"…นั่งเถอะ รอกินข้าวด้วยกัน” หานป๋อถอนหายใจออกมาพร้อมกล่าว
30 นาทีต่อมา มันเป็30นาที ที่สองพ่อลูกคู่นี้เอาแต่นิ่งเงียบ พวกเขากระทำเพียงแค่นั่งรอ หานอ้ายเหม่ย อยู่บนโต๊ะกินข้าวเงียบๆแต่เพียงเท่านั้น
“ท่านพ่อ…ลูกคิดว่าจะไปอยู่กับท่านปู่ขอรับ…” หานซิ่นเงยหน้าขึ้นมองหน้าพ่อของตนเองพร้อมพูดสิ่งที่ตนเองคิด
???
"...ท่านปู่?…งั้นเหรอ…ถ้าเ้าตัดสินใจแล้วพ่อก็จะไม่ห้าม อยู่ที่นั้นเ้าอาจจะมีความสุข…มากกว่าอยู่ที่นี่เป็แน่" หานป๋อยื่นมือเข้าไปจับไหล่ของลูกชายตัวเองเบาๆ เขาคงได้แต่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของลูกตนเองแล้ว
“บางที..ลูกอาจไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ชีวิตที่มีแต่ทุ่งหญ้าอาจจะเหมาะกว่าแล้วสำหรับลูก” หานซิ่นกล่าวพร้อมกับมโนภาพที่ตนเองทำลังนอนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเบาๆ
"หานซิ่นเอ้ย.. วาสนาของคนเรานั้นไม่เท่ากัน นั่นส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนเราจึงต่างกัน…พ่อหวังว่าลูกจะเข้าใจความหมายของประโยคแบบนี้เข้าในสั-…."
“เข้าใจอะไรของท่านกัน? นี่ข้าแต่งงานกับพ่อครัว หรือว่ากับจอมปราชญ์กันแน่ คำพูดของท่านมันช่างมีเหลืออยู่มากมายนัก” หานอ้ายเหม่ยเดินพรวดเข้ามาพร้อมกับอาหารเย็น
"อ-แฮ่ม! เอ่อ…ข้ากำลังสอนลูกชายของข้าอยู่ แม่ศรีเรือนที่อยู่ดูแลบ้านและทำอาหารอย่างเ้าจะไปเข้าใจกระไร" หานป๋ากอดอกตนเอง พร้อมกับแสดงท่าทางอย่างกับใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่ามากนัก
ตึง!
“ฮื่ม! เวลาท่านไปทำงานที่ตระกูล ท่านก็ไปดูแลครัว ทำอาหารให้เขากินมิใช่เหรอ? แตกต่างกับข้าตรงไหนกัน!” หานอ้ายเหม่ยวางจานข้าวเสียงดัง
"น-นี่มัน…เอ่อ…กินข้าวกันเถอะนะ" หานป๋อได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อน เขารีบยืนมือไปหยิบจานข้าวมาแจกจ่ายทุกๆคน
"ท่านพ่อ ให้ข้าช่วยท่านนะ" หานซิ้นยิ้มแย้มขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่กลับมาถึงบ้าน อย่างน้อยเขาก็ยังเหลือครอบครัวที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา
เช้้าวันถัดมา
ยามเช้า หานซิ่นและครอบครัวยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมหน้า
"ลูกพ่อ เ้าแน่ใจนะว่าไปด้วยตนเองได้ ยังจำเส้นทางจากนี่ไปยังหมู่บ้านที่ปู่เ้าอาศัยอยู่ได้ใช่ไหม?" หานป๋อลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นกระเป๋าผ้าให้กับลูกชายของตน
“ท่านพ่อโปรดสบายใจ เพียงแค่เื่แค่นี้ หากข้ายังต้องให้ท่านพ่อไปส่ง ข้าก็คงไม่มีทางที่จะโตเป็ผู้ใหญ่เสียที” หานซิ่นส่ายหน้าปฎิเสธ
