บทที่ 3 เจ็ดวันหลังวายชนม์ อาสะใภ้ใจร้ายขายหลานชายให้เป็ทาส
หกวันต่อมา…
บ้านอารองของสวี่ไท่ผิง
"อะไรนะ? เ้าจะขายไท่ผิง?!"
อารองสวี่เอ้อร์หนิวจ้องมองภรรยาของตนอย่างไม่เชื่อสายตา
"ชู่ว!…"
อาสะใภ้รองใบหน้าอิ่มเอิบ ยกนิ้วชี้ขึ้นสื่อให้เอ้อร์หนิวเบาเสียงลง
"ขายอันใดกัน? การเป็คนรับใช้ของตระกูลไป๋เจียเปรียบเสมือนโอกาสทองที่คนทั่วไปยากจะไขว่หา"
อาสะใภ้รองจับจ้องอารองอย่างดูแคลน
"ถึงจะกล่าวเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็ต้องตกเป็ทาสอยู่ดี…"
อารองรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง
"ในตระกูลไป๋นั้นกินดีอยู่ดี ตกเป็ทาสแล้วอย่างไร? เื่นี้เ้าอย่ายุ่งเลย ข้ารับเงินมัดจำมาแล้ว"
อาสะใภ้รองโบกมือ ตัดสินใจแน่วแน่
"ก็ได้"
เอ้อร์หนิวมิอาจขัดใจภรรยาตน จึงถอนหายใจเบา ๆ แล้วพยักหน้า
"แล้วไท่ผิงเล่า?"
อาสะใภ้รองเอ่ยถามต่อ
"ยังอยู่ที่ศาลบรรพชน วันนี้เป็วันครบรอบเจ็ดวัน ไท่ผิงจึงอยากอยู่เฝ้าิญญาท่านปู่"
เอ้อร์หนิวที่สวมชุดไว้ทุกข์เช็ดปากแล้วตอบ
"คนของตระกูลไป๋รออยู่ที่ปากหมู่บ้านแล้ว เ้าไปเรียกเขากลับมาเร็ว ๆ"
อาสะใภ้รองกลอกตาไปที่เอ้อร์หนิว
"มาถึงเร็วขนาดนี้เลยหรือ?"
เอ้อร์หนิวประหลาดใจ
"คุณชายน้อยตระกูลไป๋จะเข้าเรียนที่สำนักซือฉู*[1] ในเดือนหน้า ยามนี้กำลังขาดคนรับใช้ข้างกาย มิฉะนั้นคงไม่รีบร้อนเช่นนี้? เ้าอย่าเสียเวลาพูดมากความ รีบไปพาเด็กนั่นกลับมาจากศาลบรรพชนเถิด"
อาสะใภ้รองเพ่งมองสามีตนอย่างดุดัน แล้วเร่งเร้าอีกครั้ง
"แต่ว่า… แต่ว่าวันนี้เป็วันครอบรอบเจ็ดวันของท่านผู้เฒ่านะ ปล่อยให้ไท่ผิงอยู่จนจบคืนนี้แล้วค่อยไปมิได้หรือ?"
อารองเกาศีรษะด้วยความลำบากใจ
หลังจากที่ปู่ของสวี่ไท่ผิงสิ้นชีพ สามีภรรยาคู่นี้ก็หารือกันว่าจะจัดการกับสวี่ไท่ผิงที่เป็ภาระนี้อย่างไร ทว่า อารองยังคงมีความผูกพันเก่าอยู่ จึงไม่อยากให้ไท่ผิงไปเป็คนรับใช้ตระกูลไป๋โดยที่ยังไม่ผ่านวันครบรอบเจ็ดวัน
"ครบรอบเจ็ดวัน ครบรอบเจ็ดวัน ครบรอบเจ็ดวันแล้วอย่างไร? สำคัญเท่าเงินหรือ? เ้านี่นะ!"
อาสะใภ้รองจิ้มนิ้วบนหน้าผากของสามี ใบหน้าเผยความผิดหวัง แล้วโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูของอารองอย่างพิศวง
"รู้หรือไม่ว่าตระกูลไป๋ยินดีจ่ายเท่าใด? สามสิบตำลึง สามสิบตำลึงเชียวนะ!"
อาสะใภ้รองแววตาลุกวาวด้วยความโลภ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อารองพลันตกตะลึงชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าแรง ๆ
"ข้าจะไปเรียกไท่ผิงมาเดี๋ยวนี้"
...
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ทางเข้าหมู่บ้านชิงหนิว
สวี่ไท่ผิงมองไปทางศาลบรรพชนด้วยความอาวรณ์ พลันอ้อนวอนอารองและอาสะใภ้ที่อยู่ตรงหน้าว่า
"อารอง ไม่สามารถออกเดินทางพรุ่งนี้ได้จริง ๆ หรือขอรับ?"
