ณกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
นิ้วเรียวยาวเปิดหน้ากระดาษในนิตยสารชั้นสองจากเมืองไทยเล่มหนึ่งแล้วหยุดนิ่งที่นายแบบหน้าตาหล่อเหลาละม้ายไปทางสวยคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
“หือ?”สาวสวยหน้าตาน่ารักขมวดคิ้วมองผู้เป็พี่ชายด้วยแววขบขันทั้งประหลาดใจ“นี่สนใจนิตยสารชั้นสองั้แ่เมื่อไรกัน”
“ไม่ได้สนใจหนังสือแต่สนใจคน” เขาตอบตามตรงด้วยรอยยิ้มกระจ่างเต็มวงหน้าเป็รอยยิ้มที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อนจนคนเป็น้องอดสงสัยไม่ได้ต้องรีบเข้าไปดูใกล้ๆ
“ว๊าว! นี่มัน...” เธอทำท่าครุ่นคิดแล้วยิ้มจนตาหยี “แนช นราธิป ใช่ไหมคะ” สองปีก่อนเด็กหนุ่มผู้นี้เปิดตัวโด่งดังมากแต่เหมือนจะหายหน้าหายตาไปกว่าครึ่งปีแล้ว
“ใช่...เขานั่นแหละ” ยิ่งพูดก็ยิ่งยิ้มเข้าไปอีก
“นี่อย่าบอกนะว่าหลงเด็กเข้าให้แล้วน่ะ”คนเป็น้องเอ่ยแซว
คราวนี้อีกฝ่ายกลับไม่ตอบเพียงแค่ก้มมองนายแบบหนุ่มในหนังสือแล้วอมยิ้มเงียบงัน
...ทั้งที่ตัวเองก็โคตรหล่อไม่รู้จะคลั่งไคล้คนหล่อไปทำไมอีกวันๆ เจอแต่คนหน้าตาดีไม่เบื่อบ้างหรือไงนะหญิงสาวส่ายหน้าพึมพำกับตัวเองแล้วเดินออกไป
......
กวินดีน พาร์กเกอร์ ในวัยย่าง 30 ปีเขาเป็ลูกครึ่งฝรั่งเศสส่วนอีกครึ่งหนึ่งเขาคือคนไทยจากเชื้อสายของคนเป็แม่ ชายหนุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่ในแบบฉบับชาวต่างชาติในความรู้สึกของคนไทยส่วนใบหน้านั้นหล่อเหลาราวเทพบุตรไม่มีที่ติจะเรียกว่าพระเ้าสร้างก็คงไม่ผิดนัก ไม่อาจหาคำใดมาเปรียบได้เลยจริงๆ
ครอบครัวเขาเป็เ้าของแบรนด์DeanParker (ดีน พาร์กเกอร์)เป็แบรนด์ที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายหรูหราทันสมัยจนถือได้ว่าเป็ผู้นำแฟชั่นตลาดทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนัง น้ำหอม นาฬิกา รองเท้า รวมถึงเครื่องประดับล้ำค่าอีกมากมายและ Dean Parker นั้นยังมีสาขามากกว่า 500 สาขาในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกเรียกได้ว่าแค่นั่งเฉยๆ เงินก็เข้ากระเป๋าแบบรัวๆ
กวินเป็ดารานายแบบและศิลปินนักแสดงไร้สังกัดเขาเป็ดาราในนามคนไทยคนหนึ่งตามเชื้อสายของผู้เป็แม่และจะรับงานเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้นด้วยรูปร่างสูงใหญ่สไตล์ลูกครึ่งใบหน้าหล่อเหลาเครื่องหน้าเหมาะเจาะราวรูปปั้นสลักแต่สิ่งที่เป็เสน่ห์ไม่เหมือนใครคือดวงตาดำขลับคมเข้มที่ได้จากมารดาทำให้เขาตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าเบอร์หนึ่งมาตลอดหลายปีจนถึงทุกวันนี้
“ได้ข้อมูลอะไรมาอีกบ้าง”กวินวางนิตยสารในมือลงแล้วหันไปถามลูกน้องคนสนิทที่เป็ทั้งเลขาฯและผู้จัดการส่วนตัว
“่นี้คุณแนชไม่มีงานเลยครับแล้ว เอ่อ...” เคิร์ทลังเลเล็กน้อยแต่ก็ต้องพูดตามตรง“เหมือนว่ากำลังอยู่ใน่วิกฤต”
“แล้วเื่ภายในครอบครัวล่ะสืบอะไรมาได้บ้างไหม”
