ณ โลกในมิติลมปราณแห่งหนึ่ง ที่นี่เต็มไปด้วยจอมยุทธมากมาย รวมถึงมีสำนักต่าง ๆ สำหรับให้ศิษย์ฝึกฝนวรยุทธ หลอมยา หลอมอาวุธ วิชาค่ายคูประตูกลและอีกหลากหลายวิชาแปลก ๆ ที่แต่ละสำนักนั้นถนัด ดังเช่นสำนักกระบี่เมฆา ซึ่งมีชื่อเสียงด้านกระบี่บินมานับร้อยนับพันปี เ้าสำนักในตอนนี้เป็ถึงครึ่งเซียนที่มีวิชากระบี่เป็เลิศในโลกแห่งนี้
เ้าสำนักกระบี่เมฆารับศิษย์สายตรงที่เป็เด็กกำพร้าเพียงสองคน คือซูซูและเสี่ยวหง ซูซูนั้นเป็ศิษย์รักของเ้าสำนักเลยทีเดียว นางเป็เด็กที่ร่าเริงสดใสและตั้งใจเรียนรู้ทุกวิชาที่อาจารย์สอน อีกทั้งยังมีความทรงจำเป็เลิศ ทำให้อาจารย์หวังเอาไว้ว่าจะให้ซูซูเป็เ้าสำนักคนถัดไป ส่วนเสี่ยวหงไม่ค่อยได้รับความสนใจจากอาจารย์มากนักเนื่องด้วยพร์ของนางมีไม่เท่ากับซูซู ทำให้เสี่ยวหงคอยแต่อิจฉาริษยาความสามารถของซูซูมาตลอดหลายปี เพียงแต่ต่อหน้าอาจารย์และศิษย์พี่อย่างซูซู เสี่ยวหงจะไม่แสดงออกว่านางคิดอย่างไร
กระทั่งวันหนึ่ง เ้าสำนักต้องออกไปทำภารกิจด่วนเพื่อช่วยเพื่อนชาวยุทธปราบมาร ซูซูที่กำลังฝึกฝนเพื่อที่จะข้ามขั้นพลังปราณไปสู่ขั้นที่ 9 จึงไม่มีใครคอยปกป้องเหมือนทุกครั้ง เ้าสำนักยังฝากฝังเสี่ยวหงไม่ให้ใครไปรบกวนซูซูอีกด้วย โดยที่นางไม่รู้เลยว่าเสี่ยวหงจะใช้โอกาสนี้ในการทำร้ายซูซูจนตกตายไป
หลังจากเ้าสำนักออกจากสำนักไปแล้ว เสี่ยวหงที่ดูเรียบร้อยก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน สายตาของนางมองตามหลังเ้าสำนักไปอย่างเ็า ไม่ว่าจะกี่ครั้งอาจารย์ของนางคนนี้ก็มักที่จะมองเห็นซูซูเป็คนสำคัญมากกว่านางอยู่เสมอ ในเมื่อครั้งนี้อาจารย์ไม่อยู่แล้ว นางก็มีโอกาสที่จะได้เป็ศิษย์คนเดียวของเ้าสำนักแล้ว เสี่ยวหงไม่สนใจว่าใครจะจับผิดนางหรือไม่ นางเดินจากประตูที่เพิ่งส่งเ้าสำนักออกไปทำภารกิจพร้อมกับกำหมัดแน่น นางแค้นใจซูซูมาหลายปีแล้วที่เหตุใดเด็กกำพร้าอย่างนางจึงได้มีพร์มากกว่า ทั้งที่นางก็เป็เด็กกำพร้าเช่นเดียวกัน เหตุใด์จึงไม่ให้ความสามารถเหมือนซูซูกับนางบ้าง ในเมื่อ์ลำเอียง เสี่ยวหงคนนี้ก็จะกำจัดขวากหนามของนางด้วยตัวเอง
เสี่ยวหงไม่ได้รีบร้อนที่จะกำจัดซูซู นางรู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะไปรบกวนซูซูเพราะยังไม่ใช่่เวลาก้าวข้ามขั้นพลังปราณ ซึ่งเป็เวลาที่ซูซูจะต้องตั้งสมาธิกับการรวบรวมพลังปราณมากที่สุดจนไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง เสี่ยวหงไปทำอาหารกินก่อนที่จะเดินไปยังถ้ำฝึกตนด้านหลังบ้านพักของพวกนาง
