ตอนที่ 20 แยกออกไปใช้ชีวิตเอง (2)
“ยายหนูซิน นี่เจ้า…”
หลี่เจิ้งได้ยินก็ตกใจจนพูดไม่ออก ยายหนูซินผู้นี้เขาเห็นมาจนเติบใหญ่เช่นกัน เป็นเพราะรอยปานบนใบหน้า ในยามปกติจึงแทบไม่ได้ออกไปไหน เห็นผู้คนก็มักจะก้มหน้าก้มตา ดูเชื่อฟังอ่อนน้อม ไม่นึกว่านิสัยจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้ ครั้นเมื่อนึกถึงฉากที่พ่อหนุ่มเฉินหยิบมีดมาไล่ฟันคนก็อดถอนใจไม่ได้ ครอบครัวนี้ เกรงว่าจะมีใจด้านชากันไปหมดแล้ว
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง ความตั้งใจของน้องหญิงข้าก็เป็นความตั้งใจของข้า และเป็นความตั้งใจของท่านแม่และน้องชายข้าด้วยเช่นกัน ขอให้ท่านลุงหลี่เจิ้งช่วยตัดสินด้วยขอรับ!”
หลี่เฉินก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วพูดด้วยใบหน้าที่หนักแน่น ในฐานะลูกชายคนโตของเรือนรอง คำพูดของเขานับว่ามีผล
หลี่ซินหันไปมองพี่ใหญ่ พวกเขาเป็นพี่น้องฝาแฝด มีหลายครั้งที่สัมผัสถึงอารมณ์ของกันและกันได้ นางเข้าใจดีว่าหลี่เฉินในยามนี้ดูเหมือนจะสงบนิ่ง แต่อารมณ์กลับใกล้จะระเบิดแล้ว
หลี่เจิ้งมองสี่แม่ลูกที่ไม่ยี่หระต่อความตายใดๆ ตรงหน้า ทั้งมองหลี่จางซื่อด้านข้างที่เหมือนคนบ้า รวมไปถึงคนอื่นๆ ในตระกูลหลี่ที่ทำหน้ามึนชา ก็ลอบแอบทอดถอนใจ รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว ถึงอย่างไร ตระกูลหลี่ที่ไม่มีนายท่านผู้เฒ่าหลี่แล้ว หลี่จางซื่อจะมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งนางมีสิทธิ์ในการพูดคำตัดสิน
“เฮ้อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็ตามนี้เถอะ”
หลี่เจิ้งถอนใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง พลางผงกศีรษะ ให้คนหาหมึกและพู่กัน ฉวยโอกาสที่ฟ้ายังไม่มืดสนิทเขียนเอกสารแยกครอบครัวและถอนนามสกุล ทำการอ่านต่อหน้าผู้คนในหมู่บ้านหนึ่งรอบ สุดท้ายให้คู่กรณีทั้งสองประทับรอยนิ้วมือบนเอกสาร
ตระกูลหลี่เดิมเป็นคนต่างถิ่นในหมู่บ้านซั่งหยาง ที่จริงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเชื้อสายวงศ์ตระกูล อาจเรียกได้เพียงว่าเป็นสายที่แยกออกมาของตระกูลหลี่ ดังนั้นการถอนนามสกุลจึงเป็นเรื่องง่ายมาก ไม่ต้องทำพิธีไหว้ศาลประจำตระกูล ขอเพียงหัวหน้าตระกูลหลี่ต้าฟู่และหลี่จางซื่อผู้อาวุโสที่สุดเห็นด้วย และลงนามในเอกสารถอนนามสกุลก็พอแล้ว
บ้านเก่าทางนี้จะเป็นรอยนิ้วมือของหลี่จางซื่อและหลี่ต้าฟู่ลูกชายคนโต ส่วนเยี่ยซื่อทางนี้จะเป็นรอยประทับของหลี่เฉินลูกชายคนโตของเรือนรอง ฉะนั้น เยี่ยซื่อสี่แม่ลูกและตระกูลหลี่ก็ได้แยกออกจากกันโดยสมบูรณ์เช่นนี้ ไม่มีความข้องเกี่ยวอันใดกันอีก
“เอาละ จากนี้ไปเรือนรองของพวกเจ้าถือว่าเป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่อีกต่อไป ตามนี้ ทุกคนแยกย้ายกันเถอะ ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว”
เห็นทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว หลี่เจิ้งจึงโบกมือและนำออกจากเรือนตระกูลหลี่ล่วงหน้าไปก่อน เป็นความจริงที่ว่าข้าราชการที่สุจริตก็ยากที่จะตัดสินเรื่องราวในครอบครัวได้ ครอบครัวนี้เละเทะยุ่งเหยิงไปหมด หากเขาอยู่ต่ออีกครู่เดียวก็รู้สึกหงุดหงิดใจแล้ว
เห็นหลี่เจิ้งไปแล้ว ชาวบ้านที่ดูความสนุกก็ทยอยกันจากไป แม้จะรู้สึกสงสารเห็นใจสี่แม่ลูกครอบครัวนี้มาก แต่ตอนนี้ขนาดหลี่เจิ้งยังทำอะไรไม่ได้ แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้เล่า
“เจ้าใหญ่ เจ้าสาม โยนพวกเขาออกไปเสีย ข้าไม่อยากเห็นพวกใจโฉดชั่วเยี่ยงสุนัขนี่อีกแม้แต่ครู่เดียว ข้าอุตส่าห์เจตนาดีวางแผนให้พวกเขา สุดท้ายกลับมาจบที่การถูกเข้าใจผิด ไสหัวออกไปให้ข้าเดี๋ยวนี้ อย่าเกะกะลูกตาข้า!”