“ไม่ได้เลยครับไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือเื้ัทุกคนต่างปิดปากเงียบพวกที่ออกมาพูดก็เป็พวกที่รู้ไม่จริงแล้วพูดกันสนุกปากไปเท่านั้น”
“อืม... ขอบใจ” ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วคว้าเสื้อสูทมาสวม“ไปประชุมกันเถอะ”
**********
กวินเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์และมีตำแหน่งเป็รองประธานฝ่ายบริหารของ Dean Parker ดังนั้น เขาจึงไม่ค่อยมีเวลารับงานในวงการบันเทิงมากนัก จะมีก็แค่ถ่ายแบบปกนิตยสารชื่อดังบ้างออกงานกาล่าดินเนอร์บ้าง ถือเป็การโปรโมตแบรนด์ของตัวเองไปในตัวด้วยพวกงานโฆษณาจะมีให้เห็นบ่อยๆ ตามสื่อทุกช่องทางล้วนเป็สินค้าแบนด์ของตัวเองเป็ส่วนใหญ่ส่วนงานซีรีส์นั้นแทบจะไม่รับเลยก็ว่าได้
ตอนนี้เขากับน้องสาวช่วยกันบริหารงานแทนบุพการีซึ่งท่านทั้งสองได้หลีกหนีความวุ่นวายไปพักผ่อนยังเกาะส่วนตัวเพื่อดื่มด่ำกับความสุขในบั้นปลายชีวิตให้เต็มที่และจะกลับมาร่วมงานฉลองครบรอบวันก่อตั้งบริษัทเท่านั้น โดยคุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเป็ท่านประธานอยู่
“ผมอยากเสนอดาราคนนี้เป็พรีเซนเตอร์ของเรา”กวินนำรูปดาราหนุ่มที่อยู่ในนิตยสารฉายขึ้นโปรเจคเตอร์ “พวกคุณคิดว่าเป็ไง”
“...?!”
เกิดความเงียบไปชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ผู้ใหญ่ในห้องประชุมจะขยับเก้าอี้เข้าหากันแล้วปรึกษากันเบาๆ
เกลหรือ เกวลิน คือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาเธอมีตำแหน่งเป็นักออกแบบประจำแบรนด์โดยได้รับพร์อันยอดเยี่ยมนี้มาจากผู้เป็แม่และยังเป็ผู้ช่วยของเขาอีกด้วย
“พี่...”เกลสะกิดพี่ชายแล้วกระซิบ “เอาจริงดิ?”เธอรู้ว่าคนเป็พี่คลั่งไคล้หนุ่มน้อยคนนี้มานานแล้ว แต่จู่ๆฝ่ายนั้นก็หายไปและยังมีข่าวคลุมเครือออกมาในทางเสียหายอีกด้วย...รับรองว่าไม่ผ่านมติในห้องประชุมแน่ๆ พี่นะพี่ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน
กวินเพียงพยักหน้าตอบคนเป็น้องแล้วหันไปพูดกับผู้ใหญ่ในห้องประชุมต่อ
“ทุกท่านคิดเห็นกันอย่างไรพูดกับผมตรงๆ ได้เลยครับ ผมยินดีรับฟัง”เพราะสุดท้ายแล้วมติส่วนใหญ่ของฝ่ายบริหารคือสิ่งสำคัญ
“ถ้าดิฉันจำผิดต้องขอโทษด้วย”ผู้จัดการาุโฝ่ายการตลาดคนหนึ่งพูดขึ้น “ดาราคนนี้คือคุณ แนช นราธิป ใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ”กวินตอบรับพร้อมรอฟังอย่างตั้งใจ
“ปีที่แล้วเขาโด่งดังมากเป็ดาราหน้าใหม่ที่มีความโดดเด่น โปรไฟล์ดี และอนาคตไกลตอนนั้นทางเราสนใจเขามากและกำลังจะนำเสนอต่อที่ประชุม แต่...”คนพูดมองไปรอบห้องพยายามค้นหาคำพูดที่เหมาะสม
“พูดตรงๆได้เลยครับ บางทีอาจมีบางส่วนที่ผมมองพลาดไป”
“เขามีข่าวเสียหายในด้านพฤติกรรมต่อเพื่อนร่วมงานและขอยกเลิกงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจนถูกแบน”เธอสบตากวินแวบหนึ่งแล้วพูดไม่เต็มเสียงนัก “ดิฉันไม่ทราบว่าคุณกวิน เอ่อ...”
