ตอนที่4
“มีอะไรหรือเปล่ายอดรัก...ยอดรักครับ”คายร้องเรียกอีกครั้งเมื่อคำที่เขาถามไปไม่ได้รับการตอบสนองจากคนตัวเล็กที่มาหยุดยืนทำหน้าทำตาขึ้งเคียดมองเขาก่อนจะยกสองมือเล็กตบหน้าตนเองเบาๆ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนไม่แน่ใจที่มันทำให้เขาต้องวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะแล้วเอนตัวเองแนบไปกับโซฟาขาแกร่งกำยำตวัดพาดบนขาอีกข้าง สายตามองไปยังคนตัวเล็กอย่างให้รู้ว่าตั้งใจมอง
“เปล่า...เปล่าครับ”จากตอนแรกเขาพยามทำใจให้ลืมเื่ที่เกิดขึ้นไปได้บ้างแล้วแต่พอคายเอ่ยทักมาด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่แสนจะอบอุ่นและอ่อนโยนทำให้เขาเผลอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากความคิดก็แล่นไปถึงเื่ที่ตนเองทำเมื่อคืนอีกครั้ง...เขาจูบพี่คาย!
แรก ๆ เหมือนว่าเขาเป็คนจูบพี่คายแต่ไม่นานเหมือนกับว่าเขาตกเป็เหยื่อให้อีกฝ่ายจูบตามความพอใจอยู่นะปากหนาขบเม้มกัดกลีบปาก สลับเคลื่อนไปคลอเคลียซอกคอก่อนจะวกกลับขึ้นมาจูบปากกันใหม่อีกครั้ง
รสชาติที่เร่าร้อนและดุดันแต่ขณะเดียวกันก็แฝงความหวานละมุนเหมือนกับได้กินของที่ชอบ...ชอบมากถึงมากที่สุดจนในความรู้สึกมันบอกว่า...อยากจะถูกจูบบ่อย ๆ
จำไม่ได้ว่าจูบกับพี่คายไปกี่ครั้งรับรู้เพียงแค่ความปั่นป่วนวาบหวามเพราะมือแกร่งที่ป้วนเปี้ยนลูบไล้สะเอวพลางดึงเอาชายเสื้อออกจากกางเกงแล้วลูบไล้ัักับผิวเนื้อไล่ไปถึงยอดอกปากหนากดย้ำและลิ้นอุ่นชื้นที่สอดเข้าไปกวาดเคล้าลิ้มรส
“ว่ายังไงครับน้องยอดรักจะยืนรอให้พี่ไปอุ้มมานั่งด้วยเหรอครับ”
“ปะ...เปล่าครับ”ศรวัณสะดุ้งเผลอตอบไปอย่างลืมตัวก่อนจะส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับคาย
“ถ้าไม่มีอะไร ก็มานั่งใกล้พี่สิครับเราจะได้คุยกันเสียที”
ไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงสุดท้ายเขาก็ต้องคุยกับคายเื่ที่เผลอทำลงไปเมื่อคืนอยู่ดี สู้คุยกันให้มันจบ ๆไปโดยเร็วนะดีแล้ว หลังจากนี้เขายังมีอีกหลายเื่ที่จะต้องทำให้เสร็จ
“ผมพอจะนึกออกบ้างแล้วว่าทำอะไรลงไปบ้าง”
คายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะรอฟังคนตัวเล็กที่ออกอาการอึดอัดระคนเขินอายเมื่อต้องเอ่ยถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“ผมขอโทษที่ทำให้พี่...เดือดร้อน”ศรวัณเอ่ยอย่างรู้สึกผิด เขาไม่น่าจะเมาจนขนาดสติแบบนั้นเลยนี่ดีว่าเป็พี่คายที่ดูแล้วน่าจะไม่โกรธเคืองกันมากมายเขาคิดไม่ออกเลยว่าตนเองจะเป็อย่างไร ถ้าหากเจอกับพวกคนไม่ดีเข้าคิดว่าหลังจากนี้หากจะต้องไปเที่ยวกลางคืนแล้วต้องแตะของมึนเมาเขาควรจะต้องระวังตัวให้มากแล้วล่ะ