ขณะที่ซูซูซึ่งกำลังรวบรวมพลังลมปราณเข้าสู่วันที่สาม อีกก้าวเดียวนางก็จะสามารถข้ามขั้นไปสู่ปราณขั้น 9 ได้แล้ว เสี่ยวหงใช้ฝ่ามือพลังปราณตบไปที่หลังของซูซูอย่างแรงจนนางธาตุไฟเข้าแทรกและกระอักเืออกมาจำนวนมาก
หลังจากได้สติ ซูซูที่าเ็สาหัสหันหลังไปมองคนที่ทำร้ายนางอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางเห็นเสี่ยวหงทำสีหน้าสมใจที่นางาเ็สาหัสเช่นนี้ได้อย่างไร ซูซูไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่นางเห็นเป็เหมือนน้องสาวจะกล้าทำร้ายนางได้เช่นนี้ ซูซูไม่รู้ว่าอาจารย์ไปอยู่ที่ไหนถึงไม่ได้มาดูแลความปลอดภัยให้นางเหมือนทุกครั้ง แต่นางไม่โทษอาจารย์ นางโทษเพียงตัวเองที่มองไม่ออกว่าเสี่ยวหงเป็คนอย่างไร
“ทำ..ไม..อั่ก.. ทำไมเ้าทำเช่นนี้เสี่ยวหง”
“ฮ่า ฮ่า เ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกว่าทำไม เพราะข้าอยากเป็ศิษย์รักเพียงคนเดียวของอาจารย์อย่างไรเล่า คนอย่างเ้ามีสิทธิอะไรที่จะได้ดีไปกว่าข้า”
พรวด..อั่ก..
ซูซูกระอักเืออกมาอีกเป็จำนวนมากจากความคับแค้นใจกับคำตอบของเสี่ยวหงเป็คำรบสอง คราวนี้พลังปราณในร่างกายของซูซูไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป นางได้แต่มองไปยังเสี่ยวหงพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า นางยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ชุบเลี้ยงของอาจารย์เลย แต่ตอนนี้นางกลับกำลังจะตายเสียแล้ว ลมหายใจของซูซูติดขัดเข้าไปทุกที ๆ นางไม่รู้เลยว่าเสี่ยวหงพูดอะไรอยู่เพราะอาการาเ็จนหูอื้อตาลายไปหมด ไม่นานหลังจากนั้น ซูซูก็สิ้นลมโดยที่นางตายตาไม่หลับ
เสี่ยวหงที่เห็นว่าซูซูหมดลมหายใจแล้วก็รีบปิดเปลือกตาของนางลงด้วยกลัวว่าอาจารย์จะสงสัย หากอาจารย์กลับมา นางจะบอกว่าศิษย์พี่ธาตุไฟเข้าแทรกและนางไม่รู้วิธีการช่วยเหลือ จึงทำให้ศิษย์พี่จากไปทั้งอย่างนั้น แน่นอนว่าเสี่ยวหงรีบออกไปจากถ้ำฝึกตนทันทีเพื่อเตรียมแสดงละครฉากหนึ่งให้กับอาจารย์ของนางดูเมื่อถึงวันที่อาจารย์กลับมาที่สำนัก
ซูซูที่สิ้นลมหายใจไปแล้วนั้น ิญญาของนางหลุดออกจากร่างและล่องลอยอยู่ภายในมิติไปอย่างไร้จุดหมาย นางได้แต่คิดว่าเหตุใดนางไม่ได้ไป์หรือลงนรกเหมือนอย่างที่อาจารย์เคยเล่าให้ฟังเื่ชีวิตหลังความตาย แต่กลับมาอยู่ในอุโมงค์มิติที่แปลกประหลาดแห่งนี้ ภายในห้วงมิติทำให้ซูซูไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว จนกระทั่งนางทนความปั่นป่วนในห้วงมิติไม่ไหวจนสิ้นสติไปทั้งอย่างนั้น