กวินพยักหน้าให้อีกฝ่ายพูดต่อ
“มีมาตรฐานหรือข้อบ่งชี้ในหลักการข้อไหนในการเลือกเขาขึ้นมาน่ะค่ะ”
หลังจากผู้จัดการาุโพูดจบคนอื่นๆ ในห้องประชุมต่างพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพากันพุ่งเป้ามาที่เขาเพื่อขอคำอธิบาย
“ขอบคุณมากที่ช่วยชี้แนะครับ” กวินถอนใจยอมรับโดยดุษณี“ผมคงตัดสินใจเร็วไปหน่อยจริงๆ... ถึงอย่างไรนี่ก็เป็แค่การเสนอของผมเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาดึงดันไร้เหตุผล ขอทุกท่านโปรดอภัย”
“แต่ถ้าหากการกลับเข้าสู่วงการครั้งนี้ของเขาเป็ไปได้ดีพวกเราจะนำกลับมาพิจารณากันใหม่นะคะ” เกลเป็คนเสนอขึ้นมาเพราะไม่อยากเห็นคนเป็พี่ต้องผิดหวัง น้อยนักที่พี่ชายจะมองใครสักคนด้วยแววตาลึกซึ้งแบบนั้นแถมยังแอบเฝ้ารอติดตามข่าวอย่างเงียบๆ จะเรียกว่าเป็แฟนคลับเลยก็ว่าได้
“แน่นอนค่ะ”ผู้จัดการาุโตอบรับด้วยรอยยิ้มยินดี
เธอเองก็ดูออกว่าเ้านายหนุ่มมีความสนใจในตัวดารารุ่นน้องคนนี้มากจนแทบไม่เก็บอาการของความผิดหวังเลยด้วยซ้ำแต่จะว่าไป... แนชหล่อมากจริงๆ หล่อละมุนใบหน้ามีความงดงามคล้ายไปทางผู้หญิงแต่ลงตัวโดดเด่นสุดๆถ้าได้แรงสนับสนุนที่ดีรับรองว่าโด่งดังกว่าปีนั้นแน่นอน
หลังจากประชุมเสร็จสองพี่น้องและผู้ช่วยคนสนิทได้กลับมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องทำงานใหญ่ผู้เป็พี่
กวินทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พี่ดีนโกรธเหรอคะ”เกลถามขณะเข้าไปนั่งที่โซฟารับแขก [‘ดีน’ เป็แฟมิลี่เนมของกวินที่ใช้เรียกได้เฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น!]
“ไม่ได้โกรธหรอกเพียงแค่...” พูดไม่ทันจบคนเป็น้องที่รู้ใจก็เอ่ยแทรก
“ไม่ได้ดั่งใจ”
“อืมก็ทำนองนั้น” กวินถอนหายใจยาว พลางหยิบนิตยสารเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างเลื่อนลอย“แต่พี่ก็เข้าใจนะ บริษัทของเราไม่ควรเสี่ยงกับศิลปินที่ถูกแบนพี่สะเพร่าเองที่เสนอแนชขึ้นไป”
“งั้นเราลองหาทางช่วยให้เขามีชื่อเสียงอีกครั้งดีไหม” เกลเสนอแิ “เช่น หางานให้เขามากขึ้นอะไรแบบนี้พี่ดีนรู้จักผู้ใหญ่ในวงการเยอะไม่ใช่เหรอคะ พวกเขาก็เกรงใจพี่กันทั้งนั้นลองคุยดูไหม”
“เื่งานไม่ใช่ปัญหาหรอกแต่พี่คิดว่าเขามีปัญหาส่วนตัวบางอย่างมากกว่า”
“ปัญหาส่วนตัว?”
“อืม...”กวินขยายความต่อ “พี่ได้ข่าวว่าเขาแยกตัวไปทำธุรกิจโรงแรมเก่าๆ แห่งหนึ่งดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกับพ่อก็เลยถูกตัดความช่วยเหลืออะไรประมาณนี้แหละ”
เกลหยิบแท็บเล็ตที่ถือติดมืออยู่ตลอดขึ้นมาลองเสิร์ชหาข้อมูลดูไม่นานก็พบ
“โรงแรมนราธิป?”
“ใช่”
“คุณแนชเป็ผู้บริหารจริงๆด้วย” เกลเลื่อนดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ “อื้อฮือ...!ทั้งเก่าแก่ ทั้งมีมนต์ขลัง แต่ในสายตาของคนทั่วไปกลับมองว่ามันน่ากลัวแถมยังเคยถูกไฟไหม้อีก”
กวินก้มหน้าถอนใจกลัดกลุ้ม...ข้อมูลพวกนี้เขาอ่านมาหมดแล้วแต่สิ่งที่อยากรู้คือเกิดอะไรขึ้นระหว่างแนชกับผู้เป็พ่อ ชีวิตทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีลำดับต้นๆถึงได้ไม่เป็อย่างที่ควรจะเป็
“อ้าว!? เขาเป็ลูกชายคุณปริญเ้าของโรงแรมวิรุฬห์โชติสุดหรูชื่อดังไม่ใช่เหรอคะ”เกลเงยหน้ามองพี่ชายอย่างสับสน “แล้วทำไมถึงตกต่ำขนาดนี้ล่ะ”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันคงเป็เื่ภายในครอบครัวเขาน่ะ”
กวินครุ่นคิดครู่หนึ่งคล้ายนึกอะไรขึ้นได้จึงออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท
“ไปเอาเอกสารขอทุนของคุณปกรณ์มาให้ฉันดูอีกทีสิ”
“พี่ดีน...” เกลเรียกคนเป็พี่ด้วยน้ำเสียงห่วงใย “ดูพี่เครียดๆ นะเอ่อ... คนนี้ พี่จริงจังเหรอ?”