“ยอดรักว่าพี่เดือดร้อนเหรอครับ...ยังไงล่ะ”คายแสร้งทำหน้าเคร่งเครียดขณะเอ่ยถาม
“คือ...ผมพอจะจำได้ว่าขอให้พี่ช่วยเหลือเื่เงินกับเื่ที่พักแลกกับการที่ผมจะช่วยเหลือพี่ในทุกเื่ที่ผมทำได้ผมขอโทษที่ทำให้พี่ลำบากใจครับ”
ศรวัณพูดอย่างคนสำนึกผิดและคิดว่าคนเราเมื่อทำความผิดแล้วยอมรับผิดจากโทษหนักก็จะถูกลดลงกึ่งหนึ่ง แต่ถ้าทำตัวดี ๆ ไม่เพียงแค่จะลดโทษกึ่งหนึ่งแต่อาจจะได้รับการยกโทษให้ไปเลยก็ได้ ก็ได้แต่หวังว่าพี่คายจะใจดีไม่ถือสาเด็กบ้าพอเพี้ยนจนหาตัวจับยากอย่างเขา แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงเขาก็ว่ามันบ้ามากเลยที่บังคับให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันช่วยเหลืออย่างที่เขาทำกับคายนี่ดีที่เป็คายยังจะอารมณ์เย็นอยู่ ถ้าเป็คนอื่นแล้วเจอเขาทำลงไปแบบนั้นคงได้มีเื่ชกต่อยกันไปแล้ว
“เพราะอย่างนี้เองสินะยอดรักถึงใช้ให้พี่ทำสิ่งนั้นไว้”
“ทำสิ่งนั้น...” มีอะไรที่เขายังลืมไปอีกเหรอศรวัณขมวดคิ้วเข้าหากัน ไหนจะรอยยิ้มของคายทำให้ผมเสียวสันหลังวาบๆ อีกเล่า“ผม...ยังทำอะไรไว้อีกเหรอครับ” สิ่งที่คายพูดถึง มันคงจะไม่ร้ายแรงมากหรอกนะ
“ยอดรักคงจะจำไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละได้ให้สัญญาอะไรกับพี่ไว้”
สัญญา! เขายังทำบ้าอะไรเอาไว้อีกวะเนี่ย...หรือพี่คายฉวยโอกาสเอาตอนที่เขาเมาไม่ได้สติสร้างเื่เอาไว้เพื่อจะได้เอาคืนที่เขาสร้างความรำคาญให้ใช่ไหม
“ถ้าผมทำเื่ไว้มากมายอย่างที่พี่กำลังบอกมาจริง ๆพี่คงจะไม่ยอมให้ผมนอนด้วย คงจะจับผมโยนออกจากบ้านั้แ่เมื่อคืนแล้วล่ะ อีกอย่างผมคิดว่าผมคงจะไม่ทั้งโง่แล้วก็บ้าจนตกลงทำสัญญาไว้กับพี่แน่”ศรวัณโต้ไปอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ถึงเขาจะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่น่าจะโง่จนทำอะไรบ้าๆ ที่ทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากแบบที่เป็อยู่นี้แน่นอน
คายหัวเราะคนไม่โง่ที่ขุดหลุมขังตัวเองด้วยการบอกให้เขาร่างสัญญาเอาไว้ให้เซ็นเพราะเชื่อว่าเมื่อตนเองตื่นนอนในตอนเช้าจะต้องจำอะไรไม่ได้แน่นอนซึ่งมันก็เป็จริง
“เผอิญว่าพี่มีหลักฐานเป็ลายเซ็นของบางคนที่ให้ไว้เมื่อคืนก็เท่านั้น”
ได้ฟังคายพูดแล้วศรวัณอยากจะมุดตัวเองลงไปในเบาะโซฟาที่นั่งอยู่ทำไมเขาถึงได้โง่อย่างนี้เนี่ย!
