บทที่ 8 สกุลเสิ่น
รถม้าลากของเหล่าบุตรีจวนสกุลขุนนางทั้งน้อยใหญ่ต่างก็มาจอดรอกันอยู่ที่หน้าวังหลวง เหล่าสตรีที่มีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นงดงามในหลากหลายรูปแบบทยอยกันลงมาทีละคนสองคน ที่สำคัญคือพวกนางทั้งหมดยังไม่ได้แต่งงานเข้าสกุลใด ไม่น่าแปลกใจเลยที่สาวงามเหล่านี้จะถูกจับจ้องมากเป็พิเศษ
เมื่อได้ยินข่าวว่าวันนี้จะมีการจัดงานเลี้ยงน้ำชาของพระสนมฮุ่ยเฟยซึ่งได้เชิญเหล่าบุปผางามที่มีโอกาสแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งบุปผางามประจำปีนี้มาเป็กรณีพิเศษ สายข่าวสายซุบซิบมากมายก็มาแอบด้อมๆมองๆรอั้แ่ก่อนจะเริ่มงานแล้ว
หลิวหร่วนอี้มองซ้ายมองขวาในขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวไปยังหน้าพระราชวัง เห็นผู้คนทั้งหญิงและชายที่เดินวนไปเวียนมา บางคนถือตระกร้าผักที่เริ่มเหี่ยวเฉา แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแบกมันวนไปมารอบๆนี้เป็เวลานานแล้ว ช่างเป็เหล่า “ปาปารัซซี่” ที่น่ารำคาญจริงๆ
เชื่อเถอะว่าหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตามขึ้นในการจัดเลี้ยงน้ำชาของพระสนมฮุ่ยเฟย เื่ราวเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกไปให้ผู้คนในเมืองหลวงรับรู้ก่อนที่เหล่าตัวละครที่ไปรวมตัวกันจะออกมาจากพระราชวังเสียอีก
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวมาส่งคุณหนูได้เพียงเท่านี้ เมื่อคุณหนูเข้าไปแล้วจะต้องระวังมารยาทนะเ้าคะ”
แม้ว่าถิงถิงจะรู้ดีว่าการพูดเช่นนี้กับเ้านายจะไม่เหมาะสม ถึงอย่างนั้น...นางก็รู้อีกเช่นกันว่า่นี้คุณหนูของตนเอง้าเข้าถึง “สัจธรรม” เป็อย่างยิ่ง แต่ไอ้คำว่าสัจธรรมนี้อาจทำให้ผู้คนไม่ชอบใจได้
ในพระราชวังตรงหน้านั้นก็ไม่ต่างอะไรกับถ้ำเสือถ้ำจระเข้ ผู้คนมากมายต่างก็ถืออำนาจของตนเองเอาไว้ คุณหนูเป็นายของจวนสกุลหลิว ก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้อำนาจใดๆได้ที่นี่ ในฐานะคุณหนูสกุลขุนนางผู้หนึ่ง นางก็ไม่ต่างอะไรกับเบี้ยตัวเล็กๆที่ใครบางคนอาจจะหลอกใช้เพื่อทำการใหญ่ก็ได้
ถิงถิงแค่ไม่้าให้เ้านายของตนเองไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ในปรโลกเร็วเกินไป อย่างน้อยๆ...คุณหนูบอกว่ามีเวลาอีก 5 ปีไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นก็ขอให้คุณหนูได้เข้าถึงสัจธรรมใน 5 ปีนี้ก่อนเถิด
เห็นสาวใช้เป็กังวลขนาดนั้น หลิวหร่วนอี้ที่เอนกายนอนพิงหมอนนุ่มที่นำติดรถม้ามาเป็พิเศษก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่ง ท่วงท่าสง่างามและน่ามองยิ่งทำให้ถิงถิงอดไม่ได้ที่จะเศร้าใจยิ่งกว่าเดิม
ยิ่งเห็นคุณหนูเป็เช่นนี้ นางกลับยิ่งเป็ห่วง! สตรีพวกนั้นในวัง...นางได้ยินเื่เล่าในตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน ต่างก็ว่าคนในวังนั้นชอบกินเืกินเนื้อคน ยิ่งงดงาม ยิ่งเหนือกว่า ก็ยิ่งน่าอร่อย แล้วคุณหนูของนางไม่น่าอร่อยที่สุดหรอกหรือ?
“ถิงถิง...”
“...........”