กวินและเกลเป็พี่น้องที่สนิทกันมากจนแทบไม่มีเื่ใดปิดบังกันเลยแม้แต่เื่รสนิยมทางเพศของพี่ชายคนเป็น้องรวมถึงคนในครอบครัวและคนสนิทต่างก็รู้มาโดยตลอด...กวินเป็โฮโมเซ็กชวล หรือ เกย์ อย่างไม่ปิดบังแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยจนเกินขอบเขต [โฮโมเซ็กชวล (Homosexual) หรือ รักร่วมเพศ หมายถึงพวกที่มีพฤติกรรมทางเพศหรือมีแรงดึงดูดมีความสนใจในคนเพศเดียวกัน]
“ไม่รู้สิแค่รู้สึกว่า... ใจเต้น” กวินกดยิ้มบางเบา การมีรสนิยมแบบนี้ใช่ว่าจะสมหวังกับคนที่ชอบได้ง่ายๆเมื่อไรกัน
“แต่พี่รู้ใช่ไหมว่าต้องเผื่อใจ”เกลเดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วจับแขนพี่ชายเพื่อให้กำลังใจ
“พี่รู้ตัวเสมอขอบใจนะ” เขายิ้มอบอุ่นให้น้องสาวสุดที่รัก “แต่พี่อยากจะลองดูสักหน่อย ถ้าไม่ได้จริงๆพี่ก็จะปล่อย”
“เกลเอาใจช่วยค่ะ”
เคิร์ทเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารของคุณปกรณ์ผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับชื่อดังจากเมืองไทย
“ได้แล้วครับ”ลูกน้องคนสนิทวางแฟ้มลงตรงหน้าสองพี่น้องที่กำลังนั่งปรึกษากัน
“อืมขอบใจ” กวินหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดแล้วแบ่งส่วนหนึ่งให้เกลช่วยดู
เดือนที่แล้วคุณปกรณ์ส่งอีเมลมาหลายฉบับเป็รายละเอียดการขอทุนสร้างซีรีส์วาย[วาย (Y) หรือ Boys'love เป็เื่ราวเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ของผู้ชายกับผู้ชายด้วยกัน]
ซึ่งปัจจุบันนี้กระแสความนิยมของซีรีส์วายกำลังเป็ที่น่าสนใจและขยายวงกว้างขึ้น ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างเปิดเผยมากขึ้นด้วย
“นี่คือ...?พี่จะสนับสนุนทุนให้คุณปกรณ์” เกลพูดตามที่คิดคร่าวๆ
“ไม่ใช่แค่ทุน”กวินยิ้มแฝงเลศนัยที่คนเป็น้องย่อมรู้ดี
“อย่าบอกนะว่า...”เกลตาโตตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก ยิ่งเห็นพี่ชายพยักหน้าให้เป็การยืนยันเธอยิ่งแทบกรี๊ด
“นี่ถึงขนาดเอาตัวเองเข้าแลกเลยเหรอ?!”
ตายๆตายแน่ๆ งานนี้ วงการซีรีส์วายเมืองไทยต้องะเิกึกก้องแน่นอน หากได้ซูเปอร์สตาร์อย่างพี่ชายเธอเป็พระเอก
“แล้วอย่าบอกนะว่านายเอกคือ...”เธอชะงักหันขวับสบตาคนเป็พี่อย่างลุ้นระทึก
“ใช่! ต้องเป็เขาเท่านั้น”
กรี๊ด...!!!
