บทที่ 16 น้องชายจอมเ้าเล่ห์
หัวหน้าจ้าววางแผนไว้ในใจแล้ว เขาตั้งใจจะรับซื้อเห็ดหัวลิงและเห็ดมอเรลให้มากขึ้น เพื่อที่จะมอบเป็ของฝากพิเศษให้กับผู้นำเมื่อพวกเขาจากไป เป็การแสดงความตั้งใจของตนเอง
ส่วนเห็ดและเห็ดหูหนูที่เหลือ หัวหน้าจ้าวรับซื้อทั้งหมดในราคาจินละ 2.2 เหมา และได้นัดหมายกับสวี่ิเยว่ให้มาส่งของในวันพรุ่งนี้
ตลอดทางที่ออกจากที่ว่าการอำเภอ สวี่ิเยว่พยายามกลั้นความตื่นเต้นในใจไว้ ส่วนสวี่เซี่ยงหยางก็ดีใจเช่นกัน แต่ความคิดของเขาเรียบง่าย จึงไม่รู้ว่าการได้ติดต่อกับหัวหน้าจ้าวนั้นหมายถึงอะไร
สวี่ิเยว่เห็นว่าพวกเขาเดินออกมาจากที่ว่าการอำเภอได้ระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดเธอก็ไม่อาจกลั้นความดีใจในใจไว้ได้อีกต่อไป จึงหันไปมองสวี่เซี่ยงหยางพลางยิ้มอย่างโง่งม
ทันใดนั้น เธอก็คว้าแขนของสวี่เซี่ยงหยางอย่างตื่นเต้นและพูดว่า "พี่ พรุ่งนี้หลังจากที่เราส่งของให้หัวหน้าจ้าวเสร็จแล้ว เราไปซื้อยาให้คุณปู่ที่เมืองปินกันเถอะ"
ใน่เวลานี้ สวี่เซี่ยงหยางรู้สึกชื่นชมน้องสาวของเขาอย่างสุดซึ้ง และเชื่อฟังทุกอย่างที่เธอพูด
"พี่รู้ไหม? ถ้าหัวหน้าจ้าวพอใจกับเห็ดและเห็ดหูหนูครั้งนี้ เขาอาจจะสั่งซื้อระยะยาวในอนาคตนะ"
เมื่อได้ยินว่าหัวหน้าจ้าวอาจจะสั่งซื้อระยะยาวในอนาคต สวี่เซี่ยงหยางก็รู้สึกดีใจมาก เพราะที่บ้านยังมีเห็ดและเห็ดหูหนูเหลืออีกไม่น้อย
สำหรับเห็ดและเห็ดหูหนูที่เหลือ สวี่ิเยว่ตั้งใจว่าจะไปถามที่ร้านอาหารของรัฐบาล แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอกับหัวหน้าจ้าว นับเป็โชคดีที่ไม่คาดคิด
พอพูดถึงร้านอาหารของรัฐ สวี่ิเยว่ก็รู้สึกหิวขึ้นมา เพิ่งตกลงธุรกิจใหญ่เสร็จ จริง ๆ แล้วไม่อยากกินหมั่นโถวแข็ง ๆ อีกแล้ว
"พี่ ไปกินของอร่อยที่ร้านอาหารของรัฐกันเถอะ ฉลองกันหน่อย"
พูดจบสวี่ิเยว่ก็ลากสวี่เซี่ยงหยางเข้าไปในร้านอาหารของรัฐทันที
เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร สวี่เซี่ยงหยางก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
ส่วนสวี่ิเยว่กลับมองทุกอย่างด้วยความสนใจ เมื่อมองไปที่ราคาอาหารบนกระดานดำ เธอก็อดทึ่งไม่ได้ว่าข้าวของเดี๋ยวนี้ช่างถูกจริง ๆ
ที่หน้าต่ ในชามอาหารมีเนื้อตุ๋นเต็มชามใหญ่ เนื้อตุ๋นมีสีสันเงาวับ ทำให้สวี่ิเยว่อดกลืนน้ำลายไม่ได้
แต่เมื่อนึกถึงครอบครัวที่บ้าน สวี่ิเยว่ก็ต้องอดทนต่อความหิวในท้อง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลากินดื่มอย่างเต็มที่
เมื่อเธอได้ร่างของเ้าของเดิม เธอก็ควรดูแลครอบครัวแทนเขาให้ดี
สุดท้ายสวี่ิเยว่ก็ซื้อซาลาเปายี่สิบลูก และหมั่นโถวห้าลูก
ต้องยอมรับว่าซาลาเปาของร้านอาหารของรัฐนั้นคุ้มค่ามาก ลูกใหญ่และมีเนื้อเยอะ
ในตอนนั้น พี่น้องทั้งสองนั่งอยู่ในร้านอาหาร กินซาลาเปาหกลูกกับหมั่นโถวสองลูก ส่วนที่เหลือสวี่ิเยว่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันอย่างดี ตั้งใจจะนำกลับบ้าน
