“คุณหนูจะแทนตนเองว่าข้า หาใช่เรา” บ่าวคนนั้นกล่าวคำและยื่นกระจกใบเล็กให้คุณหนูของนาง….
“งั้นเหรอ” พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ทันทีที่รับกระจกมาส่องดูใบหน้าที่สะท้อนออกมานั้นไม่ใช่ใบหน้าของเธอดวงตาสองชั้นกลมโตเบิกกว้างเพราะความใ คิ้วเรียวสีเข้มโค้งเป็ทรงสวย หางตาซ้ายมีไฝสีน้ำตาลเม็ดเล็กๆ ทำให้ดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จมูกโด่งสวย ริมฝีปากบางสีแดงอ่อนๆ ใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียนไร้มลทินนอกจากบนหน้าผากขวาที่มีรอยบวมปูดสีแดงอมม่วง เกิดความเงียบขึ้นฉับพลัน มือสั่นน้อยๆ จับใบหน้าของตัวเองแ่เบาและนึกในใจ ‘นี่ฉันแค่ตกบันไดต้องทำศัลยกรรมเลยเหรอ?? สวยเป็บ้า’ แต่มันจะใช่เหรอทำไมความรู้สึกของเธอกลับบอกว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของตัวเองไวเท่าความคิดจึงหันหน้าไปถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เธอคนที่กำลังทายาบนหน้าผาก
“เ้า..ชื่ออะไร” เสียงพูดเป็ภาษาจีนถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากบาง
“เสี่ยวถงเ้าค่ะ บ่าวเป็บ่าวที่ดูแลคุณหนูมาั้แ่คุณหนูยังสี่หนาวอย่างไรเล่าเ้าคะ" เสียงตอบอ่อยๆ ดังออกมาพร้อมกับมือของเสี่ยวถงที่คอยลูบวนบนหน้าผากนูน 'คุณหนูคงมิลืมเลือนบ่าวผู้ซื่อสัตย์ใช่หรือไม่..ฮือออ'
“อ่อเสี่ยวถง..แล้วเราเอ่อ…ข้าชื่ออะไร เป็ใคร??” เสี่ยวถงหยุดมือที่ทายาแล้วเหลือบมองคุณหนูที่เอียงคอมองนางและชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างน่ารัก ‘นี่ลืมกระทั่งชื่อตนเองเชียวรึคุณหนูของบ่าววว'
“คุณหนูมีนามว่า จูเหม่ยเซียน เป็บุตรีเพียงคนเดียวของท่านเสนาบดีฝ่ายขวาจูเจียงเหลียนกับฮูหยินเกาเหม่ยอิงเ้าค่ะ” จบคำเสี่ยวถง น้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนถึงกับเงียบและครุ่นคิด เธออยากจะะโออกมาดังๆ ว่า 'ไม่ใช่เว้ยยย..ฉันคือไอยรา' แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากนั่งถอนหายใจ ชื่อจูเหม่ยเซียนคือชื่อของนางร้ายในนิยายที่เธออ่านเมื่อคืน แต่มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน
มือขาวแอบหยิกตัวเองเบาๆ เพราะคิดว่านี่คงเป็ความฝัน "โอ๊ย!!" ร้องเสียงดังเพราะความเจ็บ
"บ่าวทาแรงไปรึเ้าคะ..บ่าวขออภัยเ้าค่ะ" เสี่ยวถงรีบขอโทษ
"ไม่ๆ ไม่เป็ไร" น้องไอเหลือบมองหนังสือปกดำที่วางอยู่ข้างๆ หมอนอย่างมีสติและเอ่ยถามรายละเอียด
“ข้าอายุ….เอ่อกี่หนาวแล้ว”
"สิบสี่หนาวแล้วเ้าค่ะ"
“แล้วเหตุใดข้าถึงหัวโน”
“?? อย่างไรนะเ้าคะ” เสี่ยวถงทำหน้าไม่เข้าใจ
“ก็หัวโนไงเนี่ยๆๆ" ชี้ไปที่รอยบวมปูดบนหน้าผาก
“อ่อเ้าค่ะ…เมื่อวันก่อนในยามโหย่ว (17.00-19.00) คุณหนูได้เรียกบ่าว และบ่าวชายสามคนให้ติดตามไปยังโรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์เพื่อไปแอบฟังคุณหนูไป่กับคุณหนูตู้สนทนาเื่การเข้าร่วมงานประชันบุปผางามของเมืองหลวงที่จะมีขึ้นในอีกสามวัน คุณหนูสั่งให้บ่าวชายยืนรอที่รถม้า ส่วนบ่าวคุณหนูสั่งให้เดินตามเข้าไปในร้าน และตอนที่คุณหนูกำลังก้าวขึ้นบันไดไป้า ตัวบ่าวเองก็กำลังคุยเื่ห้องอาหารกับเสี่ยวเอ้ออยู่ ในตอนนั้นคุณหนูได้ถูกคนผู้หนึ่งวิ่งชนอย่างแรงจนล้มตกจากบันไดศีรษะฟาดตรงพื้นแล้วสลบไปเลยเ้าค่ะ” พูดจบก็นั่งหมอบลงก้มหัวโขกพื้นอย่างแรง “บ่าวสมควรตายเ้าค่ะคุณหนู บ่าวดูแลคุณหนูไม่ดี” นั่งคุกเข่าโขกพื้น
“ไม่ๆๆ ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก แล้วตามจับผู้ที่วิ่งชนข้าได้หรือไม่?”
