สปาเก็ตตี้เส้นหมี่
ร้านของดาวศุกร์วันนี้ก็ยังขายดิบขายดีเช่นเดิมลูกค้าก็ยังคงแน่นร้านต่อแถวยาวเต็มถนนแม้จะมีหลายร้านที่ทำมันฝรั่งทอดเหมือนกับเธอแต่เพราะไม่เคยกินและไม่รู้สูตรในการทำซอสมะเขือเทศทำให้ขายไม่ได้เหมือนกับของเธอการที่มีอิงอิงเข้ามาในชีวิตทุกวันนี้เธอเลยผลิตซอสมะเขือเทศได้มากถึงวันละ 10 ไหที่จริงสามารถทำได้มากกว่านี้ แต่เธอกลัวว่าจะเหนื่อยกันเกินไปจึงพอที่10 ไห มันฝรั่งทอดหรือเฟรนฟรายก็ขายได้วันละ 2 กระสอบไม่ถึงยามโฉ่วพวกเธอก็ขายหมด
วันนี้ดาวศุกร์มีเมนูใหม่มาวางขาย นั้นก็คือสปาเก็ตตี้เส้นหมี่ ที่ต้องใช้เส้นหมี่แทนเส้นสปาเก็ตตี้ตามต้นตำหรับนั้นก็เพราะในยุคนี้ยังไม่มีใครทำเส้นสปาเก็ตตี้ออกมาขายอาจจะไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทางเรืออีกเหตุผลหนึ่งดาวศุกร์คิดว่าใช้เส้นหมี่นั้นหาง่ายและคนจีนก็นิยมกินเส้นหมี่เป็ประจำอยู่แล้วง่ายต่อการวางขายและตีตลาด
คืนที่ผ่านมาดาวศุกร์นำซอสมะเขือเทศที่ทำเอาไว้มาปรุงทำเป็ซอสสปาเก็ตตี้โดยการนำหัวหอมที่สับเอาไว้ไปผัดในน้ำมันให้สุก ตามด้วยใส่หมูสับลงไปผัดต่อ จากนั้นใส่ซอสมะเขือเทศลงไปคลุกเข้าแล้วใส่น้ำตาลอีกเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น
“เร่เข้ามาเ้าค่ะพี่สาวพี่ชายทุกท่านวันนี้ร้านของข้ามีเมนูใหม่มานำเสนอ หลังจากที่ข้าเปิดร้านครบ 3 เดือน อาหารที่วางอยู่ตรงหน้าเรียกว่าสปาเก็ตตี้เ้าค่ะ” ทุกคนดูตื่นเต้นกับเมนูใหม่ที่เธอนำมาวางขายมากและนั้นเป็สิ่งที่เธอ้า
“อาหารที่เ้าทำข้าก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันจะอร่อยมากพอได้กินจริงๆยิ่งรู้ว่ามันอร่อย อร่อยกว่าเหลาอาหารชื่อดังในเมืองเสียอีกถ้าข้าขอซื้อซอสมะเขือเทศของเ้าได้หรือไม่บุตรสาวของข้านางชอบซอสมะเขือเทศของเ้ามาก” บุรุษผู้นี้นางจำได้ดีเขามักจะมาซื้อมันฝรั่งทอดทีละหลายๆห่อเพื่อที่จะได้ซอสมะเขือเทศในปริมาณมากๆที่แท้ก็เราะบุตรสาวชอบนี้เอง
“ได้เ้าค่ะ ข้าจะขายให้ท่านในราคาไหละ 2 ตำลึงเงินซอสมะเขือเทศของข้าสามารถนำไปปรุงอาหารได้ เช่นผัดกับเนื้อหมูเหมือนกับเมนูที่ข้านำเสนออยู่ตรงนี้”ที่จริงดาวศุกร์ไม่คิดที่จะขายซอสมะเขือเทศเร็วขนาดนี้แต่ถ้ามีคนมาขอซื้อเธอก็พร้อมที่จะขายให้แต่จะขายทีละน้อยๆเนื่องจากตอนนี้เธอยังไม่มีกำลังผลิตมากพอ
เมื่อชาวบ้านคนอื่นเห็นว่าดาวศุกร์ขายซอสมะเขือเทศจึงขอซื้อตามแต่ดาวศุกร์ขายให้เพียงคนละไหเท่านั้น โดยผู้โชคดีมีเพียง 5 คนที่เหลือเธอเก็บเอาไว้ขายมันฝรั่งทอดกับสปาเก็ตตี้
“ถ้าพวกท่าน้าซื้อซอสมะเขือเทศของข้าพวกท่านต้องสั่งจองกันร่วงหน้านะเ้าคะโดยซื้อได้เพียงท่านละ 2 ไหเท่านั้น”หลังจากนี้ดาวศุกร์คงต้องไปหาคนมาช่วยเพิ่ม