มื้อนี้พี่น้องทั้งสองกินอย่างอิ่มหนำสำราญ เมื่อเดินออกจากร้านอาหารของรัฐ สวี่เซี่ยงหยางก็อุทานว่า "ซาลาเปาหมูของเธออร่อยจริง ๆ ฉันไม่เคยกินซาลาเปาอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย"
"แค่นี้เองเหรอ ต่อไปถ้าอยู่กับพี่สาว พี่สาวรับรองว่านายจะได้กินปลาตัวใหญ่เนื้อชามโตทุกมื้อ" สวี่ิเยว่พูดออกมาโดยไม่ทันคิด
เมื่อเห็นท่าทางถือดีของน้องสาวตัวเอง สวี่เซี่ยงหยางก็ตบหัวสวี่ิเยว่เบา ๆ "เธอไปเรียนมาจากใครกัน ยังจะเรียกตัวเองว่าพี่สาวอีก เธอเป็พี่ใคร ไม่มีมารยาทเลย"
ภายใต้แสงจันทร์ พี่น้องหัวเราะเล่นกันขณะเดินกลับหมู่บ้าน
ใน่หลายปีที่ผ่านมา สวี่เซี่ยงหยางไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขเท่าวันนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าชีวิตมีความหวังขึ้นมา
ในระหว่างที่พูดคุยหยอกล้อกัน พี่น้องทั้งสองก็เดินเข้ามาในหมู่บ้าน ซึ่งยังคงมืดสนิท
เมื่อเดินมาใกล้ถึงหน้าบ้าน พวกเขาก็เห็นสวี่อวี้เฉิงยืนคอยต้อนรับการกลับมาของพี่น้องอยู่ที่หน้าประตูรั้ว
เมื่อเห็นพ่อกำลังรออยู่ พี่น้องทั้งสองก็เร่งฝีเท้า โดยไม่กล้าส่งเสียงดังแม้แต่น้อย แล้วเดินตรงเข้าประตูบ้านไป
ครั้นเห็นพี่น้องทั้งสองกลับมา จางชุนฮวาก็รีบนำอาหารที่อุ่นไว้ในหม้อมาวางบนโต๊ะทันที
สวี่ิเยว่ส่งซาลาเปาหมูที่ซื้อมาให้จางชุนฮวา "แม่ คืนนี้เรามีอาหารพิเศษ วันนี้ฉันได้ทำธุรกิจใหญ่ เรามาฉลองกันหน่อย"
ทั้งครอบครัวนั่งกินซาลาเปาหมูและหมั่นโถวที่สวี่ิเยว่นำกลับมา
ระหว่างกินอาหาร สวี่ิเยว่เล่าเื่ที่รัฐบาลอำเภอสั่งเห็ดและเห็ดหูหนูให้พ่อแม่ฟัง ทั้งสองคนฟังแล้วตื่นเต้นมาก
จางชุนฮวาตื่นเต้นจนพูดไม่เลือกคำ "ิเยว่ เราได้ทำธุรกิจกับทางการแล้วนะ"
"แม่ เขาไม่เรียกว่าทางการ แต่เรียกว่ารัฐบาลอำเภอ แม่ต้องระวังคำพูดนะ ถ้าคนอื่นได้ยินจะเป็เื่ยุ่งยาก" สวี่ิเยว่รีบแก้ไขทันที
"ใช่แล้ว ดูปากของแม่สิ มันพูดเร็วเกินไปเพราะดีใจน่ะ" จางชุนฮวาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองพูดผิดไป
หลังจากจางชุนฮวาพูดจบก็มองสวี่เฉินซิงที่กำลังแทะซาลาเปาอยู่ข้าง ๆ จึงรีบกำชับว่า "เฉินซิง เื่ในครอบครัวของเราต้องไม่เอาไปพูดนอกบ้านเด็ดขาดนะ รู้ไหม? แล้วก็เื่ที่บ้านเรากินอะไรก็อย่าเอาไปคุยโม้ข้างนอกด้วย"
อย่าดูถูกสวี่เฉินซิงว่าอายุน้อย เขาฉลาดหลักแหลม รู้ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด "แม่ ผมรู้แล้วครับ วันนี้ยายหวังยังถามผมเลยว่า 'ทำไมเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างผม พ่อแม่ถึงให้ลงไปทำงานในทุ่งนา แต่ทำไมไม่ให้พี่สาวลงไปทำงานบ้าง'"
"ผมก็บอกว่า พี่สาวยังเป็หวัดไม่หาย พอลงไปทำงานในทุ่งนาก็เวียนหัว ครอบครัวเรายินดีที่จะเลี้ยงดูพี่สาวของผม ยายหวังไม่ต้องมาห่วงหรอก ไม่กลัวลมแรงจนลิ้นพัน*[1] กันเหรอ"
