแค่อินซื่อกรุ๊ป ในวงการของข้าราชการก็มีเส้นสายอยู่ไม่น้อย หลานชายของเขาย่อมไม่มีคนกล้าหาเื่อยู่แล้ว—
ไม่สิ ยังมีคนกล้าอยู่
โจวเต๋อได้ยินมาหลายครั้ง โจวอี้เฉวียนมีศัตรูอยู่คนหนึ่ง เป็คนบ้าที่ไม่สนแม้แต่ชีวิตตัวเอง ชื่อเซี่ยจื่ออวี้
แต่ยังไงก็เป็แค่เด็กเหลือขอนั่นแหละ ยังไม่ต้องให้ถึงคนอย่างโจวเต๋อยื่นมือเข้าไปยุ่งเื่ทะเลาะกันของเด็ก ๆ หรอก
แต่ไม่ว่าหลานของเขาจะทำอะไร เขาก็จะจัดการอย่างยุติธรรม
เขาพ่นควันบุหรี่ออกมา “ถ้างั้นก็หาคนเก่ง ๆ ไปจัดการมันสิ อย่าไปใช้ไอ้พวกไม่มีประโยชน์”
ตอนนี้ในใจของโจวเต๋อกำลังครุ่นคิดอยู่สองเื่
เื่แรกคือเื่ร่วมงานกับอินเสิน ส่วนอีกเื่ก็คือเด็กสาวกำพร้าที่เขาคิดถึงคนนั้น
ั้แ่ที่ได้เห็นเด็กน้อยคนนั้นถูกอินเสินอุ้มกลับไปกับตา โจวเต๋อก็คิดหาวิธีที่จะทำธุรกิจร่วมกับอินเสิน เขารู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะเข้าร่วมวงการบันเทิง เขาจึงใช้ทรัพยากรที่ดีที่สุดในมือเขา เพื่อเป็การแลกเปลี่ยนกับอินเสิน
ถ้าหากเป็เมื่อก่อน อินเสินจะต้องตอบรับอย่างไม่ลังเลแน่นอน—
ทรัพยากรเ่าั้ล้วนเป็สิ่งที่อินเสินอยากได้มาตลอด แต่คิดไม่ถึงว่าเลยว่าชายหนุ่มจะปฏิเสธเขา
เขายากที่จะเชื่อว่าคนอย่างอินเสินจะละทิ้งการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ใหญ่ขนาดนั้นเพื่อเด็กผู้หญิงคนเดียว
นี่มันเกินความคาดหมายของเขาจริง ๆ
นอกจากจะใช้ทรัพยากรที่มีในมือแลกเปลี่ยนเด็กผู้หญิงคนนั้นกับอินเสิน เขาก็คิดวิธีอื่นไม่ออกแล้วจริง ๆ
อินเสินเป็คนที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ ซึ่งนอกจากเื่ผลประโยชน์แล้ว ยังจะมีอะไรที่ทำให้เขาปล่อยมือได้อีก
ณ เวลานี้ โจวอี้เฉวียนก็โอดครวญขึ้นมาอีก
“ลุง ลุงช่วยผมเถอะ ผมรู้สึกว่าไอ้นั่นมันไม่ธรรมดา”
“เมื่อวานหารถคันใหญ่สองสามคันไปชนมัน มันยังแค่กระดูกหัก ส่วนเด็กคนนั้นที่มันรักนักรักหนาก็ไม่เป็อะไรเหมือนกัน”
“เด็กผู้หญิงเหรอ” ในที่สุดโจวเต๋อก็เบี่ยงเบนความสนใจไปยังโจวอี้เฉวียน
คนที่มีความคิดสกปรกต่อเด็กผู้หญิงอย่างเขา มักจะรู้สึกอ่อนไหวกับสามคำนี้
“ใช่ฮะ” โจวอี้เฉวียนพยักหน้า พวกลูกน้องของผมมันบอกว่า่นี้เซี่ยจื่ออวี้มันมีเด็กผู้หญิงที่มันรักมากอยู่คนหนึ่ง”
“เด็กคนนั้นก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน อายุน่าจะประมาณสามสี่ขวบ ว่ากันว่าหน้าตาเหมือนกับตุ๊กตาเลย”
ลักษณะของเด็กคนนี้ทำให้โจวเต๋อนึกถึงซิงซิง
เขาใจเต้นแรง ดวงตาเป็ประกาย
“เด็กผู้หญิงผิวขาวนวล ดวงตากลมโต มีลักยิ้มใช่ไหม”
โจวอี้เฉวียนพยักหน้าใ “ลุงรู้ได้ไง?”
