เหมยหรงที่แอบฟังเื่ราวอยู่นาน ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางปรี่ออกมาจากห้องนอนของตน แล้วรีบเร่งเดินตรงไปยังลานหน้าบ้านในทันที
"ท่านพ่อเ้าคะ"
"เหมยหรง..เ้าออกมาทำไม เข้าบ้านไป เื่นี้เดี๋ยวพ่อจะจัดการเอง"
"ท่านพ่อ ขอลูกพูดอะไรกับน้องฉิงหลางสักหน่อยเถอะเ้าค่ะ"
กู้ฉิงหลางจ้องมองบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยแววตาที่คมกริบ หากการมองในครั้งนี้คือคมกระบี่ คาดว่าร่างกายของเหมยหรงั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า คงโดนเชือดเฉือนเต็มไปด้วยาแน้อยใหญ่เป็แน่
"ฉิงหลาง ข้ารู้แล้วว่าตัวข้าผิด ข้ายอมรับผิดทุกอย่าง ข้าขอโทษเ้าจากใจจริง"
"ข้าไม่ใช่คนที่ท่านควรกล่าวขอโทษ หากแต่เป็พี่สาวของข้าที่กำลังนอนเจ็บอยู่ที่บ้าน นางต่างหากที่ควรจะได้รับคำขอโทษจากท่าน แต่หากคำขอโทษที่ท่านคิดจะกล่าวออกมานั้น ไม่ได้มาจากใจจริงของท่านแล้วไซร้ ข้าก็คิดว่าท่านอย่าได้กล่าวมันออกมาเลยจะดีกว่า จะได้ไม่ทำให้ระคายใจคนฟัง"
วาจาที่เฉือนคมดุจใบมีดของฉิงหลาง ทำเอาลุงปู้หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาอย่างป้าหงลี่ ถึงกับอ้าปากค้างกล่าวประโยคใดต่อไม่ออก โดยเฉพาะเหมยหรงที่มีสีหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ แต่นางก็สงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตนได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะรีบกล่าวตอบกลับฉิงหลาง ด้วยท่าทีที่ดูเสแสร้งแกล้งทำ
"โธ่!ฉิงหลาง เหตุใดเ้าจึงได้มองข้าในแง่ร้ายนักนะ ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆเ้าเชื่อข้าเถอะ เอาเป็ว่าข้าจะไปเยี่ยมพี่สาวของเ้า แล้วกล่าวขอโทษนางด้วยตัวข้าเอง เ้าเห็นเป็เช่นไรเล่า"
เหมยหรงชั่งใจถึงผลได้ผลเสียของเื่ นางจึงได้ก้มหัวยอมรับผิดแต่โดยดี เพราะการปล่อยให้เื่ราวยืดเยื้อกันต่อไป จนถึงขึ้นที่ครอบครัวกู้ยื่นคำร้องต่อศาล ถึงเวลานั้นไม่ใช่แค่นางที่จะต้องรับโทษทัณฑ์ หากแต่บิดาซึ่งเป็หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ เขาเองก็ไม่อาจหนีพ้นความผิดนี้ไปได้
คงจะถูกกล่าวโทษว่าไม่อบรมบุตรสาว ปล่อยปละละเลยให้คนในครอบครัวกระทำความผิด ไม่แคล้วเื่ทั้งหมดจะส่งผลกระทบให้บิดาของนาง หมดความน่าเชื่อถือในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน ดีไม่ดีอาจจะมีคนฉวยโอกาส หยิบยกเื่นี้ขึ้นมาเป็ประเด็นเพื่อร้องเรียน อาจจะทำให้ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านของบิดาหลุดลอยไป
นางจึงทำได้เพียงยอมลงให้กับอีกฝ่าย แต่ถึงแม้เหมยหรงจะแสดงท่าทีว่ายอมความ ทว่าภายในใจของนางก็ยังคงจดบัญชีหนี้แค้นนี้ไว้ นางหาได้ยอมรับผิดในการกระทำจากใจจริงไม่ ทุกคำพูดและท่าทีที่แสดงออกมาในตอนนี้ ก็เพียงเพื่อแค่ให้เื่ราวทุกอย่างมันจบลงเท่านั้น
"ลุงจะให้เหมยหรงไปขอโทษพี่สาวของเ้า รวมไปถึงคนที่ร่วมกระทำความผิดทุกคน ลุงก็จะให้คนเ่าั้ไปขอขมาพี่ของเ้าด้วย จากนั้นลุงจะคาดโทษคนที่กระทำความผิด หากยังกระทำความผิดซ้ำ ลุงจะจัดการขั้นเด็ดขาดตามกฎของหมู่บ้าน ส่วนเื่ค่าหยูกยาและค่ารักษา ครอบครัวของลุงจะขอรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด จนกว่าพี่สาวของเ้าจะหายดี ว่าอย่างไรเล่า ลุงจัดการเื่ราวเช่นนี้แล้ว เ้าพึงพอใจหรือไม่"
หัวหน้าหมู่บ้านพูดกับฉิงหลางด้วยน้ำเสียงประนีประนอม ถือว่าท่าทางการปฏิบัติเช่นนี้ของเขา นับว่ายอมลงให้คนตรงหน้าหลายส่วนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจทำให้กู้ฉิงหลางพึงพอใจ เขายังคงนั่งนิ่งขมวดคิ้วจนเป็ปม แสดงสีหน้าว่าเขายังคงไม่ยินดี กับเื่ที่หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวออกมา
"ว่าอย่างไรเล่า สิ่งที่ลุงพูดไปเ้าเห็นด้วยหรือไม่"
"ท่านลุงปู้...นี่ท่านลืมเลือนเื่สำคัญไปหรือเปล่าขอรับ"
หัวหน้าหมู่บ้านมองฉิงหลางด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่หนุ่มน้อยตรงหน้าพูด เขาคิดว่าตนเองนั้นได้ตัดสินอย่างรอบคอบแล้ว
"ลุงไม่เข้าใจความหมายที่เ้าอยากจะสื่อ เอาเถอะฉิงหลาง หากเ้ามีข้อเรียกร้องใดเพิ่มเติม เ้าก็กล่าวออกมาได้เลย หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงและเป็สิ่งที่ยอมรับใด ลุงก็จะไม่บ่ายเบี่ยงอย่างแน่นอน"
"ข้ามีข้อเรียกร้องแค่เพียงสองข้อเท่านั้นขอรับ"
"ว่ามาสิพวกเรารอฟังอยู่"
หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยานิ่งเงียบ เพื่อตั้งใจรอฟังในสิ่งที่ฉิงหลางจะพูดออกมา พวกเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าครอบครัวกู้ มีข้อเรียกร้องในเื่นี้อย่างไรบ้าง
"ข้อแรก บุตรสาวของท่านและคนที่ก่อเื่ทุกคน จะต้องไปคุกเข่าขอขมาพี่สาวของข้า ข้อสองข้าอยากให้ท่านลุง ซึ่งเป็ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน ใช้กฎของหมู่บ้านลงโทษผู้ที่กระทำความผิดขอรับ"
ฉิงหลางพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ พร้อมทั้งปรายตามองคู่สามีภรรยาตรงหน้า ด้วยสายตาที่ฉายแววเ้าเล่ห์
"ลงโทษตามกฎของหมู่บ้านอย่างนั้นเหรอ"
ป้าหงลี่ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นพรวดจากที่นั่ง ก่อนที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงใ
"ใช่ขอรับ..ข้าจำได้ดีว่ามีหนึ่งในกฎที่ถูกบันทึกไว้ อยู่ในศาลบรรพชนของหมู่บ้าน กฎที่ถูกตั้งขึ้นโดยหัวหน้าหมู่บ้านคนแรก ที่เข้ามาปกครองดูแลหมู่บ้านเฟิงหวงแห่งนี้ กฎที่ตั้งไว้ข้อนั้นกล่าวว่า หากผู้ใดลงมือทำร้ายหรือหมายเอาชีวิต คนในหมู่บ้านเดียวกันให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน คนผู้นั้นจะต้องโดนโทษโบยห้าสิบไม้พลอง จากนั้นจึงทำการส่งตัวผู้กระทำผิดให้กับที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ศาลชี้ขาดถึงบทลงโทษที่เหมาะสมต่อไป"
"เ้า...เ้า นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ"
ป้าหงลี่ถึงกับปากสั่นเหงื่อตกกับสิ่งที่ได้ยิน การลงโทษตามกฎของหมู่บ้าน ด้วยการโบยห้าสิบไม้พลอง อย่าว่าแต่สตรีจะรับการลงโทษไม่ไหวเลย แม้กระทั่งบุรุษผู้มีร่างกายแข็งแรงเอง โดนเช่นนั้นหากไม่ตายก็คงพิการ
"ไม่เกินไปสักนิดขอรับ หากทำผิดแล้วทำเพียงขอโทษขอโพยแล้วจบไป ศาลและที่ว่าการอำเภอจะมีไว้เพื่อการใด แต่ทว่าข้าเองเห็นว่าบุตรสาวของพวกท่าน เป็คนหมู่บ้านเดียวกันและเห็นแก่หน้าของท่านลุงปู้ เื่การส่งตัวให้ศาลตัดสินนั้นก็ช่างเถิด แต่โทษโบยนั้นละเว้นไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งข้ายัง้าให้ท่านลุงปู้ ลงโทษโบยทุกคนที่ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านอีกด้วย ส่วนเื่การจ่ายค่ารักษาอาการาเ็ของพี่สาวข้านั้น ก็ให้เป็ไปตามที่ท่านลุงปู้จะเห็นสมควรขอรับ"
"ฉิงหลาง..เื่นี้ลุงคิดว่า"
หัวหน้าหมู่บ้านกำลังจะอ้าปากบอกว่าไม่เห็นด้วย แต่เขายังไม่ทันได้พูดจบประโยค กู้ฉิงหลางก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน
"ท่านลุง..ก่อนที่ท่านจะเอ่ยประโยคใดออกมา ตัวข้าเองในฐานะผู้เยาว์ ก็จำเป็ต้องขอพูดเตือนสติท่านสักหน่อยนะขอรับ ท่านเองต้องไตร่ตรองเื่นี้ให้ถี่ถ้วน ท่านเป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้าน หากท่านช่วยบุตรสาวตนเองให้รอดพ้นจากความผิด แล้วจากนี้จะมีผู้ใดเชื่อถือในตัวท่านเล่าขอรับ"