“ถิงถิง”
“เ้าคะ? เ้าคะคุณหนู” ถิงถิงที่เหม่อลอย เมื่อถูกเรียกซ้ำเข้าก็ได้สติกลับมา นางมองคุณหนูตัวน้อยที่กำลังคลี่ยิ้มให้ตนเองด้วยความสงสัย เฝ้ารอเผื่อว่าคุณหนูจะมีคำสั่งให้ตนเตรียมทำอะไรให้หรือไม่
หลิวหร่วนอี้ยกมือขึ้นลูบหัวเล็กๆของสาวใช้ที่ซื่อสัตย์ สาวน้อยผู้นี้ตายเพื่อนางมา 3 ชาติแล้ว รู้ดีว่าทุกความกังวลของนางมาจากใจจริง ดังนั้นหร่วนอี้จึงไม่้าปล่อยให้อีกฝ่ายกังวลมากเกินไป
“เ้าไม่ต้องกังวลถึงเพียงนั้นหรอก”
“แต่คุณหนู...”
“แม้ว่าข้าจะ้าเข้าถึงสัจธรรม แต่ไม่ได้แปลว่าข้ากลายเป็คนโง่เขลาหรอกนะ” หร่วนอี้คลี่ยิ้มบางก่อนจะพูดอีกประโยค
“ข้าน่ะ...แท้จริงแล้วผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว คนที่้ารังแกข้า ไม่มีใครอยู่ดีสักคน” นางว่าเช่นนั้นพร้อมกับประกายดุร้ายวาดผ่านแววตาไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ถิงถิงก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นด้วยซ้ำ
หลิวหร่วนอี้ไม่ได้มั่นใจว่าตนเองสามารถคุมชะตาทุกอย่างได้ แต่...ถ้าเป็ลูกไม้ตื้นๆหรือลูกไม้เล็กๆน้อยๆของผู้คน นางก็ยังพอที่จะทำอะไรกับมันได้อยู่ อีกอย่าง...นางอาจไม่เก่งเื่บ้านเมืองนัก ถึงทำให้ตนเองถูกฆ่าตายด้วยข้อหาฏอยู่บ่อยๆ ทว่า...หากเป็เื่ตบตีกันในวังหลังหรือจวนหลังบ้าน นางน่ะ...ไม่เป็สองรองใครแน่!!
ถิงถิงไม่ได้เข้าใจทุกคำพูดของคนเป็นาย แต่ส่วนที่นางควรเข้าใจก็ยังเข้าใจอยู่ ย้อนกลับไปในอดีตที่คุณหนูยังไม่ได้พูดว่า เอ่อ....พูดว่าพบเข้ากับพระพุทธองค์จนได้รับคำสอนแปลกๆมา ตอนนั้นคุณหนูของนางก็มีความเฉลียวฉลาดมาก อีกทั้งการเข้าวังเช่นนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย นางจึงมั่นใจว่าคุณหนูคงจะไม่เป็อะไรจริงๆ
“ข้าไปก่อนนะ” หญิงสาวจัดแขนเสื้อเล็กน้อย เตรียมก้าวลงจากรถม้า ข้างหน้ามีสาวใช้อีกสองคนที่ติดตามรถม้ามาด้วยเพื่อช่วยดูแลคุณหนู ในขณะที่ถิงถิงก็กุลีกุจอช่วยพยุงคุณหนูของตนเองให้ลงไปอย่างมั่นคง
ชุดสีขาวสว่างพร้อมกับลวดลายดอกไม้อันวิจิตรงดงาม ซึ่งดอกไม้มงคลที่เหล่าสตรีนิยมเลือกมาใช้แสดงตัวตนของตนเองก็มีไม่มากนัก หากไม่ใช่ มู่ตาน หลันฮวา ไป๋หลานฮวา เหมยฮวา เถาฮวา ก็ต้องเป็จวี๋ฮวา บรรดาดอกไม้เหล่านี้แค่เลือกมาสักดอกก็แสดงให้เห็นว่าเป็คุณหนูผู้สูงศักดิ์ได้แล้ว
หลิวหร่วนอี้ใช้ลวดลายของชุดเป็หลันฮวา (ดอกกล้วยไม้) พร้อมกันนั้นก็พกถุงหอมที่มีกลิ่นหลันฮวาให้เข้าชุดด้วย รสนิยมเช่นนี้ไม่เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะโดดเด่นกว่าใคร