“ลูกแม่ ถ้าหากว่าท่านปู่ใช้งานเ้าหนักหนาเกินกำลัง เ้าจงเขียนจดหมายมาบอกแม่นะ แม่คนนี้จะรีบเดินทางไปปกป้องเ้า" หานอ้ายเหม่ยร้องไห้ออกมาไม่ยอมหยุด นี่อาจเป็ครั้งแรกที่นางจะต้องออกห่างจากลูกชายของตนนานขนาดนี้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านรักษาตัวด้วย ลูกขอไปก่อน” หานซิ่นยิ้มแย้มแทนคำตอบ เขาล่ำลาครอบครัวอยู่สักพัก ก่อนที่จะขอลาออกเดินทาง
ต้องท้าวความก่อนว่า โดยปกตินั้น หานซิ่นนั้นจะพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของตนเองในตระกูลหาน ซึ่งตระกูลหานนั้นจัดว่าเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองฮั่นโจ พื้นที่ 1 ใน 5 ของเมืองนั้นจัดว่าเป็อาณาเขตของตระกูลหานก็ว่าได้ เนื่องจากสมาชิกที่มีอยู่ถึง 5000 คนในตระกูล การที่จะแตกแขนงอำนาจของตนเองไปให้ทั่วทั้งเมืองก็คงจะไม่ใช่เื่ยาก
ตึก ตึก ตึก
! ซุบซิบๆ
หานซิ่นเดินไปตามตรอกซอยต่างๆเพื่อที่จะออกไปจากตระกูล แต่ก็ยังไม่แคล้วที่จะเป็เป้าสายตาคนในตระกูลที่พากันนินทา ถึงแม้ว่าเื่เมื่อวานหานซิ่นจะผ่านมันมาได้แล้ว แต่วันนี้เขาก็ยังจะต้องมาพบเจอเื่แบบนี้อีก
‘ข้าควรที่จะเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น ยิ่งข้าเดินอยู่แถวนี้นานเท่าไหร่ มันก็จะมีแต่ทำให้ข้ารู้สึกแย่ลง’ หานซิ่นเริ่มเดินไวขึ้น มันอยากที่จะรีบออกไปให้พ้นๆประตูของตระกูลหานเสียที
ตึก ตึก ตึก
!!!
พรึบ พรึบ
“หานซิ่น! นี่เ้าจะรีบไปที่ใด?” เดินทางไปได้เพียงแค่ครึ่งทาง กลุ่มเด็กหนุ่ม 5 คนเมื่อวานที่ลุมล้อมหานซิ่นเอาไว้ก็ปรากฎตัวขึ้นมาขวาง พวกมันทั้งหลายรีบล้อมหานซิ่นเอาไว้
“หลีกทาง ข้ากำลังรีบ” หานซิ่นสูดหายใจเข้าลึกเพื่อที่จะควบคุมสติของตน
“ดูเ้าเร่งรีบมิใช่น้อย จะรีบไปที่ใดกัน เ้าคงลืมแล้วกระมังว่าเมื่อเย็นวาน พวกเราได้นัดกันไว้แล้ว เหตุใดเ้าถึงได้กระทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเล่า?” หานเจียงกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ถ้าหากว่ามันไม่ให้คนของมันมาเฝ้าดักรอหานซิ่นเอาไว้ล่ะก็ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดมันถึงจะได้เจอหานซิ่นอีกหน
“เ้าเรียกให้ข้าไป แล้วข้าต้องไปด้วยอย่างงั้นเหรอ หลีกทางไป! ข้ากำลังรีบ!” หานซิ่นพยายามที่จะฝ่าวงล้อมออกไป แต่ก็ไม่สามารถที่จะกระทำได้
ตุบ! โอ้ย!
“เื่มาถึงขึ้นนี้แล้วเ้าก็ยังจะปากดี ข้าได้ข่าวว่าตอนนี้ไม่มีใครในตระกูลที่พูดคุยกับเ้าแล้วนี่ เ้าควรที่จะดีใจนะที่ยังเหลือพวกข้าอยู่ ”เด็กชายคนหนึ่งผลักหานซิ่นลงไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง มันชี้หน้าพร้อมพูดกระแทกเข้าใส่หานซิ่นอย่างรุนแรง
ใช่ ใช่ เ้าควรภูมิใจนะ
ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!