ทำให้วันนี้ดาวศุกร์มีเงินจากการขายอาหารกับซอสมะเขือเทศถึงวันละ 5ตำลึงทองเลยทีเดียว หักลบค่าวัตถุดิบแล้วเธอได้กำไรถึง 3 ตำลึงทอง
หลังจากกลับมาถึงเรือน ดาวศุกร์จึงปรึกษเื่ที่จะหาคนมาทำงานเพิ่มกับอิงอิง
“ข้าคิดว่าต้องหาคนมาเพิ่มเ้าค่ะ พี่อิงอิงคิดว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ”ดวงตากลมโตมองสบดวงตาคมของอิงอิงที่นั่งตรงข้ามอย่างขอความเห็น
“ข้าเห็นด้วยกับเ้า แต่ต้องสร้างเรือนพักให้คนงานเพิ่มและต้องสร้างโรงผลิตด้วย”
“ข้ารู้แต่เงินของพวกเราในยามนี้ยังไม่มีมากพอที่จะทำเป็โรงผลิตได้คงต้องหาวิธีอื่น” แม้ในยามนี้ดาวศุกร์จะมีเงินมากจนเกือบเต็มหีบแต่การจะทำธุรกิจระยะยาวเธอต้องคิดให้ละเอียด มองในระยาว พลาดขึ้นมาจะไม่คุ้มถ้าจะทำโรงผลิตจริงต้องรอให้เธอมีเงินมากกว่านี้ ไหนจะต้องสร้างเรือนพักคนงานอีก
“ถ้าเช่นนั้นให้ช่างขยายห้องครัวเรือนครัวใหญ่ขึ้นดีหรือไม่และทำให้มีห้องเอาไว้เก็บซอสมะเขือเทศของเ้าด้วยดีหรือไม่”
“ดีเ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่พี่อิงอิงกล่าว”
“โอเค ทำอย่างนี้ใช่หรือไม่ข้าจะได้บอกช่างให้สร้างเรือนพักกับขยายห้องครัวเพิ่ม” ดาวศุกร์อมยิ้มเมื่อเห็นอิงอิงยกมือขึ้นมาทำเป็ท่าโอเคเหมือนที่เธอเคยทำให้ดูบ่อยๆแม้จะยังไม่เหมือนซะทีเดียวแต่ก็ถือว่าใช้ได้
“ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ อีกเื่รบกวนพี่อิงอิงไปบอกช่างตีเหล็กให้ทำไหให้เพิ่มด้วยนะเ้าคะ อืม ทำเพิ่มสัก 50ไหก่อน ถ้าขายดีค่อยสั่งทำเพิ่มอีก”ดาวศุกร์ทำท่าคิดก่อนจะตัดสินใจบอกกับอิงอิง
“ส่วนเื่คนงาน ข้าจะไปดูคนไร้บ้านแถวนอกเมืองเ้าวางใจได้คนพวกนั้นข้ารู้จักดี ในยามที่ข้าไร้บ้านข้าสนิทกับพวกเขา ข้าจะพาคนที่ซื่อสัตย์มาให้เ้าหลิวฮวา”
“ขอบคุณพี่อิงอิงเ้าค่ะที่ดีต่อข้า”
“เ้าอย่าเกรงใจไป ถ้าไม่ได้พบเ้าในวันนั้นก็คงไม่มีข้าในวันนี้” หลังจากที่กล่าวจบอิงอิงจึงเดินไปบอกช่างให้ทำเรือนตามที่คุยกับดาวศุกร์ก่อนที่จะควบม้ามุ่งหน้าไปที่นอกเมือง สถานที่ที่คนยากไร้บ้านอาศัยอยู่
เธอเห็นเส้นทางของความรวยมาอยู่ไม่ไกลแล้ว อีกแค่นิดเดียวถ้าเธอขายซอสมะเขือเทศได้ในครั้งนี้ เธอจะไปซื้อร้านที่ในเมืองเปิดเป็ร้านอาหารและวางสินค้าที่เธอจะทำขึ้น
พออยู่ว่างๆดาวศุกร์จึงคิดที่จะทำแหนมหมูออกมาขายเมื่อเช้าเธอไปได้เนื้อหมูราคาถูกกับหนังหมูมาหลายกิโล จึงคิดที่จะนำมาแปรรูป และเมนูที่เธออยากจะทำก็คือแหนมหมูเธอคิดว่ามันน่าจะตีตลาดได้ง่ายเนื่องจากแหนมหมูนิยมกินเป้นกับแกล้มหรือกินกับข้าวสวยก็ได้