ชาติก่อนๆที่หร่วนอี้เลือกสวมชุดเข้าร่วมงานแข่งขันบุปผางามประจำปี เพื่อให้โดดเด่นจึงโยนชุดสีขาวสีชมพูและสีเหลืองลวดลายดอกไม้นานาพันธุ์ทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้มลวดลายหูเตี๋ย (ผีเสื้อ) เพื่อให้กลายเป็คนที่ไม่เหมือนใคร แต่ยังคงรักษามาตรฐานของงานชมบุปผาได้อยู่
ตอนนั้นนางก็ประสบความสำเร็จจริงๆ ทั้งการแสดงที่ไม่เหมือนใคร การแต่งกายที่โดดเด่น ตำแหน่งบุปผางามประจำปีก็หนีไม่พ้นมือแล้ว
กลับกัน...เมื่อมีชีวิตในครั้งนี้ หลิวหร่วนอี้คร้านที่จะไปแข่งขันกับผู้ใดอีก แม้ว่าวันนี้จะเป็การ “พรี” การแข่งขัน ซึ่งถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่เหมือนกับชีวิตก่อนๆ แต่หร่วนอี้ก็ไม่ใส่ใจมันหรอก
จะเป็การแข่งจริงหรือแค่การประชันรอบแรก ใครจะเอาอะไรก็เอาไป ใครจะทำอะไรก็ทำไป ขอแค่ไม่มายุ่งวุ่นวายหรือหางานให้นางก็เท่านั้น นางรับปากเลยว่าจะไม่สร้างความลำบากใจให้ผู้ใดเหมือนกัน
เนื่องจากที่นี่เป็วังหลวง ทางเข้าพบพระสนมย่อมต้องมีการจัดเตรียมผู้ต้อนรับเอาไว้แล้ว มิอาจปล่อยให้สตรีมากมายเดินเล่นไปยังส่วนต้องห้ามที่เป็ของบุรุษขุนนางได้ เพียงแต่...ตอนที่หร่วนอี้มา ก็พบกับเหล่าขุนนางจำนวนหนึ่งที่เข้ามาถวายงานราชการให้ พวกเขาลอบมองนางเป็ตาเดียว ไม่ว่าจะด้วยความสวยงามของหญิงสาว หรือเพราะการที่นางมีชาติตระกูลดีก็ตาม
หลิวหร่วนอี้ผู้นี้เป็ที่หมายตาของบุรุษมากมายทั่วทั้งเมืองหลวง แม้จะมีคู่หมายอยู่แล้ว แต่ทุกคนก็ไม่้าทิ้งโอกาสดีๆของตนเองไป
ที่สำคัญที่สุด พวกเขารู้ดีว่าลึกๆแล้ว นอกจากพวกผู้นำตระกูล ฝั่งของทั้งสองตระกูลก็ไม่ได้จะเห็นดีเห็นชอบด้วย ฝั่งหนึ่งเป็ฝ่ายบู๊ แต่อีกฝั่งเป็ฝ่ายบุ๋น ปกติพวกเขาจะไม่แต่งงานข้ามฝั่งกันเช่นนี้หรอก มันไม่เสริมบารมีให้กัน หรือก็คือ...ในเวลาทำงานพวกเขาจะช่วยเหลือกันไม่ได้ ดังนั้นมีคนคาดหวังว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวคู่สมรส เวลานั้นตระกูลหลี่อาจจะเลือกตระกูลฝ่ายบู๊เพื่อให้มาช่วยกันจัดการกองทัพก็เป็ได้
เอาเถอะ ไม่ว่าจะเพราะอะไร...ตอนนี้สายตาวิบวับของพวกบุรุษก็มองนางราวกับเห็นขนม หร่วนอี้อยากจะแค่นหัวเราะออกมาแต่จำใจต้องเก็บรักษามารยาทของสาวน้อยเอาไว้
“ก็สงสัยอยู่ว่าผู้ใดกันหนาที่เดินชม้ายชายตายั่วยวนบุรุษอยู่เช่นนี้...” แค่ได้ยินเสียงแหลมเล็กนั่น หร่วนอี้ก็คิ้วกระตุกแล้ว
นางไม่ได้คิดว่ายังไม่ทันเข้าสู่สนามรบก็ต้องได้เจอกับการฟาดฟันแรกเข้าแล้ว หันไปมองจึงได้พบคุณหนูสกุล “เสิ่น” ผู้ที่เป็สาวงามอีกผู้หนึ่ง และมีสิทธิในการชิงตำแหน่งกับตนเองด้วย เพียงแต่...คำว่ามี “สิทธิ” ไม่เหมือนกับคำว่าผู้ที่จะเป็คู่แข่งของหร่วนอี้ได้
