เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 50 มาเพาะเห็ดกันเถอะ

    บทที่ 50
    ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก่อนจะมองไปรอบๆเห็นห้องที่คุ้ยเคย อ่านี่มันบ้านเราเองสินะ เรากลับมาถึงเมื่อวาน คิดถึงจังเลย ผมค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอน เพื่อมานั่งสมาธิและลงไปฝึกดาบและมวยที่ไม่ค่อยได้ฝึกเท่าไรตอนออกเดินทาง
    ผมเดินออกมาที่สวนหลังบ้านพร้อมกับดาบเหล็กน้ำพี่ประจำตัวของผม ก่อนจะค่อยๆชักดาบออกมาและร่ายรำกระบวนท่าของดาบอาทมาฎ
    ผมร่ายดาบไปตามท่าพื้นฐานก่อนจะเข้าสู่แม่ไม้ของดาบในท่าต่างๆผมร่ายรำอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงปรบมือออกมาจากในบ้าน
    “ดาบของลูกมันดุดันกว่าเก่าเยอะเลยนะ” ท่านพ่อผมนั่นเองที่ทักออกมา
    “อรุณสวัสดิ์ครับท่านพ่อ” ผมทักท่านพ่อออกไป
    “แต่ที่ท่านพ่อว่าดุดันนี่ยังไงครับ??” ผมสงสัย
    “ก็มันแฝงจิตสังหารออกมาด้วยน่ะสิ สมัยก่อนดาบของลูกยังไม่มีจิตสังหารแบบนี้เลย” เอริกบอกกับลูกชาย ก่อนจะคิดในใจสงสัยการเดินทางที่ผ่านมาจะผ่านการฆ่ามาเยอะพอสมควรสินะ (ก๊อบลิน กับพวกหมาป่านั่นเอง)
    “อย่างงั้นหรอครับ” ผมพยักหน้า ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ยว่ามันมีจิตสังหารอะไรนั่นด้วย
    “ลูกต้องรู้จักควบคุมมันนะ เพราะถ้าลูกควบคุมไม่ได้ อีกหน่อยมันจะย้อนมาทำร้ายคนที่ลูกรักซะเอง” ท่านพ่อเตือนผม
    “แล้วผมจะควบคุมมันยังไงครับท่านพ่อ” ผมถามเพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็คงไม่ดีเท่าไร
    “ตั้งจิตให้มั่นเปลี่ยนความคิดออกมาเป็นรูปธรรมให้ได้ อย่างเช่นแบบนี้” เมื่อท่านพ่อผมพูดจบผมก็รู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่าง มันหนักๆและรู้สึกหวิวๆก่อนจะรู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายผมค่อยๆลดลงเหมือนเลือดในตัวมันกลายเป็นน้ำแข็ง มันค่อยๆเพิ่มขึ้นๆ จนผมเห็นภาพตัวเองที่ยืนอยู่ริมหน้าผาและกำลังจะตกลงมาตาย
    “แฮ่กๆๆๆ” ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ลงไปนั่งอยู่กับพื้นอยู่ในสภาพเหงื่อท่วมตัว ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองดังอย่างชัดเจน
    “นี่ล่ะลูกมันเรียกว่าจิตสังหาร” ท่านพ่อผมบอกหลังจากหยุดปล่อยจิตสังหารแล้ว
    “ไม่มีวิธีป้องกันมันเลยหรอครับท่านพ่อ” ผมถามเพราะถ้าโดนศัตรูเล่นงานด้วยจิตสังหารมีหวังตายจริงๆแน่
    “วิธีป้องกันมันก็มีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุดคือลูกต้องควบคุมสติของตัวเองให้ดี ยิ่งลูกตั้งสติได้มากเท่าไร ความกลัวต่อจิตสังหารมันก็จะลดลง ส่วนวิธีควบคุมสติแต่ละคนก็จะใช้วิธีต่างกันออกไป เรื่องนี้ลูกต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง” ท่านพ่ออธิบาย อืมผมจะทำยังไงดีน้า สติงั้นหรอ สมาธิจะช่วยได้มั้ย แต่การทำสมาธิคือการปล่อยจิตให้ว่างจนลืมตัวตนไปชั่วขณะหนึ่งเสมือนคนที่ไร้สติในขณะนั้น แต่การควบคุมสติที่ท่านพ่อบอกมันตรงกันข้ามเลยนี่นา