"ไท่ผิง การเป็คนรับใช้ที่จวนตระกูลไป๋นั้นเป็โอกาสที่หายากยิ่ง หากเ้าไม่ไปยามนี้ แล้วพรุ่งนี้เ้าอยากไปก็คงมิอาจไปได้แล้ว!"
อาสะใภ้รองพูดกับสวี่ไท่ผิงด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
"อาสะใภ้รองกังวลว่าหากรอถึงพรุ่งนี้จะขายข้าไม่ได้ราคาสินะ?"
สวี่ไท่ผิงสายตาเย็นเยียบจดจ้องอาสะใภ้รอง
แม้ว่า่นี้จะอยู่เฝ้าิญญา ทว่า เขาก็ผ่านความหนาวเหน็บของโลกมนุษย์มาั้แ่วัยเยาว์ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอาสะใภ้กับอารองกระทำการสิ่งใดลับหลัง?
สาเหตุที่ไท่ผิงไม่ปฏิเสธหรือต่อต้าน ประการแรกเป็เพราะไร้ทางเลือก ประการที่สองเป็เพราะเขาคิดว่าการที่ตนไปจวนตระกูลไป๋อาจเป็ตัวเลือกที่ไม่เลว ทั้งนี้เพราะท่านปู่สิ้นชีพแล้ว เขาจึงไม่มีสิ่งที่ผูกพันกับที่นี่อีกต่อไป
"เ้าเด็กนี่ พูดกับอาสะใภ้เช่นนี้ได้อย่างไร? อาสะใภ้รองทำเพื่อเ้าทั้งนั้น!"
ยามที่ได้ยินสวี่ไท่ผิงเอ่ยเช่นนั้น อารองก็จ้องเขาอย่างดุดัน
"อย่ามัวชักช้า รีบขึ้นรถเร็ว ่นี้มีปีศาจหนูออกอาละวาดแถวนี้ยามค่ำคืน พวกเราจำต้องไปให้ถึงสันเขาไผ่เขียวก่อนฟ้ามืด"
พ่อบ้านตระกูลไป๋ที่อยู่บนรถม้าด้านหลังสวี่ไท่ผิงก็เร่งเร้าขึ้นมา
"มาแล้ว มาแล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น อารองและอาสะใภ้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างคนต่างคว้าแขนไท่ผิงคนละข้าง แล้วลากขึ้นรถม้า
สวี่ไท่ผิงมิได้ขัดขืน เพียงแต่รู้สึกหนาวเหน็บใจ
...
"เ้าหนุ่มน้อย จงดูให้ดีนี่คือสัญญาขายตัวที่เ้าทำกับตระกูลไป๋ นับจากวันนี้ เ้าก็เป็ทาสรับใช้ของตระกูลไป๋แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านชิงหนิวและตระกูลสวี่อีกต่อไป"
หลังจากสวี่ไท่ผิงประทับรอยมือลงบนสัญญาเสร็จ พ่อบ้านตระกูลไป๋ก็หยิบยกสัญญาขายตัวในมือโบกไปมา
"ขอรับ"
ไท่ผิงพยักหน้ารับอย่างไร้อารมณ์
‘ดูเหมือนโอสถที่ท่านปู่ให้ข้าจะหมดฤทธิ์แล้ว ผ่านมาหกวันแล้ว ก็ยังไม่มีเซียนลงมารับข้าเสียที’
ขณะที่พ่อบ้านตระกูลไป๋กำลังพูดคุยกับอารองและอาสะใภ้ สวี่ไท่ผิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างเงียบงัน
สำหรับเื่การแสวงหาวิถีเซียน เขามิได้รู้สึกผิดหวังมากนัก เพราะแรงจูงใจหลักที่ทำให้ตนอยากเป็เซียนก็คือการรักษาท่านปู่
"เฮ้ย! บนท้องฟ้ามีนกกระสาขาวตัวใหญ่กว่าควายเสียอีก!"
"ไหน อยู่ไหน?"
"ประเดี๋ยว ดูเหมือนบนหลังนกกระสาตัวนั้น… มีคนยืนอยู่สองคน!"
ในตอนนี้ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านก็ส่งเสียงร้องอย่างใ
เมื่อได้ยินเสียงนี้ สวี่ไท่ผิงพร้อมกับพ่อบ้านตระกูลไป๋ และสองสามีภรรยาเอ้อร์หนิวต่างก็เงยหน้าขึ้น พลันพบนกกระสาขาวตัวใหญ่บินอยู่เหนือศีรษะ และบนหลังของนกกระสานั้น เหมือนจะมีเงาคนสองคนยืนอยู่อย่างเลือนราง
"เซียน… เซียน?"
หลังจากตื่นตระหนกเพียงชั่วครู่ สวี่ไท่ผิงก็ค่อย ๆ เอ่ยสองคำนี้ออกมา
"เป็เซียน ต้องเป็เซียนแน่ ๆ!"
ตอนนี้ชาวบ้านหลายคนก็เริ่มะโโหวกเหวกขึ้นมา
"แกว่ก!..."