ดูจากการใช้คำพูดของนางแล้วก็น่าจะรู้ หร่วนอี้จัดคนประเภทนี้ให้เป็แค่ “ลูกล้อลูกชน” เท่านั้น เป็เพียงเบี้ยให้ผู้อื่นหยิบไปใช้ได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นแทนที่จะสนใจ “คุณหนูเสิ่นหลิงหลิง” ตรงหน้า นางกลับสนใจ “คุณหนูเสิ่นซือซือ” ด้านหลังเสียมากกว่า คนเพียงส่งยิ้มหวานหยดมาให้ ทำตัวเหมือนอยู่นอกวงวิวาทะนี้ แล้วกลายเป็ผู้ที่เฝ้ามองอยู่เหนือโลกีย์และความวุ่นวายทั้งปวง ช่างเป็เด็กสาวที่...เหมาะสมแล้ว ที่ได้ชื่อว่า “ตัวร้ายอันดับหนึ่ง” ของนิยายจริงๆ
“สายันต์สวัสดิ์คุณหนูทั้งสอง”
หลิวหร่วนอี้เอ่ยทักทายตามมารยาท แม้ว่าคนอื่นจะเพิ่งจิกกัดตนเองไปก่อนหน้านี้ แต่นางกลับไม่สนใจ ไม่เอาผิด ไม่เก็บมาเป็อารมณ์โกรธ การแสดงออกอย่างสุภาพของนางกลับยิ่งกดภาพลักษณ์ของคุณหนูเสิ่นหลิงหลิงได้อย่างชัดเจน ทำให้นางดูเหมือนกับสตรีตามตลาดทั่วไปที่กำลังโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอยู่
“คุณหนูหลิว ถูกจับได้คาหนังคาเขาแต่ยังยิ้มรื่นเช่นนี้ได้ ข้านับถือเ้าจริงๆ” เสิ่นหลิงหลิงไม่ยอมปล่อย นางยังคงเล่นลูกไม้เดิม ตั้งใจจะทำลายใบหน้าที่แสร้งว่าสูงส่งของสตรีที่น่ารังเกียจผู้นี้
อย่างไรก็ตาม หลิวหร่วนอี้กลับค่อยๆเก็บรอยยิ้มสุภาพของตนเองลงแล้วจับจ้องไปยังคุณหนูเสิ่นตรงหน้า ดวงตาของนางคมกริบและมีประกายเ็าอยู่ในนั้น
“คุณหนูเสิ่น ที่นี่เป็วังหลวงนะ เ้าจะพูดจะจาสิ่งใด...โปรดไตร่ตรองให้ดีก่อน”
“เ้าหมายความเช่นไร เป็เ้าที่กระทำความผิดแล้วยังจะ..!!” คนโกรธมากเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายเช่นนั้น แต่ก่อนที่เสิ่นหลิงหลิงจะได้พูดอะไรจนจบ คุณหนูเสิ่นซือซือกลับรีบดึงแขนนางเอาไว้แล้วกระซิบบอก
“พี่สาวเ้าคะ ซือซือคิดว่าพี่สาวพูดไปมากกว่านี้จะไม่ดีแล้วเ้าค่ะ บุรุษที่พี่สาวพูดถึงเป็ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แล้วคุณหนูหลิวเองก็เป็บุตรีของเ้ากรมการคลัง ดังนั้น....หากมีคนเอาไปพูด พวกเราไม่มีหลักฐานรังแต่จะถูกข้อหาว่าใส่ความผู้อื่นนะเ้าคะ”
เสิ่นซือซือเป็ผู้ที่มีความฉลาดเป็กรดอย่างแท้จริง ไม่ใจร้อน ไม่บุ่มบ่าม ที่สำคัญคือ...แม้ว่านางจะเกลียดใคร นางก็ไม่ต้องลงมือสร้างปัญหาให้ด้วยตนเอง เพียงใช้เล่ห์กลเล็กๆน้อยๆก็เป็อันใช้ได้แล้ว
หลิวหร่วนอี้มองดูสองพี่น้องที่กำลังกระซิบกระซาบตรงหน้า พลันรู้สึกว่าทั้งคู่ช่างน่าขบขันเสียจริง กับเล่ห์กลเด็กๆแบบนี้คิดว่านางจะสนใจหรือ? ดังนั้นหร่วนอี้จึงส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย หยิบร่มอันเล็กของตนเองขึ้นมา สีชมพูระเรื่อของร่มกลับยิ่งขับให้ใบหน้าใต้ร่มเงานั้นน่ามองมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