    “ไม่ต้องรีบไปหรอกลูก จะหาคนใช้จิตสังหารได้แบบพ่อส่วนมากต้องเป็นคนผ่านสงครามมาแล้วทั้งนั้น” เอริกบอกลูกชาย แต่ก็มีอีกประเภทคือพวกฆาตกร พวกนั้นมันจิตวิปริต หรือไม่ก็พวกมือสังหาร
    “ครับท่านพ่อ” หวังว่าก่อนไปเรียนที่อาคาน่าผมจะควบคุมจิตสังหารและป้องกันมันได้
    “เข้าบ้านไปเตรียมตัวทานข้าวกันเถอะพ่อลืมไปเลยว่าแม่ให้ออกมาตาม” ดูเหมือนผมจะฝึกเพลินไปหน่อยสินะ ผมพยักหน้าก่อนจะตามท่านพ่อเข้าไปในบ้าน
    ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะลงมาทานข้าวเพราะเสื้อผ้าผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อพวกเราทานอาหารเสร็จคุณอามีน่าก็กำลังเก็บโต๊ะพอดี
    “คุณอามีน่าครับ ผมมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย” ผมพูดออกไป
    “มีอะไรหรือคะนายน้อย” คุณอามีน่าหันมาหาผม
    “คือผมคิดวิธีถนอมอาหารขึ้นมาได้ครับ อยากให้คุณอามีน่าไปช่วยสอนคนที่สมาคมแม่บ้านน่ะครับ” คุณอามีน่าพยักหน้า
    “แล้วทำไมคราวนี้นายน้อยไม่ไปด้วยหรอคะ” คุณอามีน่าสงสัย
    “อ้อพอดีผมมีการทดลองปลูกเห็ดอยู่น่ะครับ” ก็นะผมไม่อยากไปที่สมาคมนี่นา ถ้าเกิดโดนจับไปนั่งฟังบรรยายของท่านแม่ แค่คิดผมก็หนาวแล้ว อีกทั้งทดลองปลูกเห็ดนี่ก็เรื่องจริงซะด้วย
    “เห็ดที่ขึ้นในป่าน่ะหรอคะ มันปลูกได้ด้วยหรอ ดิฉันไม่เห็นว่ามันจะมีรากให้ลงดินเลยนะคะนายน้อย” คุณอามีน่านึกถึงเห็ดที่ชาวบ้านเคยเก็บมาขาย
    “ผมคิดว่าได้ครับ ผมเลยจะทดลองนี่ไงคุณอามีน่า” ในโลกเก่าผมเค้าปลูกกันเยอะแยะจนเป็นอาชีพหลักของบางคนเลยด้วย
    “เข้าใจแล้วค่ะ” คุณอามีน่าพยักหน้าเข้าใจ
    จากนั้นผมก็ออกไปหาซื้อเนื้อกับคุณอามีน่า ผมได้เนื้อวัวมาทั้งขาผมกลับมาที่บ้านค่อยๆอธิบายวิธีการถนอมเนื้อโดยใช้เกลือ วิธีนี้มันทำให้เนื้อสามารถเก็บได้นาน จริงๆก็มีอีกหลายวิธีทั้งรมควัน หรือการบ่มในห้องควบคุมอุณหภูมิ แต่ในโลกนี้วิธีการเหล่านั้นมันค่อนข้างยุ่งยาก แถมเมืองผมมีเกลือให้ใช้มากมายผมเลยเลือกใช้วิธีพอกเกลือแล้วเก็บไว้ในที่แห้งที่ละ
    “แบบนี้ใช้ได้ใช่มั้ยคะนายน้อย” หลังจากคุณอามีน่าพอกเกลือทั่วก็หันมาถามผม
    “ได้แล้วครับ ที่เหลือก็แค่ หาที่แขวนไว้ ถ้าเป็นห้องที่แห้งๆหน่อยและอากาศถ่ายเทสะดวกจะดีมากเลยครับ ทิ้งไว้ 1 เดือนขึ้นไป แต่ถ้าอยากให้เป็นเนื้อชั้นดีต้อง 1 ปีขึ้นไปครับ” คุณอามีน่าพยักหน้าเข้าใจ
    “ถ้างั้นเดือนหน้าดิฉันค่อยนำมันไปสอนนะคะ ถ้าไม่มีตัวอย่างให้ดูอาจจะสอนลำบาก” อืมแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เผื่อคุณอามีน่าจะสาธิตวิธีการทำอาหารจากเนื้อแห้งนี่ด้วย
    เมื่อผมสอนคุณอามีน่าเสร็จก็ถึงเรื่องการเพาะเห็ดของผมซักที ผมต้องสร้างโรงเรือนก่อนสินะ ผมเดินทางออกไปหาช่างไม้ในเมืองก่อนจะจ้างมาสร้างโรงเรือนสำหรับเพาะเห็ด ผมเดินทางมาถึงร้านช่างไม้ประจำเมือง
    “โอ้นายน้อยคลาวด์นี่ครับไม่เจอนานเลยไปไหนมาครับเนี่ย” นายช่างไม้ทักผม