ดาวศุกร์เริ่มทำแหนมหมูโดยการนำเนื้อหมูกับหนังหมูมาล้างทำความสะอาดแล้วนำหนังหมูมาต้มให้สุกแล้วหั่นเป็ชิ้นเล็กๆส่วนเนื้อหมูก็นำมาสับให้ละเอียด ส่วนผสมอีกอย่างนั้นก็คือกระเทียมเธอได้กระเทียมมาจากแม่ค้านางหนึ่งในตลาดนางบอกกับดาวศุกร์ว่าสามีของนางเข้าป่าไปหาของป่าและพบกับกระเทียมโดยบังเอิญจึงเก็บกลับมาด้วยนางจึงนำเอามาขยายพันธ์พอโตก็นำมาวางขาย คนสมัยนี้นิยมบริโภคกระเทียมมากโชคดีที่ยังเหลือให้ดาวศุกร์ซื้อ
ขั้นตอนการทำแหนมนั้นง่ายนิดเดียวหลังจากที่สับเนื้อหมูกับหั่นหนังหมูเสร็จแล้วดาวศุกร์จึงนำกระเทียมมาโขลกให้ละเอียดผสมกับเกลือและผงปรุงรสที่เธอทำขึ้นเอง หลังจากที่ช่างส่งที่บดเนื้อมาให้กับดาวศุกร์เธอจึงนำหมูไปต้มก่อนจะนำมาตากให้แห้ง จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดส่วนพริกไทยกับต้นผักชีอิงอิงไปเจอในป่าจึงนำกลับมาให้เธอดาวศุกร์เคยบอกกับอิงอิงไว้ว่าถ้าเจอผักแปลกๆให้นำกลับมาให้เก้บกลับมาด้วยส่วนจะใช้ได้หรือไม่นางนั้นจะดูอีกที
ขั้นต่อไปนำข้าวสวยที่แช่น้ำเอาไว้มาล้างให้สะอาดและพักไว้ให้สะเด็ดน้ำใส่ลงไปในกะละมังที่มีหมูสับจากนั้นนำนวดจนเหนียวแล้วนำหนังหมูที่ซอยมาผสมกันอีกที
ดาวศุกร์นำกระดาษที่ใช้ลองซาลาเปามาห่อแหนมแทนใบตองเป็ขั้นตอนสุดท้ายทิ้งไว้ประมาณ 1คืน ก็สามารถนำมากินได้ หากไม่ชอบเปรี้ยว แต่ดาวศุกร์ชอบที่จะให้แหนมมีความเปรี้ยวเล็กน้อยจึงทิ้งไว้ 2 คืน ถ้าขายได้ดีเธอคิดที่จะทำขายวันละ 100ห่อ เนื่องจากแหนมเก็บได้ไม่นาน หากจะเก็บเอาไว้นานต้องใช้ตู้เย็นแต่ในยุคนี้ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกประเภทนั้น
จากที่นับดูวันนี้เธอได้แหนมถึง 20 ห่อนับว่าเป็จำนวนที่คุ้มค่า ใช้เนื้อหมู 4 กิโลกรัมกับหนังหมูประมาณ 2 กิโลกรัม
ดาวศุกร์มีเมนูแปรรูปอาหารมากมายในหัวแต่ต้องรอให้เธอมีร้านเป็ของตัวเองก่อนรับรองเลยว่าฉายาพิมรี่พรายขายทุกอย่างในยุคจีนโบราณจะเป็ของเธออย่างแน่นอน
แต่รายจ่ายก็ต้องมากขึ้นหากเธอรับคนงานมาอยู่เพิ่มดาวศุกร์จึงคิดที่จะซื้อไร่เอาไว้ปลูกข้าวกินเองชาติก่อนทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงเธอเรียนมาั้แ่ประถมและจำมันได้ดี ปลูกเองกินเองเหลือก็ขาย เงินจะไปไหนเสีย
สงสัยต้องไปซื้อที่รอบๆบ้านของเธอให้หมดเลยแต่เธอก็ต้องยอมเสียเงินเป็จำนวนมากถ้าเสียแล้วได้กลับมาเยอะดาวศุกร์คนนี้ก็พร้อมที่จะจ่ายไม่อั้น
สวย รวย แซ่บ เหมาะกับดาวศุกร์สาวน้อยที่มีอายุไม่น้อยคนนี้ที่สุดแม้จะมีลูกติด 1 คน แต่ใครจะแคร์ถ้าเธอมีเงินซะอย่างบันดาลได้หมดแหละ
เธอจะเป็หญิงหม้ายที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินนี้จะเปลี่ยนทุกความเชื่อของคนสมัยโบราณนี้ที่ว่าเป็หม้ายแล้วเป็ตัวกาลกิณีจะเป็ตัวอย่างให้สาวหม้ายในยุคอดีตแห่งนี้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองและทำชีวิตให้มีคุณค่า เธอจะทำให้ทุกคนได้เห็น