หล่อเทพสร้างกับหล่อฟ้าประทานมาเจอกัน โอ๊ยตาย!ไม่อยากคิดเลยว่าจะะเืวงการบ้านแตกขนาดไหน
เกลกรีดร้องลั่นห้องจนกวินและเคิร์ทต้องยกมือขึ้นปิดหูอย่างขบขันแต่แล้วเหมือนเธอนึกอะไรขึ้นได้รอยยิ้มจึงหุบฉับทันที
“แต่คุณแนชจะรับเล่นเหรอ?”เออ นั่นสิ
“แล้วถ้าแคสติ้งไม่ผ่านล่ะ?”ก็จริง
“ถ้าไม่ใช่แนชพี่ก็ไม่เล่น”กวินยักคิ้วอย่างผู้มีชัย “และไม่ให้ทุนด้วย”
“หูย...!พี่มันร้าย...” เกลลากเสียงหมั่นไส้แกมหยอกล้ออย่างน่ารักน่าชัง
“พี่จะไปเดือนหน้า”กวินบอกหลังจากตัดสินใจแล้ว “งานทางนี้ฝากเกลดูแลไปก่อนพี่จะพยายามกลับมาประชุมทุกเดือน”
“ได้ค่ะไม่มีปัญหา” เกลรับปากเป็มั่นเป็เหมาะ เพราะถึงอย่างไรงานตรงนี้ยังมีคุณพ่อช่วยประคองอยู่ด้วยอีกคนเธอแค่ดูๆ ให้เข้าที่เข้าทางก็พอแล้ว
“จองโรงแรมนราธิปให้ฉัน”เขาหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท “เหมาห้องวีไอพีทั้งหมด ฉัน้าความเป็ส่วนตัวแล้วแจ้งคุณปกรณ์ด้วย” เคิร์ทรับทราบแล้วรีบออกไปจัดการทันที
“โห! ทุ่มทุนสุดๆ อ่ะ” คนเป็น้องกระเซ้าเบาๆ
“อยากได้เสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือสิ”
“นั่นมันสำนวน‘อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ’ ไม่ใช่เหรอ?”
[อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือฉันใดอยากได้ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องกล้าที่จะเริ่มลงทุนฉันนั้น]
“ยังไม่ได้แม่เสือจะมีลูกเสือได้ยังไงล่ะ” กวินพูดหน้าตาเฉย
“อูย...”มันเื่เดียวกันไหมว๊า...
เกลนิ่งงันครู่หนึ่งแล้วสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านชวนขบขันนั้นออกไปแต่ยังไม่วายเอ่ยเตือนคนเป็พี่ด้วยความเป็ห่วง
“พี่จะ‘รุก’คุณแนชเร็วเกินไปหรือเปล่าแล้วถ้าเกิดเขาไม่ชอบรสนิยมแบบพี่ล่ะ”
เจอคำพูดตรงไปตรงมาของน้องสาวสุดที่รักทำให้กวินถึงกับตัวชาวาบเหมือนถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ
“...พี่ดีน”เกลจับมือเขาแล้วบีบเบาๆ เพื่อส่งกำลังใจ “พี่ต้องใจเย็นๆ นะของแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้ ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”
“อืมพี่เข้าใจ” กวินวางมือทับบนมือเล็กนุ่มของเธอ “ขอบใจนะที่ช่วยเตือนสติพี่”
“แต่เกลเอาใจช่วยนะคะพี่ชอบคนไหนน้องก็ชอบคนนั้น”
สองพี่น้องยิ้มให้กันอย่างอบอุ่นพวกเขาเป็พี่น้องที่ปรึกษากันได้ทุกเื่ทั้งให้กำลังใจและเข้าใจกันดีมาตลอด
ที่เมืองไทยเวลานี้ แนชกำลังนั่งกุมขมับเคร่งเครียดกับบิลรายจ่ายมากมายที่กองเรียงรายบนโต๊ะทำงานจนแทบไม่มีช่องว่างให้วางแก้วกาแฟ
“ผมคิดว่าจะขายรถตัวเองแล้วขอแบ่งใช้รถของโรงแรมไปก่อน” แนชพูดขึ้นอย่างตัดใจแม้จะเป็รถที่เขารักมากแต่ในเมื่อมันจำเป็ก็ต้องทำใจ
“พี่ว่าเก็บรถแนชไว้แล้วขายรถของโรงแรมดีกว่า” เจ๊หลินช่วยคิดอีกแรงเพราะรู้ดีว่ารถคันนั้นมีคุณค่าทางจิตใจของอีกฝ่ายมากแค่ไหน มันเป็มรดกจากคุณย่าที่ท่านให้ไว้ก่อนจะจากไป
ระหว่างที่กำลังปรึกษากันอยู่คุณอนันต์ผู้จัดการาุโได้เข้ามาแจ้งข่าวดีที่ไม่น่าเชื่อจนแทบช็อก
“ห๊า!? อะไรนะ” เจ๊หลินลุกพรวดจากเก้าอี้ยืนตะลึงอ้าปากค้าง