โจวเต๋อทิ้งบุหรี่ในมือแล้วยืนขึ้น
“ดีมาก เดี๋ยวลุงช่วยแกจัดการเ้าหนุ่มนั่นเอง”
คิดไม่ถึงว่าเด็กผู้หญิงที่อินเสินพากลับไปจะอยู่ข้างกายของเซี่ยจื่ออวี้ แสดงว่าอินเสินกับเซี่ยจื่ออวี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา มิน่าล่ะ เซี่ยจื่ออวี้ถึงกลายมาเป็ศัตรูกับหลานชายของเขาได้
โจวเต๋อหาจุดอ่อนของอินเสินมาโดยตลอดเพื่อที่จะเอามาแลกเปลี่ยนกับเด็กผู้หญิงคนนั้น
ก่อนหน้านี้ที่เขาคิดก็คือเื่ผลประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล คิดไม่ถึงว่าในที่สุดโอกาสจะมาถึง
เซี่ยจื่ออวี้คนนี้ ไม่ใช่ว่าเป็จุดอ่อนที่ดีหรอกเหรอ
……
เซี่ยจื่ออวี้เข็นรถเข็นออกมาจากร้านสัก บนข้อมือ ชื่อของซิงซิงที่ประกอบจากรหัสมอร์สรู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่เขากลับรู้สึกว่าหัวใจของเขาได้รับการเติมเต็ม
หนทางข้างหน้าช่างมืดมน แต่เขารู้แต่เพียงว่าจะต้องก้าวไปข้างหน้า
และตอนนี้ก็มีเป้าหมายขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ต้องแข็งแกร่งขึ้น กลับบ้าน และเอาซิงซิงกลับมาอยู่ข้างกายเหมือนเดิม จากนั้นก็คิดบัญชีกับพวกน่ารังเกียจพวกนั้น
ทั้งโจวอี้เฉวียนที่สร้างอุบัติเหตุรถชน ทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลานเทียนที่ชั่วร้าย เขาจะกระชากหน้ากากและแหกอกของพวกมันออกมา
เซี่ยจื่ออวี้โบกมือเมื่อมาถึงข้างถนน
รถยนต์สีดำคันหนึ่งก็มาจอดที่ข้างกายของเขา
เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้ว เขาสังเกตอย่างละเอียดด้วยหัวใจเต้นแรง
ประตูรถเปิดออก ชายตัวใหญ่สองสามคนเดินลงมาจากด้านใน ฉุดแขนพาเขาขึ้นรถโดยไม่มีคำพูดใด ๆ!