วันนี้ทำให้สวี่ิเยว่ได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ เธอรู้มาตลอดว่าสวี่เฉินซิงเป็คนเ้าเล่ห์ แต่ไม่คิดว่าเ้าหนูนี่จะปากร้ายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้มาจากใครกันนะ
สวี่ิเยว่คีบซาลาเปาหมูใส่ชามของสวี่เฉินซิง แล้วพูดว่า "เฉินซิงชอบกินก็กินเถอะ! รอให้พี่หาเงินได้แล้วจะซื้อหมูตุ๋นให้กิน จะให้เธอได้กินข้าวสวยกับหมูตุ๋นทุกมื้อเลย"
"พี่สาวสุดประเสริฐ ต่อไปนี้พวกเราจะได้กินเนื้อทุกวันแล้ว" สวี่เฉินซิงเชื่อคำพูดของพี่สาวเสมอ จึงร้องเฉลิมฉลองอย่างดีใจ
"เ้าเด็กโง่ พี่สาวลูกแค่ล้อเล่นลูกก็เชื่อ" จางชุนฮวาลูบหัวสวี่เฉินซิงอย่างเอ็นดู
"พี่สาวของผมพูดอะไรต้องทำได้แน่นอน" สวี่เฉินซิงโต้แย้งคำพูดของจางชุนฮวาอย่างจริงจัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
ทั้งครอบครัวต่างหัวเราะกับท่าทางน่ารักของสวี่เฉินซิง แม้แต่สวี่ฟู่กุ้ยก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างหาได้ยาก
วันที่สองฟ้ายังไม่สาง สวี่อวี้เฉิงแบกตะกร้ามาพร้อมกับพี่น้องสองคนเข้าเมืองอีกครั้ง
เมื่อทั้งสามคนมาถึงที่ว่าการอำเภอยังเป็เวลาเช้าอยู่ และที่ว่าการอำเภอยังไม่เปิดทำการ สวี่อวี้เฉิงรีบกลับไปทำงานที่หมู่บ้าน เขาวางตะกร้าลงแล้วเดินกะเผลกอย่างรวดเร็วกลับไปยังหมู่บ้าน
เมื่อมองเห็นเงาร่างที่เดินกะเผลกของสวี่อวี้เฉิง สวี่ิเยว่รู้สึกปวดใจ เธอถอนหายใจ ลึก ๆ คิดว่าเมื่อมีเงินแล้วจะต้องพาสวี่อวี้เฉิงไปตรวจขาที่โรงพยาบาลใหญ่
หลายวันมานี้ตื่นเช้าติดต่อกัน สวี่ิเยว่ง่วงมาก เธอนั่งข้างถนนรอหัวหน้าจ้าว แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหัวหน้าจ้าวมาถึง เขาก็เห็นสวี่ิเยว่กำลังหลับสนิทพิงไหล่พี่ชายของเธอ
เมื่อเห็นหัวหน้าจ้าวมา สวี่เซี่ยงหยางก็รีบปลุกสวี่ิเยว่ให้ตื่น
สวี่ิเยว่ลืมตาขึ้นมาด้วยสายตาที่ยังพร่ามัว แต่พอเห็นหัวหน้าจ้าวก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบเดินเข้าไปต้อนรับ
เมื่อวานที่สวี่ิเยว่เพิ่งจากไป หัวหน้าจ้าวก็สั่งให้พ่อครัวทำเห็ดผัดกับผักกาดขาวผัดเห็ดหูหนู พอสองจานนี้ถูกเสิร์ฟก็ได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงานทุกคน
เห็นวันนี้สวี่ิเยว่ นำเห็ดกับเห็ดหูหนูมาอีกสามตะกร้า จึงรีบเรียกคนให้ขนไปที่ครัว
"หัวหน้าจ้าวดูสิ เห็ดหัวลิงนี่ดีมาก ลูกใหญ่ด้วย เห็ดหัวลิงนี่เป็ของดี เป็เห็ดที่มีค่ามาก อุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ร่างกายอ่อนแอมาก"
เธอกลัวว่าหัวหน้าเ้าจะไม่เข้าใจเื่เห็ดหัวลิงและเห็ดมอเรล เดี๋ยวพอพูดถึงราคาแล้วจะรู้สึกว่าแพง สวี่ิเยว่ จึงตั้งใจอธิบายประโยชน์ของเห็ดหัวลิงและเห็ดมอเรลให้หัวหน้าเ้าฟังอย่างละเอียด
[1] ลมแรงจนลิ้นพันกัน ใช้ในเชิงตำหนิหรือเยาะเย้ยคนที่พูดมากหรือพูดเกินจริง