เด็กหนุ่มคนอื่นๆที่ได้ยินเช่นนั้นก็ต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พวกมันทุกคนล้วนเห็นด้วยกับเด็กหนุ่มคนที่กล่าว
‘วันนี้เป็วันที่ข้าต้องจากกับตระกูล จากกับท่านพ่อและท่านแม่ ฟ้ายังจะส่งคนมากลั่นแกล้งข้าอีกอย่างงั้นเหรอ พวกท่าน้าที่จะทดสอบอะไรข้ากันแน่…’ หานซิ่นถึงแม้ว่าจะโดนว่ากล่าวอะไรก็ยังคงอดกลั้น ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะโมโหหรือว่าไม่พอใจ
"พวกเ้า..ไม่สิ…พวกท่านให้ข้าผ่านไปเถอะ ข้ามีร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ การรังแกก็ไม่ต่างกับเชือดหมูรังแกหมา พวกเ้าเป็อนาคตของตระกูล ลดตัวมาคลุกคลีอยู่กับคนอย่างข้ามันจะแย่เอาได้นะ" หานซิ่นปั้นหน้ายิ้มแย้ม มันกล่าวประจบประแจงเด็กคนอื่นๆ
“…น-นี่….” เด็กหนุ่มคนอื่นๆเมื่อได้รับคำชมเช่นนั้นก็เหมืือนเริ่มที่จะคล้อยตาม พอเริ่มคิดตามก็เหมือนจะเชื่อว่าหานซิ่นนั้นพูดถูก แม้แต่หานเจียงก็ยังไม่เว้น..
"เ้าอยากที่จะผ่านไปให้ได้จริงๆเหรอ?" เมื่อได้รับคำชมก็เหมือนจะใจอ่อน หานเจียงกล่าวถามย้ำหานซิ่นอีกครั้ง
“ใช่แล้ว” หานซิ่นพยักหน้าและยิ้มให้
ฟึบ!
"ถ้าเ้าอยากที่จะไปให้ได้ล่ะก็…..ลอดหว่างขาของข้าผ่านไปสิ" หานเจียงคลี่ขาทั้งสองข้างของตนเองออก ทำเอาคนอื่นที่ได้ยินถึงกับต้องหัวเราะลั่น
ใช่! ใช่! ลอดไปเลยสิ
ถ้าลอดไป ต่อไปพวกข้าจะไม่ยุ่งกับเ้าอีก
ถ้ามันกล้าทำ ก็เกรงว่าจะกลายเป็พวกหน้าตัวเมียแล้ว
เกิดเป็ลูกผู้ชายอกสามศอก จะมีสักคนที่กล้าลดศักศรีของตนเองลงมากเพียงนี้ บางคนยอมที่จะตายเสียดีกว่า ที่จะต้องเสียซึ่งศักดิ์ศรีของตนเอง
ฟรึบ!
"ได้สิ"
หานซิ่นรีบก้มลงพื้น คลานรอดหว่างขาของหานเจียงโดยไม่ลังเล
!!!!?
มันรอดจริงๆด้วย
ยังจะเป็กล้าเป็ลูกผู้ชายอยู่อีกเหรอเนี่ย
เ้าควรที่จะกลับไปนุ่งกระโปรงซะนะ
"ข้ารอดหว่างขาของท่านแล้ว ข้อขอตัวลา" หานซิ่นยกมือขึ้นมาคำนับเด็กพวกนี้อย่างกับเจอผู้าุโ มันขอตัวจากลาออกมาทันที โดยที่ไม่คิดว่าจะกล่าวอะไรเพิ่ม
“นี่เ้า..ไม่มีศักศรีของตนเองบ้างเลยเหรอ?” หานเจียงและคนอื่นๆแปลกใจไม่น้อย พวกมันนึกว่าจะมีอะไรที่น่าสนุกมากกว่านี้เสียอีก พวกมันกระทำได้เพียงแต่ยืนมองหานซิ่น เดินเท้าจากไปยังหน้าประตูของตระกูลหานในที่สุด
‘ศักครีสำคัญกับลูกผู้ชายมากงั้นเหรอ? นั้นมันสำหรับลูกผู้ชายที่เป็จอมยุทธิ์ต่างหาก หาใช่เด็กน้อยที่ร่างกายอ่อนแอเช่นข้า’
‘เกิดเป็ลูกผู้ชาย ควรที่จะยืดได้หดได้’
‘นี่ต่างหากที่เป็หลักการยึดถือของหานซิ่นผู้นี้!!!’