“ขออภัยเ้าค่ะเป็บ่าวที่มิทันคิด ในตอนนั้นบ่าวใรีบวิ่งไปประคองคุณหนูรวมถึงเรียกเสี่ยวเอ้อที่เป็หญิงให้ช่วยพยุงคุณหนูไปขึ้นรถม้ากลับจวนเ้าค่ะ” นั่งก้มหน้ายอมรับผิดอย่างเต็มที่
“ไม่เป็ไรหรอก เ้าทำถูกแล้วในตอนนั้นหากเ้าละทิ้งข้าแล้ววิ่งตามคนผู้นั้นไปจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างก็ไม่อาจรู้ได้เป็ข้าเสียอีกที่ต้องขอบคุณเ้าที่ช่วยเหลือข้าไว้ เอาล่ะเ้าออกไปก่อนเถอะข้าขอนอนพักสักครู่”
“เ้าค่ะ” ก้าวออกไปและปิดประตูห้อง
ภายในห้องนอนของจูเหม่ยเซียน ร่างบางนั่งนิ่งจ้องมองหนังสือที่น่าจะเป็ต้นเหตุให้เธอต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ และเพื่อจะทำความเข้าใจในเนื้อหาที่ตนต้องเผชิญต่อถึงแม้จะจำเื่ราวได้บ้างแต่เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เกิดเื่ผิดพลาดขึ้นก็ต้องอ่านมันอีกครั้ง เมื่อเปิดหน้าแรกขึ้นมา จากเดิมที่นิยายเื่นี้ถูกเขียนด้วยภาษาจีนกลับกลายเป็ภาษาไทยทั้งหมด ‘อะไรเนี่ย’ ความกังวลเริ่มเกิดขึ้นในใจ พลิกกระดาษดูหน้าบทนำก็ยังมีเหมือนเดิม หน้าที่แนะนำตัวละครก็ยังมีเหมือนเดิมเนื้อเื่ด้านในก็คงเดิม เปิดผ่านๆ ไปจนถึงหน้าที่จูเหม่ยเซียนตกบันไดแล้วก็… เอ่อ ‘ว่างเปล่า’ เกิดอะไรขึ้น? พลิกหน้าต่อไปแต่กลับไม่มีตัวหนังสืออะไรอีกเลยเท่าที่จำได้ในตอนที่จูเหม่ยเซียนตกบันไดก็ไม่ได้บอกไว้ด้วยว่าหัวจะโนบวมปูดขนาดนี้แค่มีแผลถลอกที่มือนิดหน่อยแล้วสาวใช้ก็พานางกลับบ้าน แถมนางยังได้ไปร่วมงานประชันบุปผางาม รับรางวัลอันดับหนึ่งอีกด้วย แต่นี่อะไรในหนังสือคือ ‘ว่างเปล่า’ แล้วเื่ราวมันจะไปต่อยังไงเนี่ย?? แล้ววิธีกลับบ้านเดิมของเธออีกล่ะไม่มีเหรอ? พลิกหน้าหนังสือไปมาอีกหลายรอบก็ยังไม่เจออะไรที่เป็มูลเหตุให้เธอมาอยู่ที่นี่และวิธีแก้ไขเื่ราวนี้เลยจะเอายังไงล่ะทีนี้ มือสองข้างยกกุมขมับ ผ่านไปกว่าสิบนาที
ไอยราจึงหันมองไปรอบๆ ห้องอย่างนึกปลงต่อชะตากรรม เฮ้ออ..จากนี้เธอต้องกลายเป็นางร้ายที่โดนเทเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเดินเกมต่อยังไง แค่นั้นยังร้ายไม่พอ ยังจะกลับบ้านไม่ได้อีก เอาวะ!!
"เอาวะ จูเหม่ยเซียนก็จูเหม่ยเซียน สู้โว้ย!!!” ฮืออ..ร้องไห้ในใจ
หน้าประตูเรือนหลานฮวา (ดอกกล้วยไม้) เสี่ยวถงยืนทำหน้าตาเป็กังวลหลังจากได้ยินเสียงของคุณหนูะโออกมา ‘รึว่านางควรแจ้งเื่นี้แก่นายท่าน’ ..รอฟ้าสางถ้ากลับมาดูแล้วอาการคุณหนูยังเป็เช่นนี้นางก็คงต้องทำล่ะ เดินไปคิดไปจนถึงโรงครัว
๑---------------------๑
ยามเฉิน (7.00-9.00) ก๊อกๆๆ
“คุณหนู ตื่นรึยังเ้าคะ”
“อืม..เข้ามาเถอะ”