“เดือนหน้าคุณกวิน พาร์กเกอร์ จะมาพักที่โรงแรมเราครับ”คุณอนันต์พูดซ้ำอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“เขาติดต่อมาจริงๆเหรอครับ ข่าวปลอมหรือเปล่า” แนชยังไม่อยากเชื่อ เพราะคนดังระดับนี้ไม่น่าจะมาพักโรงแรมเก่าๆของเขาได้ เรียกว่าไม่น่าอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ ถ้าเป็โรงแรมวิรุฬห์โชติของคุณพ่อเขาจะไม่แปลกใจเลยสักนิด
พอเจ๊หลินหายจากอาการใ ก็เหมือนคิดอะไรขึ้นได้จึงช่วยพิจารณา
“นั่นสิถ้าคุณกวินจะมาเมืองไทย ข่าววงในต้องพูดให้ได้ยินกันบ้างแหละ แต่นี่ยังเงียบๆอยู่นะ”
“ตอนแรกที่ได้รับอีเมลผมก็ยังไม่แน่ใจแต่เมื่อสักครู่นี้คุณเคิร์ทผู้ช่วยของคุณกวินเป็คนโทรมาแจ้งอีกครั้งด้วยตัวเองแล้วยังพูดสายกับผมโดยตรงเลยด้วยครับ คิดว่าไม่ปลอมแน่ๆ”ผู้จัดการาุโบอกเล่าอย่างละเอียด
“พี่หลินผมว่า...”แนชคิดกังวลก่อนจะตัดสินใจ “เรารับไม่ไหวหรอก ให้เขาไปพักที่อื่นเถอะ”
แน่นอนว่าหากคุณกวินมาพักที่นี่เขาต้องปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่เพื่อต้อนรับ และไหนจะเื่ความปลอดภัยอีกเขาต้องจ้างรปภ.เพิ่มตั้งกี่คนถึงจะดูแลอีกฝ่ายได้ครอบคลุมทุกกระเบียดไม่มีที่ติล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น
เจ๊หลินถอนหายใจกำลังคิดตามที่แนชว่าคุณอนันต์ก็ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นอีก
“คุณเคิร์ทแจ้งว่า้าเช่าห้องพักวีไอพีของเราทั้งหมดครับ”
นั่นไง...ห้องวีไอพีไม่มีคนมาพักเป็ปีแล้ว เขาต้องรีโนเวทขนาดไหนถึงจะรองรับอีกฝ่ายได้แนชยกมือขึ้นบีบนวดขมับที่ปวดตุบ
“และยินดีจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสามสิบวันรวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงด้วย”
“อะไรนะ!!?” ทั้งแนชและเจ๊หลินร้องออกมาพร้อมกัน
“ครับ”ผู้จัดการาุโปาดเหงื่อด้วยใจลุ้นระทึก“เขาขอตัวเลขค่าเช่าห้องพักและพร้อมชำระทันที ส่วนค่าปรับปรุงห้องหากคำนวณล่วงหน้าได้ก็สามารถเบิกได้เลยหรือจะรอเสร็จงานแล้วก็ได้”
“โห...นี่มันพรจาก์ชัดๆ พระเ้ามาโปรดแล้วแนชเอ๊ย พวกเรารอดแล้ว” เจ๊หลินดีใจอย่างไม่เก็บอาการแต่ไม่ว่าอย่างไร การตัดสินใจของแนชเท่านั้นที่จะชี้ขาด
“เรารับไหวแน่นะครับคุณอนันต์”แนชถามผู้าุโที่เก่าแก่มากความสามารถ และอยู่ที่นี่มายาวนานั้แ่รุ่นคุณปู่คุณย่าถือเป็พระคุณอย่างยิ่งแล้วที่คุณอนันต์ไม่ทิ้งเขาไปไหนยังคงอยู่เคียงข้างกันตลอดมา
“ไหวครับ”คุณอนันต์ยืดอกอย่างมั่นใจ“โรงแรมของเราจะได้ครึกครื้นกลับไปมีสีสันสร้างรอยยิ้มกันอีกครั้งแน่นอน”
แนชสบตาเจ๊หลินแล้วมองผู้จัดการาุโครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
“ตกลงครับ!” แนชพูดเสียงหนักแน่น “ดำเนินการตามที่เห็นสมควรได้เลยแล้วพรุ่งนี้เชิญทุกฝ่ายมาร่วมประชุมกัน”
“ครับ”คุณอนันต์ตอบรับด้วยรอยยิ้มยินดี แล้วขอตัวกลับออกไปเตรียมงานใหญ่ของตัวเอง
“ขอบคุณครับ”แนชกล่าวขอบคุณผู้าุโพร้อมฝากกำลังใจไปให้กับทุกคนซึ่งหลังจากนี้คงต้องเหนื่อยกันมากหน่อย
**********
หลังจากคุณอนันต์ออกไปแล้วทั้งแนชและเจ๊หลินต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอย่างเงียบงัน ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาทุกอย่างมันเกิดขึ้นราวกับความฝันจนตั้งตัวไม่ทัน