เห็นว่านางไม่สนใจจะเอาความต่อ บุรุษที่แอบมองอยู่ไม่ไกลก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่จะไม่ได้เห็นสาวงามอีก พร้อมๆกันนั้น...พวกเขาก็เริ่มกระซิบกระซาบเกี่ยวกับคุณหนูสกุลเสิ่นผู้นั้นแล้ว
“แม้ว่าพวกนางจะงดงามเหมือนกัน ทว่านิสัยที่แตกต่างกันเช่นนี้...ข้าก็ยังคิดว่าสาวงามอันดับหนึ่งของปีนี้ควรจะเป็คุณหนูหลิวอยู่ดี”
“อืม ก็ควรต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว คุณหนูหลิวถ้าหากก่อนหน้านี้อายุถึงเกณฑ์ก็คงได้ตำแหน่งไปนานแล้ว นางเป็ผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่ได้เห็นมาเลย”
“แล้วก่อนหน้านี้สาวน้อยสกุลเสิ่นก็เป็พวกพูดไม่คิด ชอบริษยา ถ้าข้าได้รับเลือกให้ไปร่วมให้คะแนนด้วย ข้าคงจะให้คุณหนูสกุลเสิ่นน้อยที่สุดนั่นแหละ”
“ถูกต้องแล้ว นางริษยาคนอื่นที่งามกว่าก็เลยบอกว่าผู้อื่นกำลังยั่วยวนอยู่ แหม่...ช่างไม่ได้ดูตนเองเสียจริง”
เสียงหัวเราะขบขันของพวกบุรุษไม่ได้ดังเข้าหูคุณหนูสกุลเสิ่นสองคน หากแต่เสียงหัวเราะคิกคักของพวกเขาก็ทำให้สาวๆทั้งสองรู้สึกอับอายได้เช่นกัน
เสิ่นหลิงหลิงเห็นแบบนั้นก็ยิ่งเกลียดชังคนที่ทำให้นางเป็แบบนี้มากขึ้นไปอีก สองเท้าก้าวยาวฉับๆหวังรีบเข้าไปจัดการศัตรูคู่อาฆาต อย่างไรก็ตาม...เมื่อเดินเข้าไปข้างใน ก็พบว่าคุณหนูหลิวผู้นั้นได้นั่งประจำตำแหน่งแล้ว ทั้งด้านในก็มีคุณหนูมากหน้าหลายตาอยู่ นางจึงไม่อาจจะก่อเื่อย่างโจ่งแจ้งแบบนั้นได้
“ชิ! น่าหงุดหงิดจริงๆ”
“พี่สาว ซือซือคิดว่า...”
“ไสหัวไป!!” แม้ว่าสองพี่น้องจะสนิทกันมากที่สุดแล้ว แต่ความจริงคือเสิ่นหลิงหลิงไม่เคยมองเสิ่นซือซือว่ามีฐานะเท่ากับตนเองเลย
ตัวนางเป็บุตรีของฮูหยินใหญ่ ส่วนเสิ่นซือซือคือบุตรีของอนุภรรยาคนที่เท่าไรก็ไม่ทราบ หากแต่ป่วยตายไปั้แ่คลอดเสิ่นซือซือไม่เท่าไร มารดาของนางสมเพชจึงเลี้ยงไว้ให้เป็เหมือนเพื่อนเล่น พร้อมๆกับเป็ผู้รับใช้ของนางไปด้วย
ดังนั้น การแสดงออกของเสิ่นหลิงหลิงก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้เสิ่นซือซือเป็ผู้รับใช้ประจำตัวของตนเองเลย วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะมีจดหมายไปถึงเสิ่นซือซือด้วย คาดว่านางก็คงจะถูกบอกให้รออยู่ข้างนอกพร้อมกับบ่าวไพร่นั่นแหละ
ซือซือถูกผลักไสออกไปเกือบเซล้มก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ใต้แขนเสื้อยาวของนาง...เล็บจิกเข้าเนื้อจนมีรอยห้อเื ทั้งหมดก็เพื่อให้สามารถระงับโทสะของตนเองได้ ไม่แสดงออกมาให้เสียเื่ก่อนกำหนด ทว่า...แค้นนี้ของนางได้จดจำเอาไว้แล้ว
ก่อนที่นางจะออกไปจากจวนสกุลเสิ่น พี่สาวตัวดีเสิ่นหลิงหลิงผู้นี้จะต้องถูกนางสั่งสอนให้หลาบจำเสียก่อน!!
………………………………………