ฉิงหลางยังคงยืนกรานคำเดิมด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูจริงจัง
"แต่การลงโทษโบยห้าสิบไม้พลอง แม้แต่บุรุษร่างกำยำยังทนรับไม่ไหว แต่บุตรสาวของข้าและคนที่ร่วมลงมือ เป็เพียงสตรีร่างบอบบาง การลงโทษโบยในครั้งนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตของพวกนางแล้ว"
ลุงปู้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านของเขา เป็ชาวบ้านร่วมกันออกเสียง จากนั้นจึงรับได้เอกสารรับรองจากนายอำเภอ หากเสียงส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเฟิงหวง ไม่ยินดีสนับสนุนเขา ตัวของเขาเองก็คงไม่ได้ดีอย่างทุกวันนี้ แต่ทว่าการจะให้เขาลงโทษบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยการโบย เขาผู้เป็บิดาก็ทำใจไม่ได้เช่นกัน
เพราะั้แ่เล็กจนโตเขาเองยังไม่เคยตีนางสักครั้ง แต่หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องของกู้ฉิงหลาง ทางครอบครัวกู้ก็คงไม่ยอมจบเื่นี้ง่ายๆ และเื่ที่เกิดขึ้นคงปิดเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป นอกจากจะถูกเล่าลือกันปากต่อปากภายในหมู่บ้านแล้ว คงไม่แคล้วเื่ราวที่ไม่ดีเหล่านี้ จะรู้ไปถึงหมู่บ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง
หากเป็เช่นนั้นบุตรสาวของเขา ก็คงชื่อเสียงเสียหายจนกู่ไม่กลับ และคงไม่สามารถหาคู่ครองที่ดีได้ อีกทั้งหากเื่ไปถึงโรงถึงศาล คาดว่าเื่นี้คงจัดการได้ยากกว่านี้หลายเท่า ในขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังติดไตร่ตรอง และมีสีหน้าที่ลำบากใจกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่นั้น ฉิงหลางก็ไม่หยุดที่จะกล่าวกระตุ้นเขา ให้ตัดสินใจชี้ขาดเื่นี้ได้เร็วขึ้น
"การปกครองดูแลคนหมู่มากให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ สิ่งจำเป็ที่สุดคือตัวท่านเองต้องแสดงให้ผู้อื่นเห็นก่อน หากคนเป็ผู้นำยังไม่สามารถปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่วางไว้ได้ เช่นนั้นท่านจะชี้แนะสั่งการผู้ใดได้เล่า อันว่าบารมีของคนที่สามารถทำให้ผู้อื่น ให้การยอมรับและเคารพยกย่องตนได้นั้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากความซื่อตรง รวมถึงการประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม หากมโนธรรมในใจบิดเบี้ยวแล้วไซร้ คงยากยิ่งที่จะทำให้ผู้อื่นเลื่อมใสจากใจจริง"
ทุกวาจาของกู้ฉิงหลางที่เอ่ยออกมา ทุกถ้อยคำคมกริบยิ่งกว่าใบมีด ทำเอาหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาถึงกับหน้าเสีย พวกเขาอ้าปากค้างแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น เพราะไม่สามารถหาคำใดมาโต้แย้งเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลย ลุงปู้ที่อยู่มาเกือบครึ่งชีวิต เขาพึ่งตระหนักได้ในตอนนี้เอง ว่าบุตรชายของครอบครัวกู้ เป็กระดูกแข็งที่เคี้ยวยากจริงๆ
ทุกคำพูดทุกอากัปกิริยาของเด็กหนุ่มผู้นี้ เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและหลุมพราง ที่ขุดเอาไว้เพื่อรอให้อีกฝ่ายตกลงไป ประหนึ่งว่าจะเดินหน้าต่อก็ไม่ได้ จะให้ถอยหลังกลับก็คงไม่ทัน หัวหน้าหมู่บ้านซึ่งเป็ชายวัยกลางคน ผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน เขาผู้ไม่เคยหวาดหวั่นกับสิ่งใดง่ายๆ แต่บัดนี้เขากลับรู้สึกประหม่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกู้ฉิงหลาง