“พี่...พี่หลิน” แนชเรียกคล้ายละเมอออกมา “ผมต้องทำอะไรบ้าง ผม ผมทำตัวไม่ถูกแล้วพี่”
และนั่นทำให้เจ๊หลินได้สติเขาสูดลมหายใจลึกทั้งที่มือยังสั่นเบาๆ
“เดี๋ยวๆแนชใจเย็นๆ เรามาช่วยกันแก้ปัญหาไปทีละเื่”เจ๊หลินนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของแนช“ตอนนี้เธอแยกบิลค่าใช้จ่ายบนโต๊ะนี่ก่อนอะไรที่ด่วนรอไม่ไหวแล้วก็จ่ายไปจะได้ไม่เสียชื่อ”
“ครับ”แนชก้มหน้าหยิบบิลต่างๆ มาดู พร้อมนึกขึ้นได้ “เออ พี่! พี่หาข้อมูลของคุณกวินมาให้ผมดูหน่อยสิ เอาแบบละเอียดๆ เลยนะ ผมอยากรู้”
“ได้เดี๋ยวเจ๊จัดให้” เจ๊หลินรีบหยิบแท็บเล็ตของตัวเองมาเปิดอย่างรวดเร็ว เขาเองก็อยากรู้เื่ของคุณกวินให้มากหน่อยเหมือนกันเพื่อจะได้ใช้เป็ข้อมูลเวลาไปพูดคุยทักทายกับคุณเคิร์ทผู้ช่วยของอีกฝ่าย
ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเจ๊หลินดังขึ้นพอดีเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์คนใหญ่คนโตที่ไม่ได้คุยกันมาเป็ปีก็ทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ
‘สวัสดีค่ะคุณปกรณ์ หลินยินดีรับใช้ค่ะ’ เจ๊หลินทักทายเสียงอ่อนเสียงหวานเพราะอีกฝ่ายคือผู้กำกับชื่อดังลำดับต้นๆ ที่จับดาราไปปั้นให้โด่งดังมานักต่อนัก การที่เขาติดต่อมาด้วยตัวเองแบบนี้ย่อมต้องเป็เื่สำคัญแน่นอน
[...]
‘ว่างค่ะว่าง ยินดีค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะที่เมตตาพวกเรา แล้วเจอกันค่ะ’
บทสนทนาที่ฟังดูน่าสนใจของผู้จัดการคนสนิททำให้แนชต้องเงยหน้าขึ้นมองจนกระทั่งอีกฝ่ายวางสายแล้วจึงรีบถาม
“มีอะไรเหรอพี่”
“ข่าวดีจ้ะ”เจ๊หลินยิ้มหน้าบาน “วันนี้เป็วันอะไรเนี่ย พวกเราถึงได้รับแต่ข่าวดีๆ แบบนี้สงสัยบุญทานที่สะสมไว้เริ่มเห็นผล”
“...?”
“คุณปกรณ์สนใจให้แนชไปลองเทสหน้ากล้องเล่นซีรีส์ให้เขา”
“ห๊า! อะ อะไรนะพี่” แนชลุกพรวดยืนตะลึง
“แนชจะได้เล่นซีรีส์ของคุณปกรณ์”เจ๊หลินพูดอีกครั้งให้ชัดเจน
“โอ้โห...วันนี้มันวันอะไรเนี่ยพี่หลิน พวกเราถึงโชคดีขนาดนี้” ทั้งมีคนเอาเงินมาให้ทั้งได้งานทำ แนชดีใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็คำพูดได้หมด
“มาๆ นั่งลงก่อนทูนหัว” เจ๊หลินดึงอีกฝ่ายให้นั่งลงดีๆเพื่อจะได้วางแผนงานกัน “เื่ซีรีส์เดี๋ยวพี่ต้องไปคุยรายละเอียดกับเขาอีกทีตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับคุณกวินกันก่อน จะได้เตรียมตัวถูก”อย่างน้อยก็พวกอาหารการกิน สีที่ชอบ รสนิยมของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆพวกเราจะได้ไม่ทำอะไรขัดหูขัดตาอีกฝ่ายมากนัก
“ครับดีครับ” แนชสงบใจครู่หนึ่ง “ผมว่าจะหาสูทใหม่สักชุดสองชุดไว้ใส่ต้อนรับคุณกวินจะได้ดูดีหน่อย”เขาพูดขึ้นระหว่างที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“...ได้”เจ๊หลินตอบรับลอยๆ เพราะกำลังรวบรวมข้อมูลให้อีกฝ่ายอยู่จากนั้นก็พูดรายละเอียดคร่าวๆ ออกมา
“คุณกวินพาร์กเกอร์ ชื่อเต็มๆ คือ กวิน ดีน พาร์กเกอร์เป็ศิลปินอิสระและเ้าของแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก...”