หลี่จางซื่อไม่มียี่สิบตำลึงแล้ว ยังรู้สึกปวดใจไม่หาย บวกกับเสียหน้าเสียตาจนไม่เหลือ และเป็นตัวตลกของชาวบ้านโดยไม่มีสาเหตุ นางจะปล่อยไปแบบนี้ได้อย่างไร เมื่อชาวบ้านจากไป ก็สั่งให้คนจากเรือนที่เหลืออื่นๆ เริ่มขับไล่คนแล้ว
“ช้าก่อน พวกเราจะไปกันเอง ไม่ต้องให้พวกเจ้าไล่!” หลี่ซินไหนเลยจะปล่อยให้คนตระกูลหลี่มาเฉียดใกล้ จึงเอ่ยเสียงเย็น และดึงเยี่ยซื่อออกนอกประตูโดยไม่ต้องการของอะไรแล้ว ฟ้ามืดสนิทแล้ว หากไม่ไปอีก ก็จะมองไม่เห็นถนนหนทาง นางคนเดียวไม่เป็นไร แต่เยี่ยซื่อและลูกๆ จะไม่ไหวกัน
“เจ้ามันตัวซวย จิ้งจอกใจดำโฉดชั่ว ตั้งแต่เจ้าเข้าบ้านตระกูลหลี่ ตระกูลหลี่ก็ประสบแต่ปัญหา ตอนนี้พวกเจ้าไสหัวไปจากข้า ของเล็กๆ น้อยๆ จากที่นี่ หรือแม้แต่หินก้อนเดียวก็เป็นของตระกูลหลี่ข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า ไปซะ ไป ไป๊” หลี่จางซื่อกลับไม่หมายจะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ พลางดุด่าต่อว่ามาตามหลัง
“ท่านวางใจเถอะ ที่ของท่านตรงนี้ ข้าหลี่ซินจะไม่มาอีกจนชั่วชีวิต และหวังว่าพวกท่านจะจดจำทุกอย่างที่เขียนไว้บนหนังสือแยกครอบครัว วันข้างหน้าก็อย่ามากระดิกหางทำตัวน่าสงสารต่อหน้าข้าแล้วกัน”
หลี่ซินหันศีรษะกลับมาพูดด้วยความเยาะเย้ย แต่คำพูดนี้ของนางสำหรับหลี่จางซื่อที่ฟังแล้วเห็นเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ออกจากตระกูลหลี่ พวกเขาสี่แม่ลูกจะอยู่รอดจนถึงฤดูหนาวนี้หรือไม่ก็ยังไม่แน่ รอดูเถอะ นางเชื่อว่าไม่เกินสามวัน พวกเขาจะกลับมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนตน
หลี่ซินไม่สนใจสีหน้าท่าทางของคนตระกูลหลี่ เดิมทีกระท่อมมุงหญ้าเหมาก็ไม่ได้มีสิ่งของอะไรมาก จึงไม่ต้องการอะไรแล้ว ตนดึงท่านแม่เดินจากไป โดยมีหลี่เฉินและสือโถวตามติดข้างหลัง พวกเขาเพิ่งจะก้าวออกจากประตูเรือนตระกูลหลี่ ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง ‘ปัง’ ตามมา ประตูไม้เคลือบสีดำของเรือนเก่าตระกูลหลี่ถูกปิดลงอย่างแน่นหนา สี่แม่ลูกยืนอยู่โดดเดี่ยวตรงประตู ช่างดูอ้างว้างอย่างยิ่งท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดนี้
เยี่ยซื่อมองกลับไปที่ประตูใหญ่อันคุ้นเคยตรงหน้า น้ำตาพลันไหลออกมาเงียบๆ ขณะนี้รู้สึกถูกเย้ยหยันอย่างยิ่ง แต่กลับผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากไม่มีพี่ฟาแล้ว สถานที่ที่นางอาศัยอยู่มากว่าสิบปีนี้ก็ไม่ใช่บ้านของนางอีกต่อไป จากไปเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน
“ท่านแม่ น้องหญิง น้องสาม ทุกคนวางใจเถิด ข้าจะต้องทำให้ชีวิตในครอบครัวดีขึ้นอย่างแน่นอน พวกเราจะไม่เป็นขอทาน ต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้คนที่รังแกพวกเราทุกคนเสียใจ”
หลี่เฉินกัดริมฝีปาก กล่าวอย่างหนักแน่น