ทางฝั่งของชายหนุ่ม
หลังจากผมไปส่งยัยเด็กปากดีนั่นเสร็จผมก็รีบขับรถตรงดิ่งไปโรงพยาบาลเพื่อไปรับคุณย่ากลับบ้านทันที
ผมขับรถเข้าไปในโรงพยาบาลจอดรถที่หน้าโรงบาลเดินไปกดลิฟต์ เมื่อลิฟต์มาถึงผมรีบเดินเข้าไปกดชั้นสิบเก้าด้วยความตื่นเต้น วันนี้จะแกล้งอะไรคนแก่อีกดีน้า ผมยิ้มวันนี้ผมเองก็แอบแปลกในตัวเองเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ตัวเองยิ้มบ่อยขนาดนี้ ั้แ่ขับรถไปส่งยัยเด็กปากดีนั่นแล้ว เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่สิบเก้าแล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออกผมรีบเดินไปทางห้องพักของคุณย่าและเปิดประตูพรวดเข้าไปในห้อง
“ ย่าครับ หลานรักย่ามาแล้วค้าบ” ผมยิ้มให้คนเป็ย่าที่ตอนนี้หมอกำลังตรวจร่างกายและให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือให้อยู่ คนทั้งสามหันมามองผมเป็ตาเดียว
“ เอ่อ ขอโทษครับผมนึกว่าย่าอยู่คนเดียว” ผมหุบยิ้มลงทันทีเพราะปกติผมวางมาดขรึมตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเพราะเหตุผลหลายๆอย่าง หลังจากที่หมอและพยาบาลเดินออกจากห้องแล้วย่าก็พูดขึ้น
“ วันนี้เป็อะไรของแกดูอารมณ์ดีเชียว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุดเลย”
“ จริงหรอย่า” ผมเอามือจับหน้าตัวเองแล้วรีบเดินไปดูหน้าตัวเองในกระจก ปรากฏว่าเป็จริงอย่างที่ย่าพูด นอกจากจะมีรอยยิ้มเล็กๆเปื้อนอยู่บนใจหน้าแล้วใบหน้าของผมยังแดงกว่าปกติเล็กน้อย
“ ทำไมให้ไปส่งนังหนูนั่นแค่นี้ถึงกับติดใจเลยหรอ” ย่ายิ้ม
“ โหยย่าผมไม่เอาหรอก ถ้าได้ยัยเด็กนั่นเป็แฟนนะคงจะเป็บ้าก่อนแก่ตาย เด็กบ้าอะไรพูดจาไม่มีสัมมาคารวะเลยซักนิด กวนโอ๊ย แถมยังปากร้ายปากดีอีกต่างหาก ผมว่าเื่เอามาเป็สะใภ้ในบ้านย่าคิดใหม่เถอะครับ” ผมบอกให้ย่าทบทวนเื่นี้ใหม่เพราะดูท่าทางแล้วย่าคงจะเอาจริง
“ ถึงจะเป็แบบที่แกบอก แต่อย่างน้อยวันนี้นังหนูนั่นก็ทำให้คนอย่างแกยิ้มออกไม่ใช่หรอ ฉันไม่เห็นแกยิ้มออกแบบนี้มานานแล้วนะตาบิ๊ก ั้แ่เื่วันนั้น....”