หานซิ่นเดินผ่านประตูหานออกมายังข้างนอก มันไม่รู้สึกแย่ที่ลดตัวลงไปคลานกับพื้นเลยแม้แต้น้อย จะมีศักศรีไปเพื่ออะไร ถ้าหากว่าไม่มีกำลังที่จะปกป้องมัน…
3 เดือน ผ่านไป…
บนเส้นทางที่ห่างใกล้จากความเจริญ หันไปมองทางไหนก็จะมีแต่เห็นทุ่งนารอบๆทิศ และบนเส้นทางระหว่างทุ่งนาทั้งสองข้างนั้น มีรถม้าที่กำลังขนฟางหญ้าเดินทางอยู่
กุบกับ กุบกับ กุบกับ
“เ้าหนุ่ม….เ้าหนุ่ม…..พวกเราจะถึงกันแล้วนะ…” ชายแก่คนหนึ่งกำลังควบรถม้าที่กำลังขนฟางหญ้า เขากล่าวขึ้นมาพร้อมกับหันหน้าไปมองเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่นอนอยู่บนฟาง
อือ~~
“ถึงแล้วเหรอขอรับ ช่างเป็การเดินทางที่ยาวนานที่สุดสำหรับข้าจริงๆ” หานซิ่นบิดี้เีเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นมา มันหันหน้าขึ้นไปมองเบื้องหน้า ที่เริ่มจะปรากฎหมูบ้านเล็กๆให้ชัดในสายตาอยู่ริบๆ
ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา หานซิ่นพยายามจดจำเส้นทางที่คุ้นเคยเดินทางตามลำพัง มันอาศัยโบกรถม้าข้างทางเพื่ออาศัยร่วมทางมาเป็่ๆ นอนกลางดิน กินกลางทาง รู้สึกตัวอีกทีก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเจียจิงเสียแล้ว
มันไม่ง่ายเลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพังของเด็กอายุ 14 ปี
กุบกัม กุบกัม กุบกัม
ฮี๊~~ กุบกัม
เพียงไม่นาน รถม้าก็เดินทางมาถึง มันหยุดเดินที่หน้าปากทางเข้าของหมู่บ้าน
"การเดินทางก็เหมือนกับการใช้ชีวิต ถ้ายังหนุ่มยังแน่นอยู่ ก็จงใช้ให้คุ่มค่าซะเถอะนะ! " ชายแก่คนนั้นลูบเคราของเขาพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าเป็หนี้พระคุณผู้าุโแล้ว ไม่รู้ว่าจะชดใช้ความเมตตาของผู้าุโอย่างไรดี ” หานซิ่นยกมือขึ้นคำนับขอบคุณอย่างจริงใจ
ฮี๊~ กุบกัม กุบกัม
“ผู้อาวุทรง าุโอะไรกัน ข้าเป็เพียงชาวนาผู้หนึ่งที่ผ่านทางนี้ก็เท่านั้น การมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยไม่ใช่เื่ที่ดูแย่อะไร” ชายแก่คนนั้นยิ้มให้กับหานซิ่นอย่างอ่อนโยน เขาควบม้าเบาๆให้เดินทางต่อไปยังทางข้างหน้า "
หานซิ่นยืนมองรถม้าคันนั้นค่อยๆหายไปจากสายตา ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังปากทางเข้าของหมู่บ้านเจียจิง…