“แล้วพี่จะเอายังไง”เหนื่อยครับ...เหนื่อยกับตัวเองนี่แหละ
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก”
ยิ่งเห็นใบหน้าเคร่งเครียดขรึมของคายมันก็ทำให้ศรวัณรู้สึกผิดจนพูดอะไรไม่ออก
“แต่รู้อย่างหนึ่งว่า ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ”
“พี่คงจะไม่ได้หมายความว่า...”
คายพยักหน้ารับ “คิดไปคิดมา พี่ก็ว่าคงจะดีถ้าจะมียอดรักอยู่คอยดูแลพี่”
ศรวัณได้แต่กลอกตามองบนเมื่อคิดว่าคนอย่างเขาเนี่ยน่ะ ไปดูแลคนอื่น สงสัยพี่คายคงจะอยากอายุสั้นแล้วล่ะ“ยังมีโอกาสให้พี่คิดใหม่ได้นะครับ”
“ทำไมล่ะ หรือยอดรักจะผิดคำพูด”
“เปล่าครับผมก็แค่...ไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะดูแลพี่ได้ดี แทนที่จะคอยดูแลพี่อาจจะกลายเป็ว่าผมเป็ภาระที่ทำให้พี่ต้องคอยดูแลกลัวว่าผมจะทำให้พี่เดือดร้อนเสียมากกว่า”
“ก็จริงนะ ท่าทางอย่างเราพี่ดูแล้ว...เราดูแลคนอื่นไม่ได้หรอก”
แม้จะเป็ความจริงแต่การถูกคนที่ยังไม่รู้จักกันดีพูดใส่หน้าตรง ๆแบบนี้เขาก็อายและก็โกรธอยู่เหมือนกันนะ “ถ้าอย่างนั้นเราก็...”
“แต่พี่ว่าอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันในเมื่อยอดรักทำอะไรไม่เป็ พี่ก็จะคอยสอนให้รู้”
ศรวัณได้แต่อึ้งเพราะไม่รู้จะหาคำพูดใดมาหักล้างคำพูดของคายในตอนนี้
“ในเมื่อตกลงกันได้ง่าย ๆ แบบนี้ นี่ก็สายแล้วพี่คิดว่ายอดรักน่าจะหิวแล้วล่ะ อาหารที่พี่สั่งไว้ก็น่าจะมาถึงแล้วด้วยเราไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า”
“เดี๋ยวสิพี่” เขาก็หิวอยู่เหมือนกันแต่ยังมีเื่ค้างคาใจอยู่อีกเื่เพราะคิดว่าเพื่อนทั้งสองคนไม่น่าจะให้เขาอยู่กับพี่คายสองต่อสองแบบนี้
“กันต์อยู่กับเหมส่วนพิชญ์เห็นรับโทรศัพท์แล้วเดินออกไปนอกบ้านก่อนยอดรักเดินมานะ”
ศรวัณพยักหน้ารับก่อนจะทำตาโตและคลี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่มีสีขาวเดินมา“ซีโร่!”
คายหัวเราะเมื่อเห็นศรวัณแทบจะะโไปหาเ้าเหมียวตัวแสบที่พอเห็นว่าคนที่เรียกตัวเองคือใครก็รีบะโขึ้นนั่งบนบ่าของคนที่ย่อตัวลงพลางคลอเคลียใบหน้ากับซอกคอของศรวัณในทันทีเช่นกัน
“อื้อ...คิดถึงแกมากเลยซีโร่”ศรวัณรีบจับเ้าเหมียวตัวขาวมากอดรัดและหยอกล้อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไถ่ถามคาย“เ้าซีโร่เป็แมวของพี่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคนที่ผมเจอเมื่อวันก่อนก็...”