“ กะ ก็ มันคงเป็เื่บังเอิญน่าย่า วันนี้ผมขับรถไปส่งยัยเด็กนั่นที่คณะXXX สาวๆคณะนั่นอย่างบึ้มเลยนะย่าไม่เห็นเหมือนยัยเด็กนั่นเลยซักนิด”
“ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างแกจะยิ้มออกเพราะความบึ้มของผู้หญิง อย่ามาโกหกฉันให้ยาก ยังไงเื่นี้ฉันก็เอาจริง” ย่ายังคงไม่ยอมง่ายๆ
“ แล้วย่าจะทำยังไง”
“ แกรอดูก็แล้วกัน ฉันจะทำให้แกดู”
“ แต่ ย่าครับเขาจะรับเื่ราวของพวกเราได้หรอครับ เท่าที่ผมดูเขาเป็ครอบครัวที่อบอุ่นและดีมากจริงๆนะครับ ถ้าเขารู้เขาจะไม่เกลียดพวกเราหรอครับ” ผมบอกย่าถึงเื่จุดยืนของพวกเรา ถ้าเขารู้ความลับของพวกเราเขาจะไม่กลัว ไม่เกลียดเราหรอ
“ เื่นั้นย่าเองก็ได้แต่ภาวนาให้เขารับเราได้ ย่ารู้ว่าเราไม่ได้ดีแบบเขาแต่ย่าเองก็อยากได้คนดีๆเข้ามาในครอบครัวเราบ้าง ไม่ใช่คนที่เข้ามาเพราะเห็นเปลือกภายนอกของเรา”
ก๊อก ก๊อก
“ เข้ามา” ย่าผมพูด
“ ขออนุญาตครับนายท่าน เื่ที่นายท่านให้ผมไปสืบมาได้แล้วครับ ชื่อ นางสาว ลลิตา ภักดีวัชรสกุล เป็ลูกคนที่สองของบ้านภักดีวัชรสกุล ชื่อเล่นชื่อ เอส ครับ ปัจจุบันเธอกำลังศึกษาปริญญาตรีของมหาลัยZZZ คณะXXX สาขาYYY ชั้นปีที่สองครับ ผลการเรียนมีผลพอใช้ ไม่เก่งด้านใดเป็พิเศษ นอกจากนี้แล้วยังพูดน้อย ค่อนข้างเงียบจะไม่ค่อยพูดกับใครยกเว้นเพื่อนในกลุ่ม ชอบทานอาหารหลายอย่าจนไม่สามารถจดมาได้หมด ส่วนอาหารที่เกลียดและไม่กินเลยคือฟักทองและมะละกอสุก และผักชนิดอื่นๆซึ่งเลือกวิธีปรุงอาหารถึงจะกิน เช่น แครทต้องสกัดน้ำรวมเท่านั้นถึงจะกิน รักคนในครอบครัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ชอบสุนัขและแมวเป็พิเศษ สไตล์การแต่งตัวที่ชอบคือเสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบ ไม่ชอบอะไรที่เยอะๆต้องมีพิธีรีตองมากมาย รอไม่เป็ เป็คนเร็วบ้างช้าบ้างแล้วแต่อารมณ์ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ยังไม่สามารถเช็กความถูกต้องได้คือนิสัยแมนๆใจๆ กล้าได้กล้าเสีย เราได้ข้อมูลมาแค่บางส่วน ส่วนข้อมูลด้านอื่นๆยังไม่สามารถตรวจสอบได้ครับ” ลูกน้องคนนั้นยื่นเอกสารข้อมูลที่เขาไปหามาให้ย่า
“ ดีมาก นายออกไปได้แล้ว” ย่าบอกกับลูกน้องคนนั้น
“ นี่ย่าให้คนไปสืบประวัติเลยหรอ จริงจังไปไหมย่า”
“ ก็จริงจังสิยะฉันบอกแล้วไงฉันจะเอามาเป็หลานสะใภ้ รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ย่ายิ้มร่า
“ รีบเก็บของเถอะย่า จะได้กลับบ้านเรากัน”
“ ใครว่าฉันจะกลับบ้าน ฉันมีที่ๆต้องไปอีกนะ แล้วแกก็ต้องพาฉันไปด้วยเพราะฉันไม่รู้ทาง”
“ โห้ย ไปไหนอีกครับย่า ผมง่วงนอนจะแย่อยู่แล้ว”
“ เื่ของแก ใครบอกให้กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักหลับจักนอน”
“ เป็เพราะผมตื่นเช้ามากต่างหากล่ะครับย่า”
“ อย่ามางอแง ไปเก็บของให้ฉันแล้วรีบพาฉันไปเถอะ แกจะได้รีบกลับไปนอนไง”
“ ย่าจะไปไหนกันครับเนี้ย”
“ ก็ไปบ้านว่าที่หลานสะใภ้ไง”
เป็กำลังใจให้นักเขียนได้ง่ายๆด้วยการ กดให้ติดตาม กดให้กำลังใจ หรือ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น
หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วย