หากเป็ปกติ เซี่ยจื่ออวี้ก็ยังจะต่อสู้ได้ แต่ตอนนี้กระดูกขาของเขาหัก มีแผลเต็มร่างกาย ไม่มีแรงที่จะสู้กลับเลย
สายตาของชายหนุ่มโกรธเหมือนกับหมาป่าคลุ้มคลั่ง แต่ไม่นานก็ถูกคลุมด้วยผ้าดำ
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ข้างถนนก็เหลือแค่รถเข็นคันเดียว
……
อินเสินขับรถไปจอดในโรงจอดรถ เขาลงจากรถและอุ้มเด็กน้อยด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว เมื่อสักครู่ตอนที่เห็นใบหน้าเด็กน้อยที่บริษัท เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้ เขารู้สึกใกับตัวเองเหมือนกัน
เหมือนกับตัวเองไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มาก่อน—
แม้จะแค่ครู่เดียวก็ตาม
ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เลขาซุนถูกรอยยิ้มของเขาทำให้มึนหัวตาลายจนถือเอาเขาเป็พ่อดีเด่นที่ไม่มีใครเทียบได้
ตอนที่ซิงซิงถูกอินเสินอุ้มกลับบ้านรู้สึกเลอะเลือนเต็มที แต่เธอก็ยังลืมตามองไปรอบ ๆ
นี่คือบ้านของพี่ใหญ่เหรอ มาครั้งแรกจะต้องมองดูอย่างละเอียดสักหน่อย ซิงซิงกะพริบตาด้วยความใ เพราะพบว่าสไตล์บ้านของพี่ใหญ่เหมือนกับบ้านของพี่หกเลย
ใหญ่มาก ดูเย็นเยียบและมืดมน
คฤหาสน์ส่วนตัวของอินเสินดูไร้ชีวิตชีวาจริง ๆ พี่เลี้ยงและแม่บ้านจะมาแค่เฉพาะตอนที่อินเสิน้าเท่านั้น
เขารักความสะอาด และยังชอบความสงบด้วย
และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เขาพาคนอื่นมาบ้าน
เด็กน้อยซบอยู่บนไหล่ของเขา น้ำเสียงสะลึมสะลือ
“พี่คะ…บ้านพี่ใหญ่จังเลยค่ะ…”
ใบหน้าเล็ก ๆ อ่อนโยนที่มีรอยลิปสติกถูกทำความสะอาดจนหมดจด แต่ผิวของเด็กนุ่มเกินไป ถูกจุ๊บตั้งหลายครั้ง ตอนนี้ก็ยังแดง ๆ อยู่ ดูเหมือนว่าจะรสชาติดี
อินเสินเดินขึ้นไป้า นำเด็กน้อยไปวางไว้บนเตียง
สำหรับเด็กน้อยแล้ว เตียงหกฟุตใหญ่เกินไปจริง ๆ
เ้าก้อนกลมกลิ้งลงไปบนเตียงนิ่ม ๆ เหมือนหมอนข้างใบเล็กบนเตียงใหญ่ ดูนุ่มนิ่มเหลือเกิน
ซิงซิงยืดแขนยืดขาสั้น ๆ ของเธอ พยายามลืมตาจากความง่วงงุน พูดด้วยเสียงอ่อนนุ่ม
“ฝันดีค่ะพี่ใหญ่…”
อินเสินมองดูซิงซิงสักพัก ในใจพลางคิดว่า พรุ่งนี้จะให้เลขาซุนไปหาครอบครัวบุญธรรมสักสองสามที่ ไม่สิ พรุ่งนี้จะไวไปหรือเปล่านะ ถ้างั้นรอสักสองสามวันละกัน
ซิงซิงใกล้จะหลับแล้ว เธอกอดผ้าห่มพลิกตัวไปมา ใบหน้าหันไปทางหน้าต่าง มองเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าพอดี
แต่หลังจากที่มองอย่างชัดเจนแล้ว เด็กน้อยพลันใสะดุ้งตื่น!
เธอใลุกขึ้นจากเตียงอย่างแรง ชี้ไปที่ท้องฟ้าด้านนอก พูดกับอินเสินด้วยความร้อนใจ
“พี่หก! พี่คะ รีบไปช่วยพี่หก!”
อินเสินกำลังจะเดินออกจากห้อง ได้ยินประโยคนี้จึงขมวดคิ้ว
เขาไม่รู้ถึงความสามารถของซิงซิง พอได้ยินก็แค่ยิ้มบาง ๆ
“เซี่ยจื่ออวี้ เธอคิดถึงเขาเหรอ”