ยามนี้เอง เสียงร้องของนกกระสาดังกึกก้อง พร้อมกับร่างเงาทั้งสองที่ค่อย ๆ ร่อนลงมาจากฟ้า หยุดลงตรงหน้าปวงชนที่รวมตัวกันอยู่หน้าหมู่บ้าน
ทั้งสองเป็บุรุษและสตรี ผู้หนึ่งนุ่งชุดยาวสีน้ำเงิน อีกคนสวมชุดคลุมสีชาด บุรุษมีคิ้วดุจคมดาบรูปโฉมงามสง่า ส่วนสตรีมีคิ้วตาดั่งเทพธิดาเก้าชั้นฟ้าลงมาจุติ งดงามจนทิวทัศน์รอบข้างดูมืดหม่น
"ขออภัยที่รบกวนทุกท่าน ข้าคือศิษย์ของสำนักชิงเสวียนแห่งูเาอวิ๋นหลู วันนี้ข้าและศิษย์น้องร่วมสำนักลงมาที่นี่ก็เพื่อตามหาเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง"
เด็กหนุ่มกล่าวอย่างสุภาพพร้อมกับประสานมือคารวะทุกคน
ปวงชนในหมู่บ้านชิงหนิวต่างฮือฮา ยามได้ยินว่าหนุ่มสาวทั้งสองเป็เซียนจริง ๆ อีกทั้งยังมาจากูเาอวิ๋นหลูที่อยู่ไม่ไกลนัก
"ขออนุญาตถามทุกท่าน ในหมู่บ้านนี้มีเด็กหนุ่มชื่อสวี่ไท่ผิงหรือไม่?"
ศิษย์หญิงในชุดคลุมแดงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือคารวะทุกคน แล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
ยามเด็กสาวแย้มยิ้ม มิต้องเอ่ยถึงผู้ชาย แม้แต่ผู้หญิงเห็นแล้วก็ยังใจสั่น
"สวี่… สวี่ไท่ผิง?"
"เขาไง… เขาคือสวี่ไท่ผิง!"
หลังจากชะงักงันเพียงชั่วครู่ ชาวบ้านหลายคนก็ชี้นิ้วไปที่สวี่ไท่ผิงข้างรถม้าทันที
ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนรู้จักกัน โดยเฉพาะครอบครัวของสวี่ไท่ผิงถือเป็ครอบครัวที่แปลกแยกจากผู้อื่นในหมู่บ้านนี้ ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงรู้จักสวี่ไท่ผิง
"เ้าคือสวี่ไท่ผิงหรือ?"
ศิษย์หญิงในชุดแดงเยื้องย่างไปข้างหน้าอีกก้าว มองไปที่หนุ่มน้อยสวี่ไท่ผิงด้วยความยินดี
"ขอรับ"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้า
ในใจเขาก็คาดเดาได้แล้วว่าสองคนนี้มีสถานะอย่างไร
"ศิษย์พี่"
เห็นไท่ผิงพยักหน้า เด็กสาวจึงหันไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่เื้ั
"ตราหยกประทานวิชามีปฏิกิริยา เ้าคือผู้ที่พวกข้ากำลังตามหา"
เด็กหนุ่มพยักหน้า ยกตราหยกที่เปล่งรัศมีสีเขียวอ่อนในมือขึ้นโบกไปทางศิษย์หญิงผู้นั้น
"เอ่อ… ท่านเทพธิดา หลานข้าผู้นี้ได้ก่อเื่อันใดหรือ?"
ครั้นอารองสวี่เอ้อร์หนิวอดใจไม่ไหว จึงเอ่ยถามขึ้น
"ใครให้เ้ายุ่มย่ามกับเื่ของผู้อื่นกัน!"
เมื่อสวี่เอ้อร์หนิวเพิ่งเอ่ยวาจา อาสะใภ้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รีบดึงเขากลับมา ยังคงรักษาระยะห่างจากสวี่ไท่ผิงห้าถึงหกฉื่อ*[2]
ไม่เพียงแค่พวกเขา ชาวบ้านที่เหลือล้วนหลีกถอย รักษาระยะห่างจากสวี่ไท่ผิงเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนคาดเดาเหมือนสวี่เอ้อร์หนิว นั่นคือสวี่ไท่ผิงอาจก่อเื่บางอย่าง จึงทำให้เหล่าเซียนลงมาหาเขา
หมู่บ้านชิงหนิวนี้ตั้งอยู่ใกลู้เาอวิ๋นหลู เื่ที่เหล่าเซียนลงเขามากำจัดปีศาจร้าย ถึงแม้จะไม่เคยเห็นกับตา ทว่ากลับเคยได้ยินมาบ้าง
[1] สำนักซือฉู คือ โรงเรียนขนาดเล็กในสมัยโบราณ นักปราชญ์มักเปิดไว้สอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ในละแวกบ้านของตน
[2] ฉื่อ คือ หน่วยวัดของจีน 1 ฉื่อ = 33.33 เิเ