แนชนั่งฟังแล้วพยักหน้าไปพลางๆพร้อมกับคัดแยกบิลค่าใช้จ่ายบนโต๊ะไปด้วยข้อมูลบางอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วเพราะอีกฝ่ายโด่งดังจนน่าขนลุก แถมยังครองตำแหน่งซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งได้ยาวนานอย่างไม่มีใครกล้าอาจเอื้อมตีเสมอ
“สูง 193 เิเ...”
...! ส่วนเขาสูง 185 ดูเตี้ยไปเลยเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายนี่เขาต้องแหงนหน้ามองจนคอตั้งเลยไหมเนี่ย แนชคิดในใจไปเรื่อยจนกระทั่งเจ๊หลินชะงักตะกุกตะกักคล้ายพูดเื่รสนิยมอะไรนี่แหละที่เขาฟังไม่ชัดจึงย้อนถาม
“อะไรนะพี่หลินเมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ ผมไม่ค่อยได้ยิน”
“เอ่อคุณกวิน มีรสนิยมทางเพศแบบ เอ่อ...”
“...?”
“โฮโมเซ็กชวล”
“...!!!”
แนชกะพริบตาถี่ๆพยายามตั้งสติกับสิ่งที่ได้ยิน เอิ่ม... ข้อมูลนั่นก็ลึกเกินไปไหม และอีกฝ่ายเป็คนแบบไหนกันถึงได้เปิดเผยรสนิยมพิเศษของตัวเองออกสู่สาธารณชนอย่างไม่ปิดบังแบบนี้
“เอ่อคือ ผมว่า ไม่ต้องซื้อสูทใหม่แล้วล่ะ ยังไงวันนั้นผมฝากพี่หลินต้อนรับเขาแทนผมด้วยก็แล้วกัน”แนชพลิกกลับลำทันที
“เห้ยไม่เหมาะมั้งแนช”
“นะครับพี่หลิน”แนชขอร้องด้วยสีหน้าหม่นเศร้า “ผม แบบ...” ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกออกมาอย่างไรดี
เอาจริงๆเขาไม่ได้รังเกียจคนที่มีรสนิยมแบบนั้นเลยนะ มันเป็เื่ส่วนตัวของคนคนนั้นแต่พอรู้แล้วมันตะขิดตะขวงใจพิกล ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้ แต่มันแค่รู้สึกสะท้อนใจให้คิดถึงเื่ที่ทำให้เขามีปัญหากับคุณพ่อเท่านั้นเอง
เพราะภาพตัดต่อที่สื่อไปในทำนองนั้นทำให้ท่านเข้าใจผิดคิดว่าเขามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจนถูกเกลียดและไม่ให้การช่วยเหลือใดๆรวมถึงตัดโรงแรมแห่งนี้ออกจากเครือวิรุฬห์โชติอีกด้วย มันแทบจะคล้ายว่าเขาถูกตัดออกจากตระกูลนั่นแหละแค่ไม่พูดออกมาตรงๆ
เจ๊หลินทอดถอนใจอยู่ในอกในที่สุดก็เข้าใจอีกฝ่ายดี
“อืมได้ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“ขอบคุณมากครับ”แนชโล่งใจแต่ยังแฝงความกังวลอยู่เล็กน้อย “พี่ว่าคุณกวินเขาจะรู้ไหมว่าผมเป็เ้าของที่นี่น่ะ”
ศิลปินรุ่นน้องชื่อเสียงน้อยนิดไม่ออกไปต้อนรับศิลปินรุ่นใหญ่จะดูเป็การเสียมารยาทหรือเปล่านะ?
“เอ...ข้อมูลในเว็บไซต์ของโรงแรมเราก็มีชื่อแนชนะ” เจ๊หลินพยายามคิดหาเหตุผล“แต่คงไม่มีใครเข้าไปดูรายละเอียดขนาดนั้นหรอกมั้ง ที่เขาสนใจมาพักที่นี่คงเพราะเห็นว่าเงียบสงบดีไม่วุ่นวายอาจจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ได้” เคยพักโรงแรมหรูหรามาเยอะแยะแล้ว เลยอยากลองอยู่แบบธรรมดาๆดูบ้าง อะไรแบบนี้
แนชพยักหน้าคล้อยตามความคิดของอีกฝ่ายอย่างเข้าใจ...ตอนนี้เขาเองก็แค่ศิลปินโนเนมไร้ชื่อเสียง แทบจะถูกลืมไปแล้วด้วยซ้ำคงไม่มีใครสนใจหรอก
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)