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เ้าสำนักกระบี่เมฆากลับมาแล้วรีบไปดูศิษย์รัก แต่ก่อนที่นางจะได้เข้าไปในถ้ำฝึกตนกลับพบศิษย์อีกคนกำลังยืนร้องไห้เหมือนมีใครตายอยู่ไม่ไกลจากปากถ้ำนัก
“เ้าร้องไห้ทำไมกันเสี่ยวหง”
“ฮือ...อาจารย์ ศิษย์โง่เขลานัก ข้าไม่รู้วิธีการช่วยศิษย์พี่ที่ธาตุไฟเข้าแทรก ฮึก..ตอนนี้ศิษย์พี่จากไปแล้วเ้าค่ะอาจารย์ ฮือ…” เสี่ยวหงที่คุกเข่ากอดขาอาจารย์แล้วร้องไห้บอกเล่าเื่ราวอันเป็เท็จให้กับอาจารย์ของตนเองฟัง เซียวเซียนที่ฟังเื่ราวจบแล้วพอรู้ว่าศิษย์ที่นางรักเหมือนลูกสาวนั้นจากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลาก็ได้แต่น้ำตารินไหลอย่างเสียใจ เป็นางที่ผิดเองโดยปล่อยให้ศิษย์รักตัดผ่านขั้นพลังปราณด้วยตัวเอง หากนางอยู่ด้วยเื่แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
“เ้าลุกขึ้นเถอะ ปล่อยข้าก่อน ข้าจะเข้าไปดูนางและทำพิธีฝังศพให้เรียบร้อย”
เสี่ยวหงได้แต่สะอึกสะอื้นปล่อยท่อนขาของอาจารย์ออกตามที่ท่านบอก นางไม่กล้าทำสิ่งใดเกินไปนักด้วยกลัวว่าจะถูกสงสัยเอาได้ เซียวเซียนที่เห็นว่าเสี่ยวหงปล่อยขานางเสียทีก็เดินเข้าไปในถ้ำคนเดียวอย่างเหม่อลอย นางไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าซูซูของนางที่เฝ้าชุบเลี้ยงมาจะต้องมาตายไปทั้งอย่างนี้
เซียวเซียนเห็นร่างไร้ิญญาของซูซูแล้วยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปอีก นางเข้าไปสวมกอดร่างนั้นอย่างแสนรัก หลังจากตั้งสติได้แล้ว เซียวเซียนลองตรวจชีพจรของซูซูก็พบว่าภายในร่างนางนั้นมีธาตุไฟเข้าแทรกจริง ๆ แต่นางไม่ได้ตรวจสอบว่าสาเหตุของการที่ซูซูธาตุไฟเข้าแทรกเป็เพราะเหตุอันใด ด้วยนางยังเสียใจอยู่มากจึงได้พลาดเื่นี้ไป กว่าที่นางจะรู้ว่าเป็ฝีมือของเสี่ยวหงก็เป็ตอนที่นางกำลังจะขึ้นไปสู่ขั้นเซียนและส่งต่อตำแหน่งเ้าสำนักให้กับเสี่ยวหงนั่นเอง
เซียวเซียนได้แต่จากโลกแห่งลมปราณขึ้นไปยัง์เบื้องบนอย่างเ็ปใจนัก หากนางไม่ถึงขั้นเซียนก็คงไม่ทราบความคิดของเสี่ยวหงเช่นนี้ นับจากนี้ไปนางจะไม่เชื่อใจใครอีกต่อไปและไม่รับศิษย์สองคนอีกต่อไป หากนางเจอผู้มีพร์ในอนาคต นางจะสอนสั่งศิษย์เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ตอนนี้นางเพิ่งข้ามขั้นมาเป็เซียน นางยังต้องฝึกฝนอีกมาก กว่าที่จะมีพลังมากพอที่จะลงมาจัดการกับเสี่ยวหงเพื่อแก้แค้นให้ซูซูศิษย์รักของนาง