    “ไปเมืองหลวงมาน่ะครับ” ผมตอบกลับไปสั้นๆ
    “แล้วนี่มีงานอะไรมาอีกครับ แหมงานสร้างเก้าอี้ชายหาดนี่สร้างรายได้ให้พวกเราได้มากจริงๆ” เค้าคือนายช่างที่ท่านพ่อผมจ้างให้สร้างเก้าอี้ชายหาดนั่นเอง
    “พอดีผมอยากให้ไปสร้างโรงเรือนให้หน่อยครับ ส่วนค่าจ้างก็เอาตามที่เห็นสมควรเลยครับ” ผมบอกออกไป
    “ได้เลยแต่มีแบบไว้รึยัง” นายช่างถาม ผมส่ายหน้าก่อนจะปรึกษากับนายช่าง
    ผมปรึกษากันครู่ใหญ่จนได้แบบที่ต้องการออกมา
    “โรงเรือนนี่ไม่มีหน้าต่างหรอครับนายน้อย” นายช่างสงสัย
    “ใช่ครับไม่มีหน้าต่าง เพราะผมต้องการให้ห้องมันชื้นๆ น่ะครับ” ผมบอก
    “อ้อแล้วขี้เลื่อยกองนั้นผมขอซื้อต่อได้มั้ยครับ” ผมชี้ไปที่พวกขี้เลื่อยที่ผมจะต้องใช้
    “เอาไปเลยก็ได้ ไม่ต้องซื้อหรอกยังไงก็จะเอาไปทิ้งอยู่แล้ว” นายช่างบอก
    “ไม่ได้หรอกครับ เพราะในอนาคตถ้าสิ่งที่ผมคิดสำเร็จ มันจะมีราคาสามารถขายได้แน่นอน ผมรับรองว่าขี้เลื่อยนี่จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน” ดูเหมือนนายช่างจะไม่ยอมสุดท้ายก็ให้ผมมาฟรีๆ ดูเหมือนโรงเรือนผมจะใช้เวลาในการสร้างหนึ่งสัปดาห์
    เมื่อนายช่างรับงานเรียบร้อยแล้วผมก็แบกถุงขี้เลื่อยออกมา ก่อนจะไปหาซื้อวัตถุดิบอื่นๆ ได้แก่ดีเกลือ และรำข้าว เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการทำก้อนเห็ดที่ผมรู้จักในโลกเก่า (ผมดูมาจาก กบนอกตำรา – การเพาะเห็ดนางฟ้า https://www.youtube.com/watch?v=eJjD1SDMF2k )
    ผมกลับมาที่บ้าน ก่อนจะเอาวัตถุดิบทั้งหมดวางไว้ในสวนหลังบ้าน ผมใช้เศษผ้าที่มีอยู่ในบ้านไปฝากให้คุณอามีน่าเย็บเป็นถุงขนาดฝ่ามือมาหลายๆถุง
    ผมเทขี้เลื่อยไว้บนพื้นก่อนจะใส่ส่วนผสมต่างๆลงไปและคลุกให้เข้ากันก่อนจะรดน้ำให้ทั่วๆ เพื่อเพิ่มความชื้นให้กับมัน
    ไม่นานคุณอามีน่าก็นำถุงผ้าที่เย็บเสร็จแล้วมาให้ผม คุณอามีน่าใช่ผมกรอกขี้เลื่อยที่ผสมเสร็จแล้วใส่ถุงผ้าจนหมด ก่อนผมจะนำมันเข้าไปในครัวเพื่อนำก้อนเห็ดพวกนี้ไปนึ่ง ผมใช้เวลานึ่งมันตามที่เคยรู้มา
    เมื่อนึ่งมันได้ที่แล้ว ผมก็นำมันทั้งหมดออกมาพักให้เย็นและค่อยๆใส่สปอร์เห็ดที่ตอนนี้กลายเป็นเชื้อเห็ดไปแล้ว ผมค่อยๆหยอดมันลงไปในแต่ละถุงก่อนจะมัดมันให้แน่น และนำมันเก็บไว้ในบ้านก่อน เพราะผมไม่มีที่เก็บ
    ต่อไปผมก็ต้องบ่มเชื้อก้อนเห็ดพวกนี้ไว้หนึ่งเดือนเพราะต้องรอให้เห็ดมันกระจายเส้นใยจนทั่วก้อนเห็ดซะก่อน อืมเอาไว้โรงเรือนเสร็จผมค่อยย้ายก้อนเห็ดพวกนี้ละกัน แล้วอีก 2 เดือนค่อยมาดูผลกันว่าเห็ดพวกนี้จะออกดอกหรือป่าว
    กว่าผมจะจัดการก้อนเห็ดพวกนี้เสร็จก็เป็นเวลาเย็นพอดี ผมเข้าบ้านไปอาบน้ำก่อนจะลงมารับประทานอาหารพร้อมกับครอบครัว
    ตอนนี้ผมอยู่บนเตียงภายในห้องของผมนอนคิดถึงเรื่องต่างๆเฮ้ออยากเห็นดอกเห็ดเร็วๆจังเลยนะ การรอคอยนี่มันช่างนานจริงๆ ผมค่อยๆหลับตาก่อนจะค่อยๆหลับไป
    จบ...

    คล้ายกับเรื่องเด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390