“เป็พี่เอง”
“แล้วทำไมตอนเจอกันพี่ถึงไม่บอกผมละครับ”การได้รู้ว่าคายเป็เ้าของเ้าซีโร่และที่ผ่านมาชายหนุ่มได้ทำสิ่งใดให้กับตนเองบ้างยิ่งทำให้ศรวัณรู้สึกผิดที่ตนเองมาสร้างความลำบากยุ่งยากใจให้กับอีกฝ่าย
“ถ้าบอก...เราจะรีบะโหนีเลยใช่ไหมล่ะไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกนะ พี่ควรจะขอบใจเรามากกว่าที่ช่วยเ้าซีโร่ไว้”
“แต่พี่ก็ช่วยเหลือผมเหมือนกันนี่ครับ”
“ถ้าไม่ได้เราพี่อาจจะไม่ได้เจอกับเ้าซีโร่อีกเลยก็ได้ ที่ผ่านมาก็ถือว่าเราหายกัน...ดีไหม”
ศรวัณคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้ารับ“ถ้าอย่างนั้นผมนึกออกแล้วว่าจะช่วยเหลือพี่ยังไง ตอนที่พี่ไปเรียนพี่คงจะไม่ปล่อยให้เ้าซีโร่อยู่ที่นี่ตัวเดียวใช่ไหมครับ”
คายเลิกคิ้วขึ้นขณะมองมือเล็กที่ลูบไล้เ้าซีโร่ด้วยรอยยิ้ม
“ผมจะเป็คนดูแลมันเอง...ใช่ไหมซีโร่ให้ฉันได้ดูแลแกใช่ไหม”
คายหัวหลุดเสียงหัวเราะออกมาทันควันเมื่อคำตอบที่ศรวัณได้รับมาจากเ้าเหมียวขาวตัวแสบที่ชอบแอบหนีเที่ยวนอกบ้านจนได้แผลกลับมาบ่อยครั้งแต่หลัง ๆ เขาสังเกตเห็นแล้วว่าเ้าตัวแสบมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปหนีออกไปจากบ้านจริง แต่ไม่ได้คิดจะซนหาเื่กับเพื่อนจนได้แผลกลับมาแต่เหมือนกับว่าไปตามหาใครบางคนแล้วเขาก็ได้รู้ว่าเป็เพราะอะไรก็เมื่อไม่นานนี้เอง
“ก็ได้อยู่นะแต่ดูเหมือนข้อแลกเปลี่ยนนี้พี่จะเสียเปรียบอยู่นะ”
“แกดูสิซีโร่ พี่คายไม่ยอมให้ฉันอยู่ดูแลแกล่ะ”
คายอดที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อเ้าเหมียวตัวแสบเงยหน้าทำตาเหวี่ยงๆ ใส่เขาพร้อมกับร้องออกมาสองสามครั้งเพื่อบอกให้รู้...ห้ามขัดใจ! “รู้แล้ว ไม่ได้คิดจะขัดใจแกหรอกนะซีโร่ แต่ก็อยากให้ยอดรักดูแลฉันด้วยไง”
“รู้แล้วครับ แต่ว่าตอนนี้ผมยังคิดไม่ออก แล้วก็หิวด้วยเนอะซีโร่ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า”ว่าแล้วศรวัณก็อุ้มเ้าซีโร่ที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะตัวหนักไม่ใช่น้อยก่อนจะหันไปหาคายแล้วบอกไปว่า“พี่คายครับ น้องหิวแล้วครับ”
คายส่ายศีรษะเพราะเ้าตัวแสบที่ไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาที่กระจ่างสดใสกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มกว้างกับคำพูดออดอ้อนมันน่ารักจนใจเขาสั่นไหวไปหมดแล้ว “ครับ...ไปกันเถอะ”